
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง บาร์เซโลน่า 4-1 เอฟซี โคเปนเฮเก้น วันนี้ 29/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่คัมป์นู บาร์เซโลน่าทำเอาแฟนเจ้าบ้านหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มตั้งแต่ต้นเกม แต่สุดท้ายพลิกสถานการณ์ถล่ม เอฟซี โคเปนเฮเกน 4-1 จากฟอร์มโหดของ “เจ้าหนูยามาล” ที่กดเพอร์เฟกต์เกม 10 คะแนนเต็ม แถมมีส่วนกับประตูแทบทุกลูก เกมนี้แฟนที่ตามเช็ก ผลบอลสด ตลอด 90 นาทีคืออิ่มทั้งสกอร์และดราม่า VAR
⏱️ ครึ่งแรก – บาร์ซ่าช็อกคาบ้าน แต่ยังคุมเกมเหนือกว่า
เสียงนกหวีดดังไม่ถึงห้านาที โคเปนเฮเกนสวนหมัดแรกเข้าเต็มคาง นาที 4 วิคตอร์ ดาดาสัน ได้บอลหน้าเขตโทษซัดไกลพุ่งเสียบกลางประตู ให้ทีมเยือนนำ 1-0 แบบทั้งสนามเงียบกริบ หลังจากนั้นรูปเกมเป็นของบาร์ซ่าเต็มตัว ลามีน ยามาล ลองส่องไกล, ดานี่ โอลโม่ กับ แชร์ราร์ด มาร์ติน ขยับหาช่องยิงหลายครั้ง แต่โดมินิก โคตาร์สกี้ เซฟได้ทุกดอก
ลูกตั้งเตะของบาร์ซ่าน่ากลัวตลอด นาที 19 เปา กูบาร์ซี่ โหม่งจากเตะมุมหลุดคานไปนิดเดียว ก่อนที่นาที 34 เอริก การ์เซีย ตะบันไกลชนคานเต็ม ๆ โชคร้ายสุด ๆ เกมเริ่มเดือดเมื่อมาร์กอส โลเปซ แบ็กโคเปนเฮเกนโดนใบเหลืองนาที 27 ตามด้วยใบเหลืองของลามีน ยามาล นาที 38 เพราะอารมณ์ขึ้น แล้วจุนโนสุเกะ ซูซูกิ ก็โดนเหลืองอีกใบในนาที 39 ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ที่บาร์ซ่าตามหลัง 0-1 ทั้งที่โหมบุกอยู่ข้างเดียว
🔁 ครึ่งหลัง – ยามาลกดโหมดปีศาจ บาร์ซ่ารัวสี่เม็ดไม่ไว้หน้า
กลับมาครึ่งหลัง บ้านกีฬาเห็นได้ชัดว่าฟลิคปรับสปีดเกมทันที ใส่ มาร์ก แบร์นาล ลงมาแทนเอริก การ์เซียเพื่อดันเกมรุก นาที 48 ความพยายามก็เป็นผล ลามีน ยามาล กระชากหลุดทางขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แปจ่อ ๆ ตุงตาข่าย บาร์ซ่าตามตีเสมอ 1-1
เกมหลังจากนั้นเปิดแลกดุเดือด นาที 60 บาร์ซ่าพลิกนำ 2-1 จากจังหวะที่เฟร์มิน โลเปซ แทงทะลุให้ลามีน ยามาล ล็อกเข้าในแล้วซัดด้วยซ้ายเสียบเสาแบบสุดคม เจ้าหนูวัยทีนพังประตูสำคัญปลุกคัมป์นูให้ลุกเป็นไฟ
นาที 67 เลวานดอฟสกี้เรียกจุดโทษได้เองจากการโดนสกัดในกรอบ และนาที 69 ราฟินญ่า รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งสกอร์ไหลเป็น 3-1 จากนั้นฟลิคเติมความเร็วด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ โรนัลด์ อเราโฆ ลงมานาที 72
ช่วงท้ายเกมนาที 85 บาร์ซ่าได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ มาร์คัส แรชฟอร์ด ปั่นด้วยขวาโค้งเสียบมุมอย่างสวยงามกลายเป็น 4-1 ปิดบัญชีแบบหมดทางกลับ ส่วนโคเปนเฮเกนมีจังหวะยิงเข้าในช่วงทดเจ็บแต่ VAR ริบประตู แถมกาเบรียล เปไรร่า ยังโดนเหลืองเพิ่มจากการโวยเกินเหตุ จบเกมบาร์เซโลน่ากลับบ้านพร้อมสามแต้มแบบสุดจัด

📝 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔵 บาร์เซโลน่า (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- ฆูเลียน การ์เซีย (13) คะแนน 6.4
กองหลัง
- อเลฆานโดร บัลเด้ (3) 7.1
- เปา กูบาร์ซี่ (5) 6.9
- เอริก การ์เซีย (24) 6.5 – ออก 46’
- ฌูลส์ กุนเด้ (23) 6.3
กองกลางตัวรับ
- แชร์ราร์ด มาร์ติน (18) 6.7 – ออก 72’
- เฟร์มิน โลเปซ (16) 5.8 – ออก 79’
กองกลางตัวรุก
- ดานี่ โอลโม่ (20) 7.1 – ออก 72’
- ราฟินญ่า (กัปตัน, 11) 7.1
- ลามีน ยามาล (10) 10.0
กองหน้า
- โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (9) 7.9 – ออก 82’
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- มาร์ก แบร์นาล (22) 6.7 – ลง 46’ แทน เอริก การ์เซีย
- โรนัลด์ อเราโฆ (4) 6.7 – ลง 72’ แทน แชร์ราร์ด มาร์ติน
- มาร์คัส แรชฟอร์ด (14) 7.7 – ลง 72’ แทน ดานี่ โอลโม่
- มาร์ก กาซาโด (17) 6.6 – ลง 79’ แทน เฟร์มิน โลเปซ
- เฟร์ราน ตอร์เรส (7) 6.3 – ลง 82’ แทน เลวานดอฟสกี้
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
ดีเอโก้ โคเชน, วอยเชียค เชสนี่, โฆเฟร ตอร์เรนต์ส, โตมาส มาร์เกส, รูนี่ย์ บาร์ดฆี
นักเตะบาร์เซโลน่าที่โดดเด่น – ลามีน ยามาล (10 คะแนน), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มาร์คัส แรชฟอร์ด
นักเตะบาดเจ็บ/ติดโทษแบนของบาร์ซ่า
ปาโบล กาบี (เจ็บ), เฟรงกี้ เดอ ยอง (แบน), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (เจ็บ), เปดรี (เจ็บ)
⚪ เอฟซี โคเปนเฮเกน (5-4-1)
ผู้รักษาประตู
- โดมินิก โคตาร์สกี้ (1) 7.7
กองหลังห้าคน
- โยนาส ลาร์สสัน (11) 6.4 – ออก 65’
- ปันเตลิส ฮัตซิเดียกอส (6) 7.1
- วิลเลียม เคลม (36) 6.6 – ออก 56’
- มาร์กอส โลเปซ (15) 6.4
- บีร์เกอร์ เมลิง (24) 6.5
กองกลางสี่คน
- เอเลียส อาโชอูรี (30) 6.7 – ออก 65’
- โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ (10) 6.5 – ออก 78’
- กาเบรียล เปไรร่า (กัปตัน, 5) 5.3
- จุนโนสุเกะ ซูซูกิ (20) 5.7
กองหน้า
- วิคตอร์ บียาร์กี้ ดาดาสัน (39) 7.3 – ออก 55’
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- วิคตอร์ คลาสสัน (7) 6.0 – ลง 55’ แทน ดาดาสัน
- แมดส์ เอมิล แมดเซน (21) 6.3 – ลง 56’ แทน เคลม
- โรเบิร์ต (16) 6.4 – ลง 65’ แทน อาโชอูรี
- ยูซุฟา มูโกโก (9) 6.6 – ลง 65’ แทน ลาร์สสัน
- โอลิเวอร์ เฮเยอร์ (38) 6.3 – ลง 78’ แทน เอลยูนูสซี่
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
ออสการ์ กาเดแบร์ก บูร์, รูนาร์ อเล็กซ์ รูนาร์สสัน, เกรแฮม อังคามาฟิโอ, มูนาเช การานังกา, โจนาธาน โมอาเล็ม, เลียม เวสต์
นักเตะโคเปนเฮเกนที่โดดเด่น – โดมินิก โคตาร์สกี้, วิคตอร์ ดาดาสัน, ปันเตลิส ฮัตซิเดียกอส
นักเตะบาดเจ็บ/ติดโทษแบนของโคเปนเฮเกน
โธมัส เดลานีย์ (แบน), แม็กนุส แมตต์สัน (เจ็บ), โรดริโก้ เวซกัส (เจ็บ)
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
มองภาพรวมเชิง วิเคราะห์บอล เกมนี้ บาร์เซโลน่าในระบบ 4-2-3-1 ของฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค เน้นคอนโทรลบอลผ่านคู่กลาง แชร์ราร์ด มาร์ติน กับเฟร์มิน โลเปซ ก่อนดันสามตัวรุกหลังหอกให้เคลื่อนที่สลับตำแหน่งตลอด ยามาลยืนกว้างทางขวาคอยดึงแบ็กออกจากพื้นที่ ส่วนราฟินญ่าเล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ เติมเข้าช่องระหว่างไลน์ แนวรุกยืนกดไลน์รับของโคเปนเฮเกนให้ถอยลึกอยู่ตลอด ทำให้บาร์ซ่าครองบอลได้ถึง 71% และสร้างโอกาสยิงถึง 28 ครั้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการปรับแดนกลางในครึ่งหลัง ใส่แบร์นาลลงมาช่วยคุมจังหวะ ทำให้บาร์ซ่าแก้เพรสแรกของโคเปนเฮเกนได้ง่ายขึ้น ลูกบุกริมเส้นฝั่งยามาลเล่นงานมาร์กอส โลเปซ กับเมลิงแทบตลอดเวลา เมื่อกองหลังทีมเยือนต้องถ่างตัวไปปิดด้านข้าง ช่องตรงกลางก็เปิดให้เลวานดอฟสกี้ใช้ความเก๋าหลอกดึงฟาวล์และหาเหลี่ยมจบ
ฝั่งโคเปนเฮเกนของยาโคบ นีสตรุป เลือกจัด 5-4-1 ตั้งบล็อกลึก รอจังหวะสวนกลับจากดาดาสัน โดยใช้สปีดของอาโชอูรีกับซูซูกิ แต่ปัญหาใหญ่คือเมื่อเสียบอลแล้วกองกลางสี่คนถอยลึกเกินไป ระยะห่างระหว่างแนวหน้าและแนวกลางกว้าง ทำให้เวลาพาบอลสวนกลับขึ้นไป เกมมักขาดคนเติม กว่าพวกเขาจะขึ้นมาถึงพื้นที่สุดท้ายก็มักโดนบาร์ซ่าจัดการตัดฟาวล์หรือเก็บบอลคืน
เกมรับของโคเปนเฮเกนแม้จะเริ่มต้นมาดีจากการยืนโซนแน่นในครึ่งแรก แต่เมื่อโดนตีเสมอเร็วในครึ่งหลัง ความมั่นใจหายไปชัดเจน แถวหลังเริ่มเสียสมาธิ เห็นได้จากจุดโทษที่เลวานดอฟสกี้เรียกได้แบบง่าย ๆ และฟรีคิกลูกที่สี่ที่กำแพงกระโดดไม่พร้อม ขณะที่บาร์ซ่ามีความหลากหลาย ทั้งเจาะกลาง, โยนเสาไกล, ต่อบอลสั้นในกรอบเขตโทษ ทำให้แผงหลัง 5 คนของทีมเยือนถูกดึงจนช่องโหว่โผล่เต็มไปหมด

📊 สถิติการแข่งขัน
ถ้ามองแค่ตัวเลขก็รู้เลยว่าบาร์เซโลน่าคุมทุกอย่างอยู่หมัด เจ้าบ้านยิงรวมถึง 28 ครั้ง เข้ากรอบ 12 ครั้ง ขณะที่โคเปนเฮเกนได้ยิงเพียง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 2 หนเท่านั้น การครองบอลบาร์ซ่ากวาดไป 71% ต่อ 29% ส่งบอลสำเร็จ 663 ต่อ 258 ครั้ง อัตราความแม่นยำในการจ่ายของเจ้าบ้านสูงถึง 92% ส่วนทีมเยือนอยู่ที่ 70%
แม้บาร์ซ่าจะฟาวล์มากกว่า 13 ต่อ 10 แต่ก็โดนใบเหลืองแค่ใบเดียว ต่างจากโคเปนเฮเกนที่เสียถึง 4 ใบ สะท้อนให้เห็นว่าต้องใช้การตัดเกมหนัก ๆ เพื่อหยุดความเร็วของแนวรุกเจ้าถิ่น นอกจากนี้เตะมุมยังเป็นของบาร์ซ่า 10 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนได้เพียง 1 ลูก แสดงให้เห็นว่าบอลแทบไม่เคยกดเจ้าบ้านให้อยู่ในพื้นที่อันตรายเลย
🕰️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 4 – โคเปนเฮเกนขึ้นนำ 0-1 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ วิคตอร์ ดาดาสัน
- ⚠️ นาที 27 – มาร์กอส โลเปซ โดนใบเหลืองจากการถ่วงเวลาและเข้าสกัดหนัก
- ⚠️ นาที 38 – ลามีน ยามาล โดนใบเหลืองจากจังหวะมีปากเสียงกับคู่แข่ง
- ⚠️ นาที 39 – จุนโนสุเกะ ซูซูกิ รับใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมกลางสนาม
- 🔁 ช่วงพักครึ่ง – บาร์เซโลน่าตามหลัง 0-1 แม้จะบุกหนัก และฟลิคเตรียมปรับแท็กติก
- 🔁 นาที 46 – มาร์ก แบร์นาล ลงมาแทน เอริก การ์เซีย เพื่อเพิ่มพลังแดนกลาง
- ⚽ นาที 48 – เลวานดอฟสกี้ ยิงตีเสมอ 1-1 จากการเปิดของลามีน ยามาล
- 🔁 นาที 55 – วิคตอร์ คลาสสัน ลงมาแทน ดาดาสัน เพื่อเพิ่มมิติริมเส้นให้โคเปนเฮเกน
- 🔁 นาที 56 – แมดส์ เอมิล แมดเซน ลงแทน วิลเลียม เคลม ในแดนกลางทีมเยือน
- ⚽ นาที 60 – ลามีน ยามาล ลากตัดเข้าในซัดด้วยซ้ายคมกริบ บาร์ซ่าพลิกนำ 2-1
- 🔁 นาที 65 – โรเบิร์ต และ ยูซุฟา มูโกโก ลงแทน อาโชอูรี กับลาร์สสัน เพื่อเร่งเกมรุกโคเปนเฮเกน
- ⚽ นาที 69 – ราฟินญ่า ยิงจุดโทษเข้าไม่พลาด ขยับสกอร์เป็น 3-1 ให้บาร์เซโลน่า
- 🔁 นาที 72 – มาร์คัส แรชฟอร์ด และโรนัลด์ อเราโฆ ลงแทน ดานี่ โอลโม่ กับแชร์ราร์ด มาร์ติน
- 🔁 นาที 78 – โอลิเวอร์ เฮเยอร์ ลงแทน โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ ในตำแหน่งริมเส้นทีมเยือน
- 🔁 นาที 79 – มาร์ก กาซาโด ลงแทน เฟร์มิน โลเปซ ที่มีอาการเจ็บ
- 🔁 นาที 82 – เฟร์ราน ตอร์เรส ลงแทน เลวานดอฟสกี้ เพื่อถนอมตัวหอกโปแลนด์
- ⚽ นาที 85 – มาร์คัส แรชฟอร์ด ปั่นฟรีคิกเสียบมุมสุดสวย บาร์ซ่าหนี 4-1
- ⚠️ นาที 87 – บีร์เกอร์ เมลิง โดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดหนักริมเส้น
- ❌ นาที 90+1 – กาเบรียล เปไรร่า ยิงเข้าไปแต่ VAR เช็กแล้วริบประตูของโคเปนเฮเกน
- ⚠️ นาที 90+4 – เปไรร่า โดนใบเหลืองจากการโวยวายใส่ผู้ตัดสิน
- ⏱️ นาที 90+7 – ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม บาร์เซโลน่าถล่มโคเปนเฮเกน 4-1
⭐ Player of the match – ลามีน ยามาล
บ้านกีฬาให้คะแนนเต็ม 10 แบบไม่ต้องคิดเยอะให้กับ ลามีน ยามาล เจ้าหนูวัยทีนที่เล่นเหมือนรุ่นเก๋า เขามีส่วนกับประตูทั้งสามเม็ดแรก – เริ่มจากจ่ายให้เลวานดอฟสกี้ตีเสมอ, ยิงเองลูกพลิกแซง 2-1 และสร้างความปั่นป่วนจนแนวรับโคเปนเฮเกนเสียจุดโทษ ก่อนที่ราฟินญ่าจะซัดเข้า
นอกจากผลงานตรงตัวเลข ยามาลยังเป็นจุดศูนย์กลางของเกมบุกบาร์ซ่าตลอด 90 นาที เลี้ยงกินตัวสำเร็จหลายครั้ง ดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง เปิดพื้นที่ให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น การตัดสินใจทั้งจ่าย ทั้งลาก ทั้งยิง แทบไม่มีจังหวะเกินจำเป็น ถือเป็นเกมระดับมาสเตอร์คลาสที่ยืนยันว่าเขาไม่ใช่แค่ดาวรุ่ง แต่กำลังจะกลายเป็นตัวแบกของทีมในเวทีใหญ่จริง ๆ

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะนัดนี้ทำให้บาร์เซโลน่าขยับสถิติในตารางรวมเป็นลงเล่น 8 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิงได้ 17 เสีย 8 มี 16 คะแนน รั้งโซนหัวตารางต่อไป เบียดอยู่ใกล้ ๆ ทีมใหญ่สายลุ้นแชมป์อย่างอาร์เซน่อล บาเยิร์น และลิเวอร์พูล ผลงานแบบนี้ทำให้ความมั่นใจของทีมและแฟน ๆ กลับมาเต็มถัง
ส่วนเอฟซี โคเปนเฮเกนหลังพ่ายเกมนี้ สถิติกลายเป็นแข่ง 8 ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 4 ยิงได้ 12 เสีย 21 มีเพียง 8 คะแนน ร่วงไปอยู่โซนล่างของตารางรวม ต้องเร่งเครื่องอย่างหนักถ้ายังอยากลุ้นพื้นที่ยุโรปในระยะยาว เพราะเสียประตูเฉลี่ยเกือบทุกนัด และผลต่างประตูได้เสียติดลบเยอะพอสมควร
🗓️ ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
มองไปข้างหน้า โปรแกรมบอล ของบาร์เซโลน่าไม่ง่ายเลย พวกเขาจะต้องออกไปเยือนเอลเช่ในลา ลีกา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 03.00 น. ต่อด้วยเกมโคปา เดล เรย์ บุกเยือนอัลบาเซเต้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ฟลิคต้องโรเตชันให้ดีเพื่อไม่ให้แกนหลักล้าเกินไป หลังเพิ่งผ่านเกมหนักในยุโรปมาแบบใส่เต็มสูบ
ด้านโคเปนเฮเกนต้องรีบล้างแผลใจ เพราะมีศึกลีกและบอลถ้วยรออยู่ แนวรบเริ่มจากการบุกเยือนมิดทิลลันด์ในเดนมาร์ก ซูเปอร์ลีกา วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จากนั้นกลับมาเล่นในถ้วยโอดเซ็ต โพคาเล่น เปิดบ้านรับมือไวบอร์ก วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทั้งสองนัดถือเป็นบททดสอบสภาพจิตใจหลังโดนบาร์ซ่าถล่มยับ หากเก็บชัยไม่ได้ สถานการณ์ในลีกและบอลถ้วยอาจแย่ลงกว่าเดิม
📣 ติดตาม บ้านผลบอล สดใหม่กับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเกมยุโรปใหญ่หรือบอลลีกเล็ก บ้านกีฬาแนะนำให้กดบันทึกหน้าเว็บเราไว้เลย เพราะเรารวบรวมทั้งสรุป บ้านผลบอล วิเคราะห์ก่อนแข่ง หลังเกม ไฮไลต์สถิติ และมุมมองแบบถึงเนื้อในสไตล์นักข่าวสายเดือดให้ครบจบในที่เดียว แฟนบอลจะไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของทีมรักแน่นอน

