BTS คัมแบ็กเวิลด์ทัวร์ 2026–2027 ระเบิดโลก K-pop อีกครั้ง ARMY ไทยเตรียมตัวให้พร้อม!

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

BTS กลับมาทวงบัลลังก์ K-pop หลังพักวงเกือบ 4 ปี

หลังจากพักกิจกรรมวงตั้งแต่ปี 2022 เพื่อโฟกัสงานเดี่ยวและเข้ารับราชการทหารครบทั้ง 7 คน ตอนนี้ BTS กำลังจะกลับมาในแบบ “จัดหนักสุดในชีวิต” ทั้งอัลบั้มใหม่และเวิลด์ทัวร์โคตรใหญ่ที่คิวแน่นยาวข้ามปี 2026 ไปจนถึงมีนาคม 2027

อัลบั้มเต็มชุดใหม่ของ BTS มีกำหนดปล่อยวันที่ 20 มีนาคม 2026 ถือเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกในรอบเกือบ 4 ปี นับจาก “Proof” ที่เคยเป็นอัลบั้มขายดีที่สุดของเกาหลีในปี 2022 และรอบนี้ HYBE ถึงกับนิยามคัมแบ็กครั้งนี้ว่าเป็น “การกลับมาครั้งทศวรรษ” เพราะทุกอย่างเดิมพันสูงสุด ทั้งชื่อเสียง ศรัทธาของแฟนเพลง และอนาคตของอุตสาหกรรม K-pop ทั้งระบบ

ที่สำคัญคือ เวิลด์ทัวร์ “BTS World Tour 2026–2027” ครั้งนี้ถูกวางให้เป็นทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดของวง

  • รวม 79 โชว์
  • ครอบคลุม 34 เมือง 23 ประเทศ
  • วิ่งยาวจาก 9 เมษายน 2026 (กอยาง – เกาหลีใต้) ไปจนถึง 14 มีนาคม 2027 (มะนิลา – ฟิลิปปินส์)

และข่าวดีสำหรับแฟนไทย – มีคิวกรุงเทพฯ เดือนธันวาคม 2026 เรียบร้อยในตารางแล้ว เรียกได้ว่า ARMY ไทยต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะศึกชิงบัตรครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับเกมระดับโลกของจริง

เส้นทางจากวงน้องใหม่สู่ “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจเกาหลี

BTS เดบิวต์ในปี 2013 จากค่ายเล็กในตอนนั้นอย่าง Big Hit ก่อนจะไต่จากวงที่หลายคนมองข้าม กลายเป็น “หน้าแทนประเทศ” ทั้งในแง่ดนตรี วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ

ไม่ใช่แค่เพลงดังติดชาร์ต แต่หลายสำนักวิจัยเคยประเมินแล้วว่า “BTS Effect” สร้างเม็ดเงินให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์ ทั้งจากคอนเสิร์ต การท่องเที่ยว สินค้า และแบรนด์ที่ร่วมงานกับพวกเขา

ตัวเลขบางช่วงเคยประเมินว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก BTS แตะระดับ กว่า 5.5 ล้านล้านวอนต่อปี หรือราวๆ 0.3–0.5% ของ GDP เกาหลีใต้ ซึ่งเทียบชั้นกับบริษัทใหญ่ระดับสายการบินแห่งชาติได้เลย และยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในแรงหลักที่ดันกระแส Hallyu หรือคลื่นเกาหลีไปทั่วโลก

พอพักวงไปเกือบ 4 ปี ทั้งตลาดหุ้น HYBE และความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมก็สวิงตาม พอประกาศทัวร์และอัลบั้มใหม่ คราวนี้นักวิเคราะห์หลายเจ้าประเมินว่า ทัวร์รอบใหม่มีสิทธิ์โกยรายได้รวม (บัตร + สินค้า + สตรีมมิง + ลิขสิทธิ์) แตะระดับกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าทุกอย่างเดินเกมตามแผน

ตารางเวิลด์ทัวร์ BTS World Tour 2026–2027 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ทัวร์รอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะจัดเต็มตั้งแต่คอนเซ็ปต์เวทีไปจนถึงจำนวนเมืองและภาคพื้นทวีป

จุดเด่นของทัวร์

  • ใช้ เวที 360 องศาแบบ in-the-round เพิ่มจำนวนที่นั่งในทุกสนาม เปิดโอกาสให้แฟนได้ใกล้ชิดทุกมุม
  • กระจายทัวร์ไปทั่ว เอเชีย, ยุโรป, อเมริกาเหนือ–ใต้, และโอเชียเนีย พร้อมประกาศว่าจะเพิ่มเมืองในญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง และประเทศอื่นๆ เพิ่มอีกในปี 2027

ไทม์ไลน์คร่าวๆ ที่แฟนๆ ควรรู้ (อิงจากตารางที่ประกาศแล้ว)

  • เมษายน 2026 เปิดหัวที่กอยาง เกาหลีใต้ ก่อนบินไปโตเกียว และเริ่มทัวร์ฝั่งอเมริกา
  • มิถุนายน–กรกฎาคม 2026 บุกยุโรป – มาดริด, บรัสเซลส์, ลอนดอน, มิวนิก, ปารีส
  • สิงหาคม–กันยายน 2026 ไล่ยาวสนามใหญ่ในสหรัฐ–แคนาดา ตั้งแต่ East Rutherford, Toronto, Chicago ไปจนถึง LA
  • ตุลาคม–พฤศจิกายน 2026 ละตินอเมริกาเต็มๆ ทั้งโคลอมเบีย เปรู ชิลี อาร์เจนตินา บราซิล
  • ธันวาคม 2026 กลับเอเชีย – ไต้หวัน, กรุงเทพฯ, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย
  • กุมภาพันธ์–มีนาคม 2027 ปิดทัวร์ที่ออสเตรเลีย ฮ่องกง และมะนิลา ฟิลิปปินส์

สำหรับแฟนไทย จุดโฟกัสสำคัญคือ กรุงเทพฯ ช่วงต้น–กลางธันวาคม 2026 บอกได้คำเดียวว่า ถ้าพลาดรอบนี้ ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปี

อัลบั้มใหม่ของ BTS: จากนักเรียนฝึกหัดสู่ศิลปินวัย 30 ที่โตเต็มตัว

อัลบั้มที่จะปล่อยเดือนมีนาคม 2026 ถือเป็นหมุดหมายใหญ่ของ BTS อีกครั้ง เพราะนี่คือการกลับมาในวัย “สามสิบต้นๆ” ของสมาชิกส่วนใหญ่ จากเดิมที่หลายคนรู้จักในภาพไอดอลวัยรุ่น ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนสถานะเป็น “ศิลปินเต็มตัว” มากขึ้น ทั้งในพาร์ตการแต่งเพลง โปรดิวซ์ และการเล่าเรื่องชีวิตผ่านดนตรี

สิ่งที่แฟนๆ คาดหวังจากอัลบั้มชุดนี้

  • เสียงและสไตล์ที่โตขึ้น สะท้อนประสบการณ์ชีวิตทั้งจากการทำงานเดี่ยวและช่วงเวลารับใช้ชาติ
  • การผสมผสาน ฮิปฮอป, ป๊อป, R&B และดนตรีทดลอง ในแบบที่ BTS ชอบผลักขอบเขตอยู่แล้ว
  • เนื้อหาที่พูดถึงตัวตน ความกดดัน ความคาดหวัง และคำถามว่า “ชีวิตหลังความสำเร็จระดับโลก” จะเดินต่อไปยังไง

สมาชิกแต่ละคนมีผลงานเดี่ยวที่พิสูจน์ฝีมือไปแล้ว ทั้งอัลบั้มโซโล ทัวร์เดี่ยว รายการวาไรตี้ และงานร่วมกับศิลปินสายอินดี้–สายเมนสตรีมทั่วโลก พอเอาทุกประสบการณ์มารวมกัน แฟนๆ เลยคาดหวังอย่างยิ่งว่าอัลบั้มวงชุดนี้จะเป็น “งานรวมพลัง” ที่โหดที่สุดอัลบั้มหนึ่งของ BTS

ทำไม BTS ยังยืนหนึ่งเรื่องพลังแฟน แม้อยู่ห่างเวทีไปหลายปี

ปกติศิลปินพักวงนานๆ กระแสก็ดร็อป เป็นเรื่องปกติของวงการ แต่กับ BTS ภาพกลับออกมาตรงกันข้าม – แม้อยู่ในช่วง hiatus แต่ชื่อของพวกเขายังท็อปชาร์ตการพูดถึง ทั้งบนโซเชียลและในงานวิชาการที่ศึกษาเรื่องวัฒนธรรม K-pop

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BTS ยัง “แน่น” เสมอ

  1. ฐานแฟน ARMY ที่แข็งแรงทั่วโลก
    แฟนไม่ได้แค่ชอบเพลง แต่ร่วมสร้างคอนเทนต์ แคมเปญ และโปรเจกต์การกุศลเอง สร้างความรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่แค่แฟนด้อม แต่คือคอมมูนิตี้ระดับโลก”
  2. โซเชียลมีเดียที่สื่อสารแบบคนจริง ไม่ใช่ภาพวาดสวยๆ
    ตั้งแต่ยุคแรก BTS ใช้ Youtube, Twitter, VLive, Weverse เป็นพื้นที่บันทึกชีวิต ทั้งช่วงซ้อม ช่วงเหนื่อย ช่วงเล่นมุก ทำให้แฟนรู้สึกใกล้ชิดเหมือนเพื่อน ไม่ใช่ดาราที่อยู่บนหิ้ง
  3. เนื้อหาที่เล่าเรื่องวัยรุ่น ความฝัน ความกดดันแบบตรงๆ
    เพลงอย่าง “Run”, “I Need U”, “Spring Day”, “MA Boyz” ไล่มาถึง “Dynamite” และ “Butter” สร้างภาพของวงที่กล้าพูดเรื่องมุมมืดของระบบการศึกษา ความกดดันจากครอบครัว ไปจนถึงการรักตัวเองและยอมรับตัวเอง
  4. แฟนโตขึ้นพร้อมวง
    ตอนที่ BTS เดบิวต์ แฟนวัยมัธยมจำนวนมาก ตอนนี้กลายเป็นวัยทำงาน มีรายได้มากขึ้น จ่ายบัตรคอนเสิร์ตราคาสูงได้ เดินทางไปตามทัวร์ต่างประเทศได้ นี่คือเหตุผลที่หลายสำนักถึงบอกว่า “ต่อให้มีวงใหม่มาทำลายสถิติชาร์ต แต่เรื่องขายบัตรคอนเสิร์ตแบบทั่วโลก ยังไม่มีใครสู้ BTS”

BTS กับมิติทางเศรษฐกิจ–วัฒนธรรม: ไม่ใช่แค่ไอดอล แต่คือ “แบรนด์ชาติ”

งานวิจัยหลายชิ้นเคยชี้ชัดว่า BTS เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ Soft Power เกาหลีใต้ ทั้งการดันยอดขายสินค้า K-beauty, แฟชั่น, อาหาร, ไปจนถึงการท่องเที่ยว และแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกหันมาเรียนภาษาเกาหลีมากขึ้น

ไฮไลต์ที่มักถูกหยิบมาพูดเสมอ

  • คอนเสิร์ตใหญ่ของ BTS เคยสร้างเม็ดเงินระดับหลายแสนล้านวอนให้กับเมืองเจ้าภาพในไม่กี่วัน ทั้งจากโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และการจับจ่ายอื่นๆ
  • การขึ้นอันดับ 1 Billboard Hot 100 ด้วยเพลง “Dynamite” ถูกประเมินว่ามีผลทางเศรษฐกิจถึงระดับ 1.7 ล้านล้านวอน ในช่วงโควิด เพราะช่วยดันการบริโภคสื่อเกาหลีในตลาดโลก

สำหรับประเทศไทยเอง การที่ BTS เลือกกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในสเตเดียมคีย์ของเอเชีย ย่อมหมายถึงเม็ดเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะบินตามมาดูคอนเสิร์ต ไหนจะแฟนไทยที่จองโรงแรมใกล้สนาม กิน เที่ยว ช็อปกันเต็มที่ งานนี้ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือ “อีเวนต์เศรษฐกิจ” ชัดๆ

คู่มือ ARMY ไทย: เตรียมตัวสู้ศึกจองบัตรคอนเสิร์ต BTS

ใครที่เคยผ่านสงครามจองบัตรคอน Taylor Swift หรือ BLACKPINK น่าจะรู้ดีว่า “ศึก BTS” ไม่ใช่ของเล่น และรอบนี้คือคัมแบ็กหลังพักวง 4 ปี แปลว่าคู่แข่งแย่งบัตรจะดุเป็นพิเศษ

ทริคเบื้องต้นที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอด

  1. สมัครสมาชิกแฟนคลับ/แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องให้ครบ
    • ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Weverse, HYBE, ผู้จัดไทย
    • บางครั้งอาจมีสิทธิ์ pre-sale สำหรับสมาชิกบางระดับ
  2. เตรียมอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตให้พร้อม
    • ใช้คอมพิวเตอร์ที่เสถียร อินเทอร์เน็ตสายหรือไฟเบอร์
    • ล็อกอินและผูกบัตร/ช่องทางจ่ายเงินล่วงหน้า
  3. วางแผนงบประมาณอย่างมีสติ
    • ราคาบัตรสเตเดียมระดับ BTS มักไม่เบา แถมยังมีแถวหลายโซน
    • คิดเผื่องบเดินทาง ที่พัก และสินค้า (Official Merch) ไว้ด้วย
  4. เช็กวัน–เวลาเปิดขายให้เป๊ะ อย่าผิดโซนเวลา
    • หลายครั้งแฟนต่างประเทศเคยพลาดเพราะคิดเวลาผิด
    • แนะนำให้ตั้งเตือนในมือถือ 2–3 รอบ ก่อนเวลาเปิดขายจริง
  5. เล่นเป็นทีม – หา “สควอดจองบัตร”
    • แบ่งหน้าที่กันจองหลายโซน เพิ่มโอกาสได้ที่นั่ง
    • ตกลงล่วงหน้าว่าใครเอาโซนไหน และงบเท่าไหร่

การจองบัตรครั้งนี้อาจเหนื่อยหน่อย แต่สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นโอกาสแรกในรอบ 7 ปีที่จะได้เห็น BTS ครบ 7 คนบนเวทีเดียวกันอีกครั้ง

ทำไม “BTS” จะยังเป็นคีย์เวิร์ดใหญ่ของโลกบันเทิงไปอีกนาน

ในมุมของวงการบันเทิงระดับโลก BTS ไม่ได้เป็นแค่ “บอยแบนด์เกาหลี” แต่คือเคสตัวอย่างของ

  • การใช้ โซเชียลมีเดีย สร้างแฟนทั่วโลกแบบไม่ต้องพึ่งแต่สื่อกระแสหลัก
  • การออกแบบ คอนเทนต์–แบรนด์–เศรษฐกิจ ให้เดินไปพร้อมกัน
  • การสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม ที่เชื่อมเพลง แฟชั่น ซีรีส์ ภาษา และไลฟ์สไตล์เข้าหาแฟน

แม้ตอนนี้จะมีวงรุ่นน้องอย่าง SEVENTEEN, Stray Kids, NewJeans หรือเกิร์ลกรุ๊ปเจเนอเรชันใหม่ที่ขึ้นมาทำลายหลายสถิติแล้ว แต่ในเชิง “สัญลักษณ์” BTS ยังคงเป็นเสาหลักของคำว่า K-pop ในสายตาคนดูทั่วไปทั่วโลก

และการคัมแบ็กในปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่การกลับมาของวงหนึ่งวง แต่มันคือสัญญาณว่า ยุคใหม่ของ K-pop กำลังจะเริ่มต้น โดยมี BTS ทำหน้าที่เหมือน “เครื่องยนต์หลัก” ที่ช่วยรีเซ็ตความเชื่อมั่นทั้งในตลาดแฟนเพลง และในสายตานักลงทุนทั่วโลก

สรุป: ปี 2026 คือปีที่โลกทั้งใบต้องหันกลับมามอง BTS อีกครั้ง

เมื่อมองภาพรวมทั้ง

  • อัลบั้มใหม่
  • เวิลด์ทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุด
  • พลังแฟน ARMY ที่ยังโคตรเหนียวแน่น
  • และน้ำหนักทางเศรษฐกิจ–วัฒนธรรมที่ BTS แบกไว้

ไม่เกินเลยที่จะบอกว่า “ปี 2026 คือปีของ BTS” อย่างแท้จริง แฟนไทยเองก็ไม่ได้เป็นแค่ผู้ชมไกลๆ แต่มีคิวคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ อยู่ในตารางชัดเจน ใครที่เคยเติบโตมากับเพลงของพวกเขา ตั้งแต่ยุค “I Need U” จนถึง “Dynamite” และ “Butter” นี่แหละคือช่วงเวลาทบทวนว่า เราเดินมาถึงจุดนี้กับ BTS ได้ยังไง และจะเก็บ “อีกหนึ่งความทรงจำ” ร่วมกันในสเตเดียมไทยยังไงให้มันที่สุดในชีวิต

แฟนเพลง K-pop ไม่ว่าจะเป็น ARMY รุ่นเก๋า หรือสายดูบอล บ้านกีฬา ที่เพิ่งจะเริ่มอินกับโลก K-pop การกลับมาของ BTS ครั้งนี้คือโมเมนต์ระดับประวัติศาสตร์ที่ควรจับตา เพราะมันจะไม่เปลี่ยนแค่ชาร์ตเพลง แต่จะเขย่าทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และตลาดบันเทิงโลกในอีกหลายปีข้างหน้าแน่นอน

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวทั้งโลกกีฬา และโลก K-pop ที่กำลังเดือดไปพร้อมกัน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา