ใครที่ยังดองเรื่อง ยื่นภาษี เอาไว้ บอกเลยว่าตอนนี้คือช่วงโค้งสุดท้ายจริง ๆ เพราะกำหนดเวลาของปีภาษี 2568 เดินมาถึงปลายทางแล้ว โดยถ้ายื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทั่วประเทศ ต้องยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 แต่ถ้ายื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ยังขยายเวลาได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่หลายคนต้องจำให้แม่น เพราะช้ากว่านี้มีทั้งเงินเพิ่มและโทษปรับตามมาแน่นอน
ยื่นภาษีได้ถึงวันไหน สรุปให้ชัดแบบไม่ต้องเดา
ปีนี้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 สำหรับปีภาษี 2568 แบ่งกำหนดเวลาชัดเจนเป็น 2 ช่องทาง คือ ยื่นแบบกระดาษได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ใครสะดวกไปสำนักงานก็ต้องรีบภายในสิ้นมีนาคม ส่วนใครยังพอมีเวลาและอยากจัดการจากบ้าน มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ก็ยังใช้สิทธิยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้อีกระยะหนึ่ง
จุดที่คนพลาดกันบ่อยคือคิดว่า “ยังไม่ต้องรีบ” เพราะเข้าใจว่าทุกช่องทางหมดเขตวันเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้วแบบกระดาษกับแบบออนไลน์คนละเส้นตาย ดังนั้นถ้าวันนี้ยังไม่ได้ยื่น การตัดสินใจเลือกช่องทางให้ถูกก็ช่วยซื้อเวลาให้ตัวเองได้ทันที
ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันยังไง
หลายคนได้ยินชื่อแบบฟอร์มทุกปีแต่ยังสับสนว่าเราต้องยื่นตัวไหน แบบง่ายที่สุดคือ ภ.ง.ด.91 ใช้กับผู้ที่มีเงินได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40(1) เพียงประเภทเดียว ขณะที่ ภ.ง.ด.90 ใช้กับผู้ที่มีรายได้หลายประเภท หรือมีรายได้ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าบริการ ค่าวิชาชีพอิสระ ค้าขาย ค่าเช่า หรือรายได้อื่นที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี
พูดให้เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะเข้ากลุ่ม ภ.ง.ด.91 แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านค้าออนไลน์ ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือมีรายได้เสริมจากหลายทาง โอกาสสูงมากที่จะต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ไม่ใช่ 91 เพราะรายได้ไม่ได้มาจากเงินเดือนอย่างเดียว
ใครบ้างที่ควรระวังเรื่องยื่นภาษีเป็นพิเศษ
ในทางปฏิบัติ คนที่มักเข้าใจผิดว่าตัวเอง “ไม่น่าต้องยื่น” คือกลุ่มหารายได้ยุคใหม่ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ครีเอเตอร์ ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และคนรับงานอิสระ ซึ่งภาครัฐเองก็ออกมาเตือนชัดเจนให้รีบยื่นแบบภาษีในปีนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้เกิดขึ้นจริงและมีหน้าที่ตามกฎหมายภาษีเช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ
นอกจากบุคคลธรรมดาทั่วไปแล้ว กรมสรรพากรยังระบุว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และวิสาหกิจชุมชนบางกรณีด้วย นี่จึงไม่ใช่เรื่องของมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่มีเงินได้และเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย

ยื่นออนไลน์ดีกว่ายังไง ทำไมคนส่วนใหญ่เลือกช่องทางนี้
เหตุผลที่การยื่นออนไลน์กลายเป็นทางเลือกหลัก ไม่ใช่แค่เพราะได้เวลานานกว่าถึง 8 เมษายน 2569 แต่ยังเพราะระบบของกรมสรรพากรเปิดให้ใช้ e-Filing และ D-MyTax เพื่อช่วยจัดการข้อมูลรายได้ ค่าลดหย่อน และขั้นตอนการยื่นแบบได้สะดวกขึ้น โดย D-MyTax ถูกออกแบบมาให้ตรวจสอบข้อมูลและใช้บริการ Fast Filing เพื่อลดขั้นตอนการกรอกซ้ำหลายส่วน
สำหรับคนที่กลัวว่าการยื่นภาษีเป็นเรื่องยาก จุดสำคัญคือทุกวันนี้ระบบออนไลน์ไม่ได้เหมือนสมัยก่อนที่ต้องนั่งกรอกทุกอย่างเองแบบงง ๆ มากนัก เพราะมีการเชื่อมข้อมูลบางส่วนไว้ล่วงหน้าแล้วในระบบ ยิ่งคนที่มีเอกสารพร้อม ตรวจสอบรายได้และค่าลดหย่อนได้ครบ การยื่นออนไลน์มักจบได้เร็วกว่าเดินทางไปยื่นเองมาก
ถ้ายื่นไม่ทัน จะโดนอะไรบ้าง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ยื่นช้าแล้วจบ” เพราะหากไม่ยื่นภายในกำหนด ผู้เสียภาษีอาจต้องเจอเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ และมีโทษปรับกรณีไม่ยื่นแบบหรือชำระภาษีเกินกำหนด โดยค่าปรับอาจสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนี้หากมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหรือแจ้งข้อมูลเท็จ โทษก็หนักขึ้นไปอีกทั้งจำคุกและปรับตามกรณี
เพราะฉะนั้นคำว่า “เดี๋ยวค่อยยื่น” สำหรับเรื่องภาษี ไม่ได้แปลว่าช้าไม่กี่วันแล้วไม่มีผล แต่แปลว่าคุณกำลังเปิดทางให้ค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ยิ่งคนที่มีภาษีต้องชำระจริง การปล่อยผ่านกำหนดถือว่าเสี่ยงเต็ม ๆ
ถ้ามีภาษีต้องจ่ายเยอะ ผ่อนได้ไหม
ข่าวดีคือหากมีภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด ช่วยให้คนที่คำนวณแล้วเจอภาระก้อนใหญ่พอมีทางหายใจ ไม่ต้องจ่ายรวดเดียวจนกระทบสภาพคล่องมากเกินไป
ข้อนี้สำคัญกับเจ้าของกิจการรายเล็ก ฟรีแลนซ์ หรือคนที่มีรายได้หลายทาง เพราะหลายครั้งรายรับดูดีทั้งปี แต่ไม่ได้กันเงินสดไว้สำหรับภาษี การรู้ล่วงหน้าว่ามีทางผ่อน 3 งวด จะช่วยวางแผนการเงินได้ดีกว่าเดิมมาก
ยื่นภาษีไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือการจัดระเบียบการเงินของตัวเอง
หลายคนมองการเสียภาษีเป็นเรื่องน่าปวดหัว แต่ถ้ามองในมุมการเงินส่วนบุคคล การยื่นภาษีทุกปีคือการสรุปรายได้ทั้งปีของตัวเองอย่างเป็นระบบ คุณจะเห็นชัดว่าปีที่ผ่านมาได้เงินจากทางไหนมากที่สุด ใช้สิทธิลดหย่อนอะไรไปแล้วบ้าง และมีช่องไหนที่ควรจัดเอกสารให้ดีกว่าเดิมในปีถัดไป ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการเงินระยะยาว
ยิ่งในยุคที่คนหนึ่งคนมีรายได้หลายทาง ทั้งเงินเดือน งานเสริม ขายของออนไลน์ รับรีวิว หรือทำคอนเทนต์ การแยกบัญชี แยกเอกสาร และเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายหรือลดหย่อนไว้ตั้งแต่ต้นปี จะทำให้ช่วงยื่นภาษีไม่ใช่สงครามประสาทเหมือนเดิม แต่กลายเป็นขั้นตอนปกติที่จัดการได้ง่ายขึ้นมาก

ก่อนกดยื่น ต้องเช็กอะไรให้รอบคอบ
สิ่งที่ควรเช็กให้ครบคือประเภทเงินได้ของตัวเองว่าเข้าข่ายแบบไหน เอกสารรับรองเงินได้ หนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย หลักฐานลดหย่อนต่าง ๆ และข้อมูลส่วนตัวในระบบให้ตรง เพราะหากยื่นไปแล้วกรอกผิดหรือข้อมูลไม่ครบ ก็อาจต้องเสียเวลาแก้ไขภายหลังได้ กรมสรรพากรเองยังมีเนื้อหา Q&A และเครื่องมือช่วยอธิบายประเด็นที่คนสงสัยบ่อยในช่วงยื่นภาษีปีนี้ด้วย
อีกเรื่องที่ต้องไม่มองข้ามคือภัยมิจฉาชีพ มีการเตือนชัดเจนว่ามีการส่งอีเมลแอบอ้างเป็นสรรพากร เพื่อหลอกให้กรอก Username, Password หรือข้อมูลส่วนตัว ดังนั้นถ้าเจอข้อความทำนองให้กดยืนยันสิทธิ์หรือลิงก์แปลก ๆ ต้องระวังให้มาก อย่ากรอกข้อมูลสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด
สรุป ยื่นภาษีปีนี้ต้องจำวันไหน
สรุปแบบสั้นแต่ห้ามลืมคือ ยื่นแบบกระดาษได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ใครยังไม่ยื่นต้องรีบเช็กประเภทแบบของตัวเอง เตรียมข้อมูลให้ครบ และจัดการให้จบก่อนถึงเส้นตาย เพราะยิ่งช้า ความเสี่ยงทั้งค่าปรับ เงินเพิ่ม และความวุ่นวายก็ยิ่งไล่ตามมาแบบไม่ปรานี
เรื่องภาษีอาจไม่ใช่ข่าวที่คนอยากอ่านตอนแรก แต่สำหรับชีวิตจริง มันคือเรื่องใหญ่ที่กระทบทั้งเงินในกระเป๋าและความสบายใจของคุณโดยตรง ใครยังค้างอยู่ อย่าปล่อยให้คำว่า “เดี๋ยวก่อน” กลายเป็นค่าเสียหายทีหลัง ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

