
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เรอัล มาดริด 6-1 โมนาโก วันนี้ 21/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แฟนบอลที่กดเช็ก ผลบอลสด กันแบบตาไม่กะพริบได้เห็นความโหดของแนวรุกเรอัล มาดริด ชัดเจนเต็มตา เมื่อ “ราชันชุดขาว” ระเบิดฟอร์มจัดหนักถล่ม โมนาโก 6-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก 36 ทีม เกมนี้สามประสาน วินิซิอุส จูเนียร์ – คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – ฟรังโก มาสตันตูโอโน่ เล่นกันอย่างกับโกงเกม ส่วนทีมเยือนแนวรับพังเป็นโดมิโน รับไม่อยู่ทั้งเกม
🕒 ครึ่งแรก: เอ็มบัปเป้เบิ้ล ราชันคุมเกมเบ็ดเสร็จ
มาดริดเปิดฉากมาดุดัน ตั้งไลน์เพรสตั้งแต่แดนบน บีบให้โมนาโกต้องเตะทิ้งเตะขว้างตั้งแต่ต้นเกม นาทีที่ 5 ความกดดันก็แปรเปลี่ยนเป็นประตูนำ 1-0 เมื่อเฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ แทงทะลุช่องให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หลุดมาซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเยือกเย็น
โมนาโกพยายามตั้งสติ มีจังหวะตอบโต้บ้างจาก ฟอลาริน บาโลกัน และ มักซ็อง อัคลิอูช แต่ติดบล็อกแนวรับเจ้าถิ่นกับเซฟของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ทั้งหมด ก่อนที่นาที 26 ราชันจะหนีเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว วินิซิอุส จูเนียร์ ลากกินกองหลังแล้วไหลต่อให้ เอ็มบัปเป้ จบสกอร์แบบไม่เหลือ
ท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มเดือด เดนิส ซาคาเรีย ตัดฟาวล์กลางสนามโดนใบเหลืองนาที 33 ส่วน จู๊ด เบลลิงแฮม โดนจดชื่อเช่นกันในช่วงทดเวลา แต่ภาพรวมยังเป็นมาดริดที่คุมเกมด้วยการต่อบอลสั้นแม่นยำ จบ 45 นาทีแรกเจ้าถิ่นนำ 2-0 แบบแทบไม่ต้องออกแรงไล่บอลมากนัก
🔥 ครึ่งหลัง: ปิดสวิตช์โมนาโก ยิงเพิ่มอีก 4
ครึ่งหลัง อัลบาโร อาร์เบโลอา ปรับเล็กน้อย ส่ง ดานี่ เซบายอส ลงมาแทน ราอูล อาเซนซิโอ เพื่อเพิ่มจังหวะคุมเทมโปเกมรุก และผลก็ออกมาทันควัน นาที 51 ฟรังโก มาสตันตูโอโน่ ขึ้นสกอร์ 3-0 จากการประสานงานกับ วินิซิอุส ก่อนที่เพียง 4 นาทีถัดมา ติโล เคห์เรอร์ จะสกัดพลาดส่งบอลเข้าประตูตัวเอง กลายเป็น 4-0 แบบช็อกทั้งแนวรับทีมเยือน
โมนาโกพยายามแก้เกม นาที 61 เปลี่ยนทีเดียวสองคน ส่ง กาสซูม โออัตตารา กับ มามาดู คูลิบาลี่ ลงมาช่วยริมเส้นและแดนกลาง แต่ยังไม่ทันไล่สกอร์ก็โดนเพิ่ม นาที 63 อาร์ดา กือแลร์ แทงทะลุให้ วินิซิอุส หลุดเดี่ยวไปชิพบอลสวยงาม กลายเป็น 5-0
ทีมเยือนมีฮึดเล็กน้อย นาที 72 จอร์แดน เตเซ่ เติมขึ้นมายิงตีไข่แตกเป็น 5-1 หลังจากนั้นส่ง อลาดจี้ บัมบ้า กับ จอร์จ อีเลนิคเฮนา ลงมาเติมความสด แต่แนวรับยังโดนรุมบี้อยู่ดี นาที 80 วัลเวร์เด้ เปิดให้ เบลลิงแฮม โฉบซัดปิดกล่องเป็น 6-1 สกอร์ขาดลอย ก่อนจบเกมแบบไร้ปาฏิหาริย์ ราชันไล่ยำโชว์พลังเกมรุกครบเครื่อง

👥 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🏟 เรอัล มาดริด (4-3-3)
ผู้จัดการทีม: อัลบาโร อาร์เบโลอา
- ผู้รักษาประตู: ติโบต์ กูร์กตัวส์ (7.4) เซฟช็อตสำคัญต้นเกมและคุมพื้นที่ในกรอบได้เหนียวแน่น
- กองหลัง:
- แบ็กขวา เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ กัปตันทีม (7.3) เติมสูงตลอดและทำแอสซิสต์ให้ประตูแรก
- เซ็นเตอร์ ราอูล อาเซนซิโอ (6.9) เล่นง่าย เน้นเคลียร์บอล
- เซ็นเตอร์ ดีน ฮุยย์เซน (6.3) มีหลุดจังหวะบ้างแต่โดยรวมรับมือบาโลกันได้ดี
- แบ็กซ้าย เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า (7.5) ขยันวิ่งทั้งรับทั้งรุก เติมขึ้นไปช่วยครอสหลายครั้ง
- กองกลาง:
- อาร์ดา กือแลร์ (6.9) เชื่อมเกมฝั่งขวา ก่อนโดนถอดช่วงครึ่งหลัง
- ออเรเลียง ชูอาเมนี่ (7.3) ยืนหน้าคู่เซ็นเตอร์ ไล่ตัดเกมเก็บบอลสองได้เยอะ
- จู๊ด เบลลิงแฮม (8.4) คุมจังหวะกลางสนาม เติมขึ้นทำประตู 6-1 ปิดท้าย
- แนวรุก:
- ฟรังโก มาสตันตูโอโน่ (8.2) ฉีกตัวรับเปิดพื้นที่ ยิงเอง 1 ประตู
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (9.4) เหมาสองประตูแรก แทบหยุดไม่อยู่
- วินิซิอุส จูเนียร์ (10.0) ยิง 1 จ่าย 2 เกมรุกฝั่งซ้ายเผาแบ็กโมนาโกจนไหม้
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ดานี่ เซบายอส (6.2) แทน อาเซนซิโอ นาที 46
- กอนซาโล การ์เซีย (6.4) แทน มาสตันตูโอโน่ นาที 71
- ดาเนียล การ์บาฆาล (6.6) แทน กือแลร์ นาที 76
- ฟราน การ์เซีย (6.5) แทน กามาวิงก้า นาที 77
- ดานี่ เมโซ (6.4) แทน วัลเวร์เด้ นาที 83
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: อันดรีย์ ลูนิน, ฟราน กอนซาเลซ, ดาวิด อลาบา, โปล ฟอร์ตูนี่
🏟 โมนาโก (4-2-3-1)
ผู้จัดการทีม: เซบาสเตียน โปโกญโญลี่
- ผู้รักษาประตู: ฟิลิปป์ เคิร์น (5.5) เจอลูกยิงตรงกรอบตลอดเกม แทบไม่มีจังหวะเซฟระดับไฮไลต์
- กองหลัง:
- แบ็กขวา วานเดอร์สัน (5.7) ครึ่งแรกโดนวินิซิอุสเผาเละ ก่อนโดนเปลี่ยนออก
- เซ็นเตอร์ เอริก ดายเออร์ (5.6) อ่านจังหวะบางลูกช้า พลาดตามสปีดกองหน้ามาดริด
- เซ็นเตอร์ จอร์แดน เตเซ่ (8.1) ยิงตีไข่แตก 1 ประตู เป็นคนเดียวในแนวรับที่ดูมีภาวะผู้นำ
- แบ็กซ้าย ติโล เคห์เรอร์ (3.8) คืนสกอร์ให้คู่แข่งเองจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเอง
- กองกลางตัวรับ:
- เดนิส ซาคาเรีย กัปตันทีม (6.4) ตัดเกมดุ เดือดจนโดนใบเหลือง
- อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (6.2) พยายามเชื่อมเกม แต่โดนกดดันจนเล่นไม่ถนัด
- ตัวรุกด้านหลัง:
- มักซ็อง อัคลิอูช (6.3) มีเลี้ยงจี้บ้างแต่ไม่คมในจังหวะสุดท้าย
- อันซู ฟาติ (6.2) ขยับหาพื้นที่ดี แต่โอกาสจบน้อย
- ไคโอ เอ็นรีเก้/เซร์คิโอ เอ็นริเก้ (5.8) ทางฝั่งซ้ายทำเกมไม่ขึ้น
- กองหน้า: ฟอลาริน บาโลกัน (6.6) โดดเดี่ยวตลอดเกม โอกาสยิงมีจำกัด
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- กาสซูม โออัตตารา (6.2) แทน วานเดอร์สัน นาที 61
- มามาดู คูลิบาลี่ (6.4) แทน อันซู ฟาติ นาที 61
- อลาดจี้ บัมบ้า (6.8) แทน ซาคาเรีย นาที 73
- จอร์จ อีเลนิคเฮนา (6.3) แทน บาโลกัน นาที 73
- ลูคัส มิคาล (6.3) แทน โกโลวิน นาที 84
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: ยานน์ ลีญาร์, ฌูลส์ สตาวิเอชกี้, อีลาน ตูเร่, สแตนีส อีดุมโบ มูซัมโบ, ซามูเอล นิโบมเบ, มีคา เบียร์เรธ
นักเตะที่หายไปเพราะโทษแบนและอาการบาดเจ็บฝั่งมาดริดมีทั้ง อัลบาโร การ์เรรัส, บราฮิม ดิอาซ, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, โรดรีโก้, เอแดร์ มิลิเตา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขณะที่โมนาโกขาดตัวดังอย่าง พอล ป็อกบา, โมฮัมเหม็ด ซาลิซู, ลามีน กามารา, เครแป็ง ดิยัตต้า, ทาคูมิ มินามิโนะ และคนอื่น ๆ อีกหลายราย
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้ามองในมุม วิเคราะห์บอล เกมนี้โครงสร้างของเรอัล มาดริดชัดเจนมาก ใช้ 4-3-3 แบบยืดหยุ่น เมื่อครองบอล วัลเวร์เด้จะขยับยืนสูงเกือบเป็นวิงแบ็ก เปิดพื้นที่ให้ กือแลร์ และ มาสตันตูโอโน่ เข้ามาเล่นด้านในร่วมกับ เบลลิงแฮม ทำให้ครึ่งช่องระหว่างแบ็กกับเซ็นเตอร์ของโมนาโกถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชูอาเมนี่ยืนคุมหน้าเซ็นเตอร์เพียงคนเดียวแต่บริหารพื้นที่ได้ดี ทำให้สองเซ็นเตอร์ไม่ต้องออกมาดวลด้านข้างมากนัก ส่วนด้านหน้า เอ็มบัปเป้ กับ วินิซิอุส สลับวิ่งทำลายไลน์รับ ทำให้ดายเออร์กับเตเซ่สับสนตลอด 90 นาที เมื่อบอลถูกดึงออกนอกกรอบเคห์เรอร์กับวานเดอร์สันต้องออกไปไล่ เปิดช่องให้มิดฟิลด์ทะลุเข้ากรอบอย่าง เบลลิงแฮม หรือ มาสตันตูโอโน่
ในทางกลับกัน โมนาโกเล่น 4-2-3-1 แต่ดันให้ซาคาเรียต้องรับผิดชอบพื้นที่กว้างเกินไป เมื่อโกโลวินดันสูง เกมรับจึงเหลือสายกันสามเหลี่ยมเล็ก ๆ หน้ากรอบเขตโทษ พอโดนมาดริดถ่ายบอลเร็วจากซ้ายไปขวา ความเหนื่อยล้าจึงไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ความผิดพลาดเชิงบุคคลอย่างลูกทำเข้าประตูตัวเองของเคห์เรอร์ และช่องว่างให้นักเตะเจ้าถิ่นสอดเข้าไปจบสกอร์ง่าย ๆ
เกมรุกของโมนาโกฝากไว้กับความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก บอลจากแนวลึกขึ้นไปถึงบาโลกันไม่กี่ครั้ง และแทบไม่มีจังหวะต่อบอลพื้นสวย ๆ ในพื้นที่สุดท้าย ดังนั้นแม้จะมีโอกาสยิงรวม 18 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นช็อตไกลหรือมุมยาก ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเท่าที่ควร

📈 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง
ตัวเลขสถิติบอกภาพรวมได้ชัดเจน เรอัล มาดริดครองบอล 53% ต่อ 47% แต่ที่ต่างกันคือคุณภาพของโอกาส เจ้าถิ่นยิงทั้งหมด 23 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ซึ่งเปลี่ยนเป็น 6 ประตู ส่วนโมนาโกยิง 18 ครั้งแต่เข้ากรอบเพียง 6 ลูก กูร์กตัวส์จัดการเซฟได้แทบหมด
จำนวนการส่งบอลใกล้เคียงกัน 481 ต่อ 478 แสดงให้เห็นว่าโมนาโกไม่ได้เสียบอลง่าย แต่ความแม่นยำของมาดริดสูงถึง 91% ขณะที่ทีมเยือน 88% ซึ่งเมื่อประกอบกับการเพรสซิ่งดุดัน ทำให้ทุกครั้งที่มาดริดแย่งบอลได้ในแดนคู่แข่งจะสร้างโอกาสทันที
ฟาวล์ 9 ต่อ 11 ใบเหลืองฝั่งละหนึ่งใบ ไม่มีใบแดง ไม่มีล้ำหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนว่ามาดริดจัดการไลน์ล้ำหน้าแบบไม่เสี่ยง แถมได้เตะมุมมากกว่าชัดเจน 10 ต่อ 6 จากการบุกกดดันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเกม
⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ 5′ เรอัล มาดริดขึ้นนำ 1-0 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ รับบอลจากเฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ยิงด้วยขวาเสียบมุม
- ⚽ 26′ เจ้าถิ่นนำ 2-0 เอ็มบัปเป้แปจ่อกลางประตู จากการป้อนให้ของวินิซิอุส จูเนียร์
- 🟨 33′ เดนิส ซาคาเรีย ฟาวล์หนักกลางสนาม รับใบเหลืองให้โมนาโก
- 🟨 44′ จู๊ด เบลลิงแฮม เข้าเสียบช้า โดนใบเหลืองฝั่งมาดริด
- 🔁 46′ มาดริดเปลี่ยนคนแรก ส่งดานี่ เซบายอส ลงแทน ราอูล อาเซนซิโอ
- ⚽ 51′ สกอร์ไหลเป็น 3-0 ฟรังโก มาสตันตูโอโน่ ยิงในกรอบจากการทำทางของวินิซิอุส
- ⚽ 55′ 4-0 มาดริดได้ประตูจากจังหวะ ติโล เคห์เรอร์ สกัดพลาดเข้าประตูตัวเอง
- 🔁 61′ โมนาโกเปลี่ยนสองคนรวด กาสซูม โออัตตารา แทน วานเดอร์สัน และมามาดู คูลิบาลี่ แทน อันซู ฟาติ เพื่อเติมความสด
- ⚽ 63′ 5-0 วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดเต็มข้อหลังรับบอลแทงจากอาร์ดา กือแลร์
- 🔁 71′ กอนซาโล การ์เซีย ลงแทน มาสตันตูโอโน่ ฟากเจ้าถิ่น
- ⚽ 72′ โมนาโกตีไข่แตก 5-1 จอร์แดน เตเซ่ เติมขึ้นมายิงในกรอบไม่เหลือ
- 🔁 73′ ทีมเยือนส่ง อลาดจี้ บัมบ้า กับ จอร์จ อีเลนิคเฮนา ลงแทน ซาคาเรีย และ บาโลกัน ตามลำดับ
- 🔁 76′ ดาเนียล การ์บาฆาล ลงแทน กือแลร์
- 🔁 77′ ฟราน การ์เซีย ลงแทน กามาวิงก้า ปรับเกมรับฝั่งซ้าย
- ⚽ 80′ ประตูปิดกล่อง 6-1 เบลลิงแฮมยิงจากการจ่ายถวายพานของวัลเวร์เด้
- 🔁 83′ ดานี่ เมโซ ถูกส่งลงมาแทน วัลเวร์เด้
- 🔁 84′ ลูคัส มิคาล ลงแทน โกโลวิน ฝั่งโมนาโก
- 🔚 90+3′ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา เรอัล มาดริดชนะขาด 6-1
⭐ Player of the Match – วินิซิอุส จูเนียร์
แม้เอ็มบัปเป้จะซัดเบิ้ล แต่คนที่เปลี่ยนเกมให้เรอัล มาดริดแบบชัดที่สุดคือ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกแซมบ้าทำคะแนนเฉลี่ยถึง 10 เต็ม เขาเล่นงานแบ็กขวาโมนาโกแทบทั้งเกม ทั้งสปีดต้น การเลี้ยงจี้ และความเกรี้ยวกราดในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง สถิติเด่นคือยิง 1 ประตู จ่าย 2 แอสซิสต์ ให้เอ็มบัปเป้และมาสตันตูโอโน่ แถมมีส่วนร่วมในประตูอื่น ๆ ด้วยการดึงตัวประกบออกจากพื้นที่ ทำให้เพื่อนสอดขึ้นมาจบสกอร์ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นเกมที่ย้ำชัดว่าแผงหน้ามาดริดยุคใหม่อันตรายทุกคน ไม่ใช่แค่ซูเปอร์สตาร์รายเดียว

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้เรอัล มาดริดเก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน จาก 7 นัด ผลงานชนะ 5 แพ้ 2 ยิง 19 เสีย 8 ประตู ผลต่างบวก 11 ขยับรั้งอันดับ 2 ของตารางรวมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามหลังอาร์เซนอลจ่าฝูงที่กวาด 21 แต้มเต็มเพียงทีมเดียว เท่ากับว่าราชันชุดขาวขยับเข้าใกล้การการันตีท็อปโซนและสิทธิ์เข้ารอบลึกในเส้นทางยุโรปเข้าไปทุกที
ด้านโมนาโกสะดุดหนัก หล่นลงไปอยู่อันดับ 20 มี 9 คะแนน จากผลงานชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 2 ยิงได้เพียง 8 เสียถึง 14 ลูก ผลต่างติดลบ 6 ต้องเร่งเครื่องในเกมที่เหลือหากไม่อยากลุ้นเหนื่อยกับการแย่งโควตาเข้ารอบน็อกเอาต์ช่วงโค้งสุดท้าย
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
ตามหน้า โปรแกรมบอล หลังจบเกมนี้ เรอัล มาดริดยังมีภารกิจต่อเนื่อง เริ่มจากบุกเยือนบียาร์เรอัล ในศึกลาลีกา วันที่ 25 มกราคม 2026 เวลา 03.00 น. ก่อนกลับมาลงสนามยุโรปอีกครั้งด้วยการยกพลเยือนเบนฟิก้า วันที่ 29 มกราคม 2026 ซึ่งน่าจะเป็นบททดสอบใหญ่ต่อเนื่องของแนวรุกชุดนี้ว่าจะคงความร้อนแรงได้แค่ไหน
ฝั่งโมนาโกต้องรีบเคลียร์สภาพจิตใจให้เร็วที่สุด เริ่มจากเกมลีกเอิงบุกเยือน เลอ อาฟร์ วันที่ 25 มกราคม 2026 เวลา 01.00 น. หากพลาดอีกอาจส่งผลยาวไปถึงความมั่นใจ ก่อนจะได้เล่นในบ้านพบยูเวนตุส ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันที่ 29 มกราคม 2026 เกมนั้นคือโอกาสแก้ตัวในสายตาแฟนบอลและเป็นจุดชี้ชะตาเส้นทางยุโรปของพวกเขาโดยตรง
📣 เช็กบ้านผลบอลมันส์ ๆ ที่บ้านกีฬา
หลังเกมเดือดแบบนี้ แฟนบอลที่อยากเกาะติดทุกคู่จากยุโรปถึงไทยลีก อย่าลืมกดเข้ามาเช็ก บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา ทั้งสกอร์สด สถิติระหว่างเกม ไฮไลต์สำคัญ และบทวิเคราะห์แบบถึงเนื้อถึงตัว เราจะคัดเกมใหญ่ เกมเด็ด มาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็มทุกคืนลูกหนัง

