
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-1 นาโปลี วันนี้ 21/1/69 – บ้านกีฬา
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ค่ำคืนถ้วยใหญ่ยุโรปที่พาร์เคน สเตเดี้ยม เอฟซี โคเปนเฮเก้นต้องเล่นเกือบหนึ่งชั่วโมงแบบคนเหลือน้อย หลัง โธมัส เดลานีย์ โดนใบแดงตั้งแต่ครึ่งแรก แต่เจ้าถิ่นยังใจสู้สุดทาง ฮึดตามตีเสมอนาโปลี 1-1 จากจังหวะซ้ำจุดโทษของ จอร์แดน ลาร์สสัน นาที 72 ทำให้บรรยากาศเช็ก ผลบอลสด กันแบบลุ้นจนวินาทีสุดท้าย
สำหรับสายเช็กสกอร์ในเว็บ บ้านผลบอล นี่คือเกมที่รูปเกมบีบหัวใจสุดๆ นาโปลีของอันโตนิโอ คอนเต้ ครองบอลเหนือกว่าชัด ยิงมากกว่า ยิงเข้ากรอบเยอะกว่า แต่เจอทั้ง VAR, ใบแดง และฟอร์มเซฟโหดของนายด่านทั้งสองฝั่ง ทำให้ต้องแบ่งแต้มกลับบ้านอย่างเจ็บใจ
🥅 ครึ่งแรก: ใบแดงเดลานีย์เปลี่ยนหน้าเกม
เปิดฉากไม่ทันหายใจ นาโปลีเขี่ยบอลก่อนและเดินเกมรุกใส่ทันที ได้เตะมุมตั้งแต่ยังไม่ถึงนาทีแรก ก่อนจะยึดบอลไว้ได้เรื่อยๆ ไล่บีบแดนกลางของโคเปนเฮเก้นจนเจ้าถิ่นต้องอาศัยฟรีคิกแก้สถานการณ์
นาที 10 ราสมุส ฮอยลุนด์ ได้โอกาสสับไกมุมแคบฝั่งซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานไปแบบได้ลุ้น ถัดมาช่วงนาที 13-14 นาโปลีบุกเป็นพายุ หมุนเตะมุมติดๆ กัน ลอปอตก้าได้ลองยิงไกลเฉี่ยวเสา ก่อนที่ บูโอญอร์โน่ จะลองส่องไกลอีกครั้งแต่ติดบล็อก
เกมเริ่มเดือดนาที 26 เมื่อ เดลานีย์ เข้าบอลหนักกลางสนาม จากนั้นนาที 33 ลอปอตก้าเจ็บจนเกมต้องหยุด ผู้ตัดสิน อีร์ฟาน เปลยโต้ รับสัญญาณจาก VAR ให้ไปเช็กจอข้างสนาม และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญนาที 35 เมื่อจังหวะดังกล่าวถูกอัปเกรดโทษเป็นใบแดงตรง เดลานีย์ ถูกไล่ออกจากสนาม ทิ้งเพื่อนโคเปนเฮเก้นเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 35
นาโปลีไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ นาที 39 จากลูกเตะมุมของ เอลยิฟ เอลมาส เปิดโค้งมาให้ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ โถมโขกเต็มศีรษะส่งบอลเสียบมุมบนเป็นประตูขึ้นนำ 0-1 อย่างเด็ดขาด
ท้ายครึ่งแรกความเดือดยังไม่หมด นาที 40 ฮอยลุนด์ รับใบเหลืองจากการฟาวล์นอกเกม ก่อนที่ โมฮาเหม็ด เอลยูนุสซี จะตามมาโดนใบเหลืองอีกคนในนาที 42 จบ 45 นาทีแรก นาโปลีนำ 1-0 และได้เปรียบตัวผู้เล่นชัดเจน
🔥 ครึ่งหลัง: จุดโทษดราม่า ลาร์สสันฮีโร่เซฟแต้ม
ครึ่งหลังเริ่ม นาโปลียังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง นาที 49 อันโตนิโอ แวร์การ่า ได้กดในกรอบเขตโทษ แต่ โดมินิค โคตาร์สกี ยังล้มตัวเซฟไว้ได้
ช่วงกลางครึ่งหลังเกมเริ่มมีจังหวะปะทะบ่อย โดยเฉพาะฝั่งนาโปลีที่ฝั่งซ้ายอย่าง เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า มีอาการเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัว ขณะที่โคเปนเฮเก้นพยายามใช้โอกาสสวนกลับ ได้ลูกเตะมุมบ้างแต่ยังจบสกอร์ไม่ได้ นาที 61 มัดส์ เอมิล แมดเซ่น สอดขึ้นมายิงจ่อๆ ทว่าถูก วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช ปัดทิ้งอย่างเหลือเชื่อ
จุดเปลี่ยนสำคัญของครึ่งหลังมาถึงนาที 69 เมื่อแนวรับนาโปลีอย่าง บูโอญอร์โน่ ทำฟาวล์ เอลยูนุสซี ในกรอบเขตโทษ กรรมการชี้จุดโทษทันที จอร์แดน ลาร์สสัน รับหน้าที่สังหาร แต่ดันยิงไปติดเซฟ มิลินโควิช-ซาวิช ทว่าบอลเด้งกลับเข้าทาง และดาวยิงสวีดิชไม่พลาดซ้ำดาบสองเข้าไป ตีเสมอ 1-1 ในนาที 72 สนามระเบิดเสียงเฮทันที
หลังจากนั้นนาโปลีโหมบุกแบบวันเวย์ สร้างโอกาสลุ้นประตูเพิ่มจาก แม็คโทมิเนย์, มาธิอัส โอลิเวร่า และ ลอเรนโซ่ ลุคค่า แต่ โคตาร์สกี ยังเหนียวหนึบ รวมถึงแนวรับโคเปนเฮเก้นที่ช่วยกันเคลียร์อย่างสุดตัว
ช่วงท้ายเกมนาที 82 กัปตัน โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ริมเส้น ก่อนที่นาที 90 ลุคค่า จะได้โอกาสยิงจ่อๆ จากลูกเตะมุมแต่ซัดหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย ช่วงทดเจ็บ 6 นาที เจ้าถิ่นต้องลุ้นเหนื่อยเมื่อต้องต้านแรงกดดันสุดระห่ำของนาโปลี แถม วิลเลียม เคลม ยังมาโดนใบเหลืองนาที 90+7 แต่สุดท้ายก็รักษาสกอร์ 1-1 ไว้ได้ครบ 90 นาที

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนประเมิน
🔵 เอฟซี โคเปนเฮเก้น (4-4-2)
ผู้รักษาประตู
- โดมินิค โคตาร์สกี 7.0 – เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม รับมือเกมบุกนาโปลีได้อย่างมั่นใจ
กองหลัง
- กาเบรียล เปไรร่า (แบ็กขวา) 6.8 – เติมเกมไม่เยอะ แต่ช่วยบล็อกลูกครอสได้ดี
- โธมัส เดลานีย์ (เซ็นเตอร์กัปตัน) 5.5 – เปิดหัวเกมได้ดีแต่พลาดมหันต์จากใบแดงนาที 35 ทำให้ทีมต้องเล่น 10 คน
- มัดส์ เอมิล แมดเซ่น (เซ็นเตอร์) 7.0 – ถูกขยับมายืนแนวรับแต่ยังอ่านเกมได้เยี่ยม มีจังหวะเติมยิงเกือบตีเสมอ
- เบียร์เกอร์ เมลิง (แบ็กซ้าย) 6.4 – เจองานหนักกับเกมริมเส้นของกูตีเอร์เรซและดิ ลอเรนโซ่ ก่อนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้าย
กองกลาง
- โมฮัมเหม็ด โลเปซ 6.9 – พยายามพาบอลขึ้นหน้าแต่โอกาสสร้างสรรค์เกมยังไม่มาก
- จุนนุซุเกะ ซูซูกิ 7.6 – ตัวคุมจังหวะแดนกลาง วิ่งไม่มีหมด ทั้งตัดเกมและเชื่อมบอล
- วัลเกียร์ บาร์ดาร์สสัน ดาดาสัน 6.6 – ช่วยไล่บีบแดนกลาง แต่ถูกเปลี่ยนออกเร็วเพื่อปรับแท็กติกหลังใบแดง
- เอเลียส อาโชรี 6.4 – มีจังหวะลากเลื้อยบ้าง แต่เผชิญหน้ากับแนวรับนาโปลีที่แข็งแกร่ง
กองรุก
- โมฮาเหม็ด เอลยูนุสซี 7.3 – ตัวทีเด็ดของเจ้าถิ่น สร้างปัญหาให้แนวรับนาโปลีตลอด เกมรุกส่วนใหญ่ไหลผ่านเท้าคนนี้ และเป็นคนเรียกจุดโทษสำคัญ
- อันเดรียส คอร์เนลิอุส 6.8 – บู๊สู้แนวรับทีมเยือนตลอด มีลูกโหม่งและพักบอลให้เพื่อน
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- พานเตลิส ฮัตซิเดียกอส 7.0 – ลงมาช่วยเกมรับนาที 36 แทนดาดาสัน ยืนเซ็นเตอร์ได้แข็งแกร่ง
- จอร์แดน ลาร์สสัน 6.7 – ฮีโร่ของเกม ซ้ำจุดโทษพาทีมตีเสมอ แม้ช็อตแรกยิงพลาด
- วิลเลียม เคลม 6.5 – ลงมาช่วยแดนกลางและโดนใบเหลืองท้ายเกมจากการตัดฟาวล์
- มูนาเช กะรานังก้า 6.7 – เสริมความสดแนวรับนาที 81 เคลียร์บอลกลางอากาศหลายหน
- วิคตอร์ คลาเอสสัน 6.6 – เพิ่มมิติการครองบอลช่วยให้ทีมผ่อนหนักช่วงโดนบุก
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
ออสการ์ กาเดเบิร์ก บูว์ร์, รูนาร์ อเล็กซ์ รูนาร์สสัน, เกรแฮม อังกามาฟิโอ, โรเบิร์ต, โดมินิก ซาราปาตา, โอลิเวอร์ ไฮเยอร์, ยูสซุฟา มูโกโก
🔵 นาโปลี (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช 8.6 – เซฟรวม 3-4 ครั้งแบบเน้นๆ รวมถึงปัดจุดโทษลาร์สสัน ก่อนโดนซ้ำ กลายเป็นฮีโร่เซฟแต้มของทีม
กองหลัง
- ฮวน เชซุส 6.4 – คุมโซนฝั่งซ้าย มีทั้งจังหวะบล็อกและเคลียร์บอลกลางอากาศ
- อเลสซานโดร บูโอญอร์โน่ 6.7 – ตัวหลักแนวรับ มีจังหวะยิงไกลและโหม่งได้ลุ้น แต่เป็นคนทำฟาวล์เสียจุดโทษ
- โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ (กัปตัน) 6.3 – เติมเกมรุกด้านขวาได้เรื่อยๆ แต่ท้ายเกมโดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
กองกลาง/วิงแบ็ก
- เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า 6.9 – เติมเกมซ้ายได้อันตราย ก่อนมีอาการเจ็บและถูกถอดออก
- มิเกล กูตีเอร์เรซ 6.3 – เคลื่อนที่สูงต่ำริมเส้น มีลูกครอสเข้ากรอบหลายครั้ง
- สตานิสลาฟ ลอปอตก้า 7.7 – หัวใจแดนกลาง คุมจังหวะและเชื่อมบอลไปข้างหน้าอย่างเนียนตา
- สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ 8.0 – ยิงประตูนำ 1-0 จากลูกโหม่งดุดัน และคอยสอดแทรกเติมสูงบ่อยครั้ง
แนวรุก
- อันโตนิโอ แวร์การ่า 6.4 – พยายามหาช่องระหว่างไลน์ มีจังหวะสับไกลได้ลุ้น
- เอลยิฟ เอลมาส 6.6 – เจ้าของแอสซิสต์จากเตะมุมให้แม็คโทมิเนย์โหม่งนำ
- ราสมุส ฮอยลุนด์ 5.9 – มีโอกาสยิงในครึ่งแรกและโดนใบเหลือง เกมนี้ถูกแนวรับเจ้าถิ่นประกบติด
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- โนอาห์ ล็อง 7.6 – ลงมานาที 62 เติมสปีดทางริมเส้นสร้างปัญหาให้โคเปนเฮเก้นตลอด
- มาธิอัส โอลิเวร่า 5.9 – แทนสปินาซโซล่า แต่ยังปิดเกมรุกฝั่งตัวเองไม่แน่นอน
- จูเซ็ปเป้ อัมโบรซิโน่ 6.5 – เพิ่มความสดแดนหน้าในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
- ลอเรนโซ่ ลุคค่า 6.3 – มีโอกาสทองช่วงทดเจ็บแต่ซัดหลุดกรอบไปเอง
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
มาทิอัส แฟร์รานเต้, นีคิต้า คอนตินี่, แซม เบิคีมา, เอ็มมานูเอล เด คียาร่า, วินเชนโซ่ ปริสโก, โรเมลู ลูกากู
ผู้เล่นบาดเจ็บ / ไม่มีชื่อ
โคเปนเฮเก้น – แม็กนุส แมตต์สัน, เลียม เวสต์, โรดริโก อูเอสกัส
นาโปลี – เควิน เดอ บรอยน์, อเล็กซ์ เมเร็ท, อาเมียร์ ราห์มานี่, ฟร้องก์ อ็องกิสซ่า, บิลลี่ กิลมอร์, มัตเตโอ โปลิตาโน่, ดาวิด เนเรส
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมการ วิเคราะห์บอล แท็กติก เกมนี้ชัดเจนว่านาโปลีของคอนเต้เตรียมแผนมาคุมจังหวะตั้งแต่ต้น ใช้ระบบ 3-4-2-1 เน้นครองบอลและต่อเกมจากหลังขึ้นหน้า ผ่านคู่มิดฟิลด์ ลอปอตก้า–แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวคุมจังหวะ บอลไหลจากสามเซ็นเตอร์ออกวิงแบ็กแล้วไหลเข้าสู่โซนฮาล์ฟสเปซที่ แวร์การ่า และ เอลมาส ดร็อปลงมารับ ก่อนจบด้วยการทะลุช่องให้ฮอยลุนด์หรือยิงไกลเอง ทำให้ตัวเลขการครองบอลและจำนวนการส่งบอลเหนือกว่าเจ้าถิ่นแบบขาดลอย
ด้านเกมรับ นาโปลีเล่นไลน์สูง กล้าดันเซ็นเตอร์ขึ้นมาบีบเพรสแดนกลาง ทำให้โคเปนเฮเก้นเจอปัญหาในการต่อบอลจากหลังสู่หน้า ต้องอาศัยบอลยาวให้คอร์เนลิอุสพักบอลและให้เอลยูนุสซี หรือโลเปซเก็บจังหวะสอง แต่พอโดนใบแดง กลายเป็นว่าต้องถอยทั้งแผงมาเล่น 4-4-1 เน้นบล็อกกลางและรอโต้กลับเป็นหลัก
ฝั่งโคเปนเฮเก้นหลังเสียเดลานีย์ เนียสตรุปต้องปรับแผนแบบฉุกเฉิน ให้แมดเซ่นถอยมายืนเซ็นเตอร์คู่ฮัตซิเดียกอส แล้วโยนภาระเกมรุกไปที่ปีกสองข้าง เอลยูนุสซี กับโลเปซ รวมถึงการวิ่งสอดของซูซูกิ บอลทุกลูกที่สวนกลับจึงพุ่งไปหาช่องว่างหลังวิงแบ็กนาโปลี ซึ่งเหลือเซ็นเตอร์สามคนต้องรับมือกับการสวนกลับเร็ว เมื่อเพิ่มลาร์สสันและคลาเอสสันลงมา ทำให้มีตัววิ่งตัดแนวรับมากขึ้นจนเรียกจุดโทษได้สำเร็จ
เกมรับของโคเปนเฮเก้นในช่วงที่เหลือ 10 คนถือว่ายอดเยี่ยม แพ็กโซนหน้ากรอบเขตโทษหนาแน่น บังคับให้ นาโปลี ส่วนใหญ่ต้องโยนจากด้านข้างหรือยิงไกล ทำให้แม้จะบุกกระหน่ำ แต่เจาะไม่เข้าในช่วงท้ายเกม

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
สถิติหลังเกมบอกชัดว่านาโปลีคือทีมที่บุกกดอยู่ฝ่ายเดียว พวกเขายิงทั้งหมด 16 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ครั้ง ขณะที่โคเปนเฮเก้นมีโอกาสแค่ 4 ครั้งแต่เข้ากรอบทั้ง 4 หน การครองบอลทีมเยือนมากถึง 66% ต่อ 34% ส่งบอล 663 ครั้งแม่นยำถึง 93% ส่วนเจ้าถิ่นส่งไปเพียง 275 ครั้ง ความแม่นยำ 79%
แม้ตัวเลขฟาวล์จะใกล้เคียงกัน 13 ต่อ 14 ในทางปฏิบัติกลับสะท้อนว่าโคเปนเฮเก้นต้องใช้การตัดฟาวล์ในจังหวะสำคัญเพื่อหยุดเกมสวนกลับของนาโปลี จนสุดท้ายมีใบเหลือง 2 ใบและใบแดงของเดลานีย์ ขณะที่นาโปลีมีใบเหลือง 2 ใบ ไม่มีใบแดง แต่โดนโต้กลับจนเสียจุดโทษและเสียประตู
อีกสถิติที่ชี้ความกดดันคือจำนวนเตะมุม นาโปลีได้ถึง 11 ครั้ง เทียบกับโคเปนเฮเก้นเพียงครั้งเดียว สะท้อนชัดว่าเกมส่วนใหญ่อยู่หน้าประตูเจ้าบ้าน ทว่าเมื่อจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคมพอ บวกกับฟอร์มเซฟของโคตาร์สกี ผลลัพธ์เลยจบแค่แบ่งแต้ม
⏱ เหตุการณ์สำคัญตลอดเกม
- ⚽ นาที 1 นาโปลีเขี่ยบอลเปิดเกมและได้เตะมุมทันที
- 🟦 นาที 3 โคเปนเฮเก้นได้ฟรีคิกแดนรับหลังแวร์การ่าฟาวล์
- 🟦 นาที 7 นาโปลีได้ฟรีคิกจากกูตีเอร์เรซ เปิดเกมรุกจากแดนหลัง
- ⚽ นาที 10 ฮอยลุนด์ได้ยิงมุมแคบฝั่งซ้าย บอลข้ามคาน
- ⚽ นาที 13 นาโปลีได้เตะมุมติดๆ กัน ลอปอตก้ายิงไกลเฉี่ยวกรอบ
- ⚽ นาที 14 ทีมเยือนได้เตะมุมอีกครั้ง กดดันแนวรับเจ้าถิ่นต่อเนื่อง
- 🟦 นาที 17 ฮวน เชซุส ฟาวล์คอร์เนลิอุส โคเปนเฮเก้นได้ฟรีคิก
- ⚽ นาที 19 แวร์การ่าหลุดยิงในกรอบให้ทีมเยือน บอลหลุดเสานิดเดียว
- ⚽ นาที 24 บูโอญอร์โน่ลองยิงไกลแต่โดนบล็อก
- 🟧 นาที 26 เดลานีย์ฟาวล์หนักกลางสนาม เกมเริ่มเดือด
- ⏱ นาที 33 เกมหยุดจากอาการเจ็บของลอปอตก้า
- 🔍 นาที 34 ผู้ตัดสินเช็ก VAR จังหวะปะทะก่อนหน้า
- 🟥 นาที 35 เดลานีย์โดนใบแดง โคเปนเฮเก้นเหลือ 10 คน
- ⚽ นาที 38 นาโปลีได้เตะมุม เอลมาสเปิดเข้ามาลุ้น
- ⚽ นาที 39 ประตู 0-1 นาโปลีนำ แม็คโทมิเนย์โหม่งจากเตะมุมของเอลมาส
- 🟨 นาที 40 ฮอยลุนด์โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์นอกเกม
- 🟨 นาที 42 เอลยูนุสซีรับใบเหลืองจากการฟาวล์ริมเส้น
- ⏱ ทดเวลาครึ่งแรก 4 นาที ก่อนจบครึ่งแรก นาโปลีนำ 1-0
- ⏱ นาที 46 เริ่มครึ่งหลัง นาโปลีเดินเกมรุกต่อทันที
- ⚽ นาที 49 แวร์การ่ายิงในกรอบ แต่โคตาร์สกีเซฟไว้ได้
- ⏱ นาที 53 เกมหยุดจากอาการเจ็บของสปินาซโซล่า
- ⚽ นาที 57 นาโปลีได้เตะมุมสองครั้งติด แนวรับโคเปนเฮเก้นช่วยกันเคลียร์
- ⚽ นาที 60 โคเปนเฮเก้นได้เตะมุม เปไรร่าโหม่งแต่ติดบล็อก
- ⚽ นาที 61 แมดเซ่นได้ยิงจ่อๆ แต่มิลินโควิช-ซาวิชเซฟสุดสวย
- 🔁 นาที 62 นาโปลีเปลี่ยน โนอาห์ ล็อง ลงแทนแวร์การ่า
- 🔁 นาที 63 โคเปนเฮเก้นส่งลาร์สสันและเคลม ลงแทนอาโชรีกับคอร์เนลิอุส ขณะเดียวกันนาโปลีส่งโอลิเวร่าลงแทนสปินาซโซล่า
- ⚽ นาที 66 โอลิเวร่ามีจังหวะยิงในกรอบแต่โดนบล็อก
- ⚽ นาที 69 โคเปนเฮเก้นได้จุดโทษหลังบูโอญอร์โน่ทำฟาวล์เอลยูนุสซีในเขตโทษ
- ⚽ นาที 72 ลาร์สสันยิงจุดโทษไปติดเซฟ แต่ตามซ้ำเข้าไป ตีเสมอ 1-1
- 🔁 นาที 75 นาโปลีส่งอัมโบรซิโน่ลงแทนกูตีเอร์เรซ หลังแนวรุกเจ็บ
- 🔁 นาที 80 ลุคค่าลงแทนเอลมาสเพิ่มความสูงแดนหน้า
- 🔁 นาที 81 โคเปนเฮเก้นเปลี่ยนเมลิงกับแมดเซ่นออก ส่งกะรานังก้าและคลาเอสสันลงประคองเกมรับ
- 🟨 นาที 82 ดิ ลอเรนโซ่โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ริมเส้น
- ⚽ นาที 83 นาโปลีบุกกดดันต่อเนื่อง มีโอกาสยิงหลายครั้ง แต่โคตาร์สกีเซฟและแนวรับช่วยกันบล็อก
- ⚽ นาที 85 บูโอญอร์โน่โหม่งจากเตะมุมหลุดกรอบไปนิดเดียว
- ⚽ นาที 90 ลุคค่าได้ยิงจ่อจากเตะมุมแต่ซัดหลุดเสา
- ⏱ ทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที นาโปลียังกดดันอย่างหนัก
- 🟨 นาที 90+7 เคลมโดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม
- 🔔 หมดเวลา โคเปนเฮเก้น 1-1 นาโปลี แบ่งแต้มสุดมันส์
⭐ Player of the Match: Vanja Milinković-Savić
นายทวารชาวเซิร์บของนาโปลีคือคนที่โดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้ มิลินโควิช-ซาวิช คุมพื้นที่หน้าปากประตูได้อย่างยอดเยี่ยม เซฟลูกยิงสำคัญของแมดเซ่น, เอลยูนุสซี รวมถึงลูกโหม่งจากลูกตั้งเตะหลายครั้ง ไฮไลต์สำคัญคือจังหวะปัดลูกจุดโทษของลาร์สสัน ซึ่งถ้าไม่มีจังหวะเซฟแรกนั้น นาโปลีอาจออกจากโคเปนเฮเก้นแบบมือเปล่าไปแล้ว แม้สุดท้ายจะโดนซ้ำเข้าไป แต่ผลงานโดยรวมระดับ 8.6 คะแนน ทำให้ตำแหน่ง Player of the Match ไม่มีใครคู่ควรมากกว่าเขา

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลเสมอเกมนี้ทำให้ทั้งสองทีมยังอยู่โซนกลางของตารางรอบลีก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยนาโปลีรั้งอันดับ 23 มี 8 แต้มจาก 7 นัด ยิงได้ 7 เสีย 12 ผลต่างประตู -5 ขณะที่โคเปนเฮเก้นอยู่ถัดมาอันดับ 24 มี 8 แต้มเท่ากัน ยิงได้ 11 เสีย 17 ผลต่าง -6
นั่นหมายความว่ารูปการณ์ลุ้นโควตาเข้ารอบน็อกเอาต์ยังเปิดกว้าง แต่ก็ไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกต่อไป นาโปลีต้องเก็บชัยในบ้านให้ได้ในเกมสำคัญกับเชลซี ส่วนโคเปนเฮเก้นต้องออกไปเยือนบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นงานสุดโหด หากหลุดแพ้อาจหล่นไปอยู่โซนท้ายตารางทันที
📅 ตารางบอลและโปรแกรมถัดไปของทั้งสองทีม
เมื่อมองไปที่ โปรแกรมบอล นัดถัดไปในตารางบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และลีกในประเทศ ทั้งสองทีมต้องเจอเกมหนักต่อเนื่อง นาโปลีมีคิวบิ๊กแมตช์กัลโช่ เซเรีย อา บุกเยือนยูเวนตุส ก่อนจะกลับมาเปิดรังรับมือเชลซีในถ้วยยุโรป ซึ่งเป็นเกมที่ชี้ชะตาอนาคตของคอนเต้และลูกทีมโดยตรง
ฝั่งโคเปนเฮเก้นหลังจากศึกยุโรป ต้องกลับไปโฟกัสศึกเดนมาร์ก ซูเปอร์ลีก ที่มีคิวบุกเยือนมิดทิลลันด์ เกมนี้มีผลโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ในประเทศ ก่อนจะยกพลไปเยือนคัมป์ นู เจอกับบาร์เซโลน่าในนัดสำคัญรอบลีก UCL ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าแต้มที่แบ่งจากนาโปลีในคืนนี้จะมีค่าแค่ไหนในระยะยาว
🏠 ติดตามบ้านผลบอลและความมันส์ได้ที่บ้านกีฬา
คู่นี้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าฟุตบอลยุโรปไม่มีคำว่าง่าย แม้ทีมจะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่ถ้าใจสู้เต็มร้อยก็ยังกลับมาเอาแต้มจากทีมใหญ่ได้ แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของศึกยุโรป ทั้งสกอร์สด ไฮไลต์ และสถิติละเอียดแบบเกมนี้ อย่าลืมติดตาม บ้านผลบอล และทุกความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา เจ้าเดิม

