บ้านกีฬา ขอบอกตรง ๆ นี่ไม่ใช่เกมที่แค่กดคอมโบให้มันส์แล้วจบ เพราะ Arknights: Endfield ตั้งใจพาคุณกระโดดจากโลกเดิมของ Arknights ไปสู่สนามใหม่ที่ใหญ่กว่า ดิบกว่า และซับซ้อนกว่าเดิมแบบคนละมิติ ด้วยแกนหลัก 3 อย่างที่ผูกกันแน่น ๆ คือ การต่อสู้แบบทีมเรียลไทม์ การสำรวจดาวเคราะห์ และระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติระดับโรงงาน ที่ทำให้ทุกการตัดสินใจของคุณ “มีผล” กับการอยู่รอดของมนุษยชาติบนดาวดวงนี้จริง ๆ
ที่สำคัญ เกมประกาศชัดว่าจะลง PS5 วันที่ วันวางจำหน่าย 22 มกราคม 2026 (อ้างอิงตามเวลา UTC) และเป็นเกมเล่นฟรีด้วย
วันวางจำหน่าย แพลตฟอร์ม และเงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนกระโดดลงสนาม
สิ่งที่แฟนเกมถามกันเยอะสุดคือ “ลงวันไหน เล่นได้ที่ไหน ต้องสมัครอะไรเพิ่มไหม” สรุปให้แน่น ๆ แบบไม่ต้องเดา
- เกมเปิดตัวบน PS5 วันที่ 22 มกราคม 2026 (ตามเวลา UTC)
- เป็นเกม ฟรี-to-play แต่ต้องต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่น
- บน PS5 ไม่จำเป็นต้องมีสมาชิก PlayStation Plus ก็เล่นได้ (จุดนี้ถือว่าใจถึงมากสำหรับสายคอนโซล)
- มีแพ็ก พรีออเดอร์บันเดิล ใน PlayStation Store ที่ให้ไอเทมเริ่มต้นหลายรายการ เช่น Basic HH Permit, T-Creds, Combat Record และไอเทมเสริมอื่น ๆ
พูดง่าย ๆ คือ ใครมี PS5 พร้อมเน็ต ก็เตรียมโหลดแล้วลุยได้เลย ไม่ต้องรอสมาชิกออนไลน์มาเป็นกำแพงขวางเกมเมอร์

Talos-II ดาวสวยแต่โหด – พื้นที่ที่อารยธรรมต้อง “ขยายด้วยเลือด” ไม่ใช่แค่ธงปักแผนที่
ฉากหลักของ Endfield คือดาว Talos-II โลกที่ “สวยแบบหลอกให้ตายใจ” เพราะมันเต็มไปด้วยธรรมชาติสุดอลังการ แต่ในเวลาเดียวกันก็อัดแน่นด้วยอันตรายที่ฝังจากอดีตและภัยใหม่ที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ
เรื่องราวเล่าว่าเมื่อราว 150 ปีก่อน มนุษย์กลุ่มบุกเบิกเคยผ่านสงครามและหายนะเพื่อสร้าง “เขตอารยะ” ขึ้นมาได้สำเร็จ แต่พ้นจากแนวเขตนั้นไปคือแดนเถื่อนกว้างสุดสายตา ยังไม่ถูกอ้างสิทธิ์ ยังไม่ถูกสำรวจ และยังมี “เงา” ของภัยพิบัติเดิมหลงเหลืออยู่
และนี่คือจุดที่คุณเข้ามาในบทบาท Endministrator ผู้นำทีม Operators เพื่อปกป้อง ขยาย และนิยาม “ขอบเขตของความศิวิไลซ์” ใหม่อีกครั้งบนดาวดวงนี้

ตัวตนของผู้เล่น – Endministrator คือผู้นำสนามรบ และเป็นผู้จัดการระบบหลังบ้านในคนเดียว
Endfield ไม่ได้วางคุณเป็นฮีโร่เดี่ยวที่ถือดาบเดินไล่ฟันทุกอย่างให้จบ แต่ให้คุณเป็นคนคุมเกมทั้งหน้าและหลังฉาก
- หน้าเกมคือการพาทีม Operators ออกสำรวจและสู้แบบเรียลไทม์
- หลังเกมคือการตั้งระบบอุตสาหกรรม ผลิตทรัพยากร วางโครงสร้าง และทำให้ “เขตอารยะ” ขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม
แก่นนี้แหละที่ทำให้ Endfield ให้ความรู้สึกเหมือนเกมแอ็กชันผสมการบริหารจัดการแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ฐานบ้านให้ตั้งไว้สวย ๆ

ระบบต่อสู้ – เร็ว ดุดัน แต่ต้องคิดเป็น เพราะเกมให้รางวัลกับคนอ่านเกมออก
ใครอยากได้เกมบู๊อนิเมะมัน ๆ บอกเลยว่ามี แต่ Endfield ไม่ได้หยุดอยู่ที่ “กดไว” เพราะมันถูกออกแบบให้เป็น เกมแอ็กชัน RPG ที่เน้นความเป็นกลยุทธ์ในจังหวะเรียลไทม์อย่างแท้จริง
โครงสร้างหลักคือสู้พร้อมกันได้สูงสุด 4 Operators ในสนามเดียว และคุณสลับควบคุมตัวละครได้ตลอดเวลา ทำให้การจัดทีมและการสลับจังหวะกลายเป็นหัวใจของเกมเพลย์
ระบบการโจมตีไม่ได้มีแค่ “ตีธรรมดา” แต่จะพาไหลไปสู่ท่าต่อเนื่องที่สร้างผลกระทบกับศัตรู โดยมีชั้นเชิงสำคัญคือ
- โจมตีพื้นฐานเพื่อเชื่อมไปสู่ “Strikes”
- Strikes จะสร้างค่า Stagger และช่วยฟื้น SP
- เมื่อ Stagger ของศัตรูเต็ม จะเข้าสู่สถานะล้มเหลว เปิดหน้าต่างให้คุณกด Execution ใส่แบบหนัก ๆ พร้อมรี SP เพิ่มอีก
นี่คือระบบที่บังคับให้คุณ “อ่านหลอด อ่านจังหวะ” มากกว่ากดมั่ว เพราะ Execution ไม่ใช่ของแจกฟรี มันคือรางวัลของคนที่สร้างเงื่อนไขได้ถูกต้อง

SP สกิล อัลติ และคอมโบ – เกมไม่ได้ให้คุณชนะด้วยรีเฟล็กซ์ แต่ชนะด้วยการวางหมาก
จุดที่ทำให้ Endfield กลายเป็นเกมสายวางแผน คือ SP และสกิลของแต่ละ Operator ที่มีบทบาทต่างกันชัดเจน สกิลใช้ SP เป็นเชื้อเพลิง และมีเอฟเฟกต์เฉพาะทางทั้งเชิงบุก เชิงคุมจังหวะ และเชิงซัพพอร์ต
นอกจากนี้ยังมีอัลติเมตสำหรับจังหวะพลิกเกม และยังมีระบบคอมโบสกิลที่เกิดได้เมื่ออยู่ในเงื่อนไขเหมาะสม ซึ่งจะให้รางวัลกับคนที่ยืนตำแหน่งดี จัดจังหวะถูก และสลับตัวได้แม่น
สรุปสั้น ๆ แบบบ้านกีฬา – เกมนี้คุณจะ “มันส์” ได้จริงต่อเมื่อคุณ “คิด” ไปพร้อมกับการบู๊ ไม่ใช่เล่นให้เร็วอย่างเดียว

ไม่ใช่แค่สู้ – ระบบโรงงาน AIC คือกระดูกสันหลังของการอยู่รอด
นี่คือสิ่งที่ Endfield แตกต่างจากเกมแอ็กชันทั่วไปแบบชัดที่สุด เพราะเกมมีระบบ Automated Industry Complex (AIC) ที่เชื่อมเกือบทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ในเชิงเกมเพลย์ คุณจะสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและสายการผลิตอัตโนมัติ เพื่อผลิตของจำเป็นหลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ และทรัพยากรสำคัญอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยอัปเกรดตัวละคร แต่ยังส่งผลต่อการสำรวจ การบริหารทรัพยากร และวิธีรับมือกับความท้าทายในสนามรบ
พูดให้ชัด – คุณจะรู้สึกว่า “ฐาน” ไม่ใช่ของประกอบฉาก แต่เป็นระบบที่ทำให้คุณไปต่อได้จริง

Blueprint – ทางลัดสำหรับคนอยากสร้างเร็ว แต่ยังอยากวางแผนให้คม
เพื่อไม่ให้ระบบโรงงานกลายเป็นกำแพงสำหรับมือใหม่ เกมมี Blueprint ช่วยให้สร้าง ย้าย คัดลอก รื้อถอน “ทั้งไลน์การผลิต” ได้ในการกดครั้งเดียว
และที่โหดคือคุณบันทึกเลย์เอาต์ของตัวเองไว้ได้ รวมถึงแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่นนำไปใช้ต่อได้ด้วย
ในอัปเดต/ข้อมูลฝั่งผู้พัฒนายังอธิบายแนวคิด Blueprints ในเชิง “ระบบ” ด้วยว่า มีทั้งแบบพื้นฐานไปจนถึงไลน์ซับซ้อน เพื่อช่วยเร่งการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ของ Talos-II
สำหรับสายชอบวางโรงงาน นี่คือของเล่นชั้นดี
สำหรับสายอยากสู้เร็ว ๆ นี่คือเครื่องมือที่ทำให้คุณ “ไม่ต้องเสียเวลา” แต่ยังได้ผลลัพธ์เชิงระบบเต็ม ๆ

เศรษฐกิจในเกม – ขยายพื้นที่ให้ฉลาด แล้วเส้นทางการค้าจะเกิดขึ้นเอง
Endfield ไม่ได้ให้คุณตั้งโรงงานแล้วจบ แต่เมื่อโซนอุตสาหกรรมขยาย ประสิทธิภาพจะเพิ่ม และเส้นทางการค้าจะเริ่มมีความหมาย โดยแต่ละภูมิภาคจะมีความถนัดการผลิตต่างกัน ทำให้ “สร้างที่ไหน” และ “สร้างแบบไหน” สำคัญพอ ๆ กับ “ผลิตอะไร”
นี่คือกลิ่นอายของเกมบริหารที่แทรกเข้ามาในเกมแอ็กชันแบบแนบเนียน และมันคือส่วนที่ทำให้เกมมีคุณค่าแบบเล่นยาว เพราะระบบมันชวนให้คุณลอง ปรับ แก้ และหาประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมเรื่อย ๆ

เนื้อเรื่องหลังเปิดเกม – Talos-II ยังไม่จบ และภัย “Corrosion” กำลังเริ่มขยับ
ตัวเกมย้ำชัดว่าเรื่องราวจะเดินหน้าไปหลังเปิดตัว โดยเหตุการณ์ใน Valley IV เป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่า “บางอย่าง” กำลังตื่นขึ้นตามขอบเขตของวงแหวนอารยะ ก่อนที่ภัย Corrosion จะเผยร่างเต็ม ๆ ผู้เล่นจะถูกดึงไปยัง Qingbo Stockade ชานเมือง Wuling จากเหตุการณ์ขาดการติดต่อของ Supreme Chief Tangtang ที่เคยพบและสนิทกันมาก่อน พร้อมรายงานการปรากฏตัวของ Bonekrushers ใกล้เคียง
และเกมบอกเป็นนัยว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อคุณก้าวเข้าไปสืบความจริง จะพบว่าความอันตรายลึกกว่าที่คิด และ Wuling อาจไม่รอดพ้นจาก “Blight Tide” ที่กำลังจะมา
ภาษาคนดูข่าวเกมแบบบ้านกีฬา – เนื้อเรื่องวางหมากไว้แล้วว่า “พื้นที่ใหม่ เพื่อนร่วมทางใหม่ และทางเลือกของคุณ” จะกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่อัปเดตมาขายสกินแล้วจบ

ฟีเจอร์บน PS5 – ไม่ได้แค่พอร์ตลง แต่เล่นให้รู้สึกต่าง
สำหรับสายคอนโซล จุดขายที่จับต้องได้คือการรองรับจอย DualSense แบบเต็มระบบ ทั้งแรงสั่นแบบละเอียด ทริกเกอร์แบบปรับแรง ตลอดจนลำโพงในจอยและเอฟเฟกต์แสง
นอกจากนี้ยังมี 3D Audio ช่วยยกระดับบรรยากาศของ Talos-II ให้มีมิติ และมี Activities integration สำหรับภารกิจเนื้อเรื่อง ช่วยให้กลับเข้าไปเล่นฉากสำคัญได้เร็วขึ้น
และนี่คือสาระสำคัญแบบเกมเมอร์ – เกมที่เน้นทั้งสำรวจ ต่อสู้ และจัดการระบบ ถ้าเสียงกับสัมผัสทำได้ดี มันจะทำให้ “โลก” ดูมีชีวิตขึ้นมาก ไม่ใช่แค่ฉากหลังสวย ๆ

ใครควรเล่น Endfield – และทำไมเกมแนวนี้ถึงมีพลังแบบเล่นยาว
ถ้าคุณเป็นคนที่
- ชอบเกมอนิเมะที่ภาพสวย แต่มองหาเกมเพลย์ที่มีความลึก
- ชอบระบบสู้ที่ต้องอ่านจังหวะ สลับทีม วางคอมโบ ไม่ใช่กดรัวแล้วผ่าน
- สนุกกับการสร้างฐาน วางระบบผลิตของ ปรับไลน์ให้มีประสิทธิภาพ
- อยากได้เกมที่มีทั้งความมันส์ระยะสั้นและความท้าทายระยะยาว
Endfield มีแนวโน้มจะเป็นเกมที่คุณ “ติด” ได้ง่าย เพราะมันมีลูปให้ไต่ระดับหลายชั้น ทั้งฝั่งทีมต่อสู้และฝั่งระบบอุตสาหกรรมที่พัฒนาต่อได้เรื่อย ๆ
ยิ่งถ้าคุณเป็นแฟนจักรวาล Arknights อยู่แล้ว นี่คือประตูบานใหม่ที่พาคุณไปเห็นโลกเดียวกันในมุมที่ “เล่นได้ด้วยมือ” มากขึ้น และมีมิติของการสำรวจและสร้างอารยธรรมเข้ามาเสริมเต็ม ๆ

สรุป – 22 มกราคมนี้ ใครพร้อมลุย Talos-II เตรียมสร้างเขตอารยะให้โลกจำ
ภาพรวมทั้งหมดทำให้ชัดว่า Arknights: Endfield ไม่ได้ขายคำว่าแอ็กชันอย่างเดียว แต่มันคือเกมที่ตั้งใจผูก “การสู้” เข้ากับ “การสร้าง” จนกลายเป็นการผจญภัยชิ้นเดียวกัน คุณไม่ได้แค่ชนะศัตรู แต่คุณกำลังขยายเส้นขอบของมนุษยชาติบนดาวเคราะห์ที่ไม่เคยปรานีใคร
วันที่ 22 มกราคม 2026 คือวันเปิดฉากบน PS5 และถ้าฟีเจอร์คอนโซลที่รองรับ DualSense แบบจัดเต็ม รวมถึงการเล่นฟรีและไม่บังคับ PS Plus ยังยืนตามข้อมูลที่ประกาศไว้ นี่คือหนึ่งในเกมน่าจับตาที่มีโอกาสระเบิดฐานแฟนบนคอนโซลได้จริง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

