📰 เกิดอะไรขึ้นกับ “นุ่น รมิดา – หลุยส์ สก๊อตต์” และทำไมข่าวนี้ทำให้คนทั้งประเทศสะเทือนใจ
เหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนช็อก คือการที่ “นุ่น รมิดา” สูญเสียลูกคนแรกทั้งที่ตั้งครรภ์ใกล้ครบกำหนด โดยคู่ “นุ่น – หลุยส์” ออกมาแถลงข่าววันที่ 29 มกราคม 2569 ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท พร้อมทีมแพทย์ผู้ดูแล เผยรายละเอียดว่าเดิมวางแผนผ่าคลอดในวันที่ 24 มกราคม แต่วันที่ 10 มกราคม นุ่นมีอาการปวดท้องรุนแรง วูบ ความดันต่ำ ชีพจรเร็ว จนต้องส่งรถฉุกเฉินมารับ และทีมแพทย์สงสัยภาวะ มดลูกแตก จากประวัติเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมาก่อน ก่อนผ่าตัดฉุกเฉินพบเลือดในช่องท้องจำนวนมาก ทารกไม่พบสัญญาณชีพ และต้องเร่งรักษาชีวิตแม่เป็นอันดับแรก รวมถึงดูแลต่อใน ICU จากภาวะแทรกซ้อนหลังเสียเลือดและได้รับเลือดจำนวนมาก
อีกประเด็นที่สะท้อน “ความเป็นมนุษย์” ของข่าวนี้ คือคำขอร้องชัดเจนจากคุณนุ่นที่ไม่อยากเห็นภาพลูกถูกเผยแพร่ในสื่ออีก เพราะความสูญเสียไม่ใช่คอนเทนต์ และความเศร้าของครอบครัวไม่ควรถูกย้ำซ้ำด้วยการแชร์ภาพ

⚠️ มดลูกแตกคืออะไร ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต
ภาวะมดลูกแตก (uterine rupture) คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุเป็นรอยแผล ทำให้เลือดออกมากในช่องท้อง และส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจนอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งใน “ภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม” ที่ต้องผ่าตัดและให้เลือดแบบนาทีต่อนาที
ความน่ากลัวของมันคือบางครั้ง “ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจนล่วงหน้านาน” แต่เมื่อเกิดแล้วอาการจะพุ่งแรงทันที และถ้าช้าแม้เพียงช่วงสั้น ๆ ผลลัพธ์อาจรุนแรงทั้งแม่และลูก
🧨 มดลูกแตกเกิดจากอะไร สาเหตุหลักที่แพทย์เจอบ่อย
คำถามที่คนอ่านอยากรู้ที่สุดคือ “มันเกิดจากอะไร” คำตอบตรงไปตรงมาคือ มดลูกแตกมักเกิดใน “มดลูกที่มีแผลเป็นเดิม” หรือมีแรงดันและการหดรัดตัวที่มากผิดปกติ โดยสาเหตุสำคัญมีดังนี้
- แผลเป็นที่มดลูกจากการผ่าตัดมาก่อน เช่น ผ่าคลอด หรือผ่าตัดก้อนเนื้องอกมดลูก (myomectomy) แผลเดิมอาจเป็นจุดอ่อน เมื่อมดลูกขยายตัวมากในไตรมาส 3 หรือมีการบีบตัวแรง ก็เสี่ยงฉีกขาด
- การคลอดที่ยืดเยื้อ หรือการใช้ยากระตุ้นการคลอดบางกรณีเพิ่มแรงบีบตัว ทำให้มดลูกรับแรงเกินพิกัด โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว
- ท้องหลายครั้งมาก มดลูกผ่านการขยายซ้ำหลายรอบ ผนังบางลงและรับแรงน้อยลงในบางราย
- ปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่พบรายงานสัมพันธ์กับความเสี่ยง เช่น ความอ้วน อายุแม่สูง หรือทารกตัวใหญ่ โดยมักเป็น “ตัวเร่ง” บนพื้นฐานปัจจัยเสี่ยงหลักคือแผลเป็นเดิม
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม ภาวะนี้ไม่ได้เกิดกับคนท้องทุกคน แต่ถ้าคุณเป็นกลุ่ม “มีแผลที่มดลูก” มาก่อน นี่คือไฟแดงที่ต้องรู้ให้ลึกและระวังให้มาก
🩺 ทำไม “เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก” ถึงกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ
เคสของนุ่นสะท้อนจุดสำคัญมาก คือประวัติผ่าตัดก้อนเนื้องอกมดลูกเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งแปลว่าเคยมีการกรีดและเย็บซ่อมผนังมดลูกมาก่อน พอท้องโตเข้าสู่ช่วงปลาย แรงตึงของผนังมดลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ามีจุดแผลเดิมที่รับแรงได้น้อยกว่าเนื้อปกติ ก็มีโอกาสเกิดการฉีกขาดได้
งานวิชาการช่วงหลังยังพูดถึงปัจจัยเสริมหลังการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก เช่น ขนาดก้อนเดิม เทคนิคการเย็บ และปัจจัยร่างกายของแม่บางอย่าง ที่อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงการแตกในครรภ์ต่อมา
🚨 อาการมดลูกแตกเป็นแบบไหน สัญญาณที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
สิ่งที่อยากให้ทุกคน “จำให้ขึ้นใจ” คืออาการของภาวะนี้มักมาเร็วและแรง โดยสัญญาณที่แนวทางแพทย์มักเตือน ได้แก่
- ปวดท้องรุนแรงแบบผิดปกติ ปวดต่อเนื่อง หรือปวดจนหน้ามืด
- มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือปวดร่วมกับอาการช็อก
- ชีพจรเต้นเร็ว ความดันต่ำ ตัวเย็น เหงื่อออก หายใจเร็ว
- ในคนที่กำลังเจ็บครรภ์หรืออยู่ระหว่างคลอด สัญญาณสำคัญมากคือความผิดปกติของหัวใจทารก (fetal heart rate)
ในเคสที่เป็นข่าว ทีมแพทย์ให้ข้อมูลว่าเมื่อถึงจุดวิกฤต คุณนุ่นมีสัญญาณความดันต่ำ ชีพจรเร็ว และสงสัยเสียเลือดในช่องท้องมาก จึงต้องผ่าตัดเร่งด่วน

🏥 วินิจฉัยและรักษายังไง ทำไมต้อง “แข่งกับเวลา”
เมื่อสงสัยมดลูกแตก ทีมแพทย์จะโฟกัส 2 เรื่องพร้อมกัน
- ช่วยชีวิตแม่ด้วยการควบคุมเลือดและภาวะช็อก
- ประเมินทารกและเตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉิน
แนวทางการดูแลในต่างประเทศชัดเจนว่า “ต้องทำให้เร็วที่สุด” โดยเฉพาะถ้ามีสัญญาณว่าทารกเริ่มขาดออกซิเจน มักต้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที และระหว่างผ่าตัดแพทย์จะพิจารณาเย็บซ่อมมดลูกหรือในบางรายอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อหยุดเลือดและรักษาชีวิต
ในเคสนี้ แพทย์อธิบายว่าพบเลือดในช่องท้องจำนวนมาก มีรอยฉีกขาดขนาดใหญ่ ใช้เวลาผ่าตัดนานและต้องให้เลือดจำนวนมาก ก่อนดูแลต่อใน ICU เพราะมีภาวะแทรกซ้อนหลังเสียเลือดและได้รับสารน้ำมาก
🧩 ใครบ้างคือ “กลุ่มเสี่ยง” ที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่ฝากครรภ์
ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวอยู่ในกลุ่มนี้ การรู้เท่าทันคือการป้องกันที่ดีที่สุด
- เคยผ่าคลอดมาก่อน หรือเคยมีแผลผ่าตัดที่มดลูก
- เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือหัตถการที่ทำให้เกิดแผลที่ผนังมดลูก
- ตั้งใจคลอดธรรมชาติหลังเคยผ่าคลอด ต้องอยู่ในการดูแลใกล้ชิดและมีระบบฉุกเฉินพร้อม
- มีการกระตุ้นคลอด หรือการคลอดที่ยืดเยื้อในคนที่มีความเสี่ยงเดิม
🛡️ ป้องกันได้ไหม และคนเคยผ่าตัดมดลูกควรวางแผนยังไงให้ปลอดภัย
ป้องกันแบบ “กันเกิด 100 เปอร์เซ็นต์” ทำไม่ได้ เพราะบางเคสเกิดแบบฉับพลัน แต่ลดความเสี่ยงได้มากด้วยหลักสำคัญ
- แจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกทั้งหมดกับแพทย์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฝากครรภ์
- วางแผนสถานที่คลอดที่มีห้องผ่าตัด ทีมวิสัญญี และเลือดสำรองพร้อม
- ถ้ามีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณากำหนดแผนคลอดให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บครรภ์ยาวหรือการเร่งคลอดโดยไม่จำเป็น
🖤 แผลใจหลังการสูญเสีย และเหตุผลที่ “ไม่แชร์ภาพ” คือความเคารพขั้นพื้นฐาน
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวดราม่า แต่มันคือความสูญเสียของครอบครัวหนึ่ง และเป็นความเสี่ยงจริงทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้กับคนท้องบางกลุ่ม คำขอของคุณนุ่นที่ไม่อยากเห็นภาพลูกในสื่อ เป็นสิทธิ์และศักดิ์ศรีของผู้สูญเสียที่สังคมควรรับฟัง
และอีกมุมที่กินใจคือความรู้สึกของแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ที่ออกมาเล่าว่าในวันให้สัมภาษณ์ต้องทำหน้าที่ “แพทย์” ไปพร้อมกับความรู้สึกสูญเสียในฐานะคนในครอบครัว ย้ำว่าช่วงวิกฤตต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้สูญเสียทั้ง 2 ชีวิต และการที่คุณนุ่นปลอดภัยกลับมาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด

✅ สรุปแบบบ้านกีฬา มดลูกแตกเกิดจากอะไร และคนท้องควรจำอะไรให้ขึ้นใจ
- มดลูกแตก มักเกิดจาก “แผลเดิมที่มดลูก” เช่น ผ่าคลอด หรือผ่าตัดเนื้องอกมดลูก แล้วผนังมดลูกฉีกขาดในช่วงรับแรงมาก
- อาการมักมาเร็วและแรง ปวดท้องรุนแรง หน้ามืด ความดันตก ชีพจรเร็ว หรือมีสัญญาณอันตรายอื่น ต้องรีบไปโรงพยาบาล
- การรักษาคือแข่งกับเวลา ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ควบคุมเลือด และช่วยชีวิตแม่เป็นอันดับแรก
- คนมีประวัติผ่าตัดมดลูกควรวางแผนการคลอดกับทีมแพทย์และสถานพยาบาลที่พร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
ขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่เคยผ่านความสูญเสีย และขอให้ข่าวนี้เป็น “ความรู้ที่ช่วยเซฟชีวิต” มากกว่าความเศร้าที่ถูกแชร์ซ้ำ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

