เวียดนามปรับเงินบำนาญและสวัสดิการครั้งใหญ่ เริ่ม 1 กรกฎาคม
รัฐบาลเวียดนามเดินหน้ามาตรการดูแลประชาชนกลุ่มเกษียณและผู้รับสวัสดิการรายเดือน ด้วยการปรับเพิ่ม เงินบำนาญและสวัสดิการ ขึ้น 8% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มเปราะบางที่พึ่งพารายได้ประจำจากรัฐ
การปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะเงินบำนาญเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเงินประกันสังคม เงินช่วยเหลือรายเดือน และสวัสดิการบางประเภท โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับสิทธิในระดับต่ำ ซึ่งจะมีการยกระดับขั้นต่ำเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้นในภาวะที่ค่าใช้จ่ายประจำวันยังเป็นโจทย์ใหญ่ของหลายครอบครัว
ใครบ้างที่ได้รับการปรับเพิ่ม 8%
กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการนี้มีหลายกลุ่มสำคัญ เช่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงาน ลูกจ้าง แรงงาน ผู้รับเงินบำนาญรายเดือน รวมถึงบุคลากรทางทหาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ปฏิบัติงานด้านเฉพาะทางที่อยู่ในระบบบำนาญ
นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ที่เข้าร่วมระบบประกันสังคมภาคสมัครใจ ผู้เกษียณจากบางกองทุนที่เปลี่ยนเข้าสู่ระบบประกันสังคมภาคสมัครใจ เจ้าหน้าที่ระดับตำบล อำเภอ เมือง พนักงานพาร์ทไทม์ในท้องถิ่น ผู้รับเงินช่วยเหลือผู้พิการ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุหรือโรคจากการทำงาน และแรงงานบางกลุ่มในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม
อีกกลุ่มที่ได้รับความสำคัญคือบุคลากรทางทหาร เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และผู้ที่เคยมีบทบาทในภารกิจสำคัญหลังปี 1975 ซึ่งปลดประจำการ ออกจากราชการ หรือเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว
กลุ่มเกษียณก่อนปี 1995 ได้รับการดูแลพิเศษ
ประเด็นที่น่าจับตาคือผู้ที่เกษียณอายุและได้รับเงินบำนาญหรือเงินช่วยเหลือรายเดือนก่อนวันที่ 1 มกราคม 1995 หากหลังการปรับเพิ่ม 8% แล้ว รายได้ยังต่ำกว่า 3.8 ล้านดงต่อเดือน จะได้รับการปรับเพิ่มเพิ่มเติม
ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 3.5 ล้านดงต่อเดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีก 300,000 ดงต่อเดือน ส่วนผู้ที่ได้รับอยู่ระหว่าง 3.5 ล้านดงถึงต่ำกว่า 3.8 ล้านดงต่อเดือน จะถูกปรับขึ้นให้ถึงระดับ 3.8 ล้านดงต่อเดือนทันที
มาตรการนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของระบบสวัสดิการ คือไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลขแบบเท่ากันทุกกลุ่ม แต่ต้องช่วยดันกลุ่มรายได้น้อยให้พ้นจากระดับที่เสี่ยงต่อความลำบาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ยา การรักษาพยาบาล และการดูแลชีวิตประจำวัน

งบประมาณที่ใช้และภาพรวมผู้ได้รับสิทธิ
การปรับเพิ่มเงินบำนาญและสวัสดิการครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจำนวนมาก เมื่อเทียบกับปี 2025 โดยคาดว่าต้องใช้เงินเพิ่มรวมเกือบ 10,800 พันล้านดง แบ่งเป็นงบประมาณจากรัฐมากกว่า 2,000 พันล้านดง และอีกประมาณ 8,760 พันล้านดงมาจากกองทุนประกันสังคม
ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่ามีประชาชนราว 2.4 ล้านคนที่ได้รับเงินบำนาญ สวัสดิการประกันสังคม และเงินช่วยเหลือรายเดือนในช่วง 3-10 ล้านดงต่อเดือน คิดเป็นประมาณ 80% ของผู้รับสวัสดิการทั้งหมด จึงทำให้การปรับเพิ่มครั้งนี้ส่งผลต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมากโดยตรง
เงินบำนาญเฉลี่ยจากงบประมาณแผ่นดินอยู่ที่ประมาณ 5.7 ล้านดงต่อเดือน ขณะที่เงินบำนาญเฉลี่ยจากกองทุนประกันสังคมอยู่ราว 6.7 ล้านดงต่อเดือน ส่วนกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับตำบลมีค่าเฉลี่ยประมาณ 2.7 ล้านดงต่อเดือน ทำให้การปรับเพิ่มรอบนี้มีน้ำหนักมากกับกลุ่มรายได้น้อยและผู้รับสิทธิระดับฐานล่าง
เงินเดือนข้าราชการขยับตามฐานใหม่
นอกจากเงินบำนาญและสวัสดิการ เวียดนามยังปรับเงินเดือนพื้นฐานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐเป็น 2,530,000 ดงต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเช่นกัน โดยเงินเดือนจะคำนวณจากสูตรเงินเดือนพื้นฐานคูณด้วยค่าสัมประสิทธิ์เงินเดือน
ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ซึ่งอยู่ในกลุ่มเงินเดือนสูง จะมีระดับเงินเดือนใหม่อยู่ที่ประมาณ 22.264 ล้านดง 23.782 ล้านดง และสูงสุด 25.3 ล้านดงต่อเดือน ขณะที่กลุ่มข้าราชการระดับล่างสุดบางประเภทเริ่มต้นที่ประมาณ 3.415 ล้านดงต่อเดือน
การปรับฐานเงินเดือนเช่นนี้มีผลต่อทั้งรายได้ปัจจุบันของข้าราชการ และยังเกี่ยวพันกับระบบสวัสดิการในระยะยาว เพราะฐานเงินเดือนมักเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณสิทธิประโยชน์ เงินสมทบ และความมั่นคงหลังเกษียณ
ทำไมการขึ้นเงินบำนาญจึงสำคัญต่อประชาชน
เงินบำนาญไม่ใช่แค่รายได้หลังเกษียณ แต่เป็นหลักประกันชีวิตของคนจำนวนมาก เมื่อคนทำงานเข้าสู่วัยสูงอายุ รายได้จากการทำงานลดลงหรือหายไป ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกลับเพิ่มขึ้น การมีเงินบำนาญที่เพียงพอจึงช่วยให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ลดภาระของครอบครัว และลดความเสี่ยงต่อความยากจนในวัยชรา
ในเชิงเศรษฐกิจ การเพิ่มเงินบำนาญและสวัสดิการยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับครัวเรือน เพราะผู้รับบำนาญมักนำเงินไปใช้กับสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร ยา ค่าเดินทาง ค่ารักษา และการดูแลบ้าน เมื่อเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น ร้านค้าและบริการรายย่อยก็ได้รับผลดีตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มสวัสดิการต้องเดินคู่กับความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม เพราะหากจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐจำเป็นต้องบริหารสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนกับเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว

สรุปภาพรวมมาตรการ 1 กรกฎาคม
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เวียดนามจะเพิ่มเงินบำนาญ เงินประกันสังคม และเงินช่วยเหลือรายเดือนขึ้น 8% พร้อมยกระดับรายได้ขั้นต่ำให้บางกลุ่มแตะ 3.8 ล้านดงต่อเดือน โดยเฉพาะผู้เกษียณก่อนปี 1995 ที่ยังได้รับเงินในระดับต่ำ ขณะเดียวกันเงินเดือนพื้นฐานของข้าราชการก็ปรับขึ้นเป็น 2.53 ล้านดงต่อเดือน ส่งผลให้เงินเดือนสูงสุดของผู้เชี่ยวชาญอาวุโสขยับแตะ 25.3 ล้านดงต่อเดือน
ภาพรวมทั้งหมดถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ ดูแลผู้สูงอายุ ลดแรงกดดันค่าครองชีพ และยกระดับระบบสวัสดิการให้ตอบโจทย์สังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคประชากรสูงวัยมากขึ้น
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

