🚨 ภาพระทึกกลางย่านธุรกิจ อโศกเดือดกลางวันแสกๆ
เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นกลางเมืองหลวง เมื่อมีรายงาน เครนถล่ม ภายในพื้นที่ก่อสร้างใกล้ห้างดังย่าน อโศก สร้างความแตกตื่นให้กับคนในละแวกและผู้สัญจรไปมา เพราะสิ่งที่พังลงมาไม่ใช่เศษวัสดุทั่วไป แต่เป็น ทาวเวอร์เครน ซึ่งเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทำงานบนที่สูงและมีความเสี่ยงสูงหากเกิดความขัดข้อง
ตามข้อมูลจากหลายแหล่งข่าว เหตุเกิดเมื่อเวลา 10.27 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณไซต์งานก่อสร้างใกล้ห้างย่านอโศก ในซอย สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นแรงงานสัญชาติเมียนมาทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในจุดเกิดเหตุก่อนนำส่งโรงพยาบาลทันที

🏗️ นาทีช็อก แขนทาวเวอร์เครนหักร่วงจากความสูง ทับคนงานด้านล่าง
จุดเกิดเหตุพบว่า “แขน” ของทาวเวอร์เครนเกิดการหักและหล่นลงมาจากที่สูง กระแทกใส่คนงานที่ปฏิบัติงานอยู่ด้านล่างอย่างจัง ลักษณะอุบัติเหตุแบบนี้มักเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะทาวเวอร์เครนทำงานในแนวดิ่งและแนวนอนพร้อมกัน การทรุดหรือการหักของโครงสร้างเพียงเสี้ยววินาทีสามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวงได้ทั้งต่อคนและทรัพย์สิน
รายงานระบุว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเข้ามาสนับสนุนทันที

🚑 อัปเดตผู้บาดเจ็บ 2 ราย หญิงเจ็บขา ชายสาหัสหมดสติ ต้องทำ CPR ในไซต์งาน
ผู้บาดเจ็บรายแรก เป็นหญิงชาวเมียนมา ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลวิมุต เทพธารินทร์
ผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นชายชาวเมียนมา อาการหนักถึงขั้นหมดสติในที่เกิดเหตุ หน่วยกู้ชีพเร่งช่วยเหลือด้วยการทำ CPR และใช้ AED เพื่อฟื้นคืนชีพ ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลตำรวจอย่างเร่งด่วน โดยเหตุการณ์อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ลุมพินี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลในที่เกิดเหตุแล้ว

👮 ตำรวจลงพื้นที่ ตรวจสอบสาเหตุ เครนหักเพราะอะไร ใครต้องรับผิดชอบ
เหตุทาวเวอร์เครนหักไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเป็นอุบัติเหตุที่มักโยงกับหลายปัจจัย ทั้งเครื่องจักร โครงสร้าง วิธีการใช้งาน และการควบคุมความปลอดภัยในไซต์งาน ตำรวจจาก สน.ลุมพินี เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาสาเหตุและพยานแวดล้อม พร้อมดูว่ามีจุดบกพร่องด้านมาตรการความปลอดภัยหรือไม่
ในภาพรวม การตรวจสอบอุบัติเหตุลักษณะนี้มักพิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น
- การบำรุงรักษาและการตรวจสภาพเครนก่อนใช้งาน
- สภาพอากาศขณะปฏิบัติงาน โดยเฉพาะลมแรงที่ส่งผลต่อแขนเครน
- การรับน้ำหนักเกินพิกัด หรือการยกที่ผิดจังหวะ
- ความแข็งแรงของฐานและจุดยึดโยง
- ระบบสื่อสารระหว่างผู้ควบคุมเครนและคนงานภาคพื้น
แม้ตอนนี้ยังต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่ทุกประเด็นข้างต้นคือ “จุดเสี่ยง” ที่อุตสาหกรรมก่อสร้างต้องยกระดับให้เข้มงวดขึ้น

🧠 เครนถล่มไม่ได้เกิดแค่ในไซต์งาน คนทั่วไปควรรู้อะไรเพื่อเอาตัวรอด
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า “อุบัติเหตุไซต์ก่อสร้าง” สามารถกระทบคนทั่วไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะไซต์งานที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ ห้าง อาคารสำนักงาน หรือจุดที่คนพลุกพล่าน
สิ่งที่ประชาชนควรรู้และทำได้ทันทีเมื่อพบเหตุหรืออยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยง
- หลีกเลี่ยงการยืนดูหรือถ่ายคลิปใกล้แนวรั้วไซต์งาน เพราะอาจเกิดการร่วงซ้ำของชิ้นส่วน
- หากได้ยินเสียงโลหะดังผิดปกติ เสียงครืน หรือเห็นเครนส่ายผิดธรรมชาติ ให้รีบถอยออกห่างทันที
- อย่าเดินผ่านจุดที่มีการยกของเหนือศีรษะ แม้จะ “เหมือนปลอดภัย” เพราะของหนักตกครั้งเดียวอาจถึงชีวิต
- หากพบผู้บาดเจ็บ อย่าเคลื่อนย้ายเองถ้าไม่จำเป็น ให้รีบแจ้งกู้ภัยหรือแพทย์ฉุกเฉิน และกันพื้นที่ให้โล่งเพื่อให้ทีมช่วยเหลือทำงานได้เต็มที่
นี่คือความรู้พื้นฐานที่ควรมีติดตัว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีโครงการก่อสร้างต่อเนื่องแทบทั้งปี

🦺 ความปลอดภัยงานก่อสร้าง เรื่องที่ต้องจริงจัง ไม่ใช่ทำให้ครบแค่เอกสาร
ในมุมของแรงงาน สิ่งที่ต้องมีในไซต์งานคุณภาพคือ “ระบบความปลอดภัยที่ทำจริง” ไม่ใช่เพียงป้ายเตือนหรือขั้นตอนบนกระดาษ เพราะเครื่องจักรอย่างทาวเวอร์เครนมีความเสี่ยงสูง หากขาดการตรวจสภาพหรือขาดผู้ควบคุมที่ผ่านมาตรฐาน อันตรายจะตกไปอยู่กับคนทำงานชั้นล่างทันที
มาตรการพื้นฐานที่ควรเข้มงวดเสมอ
- ตรวจสภาพเครนตามรอบ และบันทึกการตรวจอย่างโปร่งใส
- จำกัดพื้นที่อันตราย ห้ามคนงานอยู่ใต้แนวยกโดยไม่จำเป็น
- มีผู้ชี้สัญญาณและสื่อสารชัดเจน ลดความผิดพลาดจากการเข้าใจคลาดเคลื่อน
- อบรมฉุกเฉินจริงจัง ทั้งการอพยพ การแจ้งเหตุ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อมใช้งาน และซ้อมแผนเป็นระยะ
เพราะสุดท้ายแล้ว “ความปลอดภัย” ไม่ใช่ต้นทุนที่ควรถูกตัด แต่คือเส้นบางๆ ระหว่างรอดกับสูญเสีย

📌 สรุปสถานการณ์ล่าสุด เครนถล่มอโศก สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
เหตุแขนทาวเวอร์เครนหักร่วงทับคนงานใกล้ห้างย่านอโศกครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นแรงงานเมียนมา หญิงเจ็บที่ขาและถูกนำส่งโรงพยาบาลวิมุต เทพธารินทร์ ส่วนชายอาการสาหัสหมดสติ ต้องได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพก่อนส่งโรงพยาบาลตำรวจ โดยตำรวจ สน.ลุมพินีอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด
เหตุแบบนี้ไม่ควรจบแค่ “ข่าวระทึก” แต่ควรเป็นบทเรียนจริงจังให้ทุกไซต์งานกลับไปทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย เพราะชีวิตคนงานคือด่านหน้า และเมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ ก็ไม่ควรต้องชินกับคำว่าเครนถล่มซ้ำๆ
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

