เกมการเมืองไฟลุก แก้ไม่แก้หมวด 1-2 เท้งไม่ยกมือ อนุทินย้ำห้ามแตะตลอดกาล

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ศึกใหญ่บนหน้าการเมืองไทยวันนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขเสียง สส. หรือดีลตั้งรัฐบาล แต่ยังมีอีกหนึ่งสนามรบที่ดุเดือดไม่แพ้เกมชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก นั่นคือการถกเถียงเรื่อง รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการแตะหรือไม่แตะ หมวด 1 และ หมวด 2

จากเวทีดีเบต NATION ELECTION 2569 ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ถูกถามตรงๆ ว่าใครไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 แล้วเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ยกมือ ไปจนถึงคำประกาศจุดยืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ย้ำชัดว่า “ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2” ตลอดกาล สนามนี้เลยยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีกระดับ

บทความนี้ขอชวนอ่านแบบจัดเต็ม จัดหนัก สไตล์ “บ้านกีฬา” เหมือนนั่งวิเคราะห์เกมใหญ่ ว่าแท้จริงแล้วหมวด 1 หมวด 2 คืออะไร แก้ได้แค่ไหน เปลี่ยนระบอบได้หรือไม่ และประชาชนควรอ่านเกมการเมืองเรื่องนี้อย่างไรให้ไม่โดนปั่นง่ายๆ

หมวด 1 หมวด 2 คืออะไร ทำไมกลายเป็นสนามรบทางการเมือง

ถ้ารัฐธรรมนูญทั้งฉบับเปรียบเหมือน “กติกาฟุตบอล” ของทั้งประเทศ หมวด 1 คือบททั่วไปที่กำหนดโครงร่างใหญ่ของรัฐ ส่วน หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องพระมหากษัตริย์และพระราชอำนาจในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ

โดยสรุปจากข้อมูลอธิบายรัฐธรรมนูญ 2560 หลายแหล่ง หมวด 1 มีมาตรา 1 ถึง 5 วางหลักสำคัญ เช่น ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเดียว แบ่งแยกไม่ได้ การปกครองต้องเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน แต่ใช้อำนาจผ่านองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ส่วนหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เช่น สถานะในฐานะประมุขของรัฐ พระราชอำนาจด้านต่างๆ หลักความคุ้มกันของพระมหากษัตริย์ การสำเร็จราชการแทน การสืบราชสันตติวงศ์ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น องคมนตรี เป็นต้น

พูดง่ายๆ หมวด 1 หมวด 2 คือ “หัวใจหลัก” ที่กำหนดว่า ประเทศไทยเป็นแบบไหน มีระบอบอะไร ใครเป็นประมุข และกติกาใหญ่ๆ เรื่องสถาบันหลักของรัฐเป็นอย่างไร

เพราะฉะนั้น แค่ได้ยินคำว่า “จะแตะหมวด 1 หมวด 2 ไหม” ก็เหมือนโยนคำถามแรงๆ ลงไปกลางสนามการเมืองทันที

เนื้อหาในหมวด 1 – กรอบใหญ่ของประเทศที่ห้ามมองข้าม

หมวด 1 ชื่อว่า “บททั่วไป” แต่อย่าให้คำว่าทั่วไปหลอกได้ เพราะนี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญของประเทศ

ใจความหลักของหมวดนี้ ได้แก่

  • ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้
  • ประเทศไทยมี ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ใช้ผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นที่รัฐธรรมนูญกำหนด
  • รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายใดขัดหรือแย้ง ต้องใช้รัฐธรรมนูญเป็นหลัก

ถ้าเทียบเป็นเกมฟุตบอล หมวด 1 ก็คือบทที่บอกว่า “นี่คือเกมฟุตบอล 11 คนในสนามสี่เหลี่ยม ไม่ใช่ฟุตซอล ไม่ใช่บาสเกตบอล” ใครจะมาปรับให้เล่นแบบอื่นหรือเปลี่ยนชนิดกีฬาเลย ทำไม่ได้ตามกติกา

เนื้อหาในหมวด 2 – กรอบว่าด้วยพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย

หมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุสถานะของพระมหากษัตริย์ว่าเป็นประมุขของรัฐ มีกลไกกำกับการใช้อำนาจผ่านระบบรัฐธรรมนูญ เช่น การลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายที่ผ่านสภา การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด การแต่งตั้งองคมนตรี และหลักว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมือง เป็นต้น

