ส้มเช้ง สามช่า น้ำตาคลอ เล่ามรสุมชีวิตหลังธุรกิจสะดุดหนัก
กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำเอาหลายคนส่งกำลังใจให้แน่น เมื่อ ส้มเช้ง สามช่า ออกมาเปิดใจถึงบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต หลังทุ่มเงินลงทุนทำธุรกิจ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นไปตามที่คาด จนสูญเงินรวมกว่า 16 ล้านบาท ทั้งจากร้านก๋วยเตี๋ยวและอีกหนึ่งธุรกิจที่เจ้าตัวระบุว่าเป็นการลงทุนที่ไว้ใจคนมากเกินไป
จากคนบันเทิงที่หลายคนคุ้นภาพความสนุก เสียงหัวเราะ และความเฮฮาบนหน้าจอ วันนี้ส้มเช้งเผยอีกมุมชีวิตที่หนักหน่วงกว่าที่หลายคนคิด เพราะเบื้องหลังรอยยิ้มคือความเครียด ความกดดัน และความรู้สึกผิดต่อลูกสาวที่ต้องมาเห็นแม่อ่อนแอในวันที่ชีวิตสะดุด
จุดเริ่มต้นจากความตั้งใจอยากต่อยอดเงินเก็บ
ส้มเช้งเล่าว่า หลังออกมาจากการทำงานประจำในวงการ เธอมีเงินก้อนหนึ่งที่เก็บไว้สำหรับต่อยอดชีวิต ด้วยนิสัยเป็นคนขยัน เห็นช่องทางทำมาหากินแล้วอยากลอง อยากให้เงินงอกเงย ไม่อยากหยุดนิ่งอยู่กับที่ แม้ลูกสาวทั้งสองคนจะเคยบอกให้แม่พัก ใช้ชีวิตให้มีความสุข และไม่ต้องลำบากอีกแล้ว
แต่ด้วยความเป็นคนสู้ ส้มเช้งจึงเลือกนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ หนึ่งในนั้นคือร้านก๋วยเตี๋ยวที่เคยได้รับกระแสตอบรับดี มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างไส้ทอดที่ลูกค้าหลายคนชื่นชอบ ทว่าพอเจอสภาพเศรษฐกิจ ภาระค่าใช้จ่าย ลูกน้องจำนวนมาก และต้นทุนที่แบกไว้สูงเกินไป ธุรกิจที่เคยดูมีอนาคตก็เริ่มกลายเป็นภาระหนัก
ร้านก๋วยเตี๋ยวขาดทุนต่อเนื่อง แบกค่าใช้จ่ายเดือนละหลายแสน
เจ้าตัวยอมรับว่าในช่วงที่ร้านเริ่มสะดุด เธอยังพยายามซัพพอร์ตทุกอย่างเต็มที่ เพราะอยากให้ลูกน้องอยู่ต่อ และยังเชื่อว่าธุรกิจน่าจะกลับมาดีได้ แต่เมื่อรายจ่ายสะสมหนักขึ้นเรื่อย ๆ จากวันละหลักหมื่น กลายเป็นรายเดือนที่ต้องจ่ายหลายแสนบาท สุดท้ายสถานการณ์ก็เริ่มกลายเป็นเหมือนโดมิโน
ร้านก๋วยเตี๋ยวเข้าเนื้ออย่างต่อเนื่องหลายเดือน โดยส้มเช้งบอกชัดว่าขาดทุนระดับ 6 หลัก และเมื่อรวมกับอีกธุรกิจหนึ่งที่ลงทุนไปแล้วสะดุดหนัก ตัวเลขความเสียหายจึงพุ่งไปถึง 16 ล้านบาท

อีกธุรกิจไว้ใจคนมากเกินไป จนกลายเป็นบทเรียนเจ็บที่สุด
นอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวแล้ว ส้มเช้งยังพูดถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แต่ยอมรับว่าเป็นการลงทุนที่เกิดจากความเชื่อใจคนมากเกินไป ก่อนที่ทุกอย่างจะเสียหายจนเงินที่เตรียมไว้สำหรับทำธุรกิจแทบละลายหายไปทั้งหมด
กรณีนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนที่คิดจะลงทุน เพราะต่อให้เป็นคนรู้จัก คนสนิท หรือโปรเจ็กต์ที่ดูน่าเชื่อถือ ก็ไม่ควรตัดสินใจจากความไว้ใจเพียงอย่างเดียว การทำธุรกิจจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสาร สัญญา แหล่งเงิน เส้นทางรายได้ ภาระหนี้ และความเสี่ยงให้รอบด้าน ก่อนนำเงินก้อนใหญ่เข้าไปผูกไว้กับใครหรือโครงการใด
เงิน 16 ล้านหายไป แต่ศักดิ์ศรียังอยู่ครบ
หลังธุรกิจสะดุด ส้มเช้งยอมรับว่าอยากเริ่มต้นใหม่ แต่ไม่ต้องการนำเงินส่วนที่แบ่งไว้ให้ลูกมาใช้ลงทุนอีก เธอจึงเลือกประกาศรับงานด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นงานรีวิว ไลฟ์สด หรือโอกาสอื่น ๆ ที่เหมาะกับความสามารถของเธอ
สิ่งที่ทำให้หลายคนชื่นชมคือ แม้จะเจอมรสุมหนัก ส้มเช้งยังยืนยันว่าอยากยืนด้วยขาของตัวเอง เธอไม่ได้ต้องการขอเงินใคร และไม่คิดจะเอาความเป็นพี่น้องกับคนดังมาเป็นทางลัดในชีวิต
สวนกลับดราม่าแรง ทำไมไม่ขอเงินเท่ง เถิดเทิง
อีกประเด็นที่ส้มเช้งพูดถึงอย่างหนักแน่น คือคอมเมนต์บางส่วนที่แซะว่าเธอหาเงินไปทำหน้า หรือทำไมไม่ไปขอเงินจาก เท่ง เถิดเทิง พี่ชายของเธอ
ส้มเช้งตอบชัดว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยขอเงินพี่ชายแม้แต่บาทเดียว แม้ช่วงที่ตัวเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกสองคน อยู่บ้านเช่า ทำกับข้าวขาย หาเช้ากินค่ำ ก็ยังเลือกพึ่งพาตัวเอง เพราะเชื่อว่าการทำด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมีความภาคภูมิใจมากกว่า
ส่วนเรื่องศัลยกรรม เจ้าตัวชี้แจงว่าหน้าทำมานานหลายปีแล้ว และการไปเกาหลีไม่ได้ไปทำหน้า แต่เป็นอีกงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการพาลูกค้าไปทำศัลยกรรม ซึ่งเป็นอาชีพที่เธอทำอยู่เช่นกัน

ลูกสาวกอดปลอบ น้ำตาแตกทั้งบ้าน
หนึ่งในช่วงที่สะเทือนใจที่สุดคือเรื่องลูกสาว โดยเฉพาะน้องคิม ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจากอังกฤษ เมื่อรู้ว่าแม่เผชิญความเครียดหนัก ก็ถึงกับร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับรู้ปัญหาของที่บ้าน และไม่สามารถช่วยแม่ได้ในวันที่แม่เหนื่อยที่สุด
ส้มเช้งเองก็ยอมรับว่ารู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องเสียใจ เธอเล่าว่าลูกสาวต้องการได้ยินเสียงหัวเราะของแม่มากกว่าเสียงเหนื่อยล้า นั่นทำให้เธอตระหนักว่าไม่ใช่แค่เงินที่หายไป แต่ความทุกข์ของเธอยังส่งผลต่อหัวใจของคนในครอบครัวด้วย
บทเรียนสำคัญของคนทำธุรกิจ ลงทุนต้องไม่ใช้แค่ใจ
เรื่องของส้มเช้งสะท้อนภาพจริงของคนทำธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่มีเงินเก็บก้อนหนึ่งแล้วอยากนำไปต่อยอด เพราะความตั้งใจดีอย่างเดียวไม่พอ ธุรกิจต้องมีแผน มีระบบ และมีการประเมินความเสี่ยงอย่างจริงจัง
ก่อนลงทุนควรรู้ให้ชัดว่าเงินต้นมาจากไหน รายได้จะกลับมาอย่างไร ต้นทุนคงที่มีอะไรบ้าง ถ้าขาดทุนจะรับได้นานกี่เดือน และถ้ามีหุ้นส่วนหรือคนกลางต้องมีสัญญาที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับคำพูดหรือความสนิทเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร แม้ขายดีไม่ได้แปลว่ากำไรดีเสมอไป เพราะค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าการตลาด และค่าเสียโอกาส ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญ หากไม่มีระบบบัญชีที่ชัดเจน ธุรกิจที่ดูคึกคักหน้าร้านอาจกำลังขาดทุนหลังบ้านโดยไม่รู้ตัว
จากวันที่ล้ม สู่การเริ่มต้นใหม่ด้วยพลังใจ
แม้เงินจำนวน 16 ล้านบาทจะเป็นความเสียหายที่หนักมาก แต่สิ่งที่ส้มเช้งพยายามย้ำคือชีวิตยังต้องเดินต่อ เธอยังมีครอบครัว มีลูก มีคนให้กำลังใจ และยังมีศักยภาพในการทำงานอยู่เต็มตัว
เจ้าตัวยังเผยว่าช่วงเวลานี้ทำให้เพลง “ตะวันตกดิน” ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้มีความหมายกับชีวิตมากขึ้น เพราะสะท้อนความจริงว่าไม่มีอะไรแน่นอน ต่อให้วันที่เคยยืนสูงแค่ไหน วันหนึ่งก็อาจต้องเจอช่วงตกต่ำ แต่สิ่งสำคัญคือการยอมรับความจริง ลุกขึ้นใหม่ และไม่จมอยู่กับความผิดพลาดเดิม

สรุปเรื่องราว ส้มเช้ง สามช่า กับบทเรียนเงิน 16 ล้าน
เรื่องราวของส้มเช้ง สามช่า ไม่ใช่แค่ข่าวบันเทิงเรียกน้ำตา แต่เป็นบทเรียนชีวิตของคนที่กล้าลงทุน กล้าล้ม และกล้ายอมรับความผิดพลาดต่อหน้าสังคม เงิน 16 ล้านอาจหายไป แต่ความเข้มแข็ง ความรักของครอบครัว และศักดิ์ศรีของคนที่ยังเลือกยืนด้วยตัวเอง ยังเป็นสิ่งที่ชัดเจนมากในเรื่องนี้
สำหรับใครที่กำลังคิดจะลงทุน เรื่องนี้คือสัญญาณเตือนให้รอบคอบมากขึ้น อย่าเชื่อใจใครง่ายเกินไป อย่าลงเงินเกินกำลัง และอย่าลืมกันเงินสำรองชีวิตไว้เสมอ เพราะธุรกิจมีทั้งวันที่ขึ้นและวันที่ลง แต่ถ้าวางแผนดีพอ ต่อให้พลาดก็ยังมีทางกลับมายืนใหม่ได้
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

