ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ชัชชาติคะแนนนำขาด
ผลเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 กลายเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่นของเมืองหลวง หลังผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ทำคะแนนนำคู่แข่งแบบขาดลอย กวาดคะแนนทะลุ 1.4 ล้านเสียง และขึ้นแท่นว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2
ตัวเลขสำคัญจากการนับคะแนนประมาณ 95% ระบุว่า ชัชชาติได้ 1,444,914 คะแนน คิดเป็นสัดส่วนราว 65.6% ของคะแนนที่นับแล้ว มากกว่าสถิติเดิมที่เจ้าตัวเคยทำไว้ในการเลือกตั้งปี 2565 ส่งผลให้คำว่า “ทุบสถิติตัวเอง” กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีหลังปิดหีบ
อันดับถัดมาเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้ 288,171 คะแนน ตามด้วย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ได้ 176,934 คะแนน และนายอนุชา บูรพชัยศรี ได้ 101,819 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครรายอื่นได้คะแนนลดหลั่นกันไป
เลือกตั้งสองใบ สะท้อนเสียงคนกรุงทั้งฝ่ายบริหารและสภา
การเลือกตั้งครั้งนี้คนกรุงเทพฯ ใช้สิทธิเลือก 2 ส่วนสำคัญ คือ ผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. โดยผู้ว่าฯ กทม. ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเมือง ดูแลนโยบายหลัก การบริหารงบประมาณ การจัดการปัญหาปากท้อง ระบบระบายน้ำ การจราจร สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ส่วน ส.ก. ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น มีบทบาทตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร พิจารณางบประมาณ และสะท้อนปัญหาจากแต่ละเขตเข้าสู่สภา กทม. ดังนั้นผลเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าใครจะนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ แต่ยังสะท้อนทิศทางการเมืองเมืองหลวงในอีก 4 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน

พรรคประชาชนคว้า ส.ก. 22 ที่นั่ง ขึ้นอันดับหนึ่งในสภา กทม.
ศึก ส.ก. 50 เขต เป็นอีกสนามที่น่าจับตาไม่แพ้กัน โดยผลอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า พรรคประชาชนคว้าไป 22 ที่นั่ง มากที่สุดในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ตามด้วยกลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 8 ที่นั่ง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 4 ที่นั่ง กลุ่มอิสระ 3 ที่นั่ง และกลุ่ม Better Bangkok 2 ที่นั่ง
ภาพรวมดังกล่าวทำให้สภา กทม. ชุดใหม่มีลักษณะหลากหลายทางการเมืองมากขึ้น แม้ชัชชาติจะเป็นผู้สมัครอิสระและได้คะแนนนำสูงในสนามผู้ว่าฯ แต่การทำงานหลังจากนี้ยังต้องอาศัยการประสานกับ ส.ก. จากหลายกลุ่ม เพื่อผลักดันงบประมาณ แผนพัฒนาเมือง และการแก้ปัญหาระดับเขตให้เดินหน้าได้จริง
ชัชชาติประกาศ 4 ปีจากนี้งานหนักกว่าเดิม
หลังผลคะแนนนำชัดเจน ชัชชาติกล่าวขอบคุณทุกเสียง ทั้งผู้ที่เลือกและไม่ได้เลือก พร้อมย้ำว่าการได้รับเสียงสนับสนุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะ แต่เป็น “คำสั่งจากประชาชน” ที่ต้องแปลงเป็นงานจริงให้เร็วที่สุด
เป้าหมายสำคัญหลังจากนี้คือการนำแผนและนโยบายที่หาเสียงไว้ไปจัดลำดับความสำคัญ วางยุทธศาสตร์ และทำแผน 100 วันแรกให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลานาน เช่น ความโปร่งใส การป้องกันทุจริต การจัดการน้ำท่วม การยกระดับบริการเมือง การใช้เทคโนโลยี และการทำให้ระบบราชการ กทม. ทำงานตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
ความหมายของคะแนน 1.4 ล้านเสียง
คะแนนกว่า 1.4 ล้านเสียงของชัชชาติไม่ใช่แค่ตัวเลขสูงสุดในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ยังสะท้อนความคาดหวังขนาดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ต่อการบริหารเมืองในยุคต่อไป ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงคำประกาศนโยบาย แต่ต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่ถนน ทางเท้า น้ำท่วม ขยะ ฝุ่น PM2.5 การเดินทาง ความปลอดภัย ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ
ในมุมการเมืองท้องถิ่น ผลเลือกตั้งครั้งนี้ยังบอกชัดว่า คนกรุงให้ความสำคัญกับผลงาน ความต่อเนื่อง และความสามารถในการบริหารเมือง ขณะเดียวกันการที่พรรคประชาชนได้ ส.ก. มากที่สุด ก็ทำให้สมดุลในสภา กทม. เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เพราะฝ่ายบริหารและฝ่ายสภาจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ท่ามกลางการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

บทสรุปศึกเลือกตั้ง กทม. 2569
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ทำให้ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก้าวสู่ตำแหน่งว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ด้วยคะแนนนำแบบเหนือความคาดหมายและทุบสถิติเดิมของตัวเอง ขณะที่สนาม ส.ก. พรรคประชาชนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่สุดในสภา กทม. ด้วยจำนวน 22 ที่นั่ง
จากนี้กรุงเทพฯ จะเข้าสู่ช่วงพิสูจน์ของจริง ว่าคะแนนเสียงมหาศาลที่ประชาชนมอบให้จะถูกแปลงเป็นผลงานได้มากแค่ไหน ทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิต ความโปร่งใส การแก้ปัญหาเมือง และการสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

