
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เชลซี 1-0 ปาฟอส วันนี้ 22/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนยุโรปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แฟนบอลได้ลุ้นกันจนเกือบหยดสุดท้าย ก่อนที่ เชลซี จะอาศัยความหนาแน่นของเกมบุกและลูกนิ่งเฉียบคมบดเอาชนะ ปาฟอส 1-0 จากลูกโหม่งของ มอยเซส ไกเซโด้ นาที 78 เก็บสามแต้มสำคัญในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ลีกเฟสได้ตามที่หวัง ซึ่งจากรูปเกมและสถิติ เรียกได้ว่าใครตามเช็ก ผลบอลสด อยู่ต้องรู้เลยว่านี่คือเกมที่ฝั่งเจ้าบ้านไล่บี้ฝ่ายเดียวแทบทั้ง 90 นาที
⏱ ครึ่งแรก: สิงห์บลูส์ขึงเกม บุกเป็นพายุแต่ยังไม่คม
เปิดฉากมาได้ไม่นานก็เห็นภาพชัดว่า เชลซีของกุนซือ เลียม โรเซนิเยร์ จัดชุดใหญ่เปิดเกมรุกทันที ใช้ระบบ 4-2-3-1 ขึงเกมในแดนปาฟอสแบบไม่ให้หายใจ วิลเลียม โฟฟาน่า คุมแนวรับดันสูงขึ้นกลางสนาม ขณะที่สองฟูลแบ็ก มาล็อง กุสโต้ กับ เจอร์รี่ ฮาโต ช่วยเติมเกมริมเส้นตลอดเวลา
นาที 7 การ์นาโช่โดนทำฟาวล์ริมเส้นซ้าย ได้ฟรีคิกให้ลองเปิดลุ้นประตูแรก แต่ยังไม่เข้าเป้า นาที 11 เปโดร เนโต้ ลองเสี่ยงซัดไกลนอกกรอบ บอลฮุบนิดเดียวข้ามคานไปแบบได้เสียว
ช่วงกลางครึ่งแรก เชลซีเริ่มเร่งสปีดการเพรสซิ่งสูง ไกเซโด้ กับ เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ ดักเก็บบอลสองได้หมด ทำให้จังหวะโต้กลับของปาฟอสแทบไม่เกิด เกมเลยไปหนักที่การตัดฟาวล์ตรงกลางสนามหลายครั้ง
นาที 27 เจ้าถิ่นได้เตะมุมต่อเนื่อง แนวรับทีมเยือนโดย อังเดร ซิลวา กับ อีวาน ซูนยิช ต้องช่วยกันโขกสกัดแทบทุกจังหวะ นาที 33 มิสลาฟ ออร์ซิช กลายเป็นคนแรกที่โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนักใส่การ์นาโช่
ปลายครึ่งแรก เชลซีสร้างโอกาสถล่มทลาย นาที 35 ดีแล็ป, ไกเซโด้ และ บาดิอาชีเล่ สลับกันซัด แต่ เจย์ กอร์เตอร์ นายประตูปาฟอสงัดฟอร์มเซฟสามจังหวะติด ก่อนนาที 42 กุสโต้, ไกเซโด้ และเอ็นโซ่จะได้ลองจบสกอร์อีกครั้ง ทว่ายังถูกมือกาวดัตช์เซฟไว้ทั้งหมด เกมรุกเจ้าบ้านทำได้ทุกอย่างยกเว้นประตู
ทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที ปาฟอสอาศัยเกมรับแน่นบวกกับดวงช่วยเล็กน้อย รอดพ้นการเสียประตูแบบหวุดหวิด จบครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอ 0-0 แต่รูปเกมชัดเจนว่าเชลซีบี้อยู่ฝ่ายเดียว
🔁 ครึ่งหลัง: เปลี่ยนตัวแก้เกม แล้วไกเซโด้โขกปลดล็อก
เริ่มครึ่งหลัง โรเซนิเยร์ไม่รอช้า เปลี่ยนเอา โรเบิร์ต ซานเชซ ลงมาเฝ้าเสาแทน ยอร์เกนเซ่น พร้อมส่ง เอสเตวาว ลงแทน รีซ เจมส์ เพื่อเติมความสดและความจัดจ้านทางฝั่งขวา
นาที 53 เอสเตวาวได้โอกาสทอง หลุดเดี่ยวทางขวาแล้วยิงเรียด แต่กอร์เตอร์ยังออกมาตัดมุมเซฟได้เยี่ยม นาที 56 เคน เซมา วิงแบ็กปาฟอสต้องโดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดหนักใส่เนโต้ริมเส้น เป็นสัญญาณว่าทีมเยือนเริ่มเอาไม่อยู่
นาที 60 เนโต้ซัดไกลอีกครั้งแต่บอลไม่ตรงกรอบ เกมยังคงเป็นเชลซีไล่ล้อม นาท 63 มีจังหวะเกมหยุดเช็กอาการเจ็บของ คอสตาส พีเลอัส ก่อนจะเล่นต่อได้
นาที 68 การ์นาโช่ได้โหม่งโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษแต่โด่งข้ามคานอย่างน่าเสียดาย นาที 70 เชลซีปรับแผงรุกยกชุด ส่ง มาร์ก กูกูเรญ่า, เจมี กิทเทนส์ และ เชา เปโดร ลงมาแทน ฮาโต, การ์นาโช่ และ ดีแล็ป เพื่อเติมความสดและความหลากหลายในพื้นที่สุดท้าย
นาที 73 กิทเทนส์โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์กลางสนาม ขณะเดียวกันฝั่งปาฟอสก็มี ซูนยิช รับใบเหลืองเพิ่มเช่นกัน
ท้ายที่สุด แรงกดดันก็แตกหักนาที 78 จากลูกเตะมุมฝั่งขวา เอ็นโซ่เปิดโค้งไปเสาแรก ไกเซโด้สอดขึ้นมาโขกเต็มหน้าผาก บอลพุ่งเสียบมุมล่างสุดสวย เชลซีออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮลั่นสแตมฟอร์ด บริดจ์
ช่วงเวลาที่เหลือ ปาฟอสพยายามเปิดเกมสวนกลับ นาที 81 วลาด ดราโกเมียร์ ลองซัดไกล แต่ซานเชซพุ่งปัดได้สวย จนช่วงทดเจ็บนาที 91 แลนดรี ดิมาตา ได้ซัดในกรอบเขตโทษอีกทีแต่ก็ยังผ่านไม่พ้นมือซานเชซ
ท้ายเกมเชลซีเน้นคุมจังหวะ ใช้การครองบอลและเตะมุมถ่วงเวลา จนสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย จบเกม เชลซีเฉือนปาฟอส 1-0 เก็บชัยสำคัญในบ้านต่อหน้าสาวกสิงห์บลูส์

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว
🔵 เชลซี (ระบบ 4-2-3-1 – ผู้จัดการทีม: เลียม โรเซนิเยร์)
ผู้รักษาประตู
- 12 ฟิลิปป์ ยอร์เกนเซ่น (6.5) – ออก นาที 46
- 1 โรเบิร์ต ซานเชซ (7.0) – ลงสำรองเฝ้าเสาครึ่งหลัง เซฟสำคัญหลายครั้ง
กองหลัง
- 27 มาล็อง กุสโต้ (7.0) แบ็กขวา เติมเกมรุกตลอด
- 29 วิลเลียม โฟฟาน่า (8.1) เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ตัวคุมหลังบ้าน อ่านเกมเฉียบ
- 5 เบอนัวต์ บาดิอาชีเล่ (7.4) คู่หูโฟฟาน่า เก็บจังหวะกลางอากาศหมด
- 21 เจอร์รี่ ฮาโต (6.9) แบ็กซ้าย ออก นาที 70 ให้กูกูเรญ่า
กองกลางตัวรับ
- 25 มอยเซส ไกเซโด้ (9.0) มิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอล กวาดเก็บบอลสองทั้งเกมและเป็นฮีโร่โขกประตูชัย
- 8 เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ (7.0) คุมจังหวะเกม รับ-รุก เชื่อมบอลแทบทุกจังหวะ
