บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เดือดที่ลอนดอน! โรเมโร–โซลันเก ยิงฝังดอร์ทมุนด์ 10 คน สเปอร์สซิว 3 แต้มสำคัญลุ้นเข้าท็อปโซนรอบลีก

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง สเปอร์ส 2-0 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ วันนี้ 21/1/69 – บ้านกีฬา

บ้านกีฬา พาเกาะทุกจังหวะแบบอารมณ์ ผลบอลสด จากลอนดอน สเปอร์สเปิดรังรับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เกมนี้เจ้าถิ่นมาในระบบ 4-2-3-1 เน้นความดุดันริมเส้น ส่วนทีมเยือนยืน 3-4-2-1 หวังเก็บแต้มกลับบ้าน แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงตั้งแต่ครึ่งแรกเมื่อดอร์ทมุนด์เหลือผู้เล่น 10 คน ก่อนที่ไก่เดือยทองจะอาศัยความคมหน้าปากประตูเชือดไป 2-0 จากลูกยิงของคริสเตียน โรเมโร และโดมินิก โซลันเก

ชัยชนะนัดนี้ไม่ใช่แค่สกอร์สวย ๆ ตามหน้า บ้านผลบอล แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าทีมของโธมัส แฟรงค์ เล่นกันเป็นระบบ มีวินัยทั้งเกมรุกและเกมรับ ขณะที่ฝั่งนิโก โควัช ต้องกลับไปเคลียร์ปัญหาเกมรับและวินัยในสนามอย่างหนัก

🔥 ครึ่งแรก – สเปอร์สบดขยี้ก่อนมีตัวผู้เล่นเหนือกว่า

เริ่มเกม สเปอร์สเขี่ยบอลเปิดฉากบุกใส่ทันที แต่ดอร์ทมุนด์พยายามไล่บี้สูง เกมปะทะกลางสนามดุเดือดตั้งแต่นาทีแรก ก่อนที่เกมรุกเจ้าถิ่นจะเริ่มจับจังหวะได้จากบอลริมเส้นฝั่งขวาของเปโดร ปอร์โร และการสอดขึ้นของวิลสัน โดแบร์ต ทางซ้าย

นาที 6 เจ้าบ้านได้ลุ้นจากเตะมุม เควิน ดันโซ โหม่งชงให้ลูคัส แบร์กวัลล์ ได้โขกแต่บอลหลุดกรอบ ทว่าก็เป็นสัญญาณว่าลูกกลางอากาศของสเปอร์สสร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือนได้จริง

นาที 14 ประตูเบิกสกอร์มาอย่างที่แฟนไก่รอคอย บอลเตะมุมฝั่งซ้ายของโดแบร์ตโค้งเข้าไปกลางเขตโทษ แนวรับดอร์ทมุนด์สกัดไม่ขาด คริสเตียน โรเมโร โฉบขึ้นมาโขกจ่อ ๆ ส่งบอลตุงตาข่าย สเปอร์สขึ้นนำ 1-0 อย่างสมควร

หลังเสียประตู เสือเหลืองพยายามดันไลน์สูง แต่กลับเสียฟาวล์บ่อย จังหวะสำคัญมาถึงนาที 24-26 เมื่อดาเนียล สเวนส์ซอน ทำฟาวล์แฮนด์บอล ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนกลับมาแจกใบแดงไล่ออกจากสนาม ดอร์ทมุนด์เหลือ 10 คนตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทำให้รูปเกมเปลี่ยนทันที ทีมเยือนต้องถอยลงมาตั้งรับลึก ปล่อยให้สเปอร์สครองบอลบุกแทบฝ่ายเดียว

นาที 37 เจ้าบ้านฉวยโอกาสบวกเพิ่มเป็น 2-0 จากการเข้าทำสุดเนียน บอลต่อเนื่องริมเส้นซ้ายมาถึงโดแบร์ต ลากตัดเข้าในก่อนแทงเข้าเขตโทษให้โดมินิก โซลันเก วิ่งมาจบสกอร์จ่อ ๆ ไม่เหลือ สเปอร์สคุมเกมเด็ดขาด จบครึ่งแรกนำสบาย 2-0

🔥 ครึ่งหลัง – สเปอร์สเน้นคุมจังหวะ ดอร์ทมุนด์ 10 คนสู้ยิบตาแต่ทวงคืนไม่สำเร็จ

เริ่มครึ่งหลัง โควัชแก้เกมทันที ส่งเอ็มเร่ ชาน และยูเลียน ไรเออร์สัน ลงมาเพิ่มพลังแดนกลางและริมเส้น หวังทวงจังหวะเกมกลับมา ดอร์ทมุนด์พยายามขยับสูงมากขึ้น ใช้การยิงไกลและเปิดครอสลุ้นโขกจากแนวรับอย่างนิโค ชโลตเทอร์เบ็ค แต่ก็ยังติดเซฟกุยเยลโม่ วิคาริโอ

ช่วงนาที 60-70 ทีมเยือนมีจังหวะกดดันต่อเนื่อง เฟลิกซ์ เอ็นเมชา กับวัลเดมาร์ อันตอน ได้ยิงคนละที แต่โดนบล็อกแนวรับไก่เดือยทองทั้งหมด จากนั้นดอร์ทมุนด์ส่งฟาบิโอ ซิลวา กับคาร์นี่ ชุคเววเมก้า ลงไปไล่กดดันแนวรับสเปอร์ส ส่วนเจ้าบ้านตอบโต้ด้วยการส่งร็องดัล โคโล มูอานี ลงมาเติมสปีดเกมสวนกลับ

ท้ายเกม ดอร์ทมุนด์พยายามเปิดเกมรุกเต็มกำลัง แม้เหลือ 10 คน แต่ต้องจบด้วยการยิงนอกกรอบเสียเป็นส่วนใหญ่ นาที 86 เกิดจังหวะเดือดเมื่อจูเลียน ไรเออร์สัน และอาร์ชี เกรย์ ปะทะกันจนทั้งคู่โดนแจกใบเหลือง

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที เสือเหลืองเกือบตีไข่แตกจากลูกโขกของชโลตเทอร์เบ็ค แต่ยังไปตรงตัววิคาริโอที่อ่านเกมดี จบ 90 นาที สเปอร์สปิดจ็อบชนะ 2-0 เก็บ 3 แต้มในบ้านแบบไม่เสียประตู พร้อมเสียงเฮลั่นตามสไตล์แฟนไก่ที่กำลังดู ผลบอลสด กันทั่วโลก

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน

🟦 สเปอร์ส (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • กุยเยลโม่ วิคาริโอ – 7.2 เซฟสำคัญช่วงท้ายเกม ช่วยทีมเก็บคลีนชีต

กองหลัง

  • แบ็กขวา เปโดร ปอร์โร – 7.3 เติมเกมรุกตลอด แถมเปิดลูกนิ่งได้ลุ้น
  • เซ็นเตอร์แบ็ก คริสเตียน โรเมโร (กัปตัน) – 8.5 ยิงประตูแรกให้ทีม และเก็บกวาดแนวรุกดอร์ทมุนด์อย่างเด็ดขาด
  • เซ็นเตอร์แบ็ก เควิน ดันโซ – 7.0 คุมพื้นที่ลูกกลางอากาศได้อยู่มือ
  • แบ็กซ้าย เดสตินี่ อูโดกี – 7.6 เติมซ้ายสุดจัดจ้าน ทั้งตัดเกมและพาบอลขึ้นหน้า

กองกลางตัวรับ/บ็อกซ์ทูบ็อกซ์

  • ซาบี ซิมอนส์ – 7.4 ขับเคลื่อนจังหวะเกม เชื่อมระหว่างรับกับรุกให้ลื่นไหล
  • ลูคัส แบร์กวัลล์ – 6.7 มีบทบาทในเกมเพรสซิ่ง ออกบอลสั้นแม่นยำ ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 62

กองกลางตัวรุกและริมเส้น

  • เดสติน สเปนซ์ – 6.9 ทำหน้าที่ปีกขวาช่วยดึงตัวประกบ เปิดช่องให้เพื่อนเล่นง่าย
  • อาร์ชี เกรย์ – 6.9 ขยับหาพื้นที่ระหว่างไลน์ รับบอลแล้วจ่ายต่อเนียน ๆ มีใบเหลืองช่วงท้ายเกม
  • วิลสัน โดแบร์ต – 8.7 ปีกซ้ายตัวจี๊ด แอสซิสต์ทั้งสองประตู ใช้ความเร็วฉีกแนวรับจนเป็น Man of the Match

กองหน้า

  • โดมินิก โซลันเก – 7.2 ขยับเข้าพื้นที่อันตรายตลอด ยิง 1 ประตูจากจังหวะเข้าฮอร์สในกรอบ

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • จูนได ไบฟิลด์ – 6.7 (น.62 แทน แบร์กวัลล์) ลงมาช่วยแพ็คแดนกลาง ปิดพื้นที่ไม่ให้ดอร์ทมุนด์เล่นง่าย
  • ร็องดัล โคโล มูอานี – 6.4 (น.70 แทน โซลันเก) มีจังหวะหลุดเดี่ยวให้เกือบได้ประตูที่สาม
    (ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: ออสติน, คินสกี้, รอสเวลล์, ฮาร์ดี, โอลูเซซี, สการ์เล็ตต์, ทอมป์สัน, อัคฮาร์มิค, วิลเลียมส์-บาร์เน็ตต์)

บรรดาตัวเจ็บของสเปอร์สยังยาวเป็นหางว่าว ทั้งปาเป้ มาตาร์ ซาร์, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, เบน เดวีส์, มิกกี้ ฟาน เดอ เวน (แบน), อีฟส์ บิสซูม่า, เจมส์ แมดดิสัน, เดยัน คูลูเซฟสกี้, โมฮัมเหม็ด คูดุส, โรดริโก เบนตันกูร์ และริชาร์ลิสัน

🟨 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู

  • เกรเกอร์ โคเบล – 7.3 เซฟสวย ๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวของโคโล มูอานี

กองหลัง

  • เซ็นเตอร์ขวา วัลเดมาร์ อันตอน – 5.6 ตามจังหวะลูกตั้งเตะสเปอร์สไม่ทัน หลุดตำแหน่งหลายครั้ง
  • เซ็นเตอร์กลาง นิโค ชโลตเทอร์เบ็ค (กัปตัน) – 7.4 คุมเกมรับและมีโอกาสโขกทำประตู แต่ติดเซฟวิคาริโอ
  • เซ็นเตอร์ซ้าย รามี เบนเซไบนี้ – 6.3 มีปัญหารับมือปีกสปีดจัดของเจ้าบ้าน

วิงแบ็กและกองกลาง

  • วิงแบ็กขวา ยาน คูโต – 6.8 เติมเกมบุกบ่อย แต่ทิ้งพื้นที่ด้านหลังให้โดแบร์ตเล่นงาน
  • วิงแบ็กซ้าย ดาเนียล สเวนส์ซอน – 4.7 จุดเปลี่ยนของเกม โดนใบแดงนาที 26 จากจังหวะฟาวล์แฮนด์บอลหลัง VAR ย้อนดู
  • มิดฟิลด์ตัวกลาง จูด เบลลิงแฮม (น้อง) – 6.9 ขยันไล่เข้าปะทะ แต่ถูกเพรสหนักจนจ่ายบอลขึ้นหน้าได้ไม่ถนัด
  • มิดฟิลด์ตัวกลาง เฟลิกซ์ เอ็นเมชา – 6.5 มีจังหวะลองส่องไกล แต่ยังขาดความคม

แนวรุก

  • ตัวรุกขวา คาริม อเดเยมี – 6.4 ใช้ความเร็วฉีกได้บ้าง แต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์ชัดเจน
  • ตัวรุกซ้าย ยูเลียน บรันด์ท – 6.4 พยายามสร้างสรรค์เกม แต่ถูกบีบพื้นที่จนต้องถอยต่ำ
  • หน้าเป้า แซร์ฮู กีราสซี – 6.2 แทบไม่มีโอกาสจะแจ้งเพราะทีมเหลือ 10 คนเร็วเกินไป

