อัปเดตราคารถไฟฟ้า 2569 แยกตามยี่ห้อ เช็กให้ชัดคันไหนน่าสน คันไหนน่าซื้อ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ตลาด รถไฟฟ้า ในไทยปี 2569 ยังร้อนแรงต่อเนื่องแบบไม่มีผ่อน ทั้งรุ่นเล็กสำหรับคนเริ่มต้น รุ่นกลางสายใช้งานจริง และ SUV ที่กดราคาลงมาสู้กันอย่างหนัก จนตอนนี้คนที่กำลังมองหา EV ไม่ได้มีคำถามแค่ว่า “ซื้อไหวไหม” อีกต่อไป แต่กลายเป็นว่า “จะเลือกยี่ห้อไหนดี” มากกว่า เพราะหลายค่ายวางรุ่นมาชนกันตรงๆ ในช่วงราคาใกล้เคียงกันมาก

จุดที่เห็นชัดคือ รถไฟฟ้าระดับเริ่มต้นในไทยตอนนี้ลงมาแตะช่วง 3 แสนปลายแล้ว ขณะที่กลุ่มยอดนิยม 5-7 แสนบาทมีตัวเลือกแน่นมาก และถ้าขยับงบขึ้นไปไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็เริ่มได้รถที่ภาพลักษณ์พรีเมียมขึ้น ออปชันแน่นขึ้น และระยะทางวิ่งตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างชัดเจน

BYD

ค่ายนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวเล่นหลักของตลาด EV ไทยแบบไม่ต้องสงสัย เพราะวางรถหลายช่วงราคา ตั้งแต่คันเริ่มต้นไปจนถึง SUV ที่จับกลุ่มครอบครัวได้จริง ใครที่มอง ราคารถไฟฟ้า BYD ตอนนี้ถือว่ามีตัวเลือกค่อนข้างครบ

  • BYD ATTO 1 ราคา 429,900 – 459,900 บาท
  • BYD Dolphin ราคา 509,900 – 599,900 บาท
  • BYD ATTO 2 ราคา 629,900 – 659,900 บาท
  • BYD ATTO 3 ราคา 669,900 – 769,900 บาท

ถ้าดูในเชิงการใช้งาน ATTO 1 เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้ EV คันแรก ส่วน Dolphin ยังเป็นรุ่นมหาชนที่บาลานซ์เรื่องราคาและระยะทางวิ่งได้ดี ขณะที่ ATTO 2 และ ATTO 3 คือทางเลือกของคนที่อยากได้ SUV ที่ภาพรวมดูพร้อมใช้งานมากขึ้นทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยข้อมูลจากแหล่งที่เปิดเผยสเปกระบุว่า ATTO 1 วิ่งได้ 300-380 กม. NEDC, Dolphin 435-490 กม. NEDC, ATTO 2 410 กม. NEDC และ ATTO 3 ยังถูกวางเป็น SUV ยอดนิยมในตลาดราคาไม่เกินล้านบาท

Changan

ในกลุ่มรถเล็กราคาเริ่มต้น ชื่อของ Changan โผล่มาแรงจากรุ่นที่เจาะคนอยากมี EV ใช้งานในเมืองแบบงบไม่หนักมาก

  • Lumin L ราคา 349,000 – 399,000 บาท

Lumin L เป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 48 แรงม้า และระยะทางวิ่ง 301 กม. NEDC ซึ่งชัดเจนว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อคนขับในเมืองเป็นหลัก เน้นคล่องตัว ค่าใช้จ่ายต่อวันต่ำ และเหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นโลก EV แบบไม่ต้องโดดไปงบสูงตั้งแต่แรก

Geely

Geely เป็นอีกค่ายที่เข้ามาแทรกตลาดกลุ่มเริ่มต้นได้อย่างน่าจับตา เพราะตัวเลขราคากับระยะทางวิ่งถือว่าเล่นเกมคุ้มค่าได้ดี

  • Geely EX2 ราคา 429,990 – 459,990 บาท

EX2 เป็นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 115 แรงม้า และวิ่งได้ 395 กม. NEDC ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่โดดเด่นในช่วงราคานี้ ใครที่อยากได้รถไฟฟ้าระดับเริ่มต้นแต่ต้องการระยะทางวิ่งที่ดูอุ่นใจกว่ารถเล็กทั่วไป รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก

Chery

Chery ปีนี้มีทั้งรุ่นเล็กสำหรับตลาดต้นทาง และรุ่นภาพลักษณ์ชัดสำหรับคนที่อยากได้สไตล์แตกต่าง

  • Chery Q ราคาโดยประมาณ 4XX,000 – 5XX,000 บาท
  • Chery V23 ราคา 699,900 – 889,900 บาท

Chery Q ในข้อมูลที่เผยแพร่ยังระบุราคาเป็นช่วงประมาณการ แต่สเปกเบื้องต้นชี้ว่าเป็นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง วิ่งได้ 400 กม. NEDC ส่วน Chery V23 ถูกวางเป็นรถทรงกล่องสายลุยที่เน้นภาพลักษณ์ชัดเจน เหมาะกับคนที่อยากได้ EV ซึ่งบุคลิกไม่เหมือนใครในตลาดต่ำกว่าล้านบาท

Aion

Aion เป็นอีกยี่ห้อที่ขยับตัวแรงในตลาดไทย โดยเฉพาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าหน้าตาทันสมัยและสเปกค่อนข้างจัดเต็มในงบกลาง

  • Aion UT ราคา 519,900 – 619,900 บาท

Aion UT เป็นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 136-204 แรงม้า ระยะทางวิ่ง 420-500 กม. NEDC ถ้ามองในแง่ความคุ้ม มันเป็นหนึ่งในรุ่นที่ตอบโจทย์ทั้งคนใช้ในเมืองและคนที่อยากได้รถแรงขึ้นมาจากกลุ่มเริ่มต้นแบบรู้สึกได้จริงเวลาเหยียบ

MG

ชื่อของ MG ยังเกาะกลุ่มตัวเต็งในตลาด EV ไทย โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับฟีลขับและสมรรถนะมากกว่าคำว่าประหยัดอย่างเดียว

  • MG4 EV / NEW MG4 MY2026 ราคา 579,900 – 699,900 บาท

MG4 EV เป็นแฮตช์แบ็กขับหลัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 170-245 แรงม้า และวิ่งได้ 450-540 กม. NEDC จุดขายของรุ่นนี้คือความเป็นรถไฟฟ้าที่ยังให้อารมณ์ขับสนุกชัดเจน ซึ่งทำให้มันแตกต่างจากรถ EV สายใช้งานทั่วไปอยู่พอสมควร

JAECOO

แบรนด์นี้กำลังถูกพูดถึงมาก เพราะจับตลาด SUV ได้ตรงจุด และข้อมูลราคาพิเศษในงานก็ถือว่าน่ามองมาก

  • JAECOO 5 EV ราคา 589,000 – 649,000 บาท
  • ในอีกแหล่งข้อมูลหนึ่งมีการระบุราคาคร่าวๆ เริ่มช่วง 579,XXX บาท จึงควรเช็กราคา ณ จุดขายอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

JAECOO 5 EV เป็น SUV 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 211 แรงม้า ระยะทางวิ่ง 401 กม. NEDC จุดที่ทำให้คนสนใจคือการถูกวางเป็น SUV พรีเมียมคุ้มค่า และมีการสื่อสารเรื่องรุ่นประกอบในประเทศด้วย ซึ่งย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อจำนวนมาก

GWM

GWM ยังไม่ยอมปล่อยตลาดง่ายๆ และส่งรุ่นที่เน้นภาพลักษณ์กับความคุ้มลงมาสู้โดยตรง

  • GWM ORA 05 EV / ORA 5 SUV ราคา 629,000 – 699,000 บาท
  • บางข้อมูลระบุว่าแคมเปญพิเศษเริ่มต้นที่ 629,000 บาท

รุ่นนี้เป็น SUV 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 204 แรงม้า วิ่งได้ 520 กม. NEDC ซึ่งถือว่าเด่นในเรื่องระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะกับคนที่อยากได้รถใช้งานจริงทุกวันและไม่อยากรู้สึกว่าต้องแวะชาร์จบ่อยเกินไป

OMODA

OMODA เป็นอีกชื่อที่อยู่ในเรดาร์ของคนดูรถไฟฟ้ากลุ่มไม่เกินล้าน เพราะดีไซน์ชัด และราคาเริ่มต้นยังถือว่าเข้าถึงได้

  • OMODA C5 EV ราคา 629,000 – 699,000 บาท
  • อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งระบุราคาเป็นช่วง 629,XXX บาท จึงควรตรวจสอบรุ่นย่อยจริงก่อนจอง

OMODA C5 EV 2026 เป็น SUV 5 ประตู 5 ที่นั่ง กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตันเมตร และวิ่งได้ 422 กม. NEDC จุดเด่นคือดีไซน์ล้ำสมัยและการถูกวางให้เป็นรถประกอบไทย ซึ่งทำให้มันน่าสนใจขึ้นในสายตาคนที่มองทั้งความสวยและความอุ่นใจระยะยาว

NIO

ถ้าพูดถึง EV ต่ำกว่าล้านที่เริ่มขยับภาพลักษณ์ไปทางพรีเมียม NIO เป็นชื่อที่หนีไม่ออก

  • NIO Firefly ราคา 799,000 บาท

Firefly ถูกวางเป็น Premium City Car ดีไซน์พรีเมียม และถูกมองว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถไฟฟ้าราคาไม่เกินล้านให้ดูหรูขึ้น มีความเป็นเทคโนโลยีสูงขึ้น และจับกลุ่มคนเมืองที่ต้องการรถไฟฟ้าขนาดพอดีแต่ภาพลักษณ์ไม่ธรรมดา

ZEEKR

ฝั่งรถไฟฟ้าพรีเมียมที่ราคายังไม่ทะลุล้าน ชื่อของ ZEEKR สะดุดตาอย่างมากในปีนี้

  • ZEEKR X ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท

ข้อมูลระบุว่ารุ่นนี้มีการปรับราคาลงมาเพื่อชนตลาดอย่างจริงจัง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดูโดดเด่นมากของกลุ่มต่ำกว่าล้านบาท ใครที่มอง EV แบบเน้นภาพลักษณ์ วัสดุ และความรู้สึกพรีเมียม ZEEKR X คือชื่อที่ต้องเอาไปเทียบก่อนตัดสินใจ

ถ้าจะเลือกซื้อรถไฟฟ้า ควรดูอะไรนอกจากราคา

เรื่องแรกคือการใช้งานจริงในแต่ละวัน ถ้าขับในเมืองเป็นหลัก รถเล็กอย่าง Lumin L หรือ ATTO 1 ก็อาจเพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องวิ่งไกลบ่อย มีผู้โดยสารประจำ หรืออยากได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น การขยับไปหา Dolphin, MG4, JAECOO 5 EV, ORA 05 EV หรือ OMODA C5 EV จะตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน

อีกเรื่องที่ต้องดูคือระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งตอนนี้รถในตลาดมีตั้งแต่ราว 300 กม. ไปจนถึงมากกว่า 500 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะมันส่งผลโดยตรงกับความสบายใจในการใช้รถในชีวิตจริง โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ

สรุปราคารถไฟฟ้า 2569 แบบเข้าใจง่าย

ถ้าสรุปแบบชัดที่สุด ตอนนี้ตลาด EV ไทย แบ่งได้เป็น 3 ระดับชัดเจน คือ

  • กลุ่มเริ่มต้น 3 แสนปลายถึง 4 แสนปลาย เหมาะกับรถคันแรกและการใช้งานในเมือง
  • กลุ่ม 5-7 แสนบาท เป็นสมรภูมิเดือดที่สุด เพราะทั้งราคา ระยะทางวิ่ง และออปชันเริ่มลงตัว
  • กลุ่ม 7-9 แสนบาท เป็นช่วงที่ภาพลักษณ์พรีเมียมเริ่มเด่นขึ้น และเหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าซึ่งดูครบกว่าเดิมทั้งดีไซน์และการใช้งาน

ใครกำลังจะซื้อรถไฟฟ้าปีนี้ ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะตัวเลือกเยอะ ราคาชนกันแรง และแต่ละยี่ห้อมีคาแรกเตอร์ชัดขึ้นกว่าที่เคย เลือกให้ตรงกับงบ ตรงกับการใช้งาน และตรงกับสไตล์ชีวิต รับรองว่าจบง่ายกว่ายุคก่อนเยอะ

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา