บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เดือดที่แอนฟิลด์! ซาลาห์–แม็ค อัลลิสเตอร์ พาลิเวอร์พูลถล่มการาบัค 6-0 ลุ้นเข้ารอบสดใส

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล 6-0 การาบัค วันนี้ 29/1/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แอนฟิลด์ไม่มีคำว่าเมตตา แฟนหงส์แดงได้เฮกันจนเสียงแหบ เมื่อ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านไล่ยำ การาบัค 6-0 แบบเกมขาดตั้งแต่ต้นจนจบ ตามรายงานจาก ผลบอลสด แทบไม่มีช่วงเวลาไหนที่ทีมเยือนหายใจโล่ง ๆ เพราะเจ้าถิ่นเดินหน้าบุกเป็นพายุ ทั้งคุมบอล ทั้งบี้เพรส ย้ำภาพชัด ๆ ว่าที่นี่ “แอนฟิลด์” ใครจะมาหยามง่าย ๆ ไม่ได้

🔴 ครึ่งแรก: แม็ค อัลลิสเตอร์ – เวียร์ตซ์ ยิงคนละดอก วางโครงเกมขาด

เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ลิเวอร์พูลเขี่ยบอลก่อนแล้วบุกใส่ทันที แต่ดราม่ามาไวแค่ 3 นาที เมื่อ เจอร์เมียห์ ฟริมปง มีอาการบาดเจ็บ ต้องออกไปปฐมพยาบาล และถูกเปลี่ยนตัวอย่างรวดเร็วให้ วาตารุ เอ็นโด ลงมาแทนตั้งแต่นาทีที่ 4

ถึงจะเสียแบ็กขวา แต่รูปเกมไม่เสียหายอะไร หงส์เดินหน้าลุยต่อเนื่อง นาทีที่ 6 แม็ค อัลลิสเตอร์ กับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ได้ลองส่องคนละที บอลติดบล็อกไปทั้งหมด ขณะที่การาบัคก็ไม่ยอมแพ้ มีจังหวะโต้กลับนาที 9 จาก คริสเตียน ดูราน ยิงมุมแคบ ทว่า อลิสซอน ยังรับสบาย

นาที 12 ฮูโก้ เอคิติเก้ ลองส่องไกล บอลเฉี่ยวเสาแบบได้เสียว ก่อนที่ความกดดันจะเปลี่ยนเป็นประตูในนาที 15 จากจังหวะเตะมุมของ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เปิดโค้งมาให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โหม่งจ่อ ๆ เข้าไป ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 และเกมยิ่งไหล

การาบัคพยายามตั้งเกมกลางสนาม แต่โดนเพรสสูงจนต่อบอลไม่ติด นาที 21 หงส์แดงทิ้งห่าง 2-0 เวียร์ตซ์ รับบอลหน้าเขตโทษ กดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาแบบนายทวารได้แต่พุ่งถ่ายรูป

ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูลยังครองเกมเหนือกว่าชัดเจน ทั้งการต่อบอลสั้นเร็วและความไหลลื่นในแดนหน้า โรเบิร์ตสัน ลองยิงไกล โซบอสซ์ไล ได้ส่องไกล ผู้รักษาประตูการาบัคต้องออกแรงเซฟหลายหน นาที 44 โคดี้ กัคโป ได้โหม่งเน้น ๆ แต่โดนปัดออกไป ก่อนหมดครึ่งแรกที่สกอร์ 2-0 ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า “การาบัคยืนกันตัวเกร็งแล้ว”

🔥 ครึ่งหลัง: ฟรีคิกซาลาห์ – ลูกยิงไกลถี่ยิบ ปิดเกมด้วยครึ่งโหล

ครึ่งหลังรูปเกมไม่ต่างจากเดิม ลิเวอร์พูลยังครองจังหวะไว้แน่น นาที 48 ได้ลุ้นฟรีคิกระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษ และในนาที 50 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม กลายเป็นประตู 3-0 ที่ปลุกแอนฟิลด์ให้เดือดอีกระดับ

หลังนำห่าง ซาลาห์ยังมีโอกาสยิงเพิ่มในนาที 53 แต่บอลหลุดกรอบนิดเดียว กัคโปก็ได้ลองยิงมุมแคบ ทว่านายทวารการาบัคยังพอเอาตัวรอดได้บ้าง ทว่าความขาดกระจายเกิดขึ้นนาที 57 เมื่อ เอคิติเก้ ได้บอลหน้ากรอบแล้วกดเต็มแรง บอลพุ่งเสียบมุมให้สกอร์ไหลเป็น 4-0

นาที 61 เกมแทบจบอย่างเป็นทางการ จากจังหวะต่อเนื่องในเขตโทษ การาบัคเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง แม็ค อัลลิสเตอร์ ซ้ำดาบสองหน้าประตูไม่เหลือ 5-0 และนั่นคือช่วงเวลาที่เจ้าถิ่นเริ่มโรเตชัน ส่งดาวรุ่งและตัวสำรองลงมาปิดงาน

การาบัคเริ่มหงุดหงิด มีจังหวะฟาวล์ตัดเกมจน มาร์โก ยันโควิช โดนใบเหลืองในนาที 70 แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เกมยังอยู่ในมือของหงส์แดงทั้งหมด ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90 ลิเวอร์พูลจะสวนกลับเร็ว บอลไหลมาถึง เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวสำรองที่ยืนโล่งกลางกรอบเขตโทษซัดปิดกล่องเป็น 6-0 แบบไม่ต้องลุ้น

สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย แอนฟิลด์กลายเป็นงานเลี้ยงใหญ่ การาบัคต้องหอบฝันพัง ๆ กลับบ้าน ขณะที่แฟนหงส์ยิ้มรับชัยชนะขาดลอยสุดโหด

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว

🔴 ลิเวอร์พูล

ระบบการเล่น 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู: อลิสซอน เบ็คเกอร์ (6.9)
  • กองหลัง: เจเรมี ฟริมปง (–, ถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่นาที 4), เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (กัปตัน, 8.9), ไรอัน กราเวนเบิร์ช (7.4 – ขยับมายืนต่ำช่วยเกมรับ), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (7.8)
  • กองกลางตัวรับ: โดมินิก โซบอสซ์ไล (8.5), อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (8.6 – ยิง 2 ประตู)
  • กองกลางตัวรุก: ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (8.3 – ยิง 1 ประตู), โคดี้ กัคโป (7.8), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (9.2 – ฟรีคิกสุดสวย)
  • กองหน้า: ฮูโก้ เอคิติเก้ (6.9 – ยิง 1 ประตู)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • วาตารุ เอ็นโด (7.1) ลงแทน ฟริมปง นาที 4
  • เทรย์ นโยนิ (6.8) ลงแทน เอคิติเก้ นาที 67
  • ริโอ งูมูโอฮา (6.4) ลงแทน เวียร์ตซ์ นาที 67
  • เฟเดริโก้ เคียซ่า (7.4) ลงแทน กัคโป นาที 74 และซัดประตูที่ 6
  • อามารา นัลโล (6.7) ลงแทน โซบอสซ์ไล นาที 75

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: จอร์จี้ มามาร์ดัชวิลี, เฟร็ดดี้ วูดแมน, มิลอส เคร์เกซ, เคียแรน มอร์ริสัน

ผู้เล่นบาดเจ็บ / ไม่มีชื่อ: โจวานนี เลโอนี, คอเนอร์ แบรดลีย์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค, สเตฟาน บายเชติช, อิบราฮิมา โกนาเต้, โจ โกเมซ

⚫ การาบัค

ระบบการเล่น 4-2-3-1

  • ผู้รักษาประตู: มักซิม โคชาลสกี (5.6)
  • กองหลัง: มาร์กอส ซิลวา (4.6), บาห์ตีเยร์ มุสตาฟาซาดา (6.6), คาเครียน เมดินา (6.6), เอลวิน ซาฟาร์กูลิเยฟ (5.2)
  • กองกลางตัวรับ: เปโดร บิคาลโฮ (7.5 – เด่นสุดในทีมเยือน), มาร์โก ยันโควิช (6.2 – รับใบเหลือง)
  • กองกลางตัวรุก: เลอันโดร อันดราเด (6.2), ฆวน มอนติเอล (6.6), อับเดลลาห์ ซูบีร์ (กัปตัน, 6.6)
  • กองหน้า: คริสเตียน ดูราน (6.3)

ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน

  • โทราล ไบรามอฟ (6.3) ลงแทน ซาฟาร์กูลิเยฟ นาที 67
  • ดานิ โบลต์ (6.7) ลงแทน อันดราเด นาที 68
  • นาริมาน อัคคุนด์ซาเด (6.0) ลงแทน ดูราน นาที 68
  • เอ็มมานูเอล อัดได (6.8) ลงแทน ซูบีร์ นาที 81
  • มูซา กูร์บันลี (ประมาณ 6.6) ลงแทน มอนติเอล นาที 85

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: ฟาบิยาน บุนติช, อามิน รามาซานอฟ, บาดาวี ฮูเซย์นอฟ, แอบบาส ฮูเซย์นอฟ, ซามี มมาเอ, โอเล็กซีย์ แคชชุค, คริส คัวคู

ผู้เล่นบาดเจ็บ: เคดี บอร์เจส

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

เกมนี้ถ้ามองในมุม วิเคราะห์บอล แท็คติกถือว่า ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่ สลอต วางหมากได้เข้าทางทีมตัวเองสุด ๆ ระบบ 4-2-3-1 ใช้คู่กลาง แม็ค อัลลิสเตอร์ – โซบอสซ์ไล เป็นตัวเชื่อมระหว่างเกมรับและเกมรุก เมื่อไม่ได้ครองบอล ทั้งสองคนกับกราเวนเบิร์ชจะถอยลงมาปิดช่องครึ่งแรก ทำให้การาบัคไม่สามารถเจาะกลางได้ ต้องโยนยาวหรือฝากบอลไปด้านข้างซึ่งโดนแบ็กและปีกหงส์ช่วยกันเพรสตลอด

ยามได้บอล ลิเวอร์พูลจะดันฟูลแบ็กขึ้นสูง โดยเฉพาะโรเบิร์ตสันที่เติมจนกลายเป็นวิงแบ็ก กดให้แนวรุกด้านซ้ายเล่นง่ายขึ้น ส่วนฝั่งขวาซาลาห์ยืนกว้างค้ำแนวรับคู่แข่ง ทำให้กองหลังการาบัคไม่กล้าดันทัพขึ้น ช่วงเปลี่ยนจากรับเป็นรุก หงส์อาศัยการต่อบอลหนึ่ง–สองจังหวะเร็วจากกลางสนาม ขึ้นสู่หน้าเขตโทษว่องไวมาก จนมีช่องให้ เวียร์ตซ์, เอคิติเก้ และซาลาห์ ได้ลองยิงหลายครั้ง

ฝั่งการาบัคตั้งรับด้วยบล็อกกลาง 4-2-3-1 ถอยลึก แต่ระยะห่างระหว่างไลน์กองหลังกับกองกลางเยอะเกินไป ทำให้แม็ค อัลลิสเตอร์ กับเวียร์ตซ์มีพื้นที่รับบอลแล้วหันหน้าเข้าหาประตูบ่อยครั้ง พอเสียประตูแรกจากลูกเซตพีซ ความมั่นใจหายไป เกมรับเริ่มหลุดตำแหน่ง ประตูสอง–สาม–สี่ที่ตามมาจึงเหมือนโดนซ้ำแผลเดิม ทั้งลูกยิงไกลและฟรีคิก

ในเกมรุก ทีมเยือนแทบไม่มีอะไรน่าจดจำ นอกจากจังหวะยิงของดูรานในต้นเกม เพราะโดนเพรสสูงตั้งแต่บอลยังไม่พ้นแดนตัวเอง ทำให้เปลี่ยนจากรับเป็นรุกไม่ได้เลย พอครึ่งหลังต้องไล่ตามสกอร์ ช่องว่างด้านหลังก็เปิด จนโดนหงส์ใช้ความเร็วจบสกอร์อย่างโหด

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนความเหนือชั้น

ตัวเลขหลังเกมชัดเจนแบบไม่ต้องตีความ ลิเวอร์พูลยิงทั้งหมด 34 ครั้ง เข้ากรอบ 13 ครั้ง ขณะที่การาบัคมีโอกาสแค่ 6 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ลูก การครองบอลเจ้าถิ่นอยู่ที่ 55% ต่อ 45% ส่งบอลสำเร็จ 506 ครั้ง อัตราความแม่นยำ 89% ส่วนทีมเยือนส่งบอลสำเร็จ 380 ครั้ง แม่นยำ 86% แม้จะไม่ได้ครองบอลทิ้งขาดแบบสุดโต่ง แต่หงส์แดงเล่นบอลมีคุณภาพและอันตรายกว่าอย่างชัดเจน ฟาวล์ลิเวอร์พูล 13 ครั้ง การาบัค 3 ครั้ง ใบเหลืองทั้งเกมมีแค่ใบเดียวของ ยันโควิช ส่วนลูกตั้งเตะมุม ลิเวอร์พูลกวาดไปถึง 14 ครั้ง การาบัคได้เพียง 1 แสดงให้เห็นว่าทั้งคืนลูกทีมของ กูร์บาน กูร์บานอฟ แทบไม่ได้ขึ้นมาป้วนเปี้ยนหน้าประตูเจ้าถิ่นเลย

⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • 🔴 นาทีที่ 3 ฟริมปงเจ็บ ต้องออกไปปฐมพยาบาล
  • 🔴 นาทีที่ 4 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนตัว วาตารุ เอ็นโด ลงมาแทน ฟริมปง
  • 🔴 นาทีที่ 9 การาบัคได้ลุ้นครั้งแรก ดูราน ยิงมุมแคบ อลิสซอนเซฟไว้ได้
  • 🔴 นาทีที่ 12 เอคิติเก้ ลองยิงไกล บอลเฉี่ยวเสาออก
  • ⚽ นาทีที่ 15 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โหม่งจากเตะมุมของ ฟาน ไดจ์ค ลิเวอร์พูลนำ 1-0
  • ⚽ นาทีที่ 21 ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ซัดไกลนอกกรอบเสียบมุม สกอร์ขยับเป็น 2-0
  • 🔴 นาทีที่ 44 กัคโป โหม่งเน้น ๆ แต่ผู้รักษาประตูการาบัคปัดทิ้ง จบครึ่งแรก 2-0
  • ⚽ นาทีที่ 50 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปั่นฟรีคิกสุดสวยเสียบสามเหลี่ยม ลิเวอร์พูลนำ 3-0
  • ⚽ นาทีที่ 57 ฮูโก้ เอคิติเก้ ซัดไกลนอกกรอบ บอลพุ่งแรงผ่านมือนายทวาร เป็น 4-0
  • ⚽ นาทีที่ 61 แม็ค อัลลิสเตอร์ ซ้ำดาบสองหน้าประตู ขยับสกอร์ 5-0
  • 🔁 นาทีที่ 67–75 ลิเวอร์พูลเปลี่ยนชุดใหญ่ ส่ง นโยนิ, งูมูโอฮา, เคียซ่า, นัลโล ลงมาเพิ่มประสบการณ์
  • 🟨 นาทีที่ 70 มาร์โก ยันโควิช ฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม รับใบเหลืองใบเดียวของเกม
  • ⚽ นาทีที่ 90 เฟเดริโก้ เคียซ่า ยิงปิดกล่องจากจังหวะสวนกลับเร็ว ลิเวอร์พูลชนะ 6-0

🌟 Player of the Match – โมฮาเหม็ด ซาลาห์

แม้สกอร์จะกระจายไปหลายคน แต่คนที่โดดเด่นสุดแบบไม่ต้องโหวตคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้คะแนนสูงถึง 9.2 จากผลงานปั่นฟรีคิกสุดเฉียบในประตู 3-0 รวมถึงการเคลื่อนที่ลากแนวรับการาบัคจนปั่นป่วนตลอด 90 นาที ซาลาห์ยืนกว้างทางขวา ดึงแบ็ก+เซ็นเตอร์ไปเฝ้าตลอดเวลา เปิดพื้นที่ให้เพื่อนอย่าง เวียร์ตซ์, กัคโป และเอคิติเก้ สลับกันหาที่ว่างยิง เรียกฟาวล์ได้หลายครั้ง สร้างโอกาสให้ทีมแบบนับไม่ถ้วน ถือเป็นคืนที่ “ราชาอียิปต์” กลับมาสวมมงกุฎเต็มใบในเวทียุโรปอีกครั้ง

📉 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สามแต้มเต็มจากชัยชนะ 6-0 ทำให้ ลิเวอร์พูล ขยับสถานะในตารางคะแนนรวมของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากทีมที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ กลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นพื้นที่รอบน็อกเอาต์แบบจริงจัง ประตูได้–เสียที่บวกเพิ่มถึงห้าลูกในนัดเดียวช่วยดันค่า GD ให้ดูหล่อขึ้นทันตา ส่งสัญญาณชัดว่าถ้าใครจับสลากมาเจอที่แอนฟิลด์ คงไม่มีใครอยากมาเยือนง่าย ๆ

ในทางกลับกัน การาบัคยังจมอยู่โซนล่างของตาราง คะแนนห่างกลุ่มกลางพอสมควร และที่น่าห่วงคือประตูเสียที่บานปลายแบบนี้ ทำให้งานในเกมที่เหลือต้องโฟกัสเรื่องการอุดช่องว่างเกมรับให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นโอกาสลุ้นพื้นที่ยุโรปต่ออาจหลุดมือไปเลย

📅 ตารางบอล และโปรแกรมถัดไปของทั้งสองทีม

มองไปข้างหน้า ใน โปรแกรมบอล นัดถัดไป ลิเวอร์พูลต้องหันสมองกลับมาโฟกัสศึกพรีเมียร์ลีกต่อทันที โดยมีคิวโหดรับมือ นิวคาสเซิล ที่แอนฟิลด์ จากนั้นอีกไม่กี่วันจะเปิดศึกใหญ่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมหนักต่อคิวกันแบบไม่มีพัก ซึ่งชัยชนะในวันนี้ช่วยเติมความมั่นใจให้ทีมของสลอตเต็มถัง ก่อนเจองานจริงในลีกสูงสุดอังกฤษ

ด้านการาบัคต้องกลับไปตั้งหลักในลีกอาเซอร์ไบจาน มีคิวเปิดบ้านเจอกับ ตูราน โตวุซ ในเกมลีก และเดิมทีมีโปรแกรมบอลถ้วยอาเซอร์ไบจานคัพกับ ชามัคซี แต่ถูกเลื่อนออกไป การกู้หน้าในลีกจึงเป็นเป้าหมายหลักหลังโดนหงส์แดงถล่มเละในค่ำคืนยุโรปครั้งนี้

🏠 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของเกมใหญ่แบบนี้ ทั้งสกอร์เรียลไทม์ สถิติ จังหวะสำคัญ และบทวิเคราะห์หลังเกมสไตล์ดุดันแบบนี้ อย่าลืมกดเข้าเช็ก บ้านผลบอล และข่าวบอลมันส์ ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา เราจะพาแฟนลูกหนังอัปเดตทุกแมตช์ดัง ทั้งในและนอกสนาม ให้รู้เรื่องก่อนใครแบบจุใจ

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา