
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 เปแอสเช วันนี้ 21/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกค่ำคืนสุดเดือดที่ลิสบอน สร้างดราม่าเต็มแมตช์ให้คอเช็กผลแบบสาย ผลบอลสด ต้องลุ้นจนวินาทีสุดท้าย เมื่อสปอร์ติ้ง ลิสบอน เปิดบ้านแซงชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-1 จากการเหมาคนเดียวของ หลุยส์ ฆาเบียร์ ซัวเรซ นาที 74 และ 90 ส่วนเปแอสเชได้ประตูจาก ควิช่า ควารัตส์เคเลีย นาที 79
เกมนี้รูปมวยออกชัดเจน เปแอสเชครองบอล บุกหนัก ยิงมากกว่า แต่สปอร์ติ้งเล่นด้วยหัวใจ ป้องกันแน่น รอโต้กลับและอาศัยหมัดฮุกจากเซตพีซเล่นงานทีมดังเมืองน้ำหอมจนหงายหลัง
🔥 รูปเกมครึ่งแรก
เสียงนกหวีดเริ่มเกม เปแอสเชของหลุยส์ เอ็นริเก้ เปิดเกมรุกใส่ทันที ไล่บดเจ้าถิ่นตั้งแต่แดนบน นาที 6 ฟาเบียน รูอิซ ลองซัดไกลให้ผู้รักษาประตู รูอิ ซิลวา ได้ออกแรงเซฟ ตามด้วยจังหวะกดดันต่อเนื่องจาก วิตินญา, แบรดลีย์ บาร์กอล่า และ นูโน่ เมนเดส ที่สลับยิงสลับเปิดแต่ยังไม่คมพอ
เกมรุกของเปแอสเชไหลผ่านเท้าสามประสานกลางสนาม วิตินญา–รูอิซ–เซนนี มายูลู ทำให้แนวรับสปอร์ติ้งต้องถอยรับลึก ทว่ากองหลังสามตัวของเจ้าบ้าน นำโดย กอนซาโล่ อินาซิโอ กับ เจา ซิเมส ช่วยกันบล็อกลูกครอสและลูกยิงสำคัญได้หลายจังหวะ
นาที 31 แฟนทีมเยือนได้เฮเก้อ วอร์เรน แซร์ อีเมรี ส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่ VAR เช็กพบจังหวะล้ำหน้า ประตูจึงถูกยกเลิก ทำให้สกอร์ยัง 0-0 แม้โมเมนตัมทั้งหมดอยู่ฝั่งเปแอสเช
ท้ายครึ่งแรก สปอร์ติ้งเริ่มมีโอกาสตอบโต้ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ลองสับไก และ ฟรานซิสโก ตรินเกา ได้ลากตัดเข้าใน แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ลูคัส เชอฟาลิเยร์ จบ 45 นาทีแรกแบบไร้สกอร์ แต่ความดุเดือดของเกมเริ่มก่อตัว
🚀 รูปเกมครึ่งหลัง
ครึ่งหลังรูปเกมยังคงเดิม เปแอสเชครองบอล ทีมโปรตุเกสลงไปรับในแดนตัวเอง รอจังหวะสวนกลับ นาที 59 ริคาร์โด มังกัส โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม สะท้อนว่ากองหลังเจ้าบ้านเริ่มตามสปีดแนวรุกทีมเยือนไม่ทัน
หลุยส์ เอ็นริเก้เห็นเกมตันจึงขยับหมากทันที นาที 66 ส่ง ควิช่า ควารัตส์เคเลีย ปีกจอมเลื้อยลงมาแทน เซนนี มายูลู เสริมมิติการเล่นด้านข้าง ตามด้วยการส่ง กอนซาโล่ รามอส นาที 71 เพิ่มหมัดเด็ดในเขตโทษ
แต่การแก้เกมของฝั่งสปอร์ติ้งก็เฉียบไม่แพ้กัน นาที 63 รูอี บอร์ช วางใจส่ง ยอร์กอส วาจิอานนีดิส ลงมายืนวิงแบ็กขวา ก่อนจะเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาที 74 จากจังหวะที่วิงแบ็กกรีกเปิดโค้งเข้าไปให้ หลุยส์ ซัวเรซ โขกจ่อ ๆ ตุงตาข่าย สนามระเบิดทันทีเมื่อชื่อของเปแอสเชโดนเจาะก่อน
อย่างไรก็ตาม เปแอสเชไม่ยอมง่าย ๆ นาที 79 ควารัตส์เคเลีย รับบอลด้านซ้ายจาก อุสมาน เดมเบเล เลี้ยงจี้ตัดเข้าในแล้วกดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม ตีเสมอ 1-1 คืนโมเมนตัมให้ทีมเยือน
ท้ายเกมกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความคลั่ง นาที 90 ตรินเกา ได้บอลทางขวา ก่อนเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษ ซัวเรซสอดขึ้นมาโขกเน้น ๆ ผ่านมือเชอฟาลิเยร์ให้สปอร์ติ้งนำ 2-1 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นทั้งสนาม
ช่วงทดเจ็บมีใบเหลืองติด ๆ กันทั้ง ซัวเรซ, ควารัตส์เคเลีย และผู้รักษาประตู รูอิ ซิลวา ที่ถ่วงเวลา แต่สุดท้ายเปแอสเชก็เจาะแนวรับเจ้าบ้านไม่ได้ จบเกมสปอร์ติ้งพลิกล็อกเฉือนยอดทีมจากฝรั่งเศสแบบสุดระทึก

🧾 รายชื่อนักเตะและคะแนนความสามารถ
🟢 สปอร์ติ้ง ลิสบอน (ระบบ 3-4-2-1)
ผู้เล่นตัวจริง
- GK: รูอิ ซิลวา – 7.1
- CB: มาติอัส ไรส์ – 6.8
- CB: กอนซาโล่ อินาซิโอ (กัปตัน) – 7.0
- CB: เจา ซิเมส – 6.8
- RWB: อีวาน เฟรสนเอดา – 7.0
- LWB: เจนิโอ กาตาโม่ – 6.3
- CM: ฮิเดมาสะ โมริตะ – 6.9
- CM: มาร์ติม อเราโฆ – 6.5
- AM: ฟรานซิสโก ตรินเกา – 6.3
- AM: ริคาร์โด มังกัส – 6.5
- ST: หลุยส์ ฆาเบียร์ ซัวเรซ – 7.6
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- ยอร์กอส วาจิอานนีดิส – 6.5 (ลง 63’ แทน มังกัส, ทำแอสซิสต์ลูก 1-0)
- ดาเนียล บรากันซา – 6.6 (ลง 87’ แทน ซิเมส)
- อลิสซอน ซานโตส – 6.7 (ลง 87’ แทน กาตาโม่)
- กีออร์กี โคชอราชวิลี – N/A (ลง 90’ แทน ตรินเกา)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: ดีเอโก กัลไล, เชา เวียร์จิเนีย, เดวิด โมเรย์รา, เซโน เดบาสต์, เอดูอาร์โด เฟลิซิซซิโม่, ราฟาเอล เนล, ฟลาวิโอ กอนกาลเวส, เมาโร คูโต
นักเตะโดดเด่นฝั่งสปอร์ติ้ง คือ ซัวเรซ ที่เหมาสองประตู, อินาซิโอ ที่สั่งเกมรับได้เยี่ยม และรูอิ ซิลวา ที่ยืนเซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูตั้งแต่ต้นเกม
🔵 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ระบบ 4-3-3)
ผู้เล่นตัวจริง
- GK: ลูคัส เชอฟาลิเยร์ – 6.3
- RB: วอร์เรน แซร์ อีเมรี – 5.6
- CB: มาร์กินญอส (กัปตัน) – 7.2
- CB: วิลเลียม พาโช – 7.3
- LB: นูโน่ เมนเดส – 6.4
- CM: ฟาเบียน รูอิซ – 6.9
- CM: วิตินญา – 7.7
- CM: เซนนี มายูลู – 6.5
- RW: เดซีเร ดูเอ – 7.8
- CF: อุสมาน เดมเบเล – 6.4
- LW: แบรดลีย์ บาร์กอล่า – 6.2
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- ควิช่า ควารัตส์เคเลีย – 7.6 (ลง 68’ แทน มายูลู, ยิง 1 ประตู)
- กอนซาโล่ รามอส – 6.5 (ลง 71’ แทน บาร์กอล่า)
- อิลยา ซาบาร์นียี – 6.2 (ลง 80’ แทน รูอิซ)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน: เรนาโต มาริน, มาร์ติน เจมส์, ลูคัส เบรัลโด้, โนอาห์ เอ็นโซกี
ผู้เล่นที่พลาดช่วยทีมเพราะบาดเจ็บหรือโดนแบนมีชื่อใหญ่เพียบ ทั้ง มอร์เทน ฮูลมันด์ ฝั่งสปอร์ติ้ง รวมถึง คังอิน ลี, ชูเอา เนเวส, ลูคัส เอร์นานเดซ, อัคราฟ ฮาคิมี, มัตเวย์ ซาโฟนอฟ และคนอื่น ๆ ทำให้ขุมกำลังของทั้งสองทีมมีช่องโหว่ให้โค้ชต้องแก้เกมระหว่างทาง
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้ามองเชิงแท็กติกแบบสาย วิเคราะห์บอล เกมนี้คือภาพสะท้อนชัดเจนของการปะทะกันระหว่าง “บอลครอง” กับ “บอลรอโต้”
สปอร์ติ้งยืนระบบ 3-4-2-1 เน้นความแน่นในแนวรับ แบ็กวิงสองฝั่งถอยลงมาเป็นแผงห้าคนเวลาตั้งรับ ปิดพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษอย่างแน่นหนา โมริตะ กับ อเราโฆ รับบทคู่กลางคอยดักบอลช่องระหว่างไลน์และช่วยกดดันไม่ให้ วิตินญา กับ รูอิซ มีเวลาจ่ายบอลทะลุช่องง่าย ๆ การขึ้นเกมรุกของเจ้าบ้านอาศัยลูกโยนยาวเปลี่ยนแกนไปให้ตรินเกา หรือมังกัส ลากไปลุ้นฟาวล์กับเซตพีซ ซึ่งท้ายที่สุดก็กลายเป็นอาวุธเด็ดในครึ่งหลัง
ด้านเปแอสเชมาในระบบ 4-3-3 คุมโซนแดนกลางดีกว่าชัดเจน วิตินญาเป็นหัวใจเชื่อมเกมลงต่ำรับบอลจากคู่เซ็นเตอร์ก่อนใช้การวางบอลยาวเปลี่ยนข้างไปหาดูเอกับบาร์กอล่า ขณะที่เดมเบเลถูกดันให้เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเคลื่อนที่หาพื้นที่ระหว่างแนวรับสปอร์ติ้ง การบุกของทีมเยือนทำได้ไหลลื่น แต่ปัญหาใหญ่คือจังหวะสุดท้ายขาดความเฉียบคม ทั้งจากการยิงหลุดกรอบและการจ่ายบอลที่ไม่แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ในพื้นที่สุดท้าย
เมื่อเกมยืดเยื้อ เราเห็นได้ชัดว่าสปอร์ติ้งเลือกปล่อยให้เปแอสเชครองบอล แต่รอจังหวะสวนกลับกับเซตพีซ ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้ได้ผลอย่างยิ่ง ลูกเตะมุมที่วาจิอานนีดิสเปิดให้ซัวเรซโขกขึ้นนำคือผลจากการเตรียมแท็กติกมาอย่างดี รวมถึงลูกชี้ขาดนาที 90 ที่ตรินเกาเปิดโค้งเข้าใส่หัวกองหน้าชาวโคลอมเบียแบบเป๊ะ ๆ นี่คือเกมที่แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลยุคใหม่ยังต้องให้ค่ากับดีเทลลูกนิ่งและการยืนโครงรับมากพอ ๆ กับการครองบอลสวย ๆ

📈 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมบอกชัดว่าเปแอสเชเป็นฝ่ายกดดันมากกว่า พวกเขาครองบอลถึง 69% ส่งบอลมากกว่าอย่างมหาศาล 651 ครั้ง เทียบกับสปอร์ติ้งแค่ 214 ครั้ง และมีความแม่นยำในการจ่ายสูงถึง 93% ส่วนเจ้าบ้านอยู่ที่ 77% เปแอสเชยิงทั้งหมด 22 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ขณะที่สปอร์ติ้งยิงเพียง 10 ครั้ง เข้ากรอบ 4 แต่กลับเปลี่ยนเป็นสองประตูเต็ม ๆ
ลูกเตะมุมก็เป็นอีกตัวเลขที่แสดงถึงความเหนือกว่าในเชิงรุกของทีมเยือน พวกเขาได้ถึง 10 ครั้ง เทียบกับเจ้าถิ่นเพียง 2 แต่กลับเป็นสปอร์ติ้งที่ใช้เซตพีซเพียงไม่กี่หนทำลายเกมรับของเปแอสเชได้สำเร็จ ฟาวล์ใกล้เคียงกัน 10 ต่อ 12 ใบเหลืองเจ้าบ้าน 2 ใบ ทีมเยือน 1 ใบ ไม่มีใบแดง แสดงว่าเกมดุเดือดแต่ยังคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง
⏱ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- 🕒 6’ ฟาเบียน รูอิซ ซัดไกลหน้าเขตโทษ รูอิ ซิลวา พุ่งปัดออกไป
- 🕒 9’ วิตินญา ลองยิงไกลอีกครั้ง บอลพุ่งแรงแต่ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าบ้าน
- 🕒 13’ เดซีเร ดูเอ และบาร์กอล่าได้โอกาสส่องติด ๆ กัน แนวรับสปอร์ติ้งช่วยกันบล็อกหวุดหวิด
- 🕒 31’ ❌ วอร์เรน แซร์ อีเมรี ส่งบอลเข้าประตู แต่ VAR จับล้ำหน้า ประตูของเปแอสเชถูกริบคืน
- 🕒 43’ อุสมาน เดมเบเล ได้ยิงจ่อ ๆ ในเขตโทษแต่บอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย
- 🟨 59’ มังกัส โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมริมเส้น
- 🔁 63’ วาจิอานนีดิส ลงมาแทน มังกัส ปรับสมดุลเกมรับ–รุกฝั่งขวาให้สปอร์ติ้ง
- 🔁 66’ ควารัตส์เคเลีย ลงแทน มายูลู เสริมความอันตรายปีกซ้ายให้เปแอสเช
- 🔁 71’ กอนซาโล่ รามอส ลงแทน บาร์กอล่า เพิ่มกองหน้าตัวจบสกอร์
- ⚽️ 74’ ประตู 1-0 สปอร์ติ้งนำ วาจิอานนีดิส เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ โขกเสียบเสาแรก
- ⚽️ 79’ ประตู 1-1 เปแอสเชตีเสมอ เดมเบเล ไหลบอลให้ ควารัตส์เคเลีย ลากตัดเข้าในยิงเสียบสามเหลี่ยมสวยงาม
- 🔁 80’ ซาบาร์นียี ลงมาแทน รูอิซ ปรับเกมรับทีมเยือน
- 🔁 87’ บรากันซา และ อลิสซอน ซานโตส ลงมาแทน ซิเมส กับ กาตาโม่ เพื่อแพ็กเกมรับเจ้าถิ่น
- ⚽️ 90’ ประตู 2-1 สปอร์ติ้งแซงนำ ตรินเกา เปิดจากฝั่งขวาให้ ซัวเรซ โหม่งโล่ง ๆ ไม่เหลือ
- 🟨 90+4’ ซัวเรซ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
- 🟨 90+5’ ควารัตส์เคเลีย ได้เหลืองจากการประท้วงผู้ตัดสิน
- 🟨 90+6’ รูอิ ซิลวา รับใบเหลืองข้อหาถ่วงเวลา ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม
⭐ Player of the Match
ดาวเด่นของเกมนี้ตกเป็นของ เดซีเร ดูเอ ปีกดาวรุ่งเปแอสเช ที่ได้คะแนนสูงถึง 7.8 แม้ทีมจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เด็กหนุ่มรายนี้สร้างปัญหาให้แนวรับสปอร์ติ้งตลอด 90 นาที ทั้งการลากเลื้อยกินตัว การดึงจังหวะให้เพื่อนเติมขึ้นมา รวมถึงการผ่านบอลทะลุช่องที่เปิดโอกาสให้เดมเบเลและบาร์กอล่ามีลุ้นยิงหลายครั้ง ความกล้าดวลหนึ่งต่อหนึ่งและความแข็งแกร่งทางร่างกายทำให้ดูเอโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมทีมในค่ำคืนนี้ และยืนยันว่าเขาคือหนึ่งในอาวุธใหม่ที่เปแอสเชต้องให้พื้นที่ในเกมใหญ่ต่อ ๆ ไป

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในตารางคะแนนรวมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ที่ใช้ระบบลีกเดียว 36 ทีม ผลจากเกมนี้ทำให้เปแอสเชยังคงยืนอยู่กลุ่มหัวตารางที่ราวอันดับ 5 มี 13 คะแนนจาก 7 นัด สถิติชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 2 ได้ 13 เสีย 9 ส่วนสปอร์ติ้ง ลิสบอน ขยับแต้มขึ้นมาเท่ากันที่ 13 คะแนนจากผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 2 ได้ 9 เสีย 5 ไล่บี้อยู่ถัดลงมาแบบหายใจรดต้นคอ
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงเพิ่มความมั่นใจให้ยอดทีมจากโปรตุเกส แต่ยังทำให้การแย่งพื้นที่ท็อปโซนของตารางคะแนนเข้มข้นยิ่งขึ้น เปแอสเชต้องระวังทุกแต้มที่เหลือ หากพลาดอีกครั้งอาจโดนทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อตาลันตา หรือทีมดังอื่น ๆ แซงหน้าได้ทุกเมื่อ
📅 ตารางบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดถัดไป
มองไปข้างหน้า ตาม โปรแกรมบอล ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดถัดไป สปอร์ติ้งต้องออกไปเยือน แอธเลติก คลับ ที่สเปน ในวันที่ 29 มกราคม เวลา 03.00 น. เกมนี้จะเป็นบททดสอบว่าพวกเขาจะรักษาความดุดันจากการล้มยักษ์ฝรั่งเศสได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่เปแอสเชจะกลับไปเล่นในปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เปิดบ้านรับมือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในวันและเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นนัดสำคัญที่ต้องเก็บชัยให้ได้เพื่อไม่ให้สถานการณ์บนหัวตารางพลิกผันไปมากกว่านี้
ก่อนถึงสองบิ๊กแมตช์ดังกล่าว ทั้งสองทีมยังมีภารกิจในลีกของตัวเอง สปอร์ติ้งต้องเจองานหนักกับอารูกาในลีกโปรตุเกส ส่วนเปแอสเชต้องบุกเยือนโอกแซร์ในลีกเอิง ฟอร์มในเกมลีกเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อความมั่นใจเมื่อลงสนามในเวทียุโรปอีกครั้ง
🏟 ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา
สำหรับแฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของเกมยุโรป ตั้งแต่สกอร์สด ตารางอันดับ ไปจนถึงบทวิเคราะห์หลังเกมแบบจัดเต็ม อย่าลืมติดตามเช็ก บ้านผลบอล และเรื่องราวลูกหนังมันส์ ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา เราจะยังคงตามเกาะทุกแมตช์ใหญ่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมเสิร์ฟมุมมองแบบสื่อสายเดือดให้ผู้อ่านได้ลุ้นกันทุกคืน