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เอ็มเร่ ชาน – 6.9 (น.46 แทน กีราสซี) ช่วยเก็บบอลสองและเติมเกมจากแดนกลาง
  • ยูเลียน ไรเออร์สัน – 7.1 (น.46 แทน บรันด์ท) เติมเกมริมเส้นฝั่งขวา มีทั้งจังหวะยิงฟรีคิกและใบเหลืองท้ายเกม
  • ฟาบิโอ ซิลวา – 6.6 (น.64 แทน อเดเยมี) พยายามหาพื้นที่ในกรอบ แต่ถูกโรเมโร-ดันโซตามติด
  • คาร์นี่ ชุคเววเมก้า – 6.4 (น.64 แทน เอ็นเมชา) เติมมิติเลี้ยงกินตัว
  • มักซิมิเลียน ไบเออร์ – 6.4 (น.76 แทน คูโต) ลงมาช่วยป่วนแนวรับแต่ยังจบไม่ได้

ตัวเจ็บและเช็กฟิตของทีมเยือนประกอบด้วย ซาลิห์ เอิซชาน, แพทริก ดรูวส์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์ และอารอน อันเซลมิโน ซึ่งส่งผลให้โควัชเลือกจัดทีมได้ไม่เต็มมือ

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

บ้านกีฬา มองภาพรวมเชิง วิเคราะห์บอล แล้ว สเปอร์สชนะเกมนี้จาก “สมดุลทั้งสองฝั่งบอล” อย่างชัดเจน เกมรุกใช้ 4-2-3-1 ที่ปรับหน้าตาได้ตามสถานการณ์ เมื่อมีบอลจะดันฟูลแบ็กสองข้างขึ้นสูง กลายเป็นโครงสร้าง 2-3-5 ใช้ซิมอนส์ยืนต่ำคอยเชื่อมบอลกับเซ็นเตอร์ ส่วนเกรย์และโดแบร์ตสลับกันเข้ากึ่งในระหว่างไลน์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ปอร์โรกับสเปนซ์เข้าไปยืนสูงเป็นตัวเปิดครอส

หลังดอร์ทมุนด์เหลือ 10 คน สเปอร์สยิ่งเล่นง่ายขึ้น เพราะสามารถแพ็คแนวกว้างให้คู่แข่งวิ่งตามบอลตลอด บอลสั้นต่อเนื่อง ลากไปจบที่ครอสหรือบอลทะลุช่องเข้ากรอบ จุดแข็งคือจังหวะเซ็ตเพลย์ ทั้งสองประตูมาจากลูกนิ่งและการเข้าเก็บจังหวะสองอย่างเฉียบคม ซึ่งสะท้อนงานซ้อมที่ชัดเจน

ในเกมรับ สเปอร์สตั้งไลน์ป้องกันค่อนข้างสูง แต่กดดันตั้งแต่แดนหน้า โซลันเก กับสามแนวรุกบีบเซ็นเตอร์ดอร์ทมุนด์จนออกบอลลำบาก หากโดนตัดบอลได้ ก็สวนกลับทันทีโดยใช้สปีดของโดแบร์ตและอูโดกี ซึ่งทำให้เสือเหลืองแทบไม่มีโอกาสโชว์สปีดของอเดเยมีเลย

ฝั่งดอร์ทมุนด์ โครงสร้าง 3-4-2-1 ถูกออกแบบมาสู้กันแบบเปิดหน้าแลก แต่ใบแดงของสเวนส์ซอนทำให้ทุกอย่างพังทลาย ต้องถอยหนึ่งในตัวรุกมาช่วยเกมรับ กลายเป็น 4-4-1 แบบจำยอม การขึ้นเกมจึงทำได้ด้วยการแทงยาวหาช่องว่างด้านหลังเท่านั้น เมื่อขึ้นเกมไม่ได้ ก็ยิ่งถูกสเปอร์สกดอยู่ในแดนตัวเอง และช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์กับวิงแบ็กถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พูดง่าย ๆ เกมนี้สเปอร์สชนะเพราะมีแผนชัด, มีวินัย และรู้วิธีฆ่าเกมเมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่น ขณะที่ดอร์ทมุนด์แพ้ทั้งด้านแท็กติกและสมาธิในจังหวะสำคัญ

📈 สถิติการแข่งขันบอกอะไรบ้าง

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมได้ตรงไปตรงมา สเปอร์สยิงรวม 12 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง แปลงเป็น 2 ประตู ส่วนดอร์ทมุนด์ยิงเพียง 5 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 2 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่ต้องไล่ตามสกอร์ตลอด 70 นาทีหลัง การครองบอลใกล้เคียงกัน 53% ต่อ 47% แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนไม่ได้ถอยมาอุดอย่างเดียว แต่ปัญหาคือเมื่อต้องเล่น 10 คน การต่อบอลขึ้นหน้าไม่ต่อเนื่อง

สเปอร์สจ่ายบอลสำเร็จ 463 ครั้ง ความแม่นยำ 88% ขณะที่ดอร์ทมุนด์จ่าย 396 ครั้ง แม่นยำ 80% ตัวเลขนี้ชี้ว่าทีมของแฟรงค์คุมจังหวะเกมได้ดี ไม่เร่งเสียจังหวะง่าย ๆ ฟาวล์รวม 14 ต่อ 11 บ่งบอกถึงเกมที่เข้าปะทะหนักแต่ไม่ถึงขั้นเกินเหตุ ใบเหลืองฝั่งละหนึ่งใบ ทว่าทีมเยือนมีใบแดงสำคัญเป็นจุดเปลี่ยน ขณะที่ลูกเตะมุมสเปอร์สได้ 4 ครั้ง ดอร์ทมุนด์ 2 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นถูกเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำของโรเมโรอย่างเฉียบคม

⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ 14′ สเปอร์สขึ้นนำ 1-0 – วิลสัน โดแบร์ต เปิดเตะมุมโค้งเข้ากลาง คริสเตียน โรเมโร เทกตัวโขกเต็มหัวเสียบตาข่าย
  • 🟥 25′-26′ ใบแดงดาเนียล สเวนส์ซอน – จังหวะแฮนด์บอลในเขตอันตราย ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนเปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนาม ดอร์ทมุนด์เหลือ 10 คน
  • ⚽ 37′ สเปอร์สหนี 2-0 – โดแบร์ตรับบอลทางซ้าย ลากจี้แล้วแทงให้โดมินิก โซลันเก หลุดเข้ากรอบซัดไม่เหลือ
  • 🔁 46′ ดอร์ทมุนด์เปลี่ยนคู่ – ส่งเอ็มเร่ ชาน กับยูเลียน ไรเออร์สัน ลงแทนกีราสซีและบรันด์ท แก้เกมหลังเหลือ 10 คน
  • 🎯 50′ ไรเออร์สันยิงฟรีคิก – ปั่นด้วยขวาเกือบเสียบเสา แต่บอลเฉี่ยวออกหลังไป
  • 🔁 62′ ดอร์ทมุนด์กดดัน – วัลเดมาร์ อันตอน กับเฟลิกซ์ เอ็นเมชา ได้ลองส่องในกรอบ แต่ถูกแนวรับสเปอร์สบล็อกได้
  • 🔁 64′ เสือเหลืองเติมแนวรุก – ฟาบิโอ ซิลวา และคาร์นี่ ชุคเววเมก้า ถูกส่งลงมายืนแนวรุกสองฝั่ง
  • 🔁 70′ สเปอร์สเปลี่ยนหอก – ร็องดัล โคโล มูอานี ลงแทนโซลันเก เพิ่มความเร็วเกมสวนกลับ
  • 🎯 73′ โรเมโรเกือบโขกเบิ้ล – ได้โหม่งจากเตะมุมอีกครั้ง บอลเฉียดเสาไปนิดเดียว
  • 🧤 78′ โคโล มูอานีได้ลุ้น – หลุดเดี่ยวซัดด้วยขวา แต่โคเบลออกมาปิดมุมเซฟไว้
  • 🟨 86′ เกมเดือด – ยูเลียน ไรเออร์สัน ปะทะกับอาร์ชี เกรย์ ทั้งคู่โดนผู้ตัดสินแจกใบเหลือง
  • 🧤 91′ วิคาริโอเซฟสำคัญ – ปัดลูกโขกของชโลตเทอร์เบ็คในช่วงทดเวลาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
  • 🎯 94′ ชุคเววเมก้ายิงโอกาสสุดท้าย – ได้จบในเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคาน จบเกมสเปอร์สชนะ 2-0

🌟 Player of the match – Wilson Odobert ปีกซ้ายไฟแลบ

รางวัลยอดเยี่ยมประจำเกมนี้ต้องยกให้ วิลสัน โดแบร์ต คะแนน 8.7 จาก Sofascore ปีกซ้ายของสเปอร์สสร้างฝันร้ายให้แนวรับดอร์ทมุนด์ตั้งแต่นาทีแรก ความเร็ว ทักษะเลี้ยงกินตัว และการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายเฉียบขาด เขาเป็นคนเปิดเตะมุมให้โรเมโรโขกประตูแรก และจ่ายทะลุช่องให้โซลันเกยิงลูกสอง

นอกจาก 2 แอสซิสต์ โดแบร์ตยังช่วยเพรสไล่บอล, ดึงตัวประกบออกจากพื้นที่ ทำให้เพื่อนร่วมทีมมีช่องเล่นง่ายขึ้น บ้านกีฬา มองว่าถ้าวันนี้ไม่มีปีกเลือดเดือดรายนี้ เกมรุกสเปอร์สอาจไม่ได้ดุดันขนาดนี้

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบลีก

ชัยชนะเกมนี้ทำให้สเปอร์สมี 14 แต้มจาก 7 นัด สถิติชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 15 เสีย 7 ประตู ผลต่างบวก 8 ขยับยึดอันดับ 4 ในตารางรอบลีกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อยู่ในโซนที่มีลุ้นจบ “ท็อป 8” เพื่อผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แบบอัตโนมัติ ถ้ารักษาฟอร์มแบบนี้เอาไว้ได้ โอกาสไปต่อแบบไม่ต้องเพลย์ออฟถือว่าสดใสทีเดียว

ส่วนดอร์ทมุนด์หลังบุกมาพ่าย ทำให้มี 11 แต้มจาก 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิง 19 เสีย 15 ผลต่างบวก 4 อยู่ที่อันดับ 12 ของตาราง ยังอยู่ในโซนเพลย์ออฟแต่เริ่มรู้สึกแรงกดดันจากทีมอันดับต่ำกว่าที่จี้มาใกล้ ๆ หากหลุดฟอร์มต่อเนื่องอาจถูกกระชากหล่นไปกลางตารางได้ไม่ยาก

📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป

โปรแกรมในช่วงต่อไปของทั้งสองทีมเข้มข้นไม่แพ้กัน สเปอร์สต้องกลับไปโฟกัสเกมลีกอังกฤษก่อน โดยมีคิวบุกเยือนเบิร์นลีย์ในพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 24 มกราคม เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย ก่อนจะออกไปเยือนไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกคืนวันที่ 29 มกราคม เวลา 03.00 น. ซึ่งทั้งสองแมตช์ถูกจับจ้องบนหน้า ตารางบอล และ โปรแกรมบอล ทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว

ด้านดอร์ทมุนด์ต้องรีบฮึดกลับในบุนเดสลีกา เริ่มจากการบุกเยือนยูเนียน เบอร์ลิน วันที่ 25 มกราคม เวลา 00.30 น. ก่อนจะเล่นเกมยุโรปนัดสำคัญเปิดบ้านรับอินเตอร์ มิลาน ในวันที่ 29 มกราคม เวลา 03.00 น. หากเก็บแต้มไม่ได้ต่อเนื่อง เส้นทางลุ้นเข้ารอบลึก ๆ ในถ้วยใหญ่ยุโรปอาจสั่นคลอนอย่างจริงจัง

🏟 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากเกาะติดทุกจังหวะมันส์ ทั้งสกอร์สด จังหวะลุ้นประตู และบทวิเคราะห์หลังเกมแบบจัดเต็ม สไตล์ดุเดือดของบ้านกีฬา อย่าลืมตามเช็ก บ้านผลบอล ทุกคืนแข่งใหญ่ได้ที่นี่ บ้านกีฬา จะอยู่ข้างจอไปพร้อมทุกคน อัปเดตครบทั้งผลบอลสด ข่าวความเคลื่อนไหว และมุมมองเจาะลึกจากสายตาคนดูบอลตัวจริง

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา