วันครู 16 มกราคม วันที่ “เสียงขอบคุณ” ต้องดังให้สุด เพราะครูคือคนที่ปั้นเราให้เป็นเรา

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ทุกวันที่ 16 มกราคมของทุกปี คือ วันครูแห่งชาติ วันที่คนไทยทั้งประเทศหยิบความทรงจำในห้องเรียนกลับมาวางไว้ตรงหน้าอีกครั้ง—บางคนคิดถึงครูประถมที่สอนจับดินสอ บางคนคิดถึงครูมัธยมที่ดุจนเราตั้งหลักได้ บางคนคิดถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ผลักให้เรา “โตจริง” และยืนด้วยตัวเองได้

ในแบบฉบับ บ้านกีฬา วันครูไม่ใช่แค่พิธีหรือพวงมาลัยหนึ่งพวง แต่มันคือ “แมตช์แห่งชีวิต” ที่ครูเป็นโค้ช เป็นกองหลัง เป็นคนคุมเกมตรงกลางสนาม คอยบอกเราว่าเล่นยังไงถึงจะไม่หลงทาง และลุกขึ้นใหม่ยังไงเมื่อพลาดล้ม

ประเทศไทยกำหนดวันครูไว้ชัดเจนว่า 16 มกราคม และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) เพื่อให้เป็นวันรำลึกถึงครูและวิชาชีพครูอย่างเป็นทางการ

ทำไม “วันครู” ต้องตรงกับ 16 มกราคม: คำตอบอยู่ในกฎหมายและมติ ครม.

เหตุผลที่ 16 มกราคมกลายเป็นวันครูของไทย ไม่ได้สุ่มเลือกตามปฏิทิน แต่ยึดโยงกับ “กฎหมายครู” ที่เป็นหมุดหมายสำคัญของวิชาชีพนี้

เอกสารประวัติความเป็นมาวันครูอธิบายว่า วันครูเริ่มต้นจากการประกาศ “พระราชบัญญัติครู” (พ.ศ. 2488) ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการชื่อว่า “คุรุสภา” ให้ครูเป็นสมาชิก และมีภารกิจทั้งด้านวิชาชีพ ความเห็นเชิงนโยบาย รวมถึงสวัสดิการครูและครอบครัว

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 กำหนดให้ 16 มกราคมของทุกปีเป็น “วันครู” โดยถือเอาวันที่ประกาศ พ.ร.บ. ครูในราชกิจจานุเบกษา (16 มกราคม 2488) เป็นวันครู และให้มีการหยุดเรียน/หยุดสอนในวันดังกล่าว

พูดให้เข้าใจแบบชัดๆ: 16 มกราคม = วันครู เพราะเป็นวันสำคัญของ “กฎหมายครู” และเป็นวันที่รัฐรับรอง “คุณค่าและความเป็นวิชาชีพ” ของครูอย่างเป็นทางการ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ “วันครู” เกิดขึ้นจริง: เสียงจากครูทั่วประเทศ + ไอเดียในที่ประชุมคุรุสภา

เรื่องมันเริ่มจาก “ครูจำนวนมาก” ที่สะท้อนผ่านสังคมว่า ครูคือผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ สมควรมีวันสำหรับรำลึกและยกย่องอย่างจริงจัง

จากนั้นในปี พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กล่าวเสนอแนวคิดว่า ควรมี “วันครู” เพื่อให้ลูกศิษย์ได้แสดงความเคารพต่อครูผู้มีพระคุณ (แนวคิดหลักคือ ครูเป็นผู้ให้แสงสว่างทางชีวิต และควรมีวันให้ระลึกถึง)

และเมื่อเสียงเรียกร้องไปรวมกับแรงขับในระบบ สุดท้ายก็ออกมาเป็นมติ ครม. ตามที่กล่าวข้างต้น—กลายเป็น “วันครู 16 มกราคม” ที่สืบต่อมาจนถึงวันนี้

งานวันครูทำอะไรกันบ้าง: จาก “ทำบุญ-บูชาบูรพาจารย์” สู่กิจกรรมที่คนทั้งสังคมมีส่วนร่วม

ภาพจำของวันครูในไทยมักเริ่มที่พิธีทางศาสนา ทำบุญ ตักบาตร อุทิศส่วนกุศลแก่ครูผู้ล่วงลับ และพิธีบูชาบูรพาจารย์—ซึ่งเป็นแกนสำคัญของงานวันครูมาโดยตลอด

แต่ในยุคใหม่ งานวันครูถูกย้ำชัดมากขึ้นว่า “ไม่ใช่วันของครูเท่านั้น” แต่เป็นวันของคนไทยทุกคน เพราะทุกคนล้วนเป็น “ศิษย์มีครู”

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ การเตรียมงานวันครู “ครั้งที่ 70” (พ.ศ. 2569) กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวคิดงานภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” และผลักให้การจัดงานเป็นแบบผสมผสาน (On-site + Online) พร้อมขยายกิจกรรมสู่ภูมิภาค
ยังมีการขอความร่วมมือสถานศึกษาจัด “สัปดาห์วันครู” ระหว่าง 11–17 มกราคม 2569 ด้วยกิจกรรมอย่างจิตอาสา คำขวัญประจำสถานศึกษา ชุมนุมครูกล่าวคำปฏิญาณต่อผู้ปกครอง และกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านนักเรียน

นี่แหละ “วันครู” ที่เข้ากับยุคสมัย: ไม่ใช่พิธีเพื่อให้ผ่านไป แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรม “ขอบคุณคนสอนเรา” ให้กลายเป็นเรื่องปกติของสังคม

คำปฏิญาณตนของครู: 3 ข้อสั้นๆ ที่หนักแน่นเหมือนคำมั่นของมืออาชีพ

หนึ่งในช่วงที่ทรงพลังของวันครูคือ “คำปฏิญาณตน” เพราะมันไม่ใช่คำสวยๆ แต่คือมาตรฐานทางใจของคนที่ยืนหน้าชั้นเรียน

คำปฏิญาณตนของครูที่ใช้กันแพร่หลาย มี 3 ข้อ ดังนี้

  • ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู
  • ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
  • ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครู และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ลองอ่านช้าๆ แล้วจะรู้เลยว่า “ครู” ไม่ได้แค่สอนให้เก่ง แต่สอนให้เป็นคนที่สังคมฝากความหวังไว้ได้จริง

ดอกไม้ประจำวันครู: ทำไม “กล้วยไม้” ถึงถูกเลือก และมันสื่ออะไรกับอาชีพครู

อีกมุมที่หลายคนอาจไม่รู้: วันครูมี “ดอกไม้ประจำวันครู” คือ “ดอกกล้วยไม้” โดยมีการอธิบายความหมายไว้ว่า กล้วยไม้กว่าจะออกดอกต้องใช้เวลาและการดูแล เปรียบเหมือนครูที่ต้องค่อยๆ อบรมสั่งสอนให้ศิษย์เติบโต และยังสื่อถึงความอดทน แข็งแรง ไม่ร่วงโรยง่าย เหมือนครูที่ยืนหยัดเพื่อการศึกษา

ฉะนั้น ถ้าคุณกำลังเลือกดอกไม้ให้ครูในวันครู “กล้วยไม้” ไม่ใช่แค่สวย แต่ความหมายมันตรงเส้นตรงใจแบบสุดๆ

วันครูไทย vs วันครูโลก: คนละวัน แต่หัวใจเดียวกัน

ประเทศไทยฉลองวันครู 16 มกราคม ขณะที่ “วันครูโลก” หรือ World Teachers’ Day จัดทุกวันที่ 5 ตุลาคม และมีการเฉลิมฉลองมาตั้งแต่ปี 1994 โดย UNESCO อธิบายว่าเป็นวันยกย่องครูทั่วโลก และระลึกถึงมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะด้านสถานะของครูในระดับสากล

สรุปให้ไว:

  • 16 ม.ค. = วันครูของไทย (บริบทไทย-ประวัติไทย)
  • 5 ต.ค. = วันครูโลก (บริบทสากล)
    แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ “การยกย่องคนที่ทำให้สังคมมีอนาคต”

ไอเดียกิจกรรมวันครูที่ทำได้จริง: ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และคนทำงานก็ร่วมได้

วันครูไม่จำเป็นต้องอลังการ แต่อยากให้ “จริงใจ” และ “จับต้องได้” นี่คือไอเดียที่ใช้ได้ทุกปี และใช้ได้กับทุกวัย

  • ข้อความสั้นๆ ที่มีพลัง: เขียน 3 บรรทัดว่า “ครูสอนอะไรเรา / เราเอาไปใช้ยังไง / วันนี้อยากขอบคุณอะไรที่สุด”
  • จดหมายขอบคุณแบบเล่าเรื่อง: ไม่ต้องสวย แค่เล่าให้ครูรู้ว่า “คาบนั้น” เปลี่ยนชีวิตเรายังไง
  • รวมรูปเก่า + คำบรรยาย: รูปหน้าห้องเรียนหนึ่งใบ บางทีมีค่ากว่างานเลี้ยงทั้งงาน
  • ทำความดีในนามครู: จิตอาสา เก็บขยะหน้าชุมชน บริจาคหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียน—ความดีที่ส่งต่อคือคำขอบคุณที่ยาวที่สุด
  • สำหรับโรงเรียน/ชุมชน: จัด “สัปดาห์วันครู” แบบที่กระทรวงศึกษาธิการผลักดัน เช่น กิจกรรมจิตอาสา เยี่ยมบ้านนักเรียน หรือเวทีเล็กๆ ให้ศิษย์พูดถึงครูที่เป็นแรงบันดาลใจ

ถ้าจะให้สไตล์บ้านกีฬาแบบตรงประเด็น: วันครูคือวันที่เราควร “แอสซิสต์กลับ” ให้คนที่เคยแอสซิสต์เราในชีวิต

คำขวัญวันครู: ทำไมคนถึงตามหา และมันบอกทิศทางการศึกษาในแต่ละยุคยังไง

คำขวัญวันครูเป็นเหมือน “ประโยคสั้นที่สะท้อนยุคสมัย” ว่าประเทศอยากเห็นครูและศิษย์เดินไปทางไหน

ตัวอย่างคำขวัญที่มีการรวบรวมไว้ในช่วงหลัง เช่น ปี 2567 “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” และปี 2568 “ครูจุดประกายความฝัน ผลักดันให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย”

สำหรับงานวันครูครั้งที่ 70 (พ.ศ. 2569) กระทรวงศึกษาธิการระบุว่าจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธี และ “มอบคำขวัญวันครู” ในงานภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน”

สรุป: วันครูไม่ใช่แค่วันไหว้ แต่คือวัน “ตั้งใจจำ” ว่าเราโตมาได้เพราะใคร

ในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้น ความรู้หาได้ง่ายขึ้น แต่ “คนที่สอนให้เราใช้ความรู้ให้ถูกทาง” ยังสำคัญเหมือนเดิม
วันครู 16 มกราคม จึงเป็นวันชวนให้เราหยุดนิดหนึ่ง แล้วมองย้อนกลับไปว่า… ถ้าวันนั้นไม่มีครูคนนั้น วันนี้เราจะเป็นเราแบบนี้ไหม

และไม่ว่าคุณจะเป็นศิษย์วัยเรียน ศิษย์เก่า คนทำงาน หรือผู้ปกครอง สิ่งที่ทำได้เสมอคือ “ขอบคุณให้ทัน” เพราะบางครั้งครูไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การรู้ว่าศิษย์ที่เคยสอน… ใช้ชีวิตได้ดีจริงๆ

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา