สรุปข่าวให้ชัด: “คำขวัญวันครู 2569” มาแล้ว พร้อมเดินหน้าจัดงานวันครูครั้งที่ 70
บ้านกีฬาเก็บประเด็นมาให้ครบแบบไม่ให้หลุดแม้แต่จุดเดียว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบ คำขวัญวันครู 2569 เนื่องในโอกาส วันครูแห่งชาติ 2569 (ครั้งที่ 70) ว่า “คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู”
ช่วงเช้าก่อนประชุม ครม. ยังมีการรับมอบดอกกล้วยไม้เพื่อประชาสัมพันธ์งานวันครู โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานเลขาธิการ คุรุสภา รวมถึงผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและนักเรียนเข้าร่วมด้วย
“คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู” ทำไมคำสั้นๆ นี้ถึงแทงใจ และทำให้สังคมหยุดฟัง
คำขวัญปีนี้ไม่ได้มาแนวหวานๆ แต่เป็นประโยคที่ “เปิดภาพใหญ่” ของประเทศทันที เพราะมันย้ำว่า “ครู” ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน
ครูคือคนที่เคยหยิบมือเราให้เขียนตัวอักษรครั้งแรก
ครูคือคนที่เคยห้ามเราในวันที่จะพลาด
ครูคือคนที่เคยให้โอกาสเราในวันที่เราไม่มั่นใจ
และในโลกจริง “ครู” อาจเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า รุ่นพี่ หัวหน้างาน หรือใครสักคนที่สอนให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น
ประโยคนี้จึงพาให้วันครูไม่ใช่เรื่องของวงการศึกษาอย่างเดียว แต่เป็น “วัฒนธรรมของการรู้คุณ” ที่คนทั้งประเทศเข้าถึงได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกปี วันครูถึงกลับมาเป็นวันที่คนไทยจำนวนมากอยาก “หยุดเพื่อระลึกถึง” แม้ไม่ได้เป็นนักเรียนแล้วก็ตาม

วันครู 16 มกราคม มีที่มาอย่างไร ทำไมทั้งประเทศยึดวันนี้เป็นหลัก
วันครูแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี
เหตุผลที่ยึดวันที่ 16 มกราคม ถูกอธิบายไว้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการประกาศพระราชบัญญัติครูในอดีต และเริ่มมีการจัดวันครูครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา
พูดให้เห็นภาพง่ายๆ: วันครูไม่ใช่วันหยุดเพื่อความบันเทิง แต่เป็น “วันสถาปนาความหมายของวิชาชีพครู” ที่สังคมไทยตั้งใจให้มีพื้นที่ยืนอยู่ในปฏิทินอย่างสง่างามทุกปี
งานวันครูครั้งที่ 70 จัดที่ไหน ธีมอะไร และตั้งใจทำเพื่อใคร
สำหรับปี 2569 งาน งานวันครู ครั้งที่ 70 จะจัดวันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และมีหน่วยจัดงานทั่วประเทศ
เป้าหมายของงานปีนี้ถูกวางไว้หลายชั้น และถือว่า “ครบวงจร” ตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับโรงเรียน ได้แก่
- เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
- ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ทำคุณงามความดี/ทำประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้ประจักษ์ต่อสาธารณชน
- รณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ระลึกถึงพระคุณครู เห็นความสำคัญของครูและวิชาชีพทางการศึกษา และเข้าร่วมกิจกรรมวันครู
อีกจุดที่น่าสนใจคือรูปแบบการจัดงาน “ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค” และมีแนวทางผสมผสาน onsite/online เพื่อให้คนเข้าถึงได้กว้างขึ้น โดยสื่อของกระทรวงศึกษาธิการระบุถึงกำหนดการส่วนกลางที่เชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีในช่วงเช้าด้วย
คุรุสภาคืออะไร ทำไมชื่อองค์กรนี้ถึงอยู่กลาง “เรื่องวันครู” ทุกปี
หลายคนได้ยินคำว่า คุรุสภา บ่อยมากในเดือนมกราคม แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้บทบาทจริงๆ
สาระสำคัญคือ คุรุสภาเป็นองค์กรวิชาชีพด้านการศึกษา มีอำนาจหน้าที่สำคัญ เช่น
- กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ
- ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- กำกับ ดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
- ส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครู
พูดแบบบ้านกีฬา: ถ้า “สนามฟุตบอล” ต้องมีกรรมการและกติกา วงการครูก็ต้องมี “มาตรฐานและจรรยาบรรณ” เพื่อให้คนที่ยืนหน้าห้องเรียนเป็นมืออาชีพ และระบบนี้เองที่ทำให้คำว่า “ครู” มีความหมายมากกว่าอาชีพ แต่เป็นวิชาชีพที่สังคมไว้วางใจ
และในเชิงปฏิบัติ คุรุสภายังเกี่ยวข้องกับใบอนุญาตต่างๆ เช่น “ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู” ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่คุรุสภาออกให้ตามเงื่อนไขที่กำหนด (เช่น สำเร็จหลักสูตรที่รับรองแต่ยังไม่ผ่านการทดสอบ/ประเมินสมรรถนะครบถ้วน)

ทำไม “ดอกกล้วยไม้” ถึงเป็นดอกไม้ประจำวันครู และมันสื่ออะไรถึงคนเป็นครู
ประเด็นนี้คนไทยชอบมาก เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ “มีความหมาย”
ข้อมูลระบุว่า คณะกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2539 มีมติกำหนดให้ ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้ประจำวันครู เพราะธรรมชาติของกล้วยไม้ต้องใช้เวลาและการดูแลเอาใจใส่กว่าจะผลิดอก เช่นเดียวกับครูที่ต้องใช้เวลาอบรมสั่งสอนศิษย์ให้เติบโตและงอกงามในชีวิต
ดังนั้นการมอบดอกกล้วยไม้ในช่วงประชาสัมพันธ์งานวันครู จึงไม่ใช่พิธีการลอยๆ แต่มันคือ “ภาษาสัญลักษณ์” ที่สังคมใช้บอกครูว่า การดูแลเด็กคนหนึ่งให้เบ่งบาน… มันยิ่งใหญ่ และควรถูกมองเห็น
อยากร่วมวันครูให้ “ได้ความหมาย” ทำอะไรได้บ้าง แม้ไม่ได้อยู่ในรั้วโรงเรียนแล้ว
วันครูไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แต่อยากให้ “จริง” และ “อยู่ในใจครู” ลองทำได้หลายแบบ
- ส่งข้อความสั้นๆ ไปหาอาจารย์เก่า: บอก 1 เรื่องที่ครูเคยสอนแล้วเราเอามาใช้ได้จริง
- ถ้ามีโอกาสไหว้ครู/ร่วมกิจกรรม: ตั้งใจฟัง ไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูป
- ถ้าเป็นผู้ปกครอง: ชวนลูกเล่าว่าวันนี้ครูสอนอะไร และขอบคุณครูต่อหน้าลูกให้เห็นเป็นตัวอย่าง
- ถ้าเป็นองค์กร/ชุมชน: สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ให้โรงเรียนใกล้บ้าน เพราะครูทำงานง่ายขึ้นเมื่อสังคมช่วยกัน
แก่นของวันครูคือ “การย้ำคุณค่าการศึกษา” และการยอมรับว่า คนคนหนึ่งจะยืนได้ด้วยตัวเอง มักมีครูอยู่ข้างหลังเสมอ
อีกซีนที่เกิดขึ้นวันเดียวกัน: นายกฯ ชม OTOP–ผ้าไทย “เศรษฐกิจฐานราก” ที่โตได้เพราะคนและความรู้
นอกจากประเด็นวันครู ยังมีรายงานว่า ก่อนประชุม ครม. นายอนุทินเยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จการขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ผ้าไทยในโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ตัวเลขที่ถูกหยิบมาเล่าในนิทรรศการค่อนข้างชัดและสะท้อน “การทำงานเป็นระบบ” ครบต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ เช่น
- ช่วงปี 2567–2568 มีการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรวมกว่า 9,000 คน (เน้นทักษะดิจิทัล/การตลาดออนไลน์ และการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่)
- เชื่อมโยงองค์ความรู้/นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการตลาด รวมกว่า 8,000 ผลิตภัณฑ์ ผ่านโครงการหลากหลาย (เช่น OTOP Premium, Young OTOP, Young Designer ฯลฯ)
- ยอดจำหน่ายออนไลน์มากกว่า 17,727 ล้านบาท และมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลิตภัณฑ์ชุมชนรวมกว่า 315,193 ล้านบาท
ทำไมบ้านกีฬาถึงหยิบมาเล่าคู่กับวันครู? เพราะมันสะท้อนแก่นเดียวกันแบบไม่ต้องฝืน: “ความรู้” ทำให้ชุมชนขายของได้ดีขึ้น เหมือนที่ “ครู” ทำให้เด็กคนหนึ่งมีอนาคตที่ชัดขึ้น และเมื่อความรู้ไหลไปถึงฐานรากได้จริง เศรษฐกิจก็มีแรงยืนด้วยตัวเองมากขึ้น

สรุปแบบบ้านกีฬา: วันครูปีนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ครู แต่พูดถึง “ประเทศที่โตด้วยการให้คุณค่าแก่ผู้สอน”
คำขวัญ “คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู” คือประโยคที่ชวนสังคมหันกลับมามองว่า เราโตมาได้เพราะใคร และเราจะช่วยให้ “ครูยุคนี้” ทำหน้าที่ได้ดีขึ้นอย่างไร
พร้อมกันนั้น งานวันครูครั้งที่ 70 ที่หอประชุมคุรุสภา ก็เป็นหมุดหมายสำคัญของปี 2569 ที่ย้ำความหมายของวิชาชีพครูในระดับชาติ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