ตัวรุกสามประสาน
- 7 เปโดร เนโต้ (7.2) ปีกขวา ลากเลื้อยสร้างโอกาสหลายครั้ง
- 24 รีซ เจมส์ (กัปตัน) (7.3) ยืนกึ่งฟูลแบ็กกึ่งมิดฟิลด์ ขึ้น-ลงไม่มีหมด ออก นาที 46
- 49 อเลฮานโดร การ์นาโช่ (7.5) ปีกซ้าย ตัวป่วนเกมรับปาฟอส มีโอกาสโหม่งเหน่ง ๆ ช่วงท้ายครึ่งหลัง
กองหน้า
- 9 เลียม ดีแล็ป (6.4) หน้าเป้า ทำงานในกรอบเขตโทษหนักแต่ยังหาจังหวะจบคม ๆ ไม่ได้ ออก นาที 70
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 41 เอสเตวาว (6.4) – ลงแทน รีซ เจมส์ นาที 46 มีจังหวะหลุดยิงแต่โดนเซฟ
- 3 มาร์ก กูกูเรญ่า (6.9) – ลงแทน ฮาโต นาที 70 เติมเกมซ้ายได้ดี
- 11 เจมี กิทเทนส์ (6.9) – ลงแทน การ์นาโช่ นาที 70 โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์
- 20 เชา เปโดร (6.4) – ลงแทน ดีแล็ป นาที 70 ทำหน้าที่พักบอลและต่อบอลในพื้นที่สุดท้าย
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
จอช อาเชมปง, เทรโวห์ ชาโลบาห์, แลนดอน เอเมนาโล, อันเดรย์ ซานโตส, เรจจี้ วอลช์, ไทรีค จอร์จ, มาร์ก กีอู
ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษแบน
เลวี โคลวิลล์, โรเมโอ ลาเวีย (เจ็บ), มิคไฮโล มูดริก (แบน), โทซิน อดาราบิโอโย, คาลเล็บ ไวลีย์
⚪ ปาฟอส (ระบบ 3-4-2-1 – ผู้จัดการทีม: อัลเบิร์ต เซลาเดส)
ผู้รักษาประตู
- 1 เจย์ กอร์เตอร์ (7.5) เซฟอุตลุต เป็นเหตุผลหลักที่ทีมไม่โดนยิงมากกว่านี้
กองหลังสามคน
- 33 อังเดร ซิลวา (6.4) – ออก นาที 65
- 26 อีวาน ซูนยิช (6.6) ได้ใบเหลืองนาที 73
- 2 คอสตาส พีเลอัส (6.2) มีจังหวะเจ็บ นาที 63 แต่ยังเล่นต่อ
วิงแบ็ก/กองกลางด้านข้าง
- 12 เคน เซมา (6.6) วิงแบ็กซ้าย เติมเกมบ้างแต่โดนเหลือง นาที 56 – ออก นาที 83
- 23 ดานิแอล ลักคาสเซน (7.1) วิงแบ็กขวา ช่วยเกมรับเยอะ
กองกลางตัวกลาง
- 88 เปเป้ (6.9) พยายามตัดบอลกลางสนาม
- 30 วลาด ดราโกเมียร์ (กัปตัน) (7.0) มีจังหวะส่องไกลให้ทีมได้ลุ้น – ออก นาที 89
ตัวรุกสองคนหลังหน้าเป้า
- 17 มิสลาฟ ออร์ซิช (6.4) โดนใบเหลืองเร็ว นาที 33 – ออก นาที 83
- 7 บรูโน่ (6.1) พยายามลากบอลโต้กลับแต่โดนบีบพื้นที่ตลอด
กองหน้า
- 11 จาแจ (6.6) หน้าเป้า โอกาสยิงน้อยมาก – ออก นาที 65
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- 8 โดมิงกอส กีน่า (6.8) – ลงแทน จาแจ นาที 65
- 10 แลนดรี ดิมาตา (6.6) – ลงแทน อังเดร ซิลวา นาที 65 มีโอกาสยิงช่วงทดเจ็บ
- 25 บรูโน่ ลังกา (6.6) – ลงแทน เซมา นาที 83
- 9 มงส์ บาสซัวมินา (6.6) – ลงแทน ออร์ซิช นาที 83
- 42 จอร์จอส ไมเคิล (6.4) – ลงแทน ดราโกเมียร์ นาที 89
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
93 นีโอฟิตอส ไมเคิล, 82 เปตรอส เปตรู, 4 ดาวิด ลุยซ์, 5 ดาวิด โกลดาร์, 87 เปโดร คัลดิเอราโร
ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษแบน
เปดราว (เจ็บ), เชา คอร์เรย่า (เช็กฟิต)
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
จากมุมมองการ วิเคราะห์บอล เกมนี้ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการเจอกันระหว่างทีมที่เน้นครองบอล กับทีมที่ใช้บล็อกต่ำป้องกันลึกสุดทาง
เชลซีในระบบ 4-2-3-1 ใช้ไกเซโด้เป็นตัวคัดบอลหน้าเซ็นเตอร์ ขณะที่เอ็นโซ่ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ลึก คอยสลับบอลซ้าย-ขวาให้ฟูลแบ็กดันสูง กลายเป็นรูปแบบคล้าย 2-3-5 ตอนบุก เมื่อกุสโต้กับฮาโตวิ่งขึ้นไปยืนสูงเท่าเนโต้และการ์นาโช่ ทำให้ปาฟอสต้องถอยลงไปยืนเป็น 5-4-1 แบบเต็มตัว
จุดเด่นของเชลซีคือการเคลื่อนที่ของเกมรุกสามคนหลังหน้าเป้า การ์นาโช่หุบเข้ากรอบเขตโทษบ่อย เปิดพื้นที่ให้ฮาโตเติมซ้อน ส่วนเนโต้ก็ขยับเข้ามาเป็นกองหน้าตัวที่สองช่วยดีแล็ป ทำให้แนวรับปาฟอสต้องตามประกบจนหลวมหลายครั้ง แต่การจบสกอร์ยังไม่เฉียบพอ กว่าจะได้ประตูก็ต้องรอลูกนิ่งจากเตะมุม
ฝั่งปาฟอส ระบบ 3-4-2-1 ตั้งใจชัดเจนว่าจะมากินแต้มเสมอ พวกเขาทิ้งจาแจไว้คนเดียวด้านหน้าให้วิ่งไล่บี้เซ็นเตอร์ของเชลซี ส่วนออร์ซิชกับบรูโน่คอยช่วยปิดไลน์จ่ายของเอ็นโซ่และไกเซโด้ การเล่นแบบนี้ทำให้พื้นที่แดนกลางแน่น แต่แลกด้วยการไม่มีตัวเลือกในจังหวะสวนกลับมากนัก เมื่อแย่งบอลได้แล้ว ตัวรุกขึ้นไม่ทัน ทำให้โอกาสจบสกอร์มีเพียงไม่กี่ครั้งตลอดเกม
ด้านเกมรับ ปาฟอสทำได้ดีระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกอร์เตอร์ที่เซฟไปหลายช็อต อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้เชลซีได้ลูกเตะมุมถึง 15 ครั้งถือเป็นการเสี่ยงเกินไป สุดท้ายก็โดนลงโทษจากลูกโขกของไกเซโด้อยู่ดี ขณะที่เกมรับของเชลซีเองถือว่ามั่นคง โฟฟาน่า-บาดิอาชีเล่ เก็บลูกกลางอากาศหมด จนปาฟอสไม่เคยได้โอกาสโหม่งจ่อ ๆ เลย

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนรูปเกมแบบตรงไปตรงมา เชลซีครองบอลถึง 68% เทียบกับ 32% ของปาฟอส จ่ายบอลสำเร็จ 724 ครั้ง ด้วยความแม่นยำสูงถึง 95% ขณะที่ทีมเยือนจ่ายเพียง 273 ครั้ง แม่นยำ 83% เท่านั้น
ด้านโอกาสยิง เจ้าบ้านกดไป 18 ครั้ง เข้ากรอบ 7 ส่วนปาฟอสยิงได้แค่ 3 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ยังดีที่กอร์เตอร์เซฟไว้ได้เกือบหมด ลูกเตะมุมก็ชัดเจน เชลซีได้ถึง 15 ครั้ง เทียบกับปาฟอสที่มีเพียง 2 ทำให้ภาพรวมทั้งเกมอยู่ในมือสิงห์บลูส์ตั้งแต่ต้นจนจบ
แม้เชลซีจะทำฟาวล์เพียง 6 ครั้งน้อยกว่าปาฟอสที่ 9 ครั้ง แต่กลับโดนใบเหลือง 2 ใบจากกิทเทนส์และเอ็นโซ่ ขณะที่ทีมเยือนโดน 3 ใบจากออร์ซิช, เซมา และซูนยิช แสดงให้เห็นว่าเมื่อโดนบุกหนัก นักเตะปาฟอสต้องใช้การตัดฟาวล์หยุดจังหวะอันตรายหลายครั้ง
⏱️ เหตุการณ์สำคัญในเกม
- ⚽ 7′ – การ์นาโช่โดนทำฟาวล์ ได้ฟรีคิกทางซ้ายให้เชลซีเริ่มกดดัน
- 🎯 11′ – เปโดร เนโต้ ซัดไกลนอกกรอบ บอลเหินข้ามคาน
- ⚔️ 16′ – เกมกลางสนามดุเดือด ไกเซโด้และเอ็นโซ่เจอฟาวล์ต่อเนื่อง
- 🧱 27′ – เชลซีได้เตะมุมติด ๆ กัน แนวรับปาฟอสเคลียร์แทบไม่ทัน
- 🟨 33′ – มิสลาฟ ออร์ซิช โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนัก
- 💥 35′ – ดีแล็ป, ไกเซโด้ และบาดิอาชีเล่ สลับกันยิง แต่กอร์เตอร์เซฟสามช็อตรวด
- 🔥 42′ – กุสโต้, ไกเซโด้ และเอ็นโซ่ ได้ลุ้นยิงอีกชุดใหญ่ แต่ยังไม่ผ่านมือกอร์เตอร์
- ⏱️ 45+2′ – จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0
- 🔁 46′ – เชลซีเปลี่ยนตัว ส่งโรเบิร์ต ซานเชซ แทนยอร์เกนเซ่น และเอสเตวาวแทนรีซ เจมส์
- 🎯 53′ – เอสเตวาวหลุดไปซัดในกรอบ แต่กอร์เตอร์ยังพุ่งปัดออกหลัง
- 🟨 56′ – เคน เซมา โดนใบเหลืองจากการเสียบหนักริมเส้น
- 💥 60′ – เปโดร เนโต้ ยิงไกลอีกครั้ง บอลหลุดเสาออกไป
- ⛑️ 63′ – เกมหยุดเช็กอาการเจ็บของคอสตาส พีเลอัส ก่อนกลับมาเล่นต่อ
- 😱 68′ – การ์นาโช่โหม่งโล่ง ๆ ในกรอบ แต่บอลข้ามคานอย่างน่าเสียดาย
- 🔁 65′ – ปาฟอสเปลี่ยนคู่หน้า ส่งโดมิงกอส กีน่า แทนจาแจ และแลนดรี ดิมาตา แทนอังเดร ซิลวา
- 🔁 70′ – เชลซีส่งมาร์ก กูกูเรญ่า, เจมี กิทเทนส์ และเชา เปโดร ลงมาเร่งเกมรุก
- 🟨 73′ – กิทเทนส์โดนเหลืองจากการตัดเกม ขณะเดียวกันอีวาน ซูนยิชฝั่งปาฟอสก็โดนเหลืองเช่นกัน
- ⚽ 78′ – ประตูชัยของเกม เอ็นโซ่เปิดเตะมุม ไกเซโด้วิ่งหนีตัวประกบมาโขกเสียบมุมล่าง เชลซีขึ้นนำ 1-0
- 🧤 81′ – ดราโกเมียร์ลองยิงไกล แต่ซานเชซพุ่งปัดได้งามหยด
- 🔁 83′ – ปาฟอสส่งบรูโน่ ลังกา กับมงส์ บาสซัวมินา ลงแทนเซมาและออร์ซิช เพื่อเน้นเกมรุก
- 🟨 86′ – เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ รับใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
- 🔁 89′ – จอร์จอส ไมเคิล ลงแทนดราโกเมียร์ เติมเกมรุกช่วงท้าย
- 🎯 90+1′ – ดิมาตาได้ยิงในกรอบ แต่ซานเชซยังยืนตำแหน่งดีเซฟเอาไว้
- ⏱️ 90+2′ – เชลซีได้เตะมุมชะลอจังหวะ คุมเกมจนหมดเวลา
- 🔔 จบเกม – เชลซีชนะปาฟอส 1-0
🌟 Player of the Match – มอยเซส ไกเซโด้
ฮีโร่ของสิงห์บลูส์ไม่มีใครอื่นนอกจากไกเซโด้ มิดฟิลด์เอกวาดอร์ที่ได้คะแนนสูงสุดในสนาม เขาวิ่งไม่มีหมดทั้งไล่บีบตัดเกมหน้าแนวรับ, แย่งบอลสอง, เปิดบอลยาวเปลี่ยนแกนอยู่ตลอด และยังอ่านจังหวะเข้าเติมเกมรุกฝั่งกรอบเขตโทษได้ยอดเยี่ยม
นอกจากประตูโขกปลดล็อกจากลูกเตะมุมแล้ว ไกเซโด้ยังเป็นตัวคุมอารมณ์ทีมในช่วงท้ายเกม ช่วยให้เชลซีไม่เสียสมาธิและปิดแมตช์ได้อย่างเด็ดขาด เป็นฟอร์มแบบมิดฟิลด์ระดับบิ๊กทีมของแท้ สมศักดิ์ศรี Player of the Match

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
หลังจบเกมนี้ เชลซีมีสถิติลงเล่น 7 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิงได้ 14 เสีย 8 ลูกได้เสีย +6 เก็บเพิ่มเป็น 13 คะแนน รั้งอันดับ 8 ของตารางลีกเฟส แทรกตัวอยู่ในกลุ่มบนที่กำลังไล่ล่าตั๋วรอบน็อกเอาต์ถัดไป โดยด้านบนสุด อาร์เซนอลยังนำจ่าฝูงด้วยผลงานชนะรวด 7 นัด มี 21 คะแนนเต็ม
ขณะที่ปาฟอส เล่นไป 7 นัด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 3 ยิงได้เพียง 4 เสีย 10 ลูกได้เสีย -6 มีอยู่ 6 คะแนน รั้งอันดับ 30 จาก 36 ทีม สถานการณ์ยังต้องลุ้นหนักหากหวังติดโซนผ่านเข้ารอบ พวกเขาต้องเร่งเก็บแต้มในเกมที่เหลือและเลิกพึ่งดวงในเกมรับเพียงอย่างเดียว
📅 ตารางบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดถัดไปและโปรแกรมทีมใหญ่
สำหรับแฟนสิงห์บลูส์ เกมต่อไปในลีกเฟสยุโรปถือว่าโหดสุด ๆ เมื่อเชลซีต้องออกไปเยือนนาโปลีวันที่ 29 มกราคม เวลา 03.00 น. เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าลูกทีมของโรเซนิเยร์จะต่อยอดความมั่นใจได้แค่ไหน หลังจากเพิ่งเชือดปาฟอสในบ้าน หากมองในแง่ โปรแกรมบอล เชลซียังต้องเจองานหนักในพรีเมียร์ลีกด้วย เมื่อมีคิวบุกเยือนคริสตัล พาเลซ วันที่ 25 มกราคม ก่อนจะบินไปอิตาลีทันที
ฝั่งปาฟอสเองก็ไม่ง่าย พวกเขามีแมตช์ลีกในประเทศพบ เออีเค ลาร์นากา วันที่ 26 มกราคม ก่อนจะเล่นเกมยุโรปในบ้านกับสลาเวีย ปราก วันที่ 29 มกราคม เวลา 03.00 น. ซึ่งด้วยสถานการณ์คะแนนในตารางตอนนี้ ทุกแต้มของปาฟอสถือว่ามีค่ามาก ถ้าพลาดอีกครั้งอาจหลุดจากเส้นทางลุ้นเข้ารอบทันที
📣 ติดตามบ้านผลบอลและความเคลื่อนไหวฟุตบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามเช็กสกอร์สด สถิติแบบละเอียด และอัปเดตข่าวสารลูกหนังทุกคืนยุโรป อย่าลืมกดบุ๊กมาร์ก บ้านผลบอล และติดตามทุกบทความจาก “บ้านกีฬา” เอาไว้ได้เลย บ้านกีฬาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็มทั้งมุมมองแท็กติก ความเห็นสายโหด และบรรยากาศในสนาม ใครเป็นสายเชียร์-สายเดิมพันยิ่งไม่ควรพลาด เพราะเราจะพาไปเกาะทุกคู่เดือดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงนัดชิง

