ภาพรวม Infinix Note Edge ทำไมถึงถูกพูดถึงหนักมากในกลุ่มมือถือคุ้มค่า
Infinix ปล่อย Infinix Note Edge ออกมาแบบชัดเจนว่า “ตั้งใจชนตลาด” เพราะใส่ของที่คนเล่นมือถือมองหาในยุคนี้มาครบ ทั้งจอโค้งระดับ 1.5K ที่ดันความสว่างได้โหดระดับ 4,500 nits ขอบจอบางสมมาตร 1.87 มม. กระจก Gorilla Glass 7i แบตใหญ่ 6,500mAh และยังเคลมอายุแบตที่อึดจนกล้าพูดคำว่าใช้งานระดับ 6 ปีจากการชาร์จ 2,000 รอบ ในขณะที่ราคาเปิดตัวเริ่มราว 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าแรงมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ให้มา
ในมุม บ้านกีฬา นี่คือมือถือที่ตั้งโจทย์ไว้ชัดว่าเอาใจคนใช้จริง 3 กลุ่ม
- สายจอสวย ชอบจอโค้ง ภาพคม สู้แดด
- สายแบตอึด ใช้งานหนักทั้งวัน ไม่อยากชาร์จถี่
- สายคุ้มค่า อยากได้ฟีเจอร์ระดับเรือธงในงบกลาง

หน้าจอจุดขายตัวจริง จอโค้ง 6.78 นิ้ว 1.5K สว่างตาแตก 4,500 nits
ถ้าต้องเลือก 1 อย่างที่ทำให้รุ่นนี้ “เด่นก่อนเพื่อน” คงหนีไม่พ้นหน้าจอ เพราะ Infinix Note Edge ใช้จอแบบ 3D Curved AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 120Hz และ Touch Sampling Rate สูงสุด 2,800Hz
ตัวเลขที่ทำให้คนสะดุดคือความสว่างสูงสุด 4,500 nits ซึ่งเหมาะกับคนที่ใช้กลางแจ้งบ่อย ถ่ายรูปกลางแดด เล่นแผนที่ หรืออ่านแชตในช่วงแดดเปรี้ยงๆ แล้วยังเห็นชัด
รายละเอียดที่หลายคนชอบคือ “ขอบจอบางสมมาตร” แค่ 1.87 มม. ทำให้ภาพดูเต็มตาและเครื่องดูพรีเมียมขึ้นทันที
เรื่องความทนทาน จอครอบด้วย Corning Gorilla Glass 7i ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจสำหรับการใช้งานประจำวัน
เคล็ดลับเลือกมือถือจากสเปกจอแบบใช้ได้ตลอด
- ตัวเลข nits คือความสว่าง ยิ่งสูงยิ่งสู้แดดดี แต่ใช้งานจริงขึ้นกับโหมดอัตโนมัติและคอนเทนต์ที่เปิด
- 120Hz ทำให้เลื่อนลื่น สายโซเชียลและเกมจะรู้สึกต่าง
- Touch Sampling Rate สูง เหมาะกับเกมหรือการแตะตอบสนองไว แต่ก็ต้องดูร่วมกับชิปและการจูนระบบด้วย
แบตใหญ่และเคลมอายุใช้งานยาว 6 ปี จุดนี้คือหมัดน็อกของสายแบตอึด
Infinix Note Edge ให้แบต 6,500mAh (บางตลาดอาจเป็น 6,150mAh) และรองรับชาร์จไว 45W โดยมีข้อมูลว่า 1-100% ใช้เวลาราว 62 นาที
ประเด็นที่ “เล่นใหญ่” คือการรับประกันเชิงตัวเลขว่าแบตยังเหลือความจุอย่างน้อย 80% หลังชาร์จ 2,000 รอบ หรือประมาณ 6 ปีของการใช้งาน ซึ่งถ้าทำได้ใกล้เคียงจริง จะตอบโจทย์คนที่กลัวแบตเสื่อมเร็วมากๆ
แนวคิดเรื่องแบตที่ควรรู้ไว้
- รอบชาร์จ (cycle) คือการใช้รวมกันจนเทียบเท่าชาร์จเต็ม 1 รอบ เช่น ใช้ไป 50% แล้วชาร์จเต็ม 2 ครั้ง นับเป็น 1 cycle โดยประมาณ
- การถนอมแบตที่ได้ผลจริง คือเลี่ยงความร้อนสูงและไม่ปล่อยแบตหมดเกลี้ยงบ่อยเกินไป
- ชาร์จไวช่วยชีวิตตอนเร่งรีบ แต่การชาร์จช้าบ้างในวันที่ไม่รีบก็ช่วยลดความร้อนสะสมได้

ชิป Dimensity 7100 และความบาง 7.2 มม. ทำไมถึงน่าจับตา
รุ่นนี้ใช้ชิป MediaTek Dimensity 7100 พร้อม RAM สูงสุด 8GB และมีข้อมูลสตอเรจ 128GB หรือ 256GB แบบ UFS 2.2 ในบางรายงาน
ด้านดีไซน์ ตัวเครื่องบาง 7.2 มม. น้ำหนัก 185 กรัม ถือว่า “บางและเบา” เมื่อเทียบกับมือถือแบตใหญ่ระดับนี้
จุดนี้สำคัญเพราะมือถือแบต 6,500mAh หลายรุ่นมักหนาและหนักจนพกนานๆ เมื่อยมือ แต่ Note Edge พยายามบาลานซ์เรื่องพกพาให้เหมาะกับชีวิตจริง
เช็กลิสต์สเปกที่ควรดูคู่กับชิป
- ถ้าเล่นเกม ให้ดูจอ 120Hz คู่กับความร้อนและการจัดการพลังงาน
- ถ้าถ่ายรูปบ่อย ให้ดูซอฟต์แวร์กล้องและการประมวลผลภาพ ไม่ใช่ดูแค่จำนวน MP
- ถ้าใช้ยาวหลายปี ให้ดูนโยบายอัปเดตระบบเป็นหลัก

Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง อัปเดตยาว 3 เวอร์ชัน และแพตช์ 5 ปี
อีกแต้มที่ทำให้รุ่นนี้ดูจริงจังคือ Infinix Note Edge มาพร้อม Android 16 ครอบด้วย XOS 16 ตั้งแต่เปิดกล่อง และระบุการอัปเดต Android หลัก 3 เวอร์ชัน พร้อมแพตช์ความปลอดภัยนาน 5 ปี
สายใช้มือถือยาวควรให้คะแนนเรื่องนี้สูง เพราะอัปเดตความปลอดภัยคือเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการทำธุรกรรม การผูกบัญชี และการใช้งานแอปธนาคาร
ปุ่มลัดเรียก AI และลูกเล่นที่เน้นใช้งานจริง
มีรายงานว่าตัวเครื่องมีปุ่มด้านข้างแบบปรับแต่งได้ เพื่อเรียกผู้ช่วย AI ของ Infinix อย่าง Folax ได้ทันที
มุมใช้งานจริง ปุ่มลัดแบบนี้จะมีประโยชน์มากถ้าตั้งค่าให้เข้ากับชีวิต เช่น
- กดเรียกบันทึกเสียงทันทีเวลาประชุม
- กดเปิดไฟฉาย
- กดเปิดกล้องแบบไวเพื่อไม่พลาดช็อตสำคัญ

กล้อง 50MP และระบบเสียง JBL กับมาตรฐานกันฝุ่นน้ำ IP65
กล้องหลังหลัก 50MP ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/2 นิ้วตามข้อมูลที่รายงาน พร้อมลำโพงคู่สเตอริโอที่จูนโดย JBL
ด้านความทนทาน มีมาตรฐาน IP65 สำหรับกันฝุ่นและละอองน้ำ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเวลาโดนฝนหรือละอองน้ำระหว่างวัน
ข้อควรรู้เรื่อง IP65 แบบไม่หลงประเด็น
- IP65 กันฝุ่นได้ดีและกันน้ำในระดับละอองหรือฉีดเบาๆ แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เอาไปแช่น้ำ
- ถ้าโดนน้ำ ควรเช็ดให้แห้งและหลีกเลี่ยงการชาร์จทันทีจนกว่าจะแห้งสนิท
สีสันและงานวัสดุ มี Silk Green ฟีลเหมือนหนัง และเคยมีข่าวสีส้มผ่าน FCC
สีที่มีรายงานว่าเปิดขายคือ Lunar Titanium, Silk Green, Stellar Blue และ Shadow Black โดยสี Silk Green ถูกพูดถึงเรื่องผิวสัมผัสพรีเมียมโทนคล้ายหนังหรือแรงบันดาลใจจากผ้าไหมในบางบทความ
ก่อนเปิดตัว ยังมีข่าวเกี่ยวกับเครื่องสีส้มสดและข้อมูลการผ่าน FCC รวมถึงการเคลือบผิวแบบนาโนเพื่อความทนทานของสี ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนรอดูเวอร์ชันขายจริงในแต่ละประเทศ

ราคา Infinix Note Edge ประมาณเท่าไหร่ และจะเข้าไทยไหม
มีรายงานว่า Infinix Note Edge เปิดราคาประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อคิดเป็นเงินบาทจะอยู่ราว 6,000-7,000 บาทโดยประมาณ ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นกับภาษี โปรโมชัน และอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละช่วงเวลา
ส่วนการวางจำหน่ายในไทย ยังต้องรอติดตามประกาศทางการในประเทศ เพราะบางรุ่นของ Infinix มักมาไว แต่บางรุ่นก็เป็นล็อตเฉพาะบางตลาด
เหมาะกับใคร และควรเช็กอะไรก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณอยากได้มือถือที่ “จอสวยใช้งานกลางแดด” และ “แบตอึดจริง” พร้อมระบบอัปเดตที่ยาวพอให้ใช้หลายปี Infinix Note Edge เป็นรุ่นที่น่าหยิบมาเทียบในลิสต์อย่างจริงจัง
ก่อนซื้อ แนะนำเช็ก 5 อย่างนี้ให้ครบ
- รุ่นย่อยในประเทศที่ขายจริง แบต 6,500mAh หรือ 6,150mAh เพราะขึ้นกับตลาด
- ความจุเครื่องและชนิดสตอเรจ รุ่น 128GB หรือ 256GB และรายละเอียด RAM
- การรองรับเครือข่ายและ 5G ในพื้นที่คุณ
- ประกันศูนย์ในประเทศและเงื่อนไขการอัปเดต
- ฟีลจอโค้ง เหมาะกับมือคุณไหม เพราะบางคนชอบความพรีเมียม บางคนไม่ชินเรื่องการจับถือและฟิล์มกันรอย

สรุปสั้นแบบบ้านกีฬา รุ่นนี้มาทรงคุ้มชนตลาดจริง
Infinix Note Edge วางหมากชัด จอโค้ง 1.5K สว่าง 4,500 nits ขอบบาง 1.87 มม. กระจก Gorilla Glass 7i แบตใหญ่พร้อมเคลมอายุแบตยาว 6 ปี ชาร์จไว 45W ระบบใหม่ Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง และยังมี IP65 กับลำโพง JBL ครบสูตรมือถือใช้งานหนักในงบที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึง
ถ้าเข้าไทยเมื่อไหร่ บอกเลยว่ามีลุ้นเป็นหนึ่งในรุ่นที่คนแห่ถามหาในโซน “คุ้มเกินราคา” แบบไม่เกินจริง
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