หมวดนี้จึงเป็น “กรอบกติกา” ที่จัดวางความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ กับรัฐบาล รัฐสภา ศาล และองค์กรของรัฐอื่นๆ ให้เดินไปด้วยกันในระบอบประชาธิปไตย

การแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ทำได้แค่ไหน กติกาจริงในมาตรา 255 และ 256

เวลามีคนพูดเรื่อง การแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหมวด 1 หมวด 2 คนจำนวนมากมักเข้าใจว่า “แตะไม่ได้เลย” หรือ “ถ้าแตะคือเปลี่ยนระบอบ” แต่ถ้าเปิดรัฐธรรมนูญอ่านจริงๆ จะพบว่ากติกาซับซ้อนกว่านั้น

  1. ในหมวด 15 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 กำหนดชัดว่า ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐ
  2. มาตรา 256 วางขั้นตอนการแก้ไข เช่น ใครยื่นญัตติได้ วิธีลงมติของรัฐสภา และที่สำคัญที่สุดคือ วรรคที่เกี่ยวกับการแก้ไข หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งกำหนดว่า หากร่างแก้ไขเกี่ยวข้องกับหมวดเหล่านี้ ต้องจัดทำประชามติให้ประชาชนลงคะแนนเห็นชอบก่อนจึงเดินหน้าต่อไปได้

สรุปให้เข้าใจง่าย

  • แก้หมวด 1 หมวด 2 “ในเชิงถ้อยคำหรือรายละเอียด” ทำได้ตามตัวบท แต่
  • ห้ามแก้ในลักษณะที่ทำให้เปลี่ยนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนจากรัฐเดี่ยวเป็นอย่างอื่น
  • และหากจะแก้หมวด 1 หมวด 2 ต้องผ่านด่านประชามติจากประชาชนทั้งประเทศก่อน

นี่คือ “ล็อกสองชั้น” ที่ผูกอยู่กับทั้งรัฐสภาและประชาชน

ทำไมบางฝ่ายบอกว่า “ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2” เลย

ในทางการเมือง นักการเมืองบางกลุ่มเลือกวางจุดยืนชัดๆ ว่า “ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2” พร้อมผูกเรื่องนี้เข้ากับความมั่นคงของสถาบันและระบอบประเทศ

จุดยืนลักษณะนี้เคยถูกพูดถึงจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สว. หรือพรรคการเมืองสายอนุรักษนิยมที่ประกาศว่า จะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนหมวด 1 2 และไม่เห็นด้วยกับการแก้เพื่อให้นักการเมืองหลุดพ้นการตรวจสอบ

กรณีล่าสุดตามที่ผู้ใช้ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำจุดยืนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ไม่แตะเรื่องพระราชอำนาจ ไม่แตะประเด็นสถาบัน ส่วนเรื่องอื่นในรัฐธรรมนูญค่อยพูดคุยกันได้ ทั้งเรื่องที่มาของรัฐสภา ระบบรัฐมนตรี หรือการรับมือคอร์รัปชัน โดยเขาชี้ว่า พรรคภูมิใจไทยพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่หากมีแคมเปญอยากให้รัฐธรรมนูญมาจากประชาชน ก็พร้อมรับฟัง แต่ต้องยืนยันว่าหมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงอยู่

เขายังตอบคำถามเรื่องข่าวลือในโซเชียลที่กล่าวหาว่าพรรคจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ว่าไม่ใช่ตัวตั้งตัวตี และย้ำว่าจุดยืน “ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2” ถูกประกาศต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 2566 2569 และจะยืนระยะไปในอนาคต เท่าที่พรรคภูมิใจไทยยังอยู่ในระบบการเมือง

จุดยืนแบบนี้จึงเป็นเหมือน “คำมั่นแฟนบอล” ว่า ถ้าเลือกทีมนี้ เขาจะไม่ไปยุ่งกับหัวใจหลักของระบอบและสถาบัน แล้วค่อยไปถกเถียงเรื่องอื่นในรัฐธรรมนูญแทน

มุมมองอีกฝั่ง – แก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่เท่ากับล้มระบอบ?

อีกด้านหนึ่งก็มีนักการเมือง นักกฎหมาย และนักวิชาการจำนวนไม่น้อยที่ออกมาชี้ว่า การพูดว่า “แตะหมวด 1 หมวด 2 = ล้มล้างระบอบ” เป็นการเหมารวมเกินไป และไม่ตรงกับตัวบทกฎหมาย

จากบทวิเคราะห์ของกลุ่มนักนิติศาสตร์และภาคประชาสังคมหลายแห่ง ชี้ว่า มาตรา 255 ต่างหากที่เป็น “บทนิรันดร์” ที่ล็อกห้ามเปลี่ยนระบอบและรูปแบบของรัฐ โดยตัวมาตราไม่ได้บอกว่าหมวด 1 หมวด 2 แก้ไม่ได้ แต่บอกว่า “จะแก้ในแบบที่เปลี่ยนระบอบไม่ได้”

อีกทั้ง มาตรา 256 ยังเขียนชัดว่าการแก้หมวด 1 หมวด 2 ทำได้ แต่ต้องผ่านประชามติจากประชาชนก่อน ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ว่า ประเด็นสำคัญระดับแกนกลางของประเทศต้องให้ประชาชนทั้งประเทศช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ปล่อยให้การเมืองในสภาเป็นคนตัดสินเพียงลำพัง

ในเวทีดีเบต NATION ELECTION 2569 ตามที่ผู้ใช้เล่ามา นายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า

  • ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้วว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถทำได้ แต่ต้องมีประชามติรองรับก่อน
  • การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจึงไม่ใช่การ “ฉีกรัฐธรรมนูญ” แบบไม่มีหลักการ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องผ่านกติกาที่วางไว้เอง
  • เขายืนยันว่าพรรคของเขาไม่เคยคิดจะแก้เพื่อยกเว้นบทตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมือง และร่างแก้ไขที่เคยเสนอยังปิดช่องเหล่านี้ไว้แล้ว

ช่วงหนึ่งของดีเบต มีคำถามว่า “พรรคไหนไม่เห็นด้วยกับการแก้หมวด 1 หมวด 2” ซึ่งผู้สมัครจำนวนมากยกมือ แต่เขาไม่ยก จากนั้นจึงอธิบายว่า ไม่ว่าจะ “แก้รายมาตรา” หรือ “แก้ทั้งฉบับ” ก็ไม่มีทางไปเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ เพราะถูกล็อกไว้ในมาตรา 255 อยู่แล้ว และในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราเคยแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาหลายครั้ง แต่ระบอบก็ยังเหมือนเดิม

มุมมองฝั่งนี้จึงพยายามสื่อว่า สนามรบจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ “แตะหรือไม่แตะหมวด 1 หมวด 2” แต่ควรอยู่ที่ “จะแก้อะไร อย่างไร และมีประชามติหรือไม่” มากกว่า

เมื่อการเมืองใช้คำว่า “ล็อกหรือไม่ล็อกหมวด 1 2” เกมวาทกรรมทำงานยังไง

คำว่าล็อก ไม่ล็อก แตะ ไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 กลายเป็นวาทกรรมที่ถูกใช้บ่อยในช่วงเลือกตั้งหรือช่วงที่มีแคมเปญแก้รัฐธรรมนูญ

จากฝั่งที่ประกาศว่าไม่แตะหมวด 1 2 มักใช้คำอธิบายว่า เพื่อปกป้องสถาบัน ป้องกันการสอดแทรกหรือแทรกซึมที่จะกระทบต่อพระราชอำนาจหรือความมั่นคงของประเทศ และต้องการให้ทุกพรรคการเมืองพูดชัดๆ ว่าจะไม่แก้หมวดเหล่านี้ เพื่อให้คนสบายใจ

ขณะที่อีกฝั่งย้ำว่า ต่อให้ไม่เขียน “ล็อกหมวด 1 2” ในทางปฏิบัติ ก็ยังมีมาตรา 255 เป็นลิมิตใหญ่สุดอยู่ดี ใครจะเสนอแก้เพื่อเปลี่ยนระบอบหรือรูปแบบรัฐก็ผิดตั้งแต่ต้นทางอยู่แล้ว และการทำประชามติเป็นตัวกันอีกชั้นหนึ่งว่าต้องเคารพเสียงประชาชนทั้งประเทศ

ผลคือ ประเด็นนี้ถูกใช้เป็น “ตัวชี้วัดจุดยืน” ของแต่ละพรรคในสายตาประชาชน คล้ายๆ กับการที่แฟนบอลดูว่า ทีมนี้เล่นเกมบุกจัดเต็มหรือเน้นรับรัดกุม ซึ่งต่างฝ่ายก็มีฐานแฟนคลับทางการเมืองของตัวเอง

ข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรรู้ เวลาได้ยินคำว่า “แตะหมวด 1 หมวด 2”

ในฐานะคนดูการเมืองเหมือนดูฟุตบอล เกมนี้มีรายละเอียดที่คนทั่วไปควรรู้ไว้ เพื่อไม่ให้ถูกวาทกรรมลากไปง่ายๆ

  1. การแก้รัฐธรรมนูญไม่เท่ากับการล้มระบอบ
    • การล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถูกห้ามไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 255 การแก้ที่ทำให้เปลี่ยนระบอบหรือรูปแบบรัฐทำไม่ได้เลย ไม่ใช่แค่ยาก แต่ขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น
  2. หมวด 1 หมวด 2 อยู่ภายใต้กลไกประชามติ
    • ถ้าจะปรับข้อความหรือรายละเอียดในหมวด 1 2 ตามมาตรา 256 ต้องจัดประชามติถามประชาชนทั้งประเทศก่อน นั่นแปลว่า ไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองในสภาจะตกลงกันเองเงียบๆ ได้ง่ายๆ
  3. ไทยเคยแก้รัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ระบอบยังเหมือนเดิม
    • ตั้งแต่ 2475 ประเทศไทยเปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องปกติในระบบประชาธิปไตยทั่วโลก สิ่งสำคัญคือแก้เพื่ออะไร แก้ด้วยขั้นตอนที่เคารพเสียงประชาชนหรือไม่
  4. ข้อมูลเรื่อง “แตะหมวด 1 2” มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
    • บางฝ่ายใช้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าตนปกป้องสถาบันเต็มที่
    • บางฝ่ายชี้ว่าการจงใจสร้างความกลัวเรื่องนี้ ทำให้การสนทนาเรื่องรัฐธรรมนูญเชิงเนื้อหาถูกปิดประตูตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
  5. การอ่านตัวบทจริง สำคัญกว่าฟังแค่คำขยาย
    • ใครที่สนใจเรื่องนี้จริงๆ ควรลองเปิดอ่านมาตรา 1 2 255 256 ด้วยตัวเอง จากเอกสารรัฐธรรมนูญหรือแหล่งอธิบายที่เชื่อถือได้ แล้วค่อยฟังการเมืองดีเบต จะเห็นภาพชัดและจับได้ว่าใครพูดเกินจริงหรือบิดประเด็น

บทสรุปแบบคนดูเกมการเมือง – กติกาประเทศใหญ่กว่าทุกพรรค

ถ้ามองการเมืองเหมือนลีกใหญ่ กติกาที่ชื่อว่ารัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหมวด 1 หมวด 2 คือ “สเตเดียมและสนาม” ที่ทุกทีมต้องเคารพร่วมกัน

  • ฝั่งหนึ่งยืนยันว่า ไม่แตะหมวด 1 2 เพื่อการันตีว่าไม่มีการไปยุ่งกับสถาบันและระบอบ
  • อีกฝั่งย้ำว่า ต่อให้แก้หมวด 1 2 ก็ยังไปไม่ถึงขั้นเปลี่ยนระบอบได้ เพราะติดล็อกมาตรา 255 และต้องผ่านประชามติ

สุดท้ายแล้ว เกมนี้ไม่ได้จบที่คำว่าห้ามแตะหรือแตะได้ แต่จบที่คำถามว่า

  • เราอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นของใคร
  • เราเข้าใจเนื้อหาจริงๆ แค่ไหน
  • และเราจะยอมให้ใครเป็นคนเล่าเรื่องกติกาให้เราฟังอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่า

ในฐานะประชาชน เราอาจไม่ได้เป็น “โค้ช” ที่ยืนสั่งข้างสนาม แต่เราเป็นเจ้าของทีมที่ถือสิทธิเลือกผู้เล่นและกำหนดทิศทางลีก การตามทันข้อมูลเรื่อง รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องอนาคตของประเทศที่ต้องอยู่กับเราไปอีกยาว

ใครจะเชียร์ฝ่ายไหน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้หมวด 1 2 ก็เป็นสิทธิเต็มที่ แต่ก่อนตัดสินใจ ขออย่างเดียวให้เช็กข้อมูลหลายด้าน อ่านทั้งตัวบท ฟังทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน แล้วใช้วิจารณญาณของตัวเองให้เต็มร้อย

และถ้าอยากตามทุกจังหวะของเกมการเมืองไทย ที่ร้อนแรงไม่แพ้เกมลูกหนัง
อย่าลืมติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา ทุกวัน

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา