ต่าย ชุติมา กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เพราะชื่อเธอมักถูกโยงทุกครั้งที่ “เขา” ขยับ
ถ้าพูดตรงๆ แบบคนดูเกมเป็น ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ คือหนึ่งในชื่อที่พออีกฝั่งมีข่าวความรักเมื่อไร โลกโซเชียลก็พร้อม “ลากเส้นเชื่อม” มาหาเธอทันที ทั้งที่เจ้าตัวบอกชัดว่าเรื่องความรักของอดีตสามีเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต และไม่ได้เกี่ยวกับเธอโดยตรง สิ่งเดียวที่เธอให้ความสำคัญคือ “ผลกระทบต่อบุตรสาว” มากกว่าอะไรทั้งหมด
เซอร์ไพรส์ของจริง ต่ายยอมรับเอง หัวใจไม่ว่าง วาเลนไทน์ไม่เหงามา 6 ปี
ไฮไลต์ที่ทำคนอึ้งกันทั้งไทม์ไลน์คือ ต่ายออกงานอีเวนต์ “IB Tea Tree x Cica Calming Soothing Gel” ที่วารีน่า สตูดิโอ รามอินทรา 62 แล้วเปิดปากแบบไม่ต้องให้ใครเดาให้เหนื่อยว่า “ไม่ได้โสดมานานแล้ว” และคบแฟนหนุ่มนอกวงการมา 6 ปีเต็ม วาเลนไทน์ปีนี้มีคนพาไปทริปต่างจังหวัด แถมพาลูกไปด้วย เรียกว่าทริปนี้เป็นแนวแฟมิลี่มากกว่าสายหวานโชว์โลก
อีกมุมที่น่าสนใจคือเธอย้ำว่า ที่ผ่านมาจริงๆ ไม่ได้เหงา แต่ไม่มีใครถาม และนี่แหละคือความจริงของชีวิตคนดังหลายคน บางเรื่องไม่ได้ปิด แค่ “ไม่ได้ชูป้ายบอก”

ทำไมไม่เปิดตัว ไม่ลงรูปคู่ คำตอบคือ “เกรงใจ” และเลือกเคารพพื้นที่ของกันและกัน
ต่ายเล่าว่าเหตุผลที่ไม่ค่อยมีภาพคู่ เพราะฝ่ายชายเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ออกแนวอินโทรเวิร์ต ไม่ชอบเปิดเผยในที่สาธารณะ เธอเลยเลือก “ไม่ฝืน” และวางความสบายใจของอีกฝ่ายไว้ก่อน
ประโยคนี้มันสะท้อนบทเรียนที่ใช้ได้ยาวๆ เลยว่า ความสัมพันธ์ที่ไปต่อได้ไม่จำเป็นต้องวัดจากยอดไลก์หรือรูปคู่ แต่คือการตกลงร่วมกันเรื่อง “ขอบเขต”
- ใครสบายใจแค่ไหน
- เปิดได้ระดับไหน
- อะไรคือพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องเคารพ
และเมื่อผู้ใหญ่สองคนคุยกันชัด การอยู่กันก็เบาลง ความรักก็ไม่ต้องเหนื่อย
ออนออฟก็เคยมี แต่สุดท้ายกลับมาได้ เพราะ “ความเข้าใจ” มันชนะ
ต่ายยอมรับว่าความสัมพันธ์ไม่ได้ราบเรียบแบบนิยาย เคยมีช่วงพัก เบรก แล้วกลับมาคุยกันใหม่หลายรอบ กว่าจะพัฒนามาถึงจุดที่มั่นคงขึ้น แต่เหตุผลที่ทำให้กลับมาได้คือ ฝ่ายชายเป็นคนใจเย็น เข้าใจ เป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาได้ และที่สำคัญคือ “ใจดีกับลูก”
ตรงนี้เป็นอีกประเด็นที่คนอ่านหยิบไปใช้ได้จริง เพราะความรักของคนที่มีครอบครัวแล้ว มันไม่ได้มีแค่คำว่า “ถูกใจ” แต่มันต้อง “เข้ากับชีวิตจริง” โดยเฉพาะเมื่อมีลูกอยู่ในสมการ

เรื่องแต่งงาน ต่ายพูดชัด เคยถูกขอแล้ว ตอนนั้นยังไม่พร้อม แต่วันนี้มุมมองเปลี่ยน
ประเด็นที่ทำให้ข่าวยิ่งแรงคือ ต่ายบอกว่าเคยถูกขอแต่งงานมาก่อน แต่ตอนนั้นเธอยังไม่พร้อม พอมองย้อนกลับไปก็มีแอบเสียดายนิดๆ แบบคนพูดจริงไม่ปั้นน้ำเป็นตัว แต่ปัจจุบันเธอมองว่าความสัมพันธ์ที่ดีในวันนี้สำคัญกว่าสถานะทางกฎหมาย และยังคงค่อยๆ ศึกษากันไป ไม่เร่ง ไม่กดดันกัน
นี่คือมุมคิดที่เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตคู่มาแล้ว เพราะ “แต่งงาน” อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ “ความสม่ำเสมอในการดูแลกัน” ต่างหากที่เป็นคำตอบในชีวิตจริง
ยินดีรักใหม่ของทิม พิธา แต่มีเงื่อนไขสำคัญในมุมของแม่
ต่ายถูกถามถึงทิม พิธา เมื่ออีกฝ่ายให้สัมภาษณ์ว่าไม่โสดแล้ว เธอก็ยินดี แต่พูดอย่างมีชั้นเชิงว่า หลายครั้งคนชอบโยงมาที่เธอฝ่ายเดียว ทั้งที่จริงมันเป็นเรื่องปกติของการมูฟออน สิ่งที่เธอห่วงจริงๆ คือ “คนใหม่ที่จะเข้ามาใกล้ชิดลูก” มากกว่า
เธอย้ำแนวทางชัดๆ ในเรื่องการสื่อสารกับลูกว่า ถ้าพ่อหรือแม่จะมีคนใหม่ ควรบอกลูกตรงๆ ไม่ต้องหลอกว่าเป็นเพื่อน และลูกสาวก็รับรู้ข่าวพร้อมแม่จากสื่อ มีวุฒิภาวะพอเข้าใจว่าพ่อแม่แยกทางกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์เดินหน้าชีวิตต่อ โดยทั้งสองยังช่วยกันทำหน้าที่พ่อแม่เหมือนเดิม
มุมนี้คือเนื้อหาเชิงความรู้ที่อยู่ได้ตลอดเวลาเลย
- ครอบครัวเลิกกันได้ แต่หน้าที่พ่อแม่เลิกไม่ได้
- ความชัดเจนกับลูกคือเกราะที่ดีที่สุด
- “คนใหม่” ไม่ใช่ปัญหา ถ้าผู้ใหญ่จัดการอย่างผู้ใหญ่

ภาพรวมที่คนอ่านควรเห็น ไม่ใช่ดราม่า แต่คือบทเรียนการเติบโตของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่ง
ถ้าตัดเสียงเชียร์เสียงแซวออกไปหมด ข่าวนี้ไม่ได้เล่าเรื่องรักซ่อนเร้นแบบขายดราม่าอย่างเดียว แต่มันเล่าเรื่อง “การจัดการชีวิตหลังการเปลี่ยนแปลง” ของคนที่อยู่ในสปอตไลต์
ต่ายเลือกไม่โชว์ เลือกเคารพพื้นที่ เลือกสื่อสารกับลูกตรงๆ
และในวันที่ถูกโยง เธอไม่เล่นเกมปะทะ แต่ยืนบนเหตุผลว่าอะไรควรมาก่อน นั่นคือ “ลูก”
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

