เรื่องนี้ทำเอาหลายคนอึ้งไปตาม ๆ กัน เมื่อ โบว์ เมลดา สุศรี ออกมาเล่าประสบการณ์สุขภาพที่ “ไม่ธรรมดา” หลังเพิ่งรู้ความจริงตอนโตว่าเธอมีภาวะที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า มดลูกแฝด และยังตรวจพบว่าเกิดมาพร้อม ไตข้างเดียว อีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าชีวิตที่ผ่านมาเหมือนฝึกความอดทนมาทั้งชีวิต เพราะต้องเจอกับอาการเจ็บปวดจากรอบเดือนแบบหนักหน่วงจนเคยชินไปแล้ว
โบว์เล่าว่าอาการหลักที่เธอเผชิญมาตลอดคือความทรมานจากอาการปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงมาก ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง “ปวดหนักถึงขั้นเป็นลมหน้าห้องน้ำ” ก่อนถูกส่งโรงพยาบาลแบบเร่งด่วน และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมแพทย์ได้ตรวจละเอียด จนเจอ “ความลับของร่างกาย” ที่ซ่อนอยู่
🩺 จุดพีคอยู่ตรงนี้ โบว์เข้าผ่าตัดแล้วหมอถึงกับอึ้งทั้งห้องตรวจ
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นตอนโบว์ต้องเข้ารับการผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อรักษา ช็อกโกแลตซีสต์ (ภาวะถุงน้ำ/ซีสต์ที่เกี่ยวข้องกับเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่) แบบด่วน ๆ และระหว่างการตรวจ ทีมแพทย์พบว่าโครงสร้างภายในของเธอ “ไม่เหมือนคนทั่วไป” เพราะมีภาวะที่เข้าข่ายมดลูกแยกเป็นสองส่วน/สองโพรงตามที่คนทั่วไปเรียกว่า “มดลูกแฝด” ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้เธอเจ็บปวดจากรอบเดือนมาตลอด
ไม่จบแค่นั้น แพทย์ยังตรวจพบอีกว่าเธอมี ไตข้างเดียว ตั้งแต่กำเนิด เป็นเคสที่พบไม่บ่อยจนคุณหมอต้องเข้ามาดูเคสกันทั้งห้องตรวจ แต่ข่าวดีคือไตที่มีอยู่ทำงานได้ดี จึงยังใช้ชีวิตและทำงานหนักได้ปกติ เพียงต้องระวังเรื่องหักโหมหรือออกกำลังกายหนักเกินไป

🌸 “มดลูกแฝด” จริง ๆ คืออะไร ทำไมหลายคนมีแต่ไม่รู้ตัว
คำว่า “มดลูกแฝด” ในทางการแพทย์มักถูกใช้เรียกรวมความผิดปกติของโครงสร้างมดลูกแต่กำเนิดหลายแบบ โดยแบบที่คนมักนึกถึงมากที่สุดคือ “มดลูกแยกเป็น 2 อันชัดเจน” (uterus didelphys) หรือบางรายเป็น “มดลูกรูปหัวใจ/แยกเป็น 2 เขา” (bicornuate uterus) ซึ่งเกิดจากการพัฒนาของท่อมุลเลอเรียน (Müllerian ducts) ตอนเป็นตัวอ่อนที่ “เชื่อมรวมกันไม่สมบูรณ์”
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่ากลัวแบบเงียบ ๆ คือ “ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้ตัว” เพราะภายนอกดูปกติ ใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป และมักจะไปเจอเอาตอนตรวจภายใน อัลตราซาวด์ หรือมีอาการผิดปกติที่ชัดเจนขึ้น
⚠️ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าใช่แบบนี้ควรตรวจให้ชัด
อาการของความผิดปกติโครงสร้างมดลูกแต่กำเนิด “ไม่จำเป็นต้องมีทุกคน” แต่ถ้าใครเจอรูปแบบเหล่านี้บ่อย ๆ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมิน
- ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ หรือปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน
- เลือดออกผิดปกติ หรือเหมือนเลือดมาไม่สุด มาเรื่อย ๆ แบบคุมไม่อยู่ในบางช่วง
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ (บางรายมีผนังกั้นช่องคลอด)
- เคยแท้งซ้ำ คลอดก่อนกำหนด หรือทารกอยู่ท่าก้น/ท่าขวางบ่อยกว่าปกติ
การวินิจฉัยมักอาศัยอัลตราซาวด์ (โดยเฉพาะแบบ 3D) การตรวจภายใน และในบางกรณีแพทย์อาจใช้ MRI หรือการตรวจโพรงมดลูกเพิ่มเติมเพื่อแยกชนิดให้ชัด เพราะ “แต่ละชนิดมีแนวทางดูแลต่างกัน”

👶 มีลูกได้ไหม คำตอบคือ “ได้” แต่ต้องดูแลแบบทีมเวิร์กกับหมอ
ไฮไลต์ที่หลายคนอยากรู้ที่สุดคือ “แล้วมีลูกได้ไหม” คำตอบภาพรวมจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์คือ ผู้ที่มีภาวะมดลูกลักษณะนี้ “สามารถตั้งครรภ์ได้” และมีคนจำนวนมากที่ท้องและคลอดได้สำเร็จ แต่ความเสี่ยงบางอย่างจะสูงขึ้น จึงมักถูกจัดให้อยู่กลุ่มต้องติดตามใกล้ชิดมากกว่าเดิม
ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยในกลุ่มมดลูกแยก/ผิดรูป เช่น
- แท้ง
- คลอดก่อนกำหนด
- ทารกท่าก้น/ท่าขวาง
- น้ำหนักแรกเกิดน้อย หรือการเจริญเติบโตในครรภ์ช้ากว่าคาด
- มีโอกาสต้องผ่าคลอดมากขึ้น
และในเคสของโบว์ เธอยืนยันว่า “อยากมีลูก” และ “มีได้ตามปกติ” เพียงแต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
📌 สรุปแบบบ้านกีฬา เรื่องนี้ไม่ใช่ดราม่า แต่คือแรงบันดาลใจให้ผู้หญิง “ฟังร่างกายตัวเอง”
เคสของ โบว์ เมลดา ไม่ได้มีไว้ให้ตกใจแล้วผ่านไป แต่มันคือสปอตไลต์ที่ส่องให้เห็นว่า “อาการปวด” ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาเสมอไป และความผิดปกติแต่กำเนิดอย่าง มดลูกแฝด หรือการมี ไตข้างเดียว ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะพัง แต่อาจหมายถึงเราต้องรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น วางแผนสุขภาพให้เป็น และกล้าตรวจเมื่อมีสัญญาณผิดปกติ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก คุยกับอุ๋ย
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

