
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง นาโปลี 2-3 เชลซี วันนี้ 29/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เนเปิลส์กลายเป็นเกมหักปากกาเซียนอีกหนึ่งนัด เมื่อเชลซีของกุนซือเลียม โรเซนเยอร์ บุกมาแซงชนะนาโปลี 3-2 ทั้งที่ตามหลังอยู่ในครึ่งแรก บ้านกีฬาเปิดจอเช็ก ผลบอลสด ตลอด 90 นาที บอกเลยว่าคะแนนความมันส์เต็มสิบไม่หัก โดยเกมนี้ เชา เปโดร ระเบิดฟอร์มกดสองประตู ส่วนฝั่งเจ้าบ้านได้จาก อันโตนิโอ แวร์การ่า กับ ราสมุส ฮอยลุนด์
🔥 ครึ่งแรก: จุดโทษปลุกเชลซี แต่นาโปลีรัวแซง
เปิดเกมมา นาโปลีเจอข่าวร้ายตั้งแต่นาทีแรก เมื่อโจวานนี ดิ ลอเรนโซ มีปัญหาเจ็บจนต้องเช็กอาการ ทำให้จังหวะของทีมสะดุดไปพักหนึ่ง ก่อนที่เกมจะเริ่มหนักกลางสนาม ฟาวล์กันถี่ทั้งสองฝั่ง
นาที 11 เชลซีได้ขู่ครั้งแรกจากเตะมุม อันเดรย์ ซานโตส โหม่งจ่อ ๆ แต่ อเล็กซ์ เมเรต ยังล้มตัวปัดได้เยี่ยม นาที 17 จุดเปลี่ยนแรกของเกมมาเมื่อ ฮวน เชซุส ทำแฮนด์บอลในเขตโทษโดนใบเหลือง ผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้ทีมเยือนทันที และนาที 19 เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ รับหน้าที่สังหาร ส่งบอลเสียบมุมล่างอย่างเยือกเย็น เชลซีนำ 1-0
หลังเสียประตู นาโปลีเหมือนตื่นเต็มตา เจ้าบ้านเดินหน้าบุกต่อเนื่อง นาที 22-26 ได้เตะมุมหลายครั้งติด แต่ โรเบิร์ต ซานเชซ เซฟช่วยเชลซีเอาไว้ได้หมด นาที 29 มาธิอัส โอลิเซร่า ได้โหม่งเน้น ๆ ยังโดนปฏิเสธอีก
แรงกดดันสุดท้ายก็แตก นาที 33 อันโตนิโอ แวร์การ่า วิ่งสอดเข้าไปซัดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมเป็นประตูตีเสมอ 1-1 เกมเดือดขึ้นทันที นาโปลีคุมโมเมนตัมไว้ได้ นาที 39 แวร์การ่ายิงไกลอีกครั้งแต่หลุดกรอบไปนิดเดียว
ก่อนพักครึ่ง นาที 43 เจ้าบ้านแซงนำจากจังหวะที่ โอลิเซร่า เติมเกมสูงเปิดให้ ราสมุส ฮอยลุนด์ จับแล้วกดในกรอบไม่เหลือ นาโปลีพลิกนำ 2-1 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นสนาม ทดเวลา 3 นาทีแต่ทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก นาโปลีนำเชลซี 2-1 แบบสุดมันส์
🔥 ครึ่งหลัง: เชา เปโดรโชว์ของ พาเชลซีคัมแบ็ก
เริ่มครึ่งหลังเชลซีแก้เกมทันที ส่ง โคล พาลเมอร์ ลงแทน เปโดร เนโต้ เพื่อเพิ่มไอเดียเกมรุก นาที 48 พาลเมอร์ได้ลองสับไกแต่โดนบล็อก ยังเจาะไม่เข้า
นาที 57 เกมเริ่มเปิดมากขึ้น สองทีมวิ่งเพรสกันดุเดือด เชลซีเลือกเปลี่ยนสองตัวพร้อมกันในนาที 59 เติมความสดในแนวรับและริมเส้นเพื่อเร่งจังหวะบุก และแล้วนาที 61 ก็มาเป็นประตูสำคัญ เมื่อ เชา เปโดร รับบอลนอกกรอบก่อนซัดไกลด้วยขวา บอลพุ่งโค้งเสียบสามเหลี่ยมแบบงามหยด เป็นประตูตีเสมอ 2-2 ที่แฟนบอลทีมเยือนลุกขึ้นเฮทั้งสนาม
นาโปลีพยายามตอบโต้ นาที 63 ยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคาน นาที 69 ได้เตะมุมก็ยังไม่ผ่านแนวรับเชลซี ขณะที่ทีมเยือนมีจังหวะเสียว นาที 67 เอ็นโซ่ ลองยิงไกลบอลหลุดกรอบไปนิดเดียว
เกมไหลไปเรื่อย ๆ จนถึงนาที 74 เอลิฟ เอลมาส ฟาวล์หนักโดนใบเหลือง และฝั่งเชลซีส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ลงมาเติมสปีดด้านข้าง ทำให้แนวรับนาโปลีต้องถอยลึกมากขึ้น
นาที 79 ฮอยลุนด์สอดไปยิงแต่ถูกจับล้ำหน้า ก่อนที่จุดเปลี่ยนใหญ่สุดของเกมจะมาในนาที 82 เชลซีสวนกลับเร็ว พาลเมอร์แทงทะลุช่องให้ เชา เปโดร หลุดเข้าไปแปจ่อ ๆ ไม่พลาด กลายเป็นประตูแซงนำ 3-2 จากนั้นนาโปลีแก้เกมส่ง โรเมลู ลูกากู ลงสนามหวังปะทะในเขตโทษ
ท้ายเกม นาโปลีโหมบุกเต็มพิกัด นาที 88 เวสลีย์ โฟฟานา โดนใบเหลืองจากการตัดฟาวล์ ทดเจ็บ 5 นาที นาที 94 ลูกากูได้โอกาสทองยิงจ่อ ๆ แต่ซานเชซเซฟอีกครั้ง ก่อนที่นาที 95 จะมีฟาวล์ท้ายเกมให้เจ้าบ้านเปิดลุ้น ทว่าไม่เป็นผล จบเกมเชลซีบุกชนะนาโปลี 3-2 แบบลุ้นใจหายใจคว่ำ

📋 รายชื่อตัวจริง นักเตะโดดเด่น และการเปลี่ยนตัว
🔵 นาโปลี (3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- อเล็กซ์ เมเรต (7.2)
กองหลังสามคน
- อาเลสซิโอ บวนจอร์โน (6.1)
- ฮวน เชซุส (5.9, ใบเหลืองจากแฮนด์บอล)
- โจวานนี ดิ ลอเรนโซ (กัปตัน, 6.7)
วิงแบ็กและมิดฟิลด์
- มาธิอัส โอลิเซร่า (8.0, แอสซิสต์ให้ทั้งสองประตูสำคัญในครึ่งแรก)
- เลโอนาร์โด สปินาซโซล่า (6.5)
- สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (6.6)
- สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า (6.4)
- เอลิฟ เอลมาส (6.8, ใบเหลืองครึ่งหลัง)
แนวรุก
- อันโตนิโอ แวร์การ่า (8.7, ยิง 1 ประตู)
- ราสมุส ฮอยลุนด์ (7.2, ยิง 1 ประตู)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- มีเกล กูติเอร์เรซ (6.2) ลงแทน ฮวน เชซุส นาที 67
- แซม เบอุคมา (6.3) ลงแทน สปินาซโซล่า นาที 82
- โรเมลู ลูกากู (6.3) ลงแทน เอลมาส นาที 82
ตัวเด่นของนาโปลี คือ แวร์การ่า กับ ฮอยลุนด์ ที่คอยสร้างปัญหาให้แนวรับเชลซีตลอดครึ่งแรก พร้อมกับโอลิเซร่าที่ยืนวิงแบ็กแต่สร้างสรรค์เกมได้ไม่แพ้เพลย์เมกเกอร์
🔵 เชลซี (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- โรเบิร์ต ซานเชซ (7.4, เซฟสำคัญหลายครั้งโดยเฉพาะลูกยิงของลูกากูช่วงทดเจ็บ)
กองหลังสี่คน
- มาโล กุสโต้ (6.1)
- เวสลีย์ โฟฟานา (6.4, ใบเหลืองนาที 88)
- รีซ เจมส์ (กัปตัน, 6.6)
- มาร์ก คูคูเรญ่า (6.7)
มิดฟิลด์ตัวรับและมิดฟิลด์เชื่อมเกม
- มอยเซส ไคเซโด้ (6.6)
- เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ (7.3, ยิงจุดโทษขึ้นนำ 1-0)
- อันเดรย์ ซานโตส (6.5)
แนวรุกสามตัวและหน้าเป้า
- เอสเตวาโอ (6.0)
- เปโดร เนโต้ (6.9)
- เชา เปโดร (9.0, เหมาสองประตูสุดเด็ดขาด)
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- โคล พาลเมอร์ (7.0) ลงแทน เปโดร เนโต้ นาที 46 ทำแอสซิสต์ให้ประตูชัย
- เทรวอห์ ชาโลบาห์ (6.8) ลงแทน กุสโต้ นาที 59
- เจมี กิตเทนส์ (6.2) ลงแทน อันเดรย์ ซานโตส นาที 59
- อเลฮานโดร การ์นาโช่ (6.5) ลงแทน เอสเตวาโอ นาที 74
- เบอนัวต์ บาเดียชิล (6.2) ลงแทน กิตเทนส์ นาที 90
เกมนี้ฝั่งเชลซีตัวเด่นชัด ๆ คือ เชา เปโดร, เอ็นโซ่, พาลเมอร์ และ ซานเชซ ที่ช่วยกันพลิกเกมจากฝั่งที่ตามหลังให้กลายเป็นผู้ชนะ
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับแบบละเอียด
ถ้าเปิดกระดานให้ดูจะเห็นชัดว่า นาโปลีเลือกใช้ระบบ 3-4-2-1 เน้นครองบอลกลางสนาม แล้วดันวิงแบ็กอย่าง โอลิเซร่า กับ สปินาซโซล่า ขึ้นสูงเพื่อสร้างสถานการณ์ได้เปรียบริมเส้น ครึ่งแรกแผนนี้ทำงานดีมาก การสลับตำแหน่งของ แวร์การ่า กับ ฮอยลุนด์ ทำให้คู่เซ็นเตอร์เชลซีต้องถอยลึกตลอด แถมยังมี เอลมาส คอยวิ่งเชื่อมระหว่างเส้นกลางกับแดนหน้า ทำให้การบุกของนาโปลีดูไหลลื่นและบีบให้เชลซีผิดพลาดจนเสียสองประตู
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของเจ้าบ้านอยู่ที่การยืนโซนเกมรับยามโดนสวนกลับ หลังจากโดนนำ 1-0 นาโปลีต้องเติมเกมสูงทั้งวิงแบ็กและกองกลาง ส่งผลให้เวลาเสียบอลพื้นที่หลังมิดฟิลด์เปิดกว้าง เชลซีที่เล่นระบบ 4-2-3-1 ได้โอกาสใช้ความเร็วของ เนโต้, เอสเตวาโอ และ เชา เปโดร โจมตีช่องตรงนี้ตลอด ครึ่งหลังพอเปลี่ยนมาใช้ พาลเมอร์ กับ การ์นาโช่ เกมริมเส้นของเชลซียิ่งดุดันขึ้นไปอีก
ในมุม วิเคราะห์บอล เกมรับของเชลซีแม้จะเสียสองประตูจากจังหวะต่อบอลดี ๆ ของนาโปลี แต่รูปแบบการป้องกันถือว่าปรับตัวได้ดีในครึ่งหลัง เมื่อโฟฟานาและเจมส์เริ่มอ่านทางการวิ่งของฮอยลุนด์กับแวร์การ่าได้ ทำให้เจ้าบ้านเจาะเขตโทษได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนแผงมิดฟิลด์รับอย่าง ไคเซโด้ กับ เอ็นโซ่ ก็ช่วยซ้อนและดักบอลหน้าเขตโทษได้เนียนจนเกมสวนกลับของเชลซีกลายเป็นอาวุธหลัก
ประตูตีเสมอ 2-2 และลูกแซง 3-2 แสดงให้เห็นภาพชัดว่าเชลซีใช้การเพรสซิ่งกลางสนามบีบให้แนวรับนาโปลีจ่ายบอลพลาด ก่อนเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในจังหวะเดียว ทำให้แนวรับสามตัวของเจ้าบ้านรับมือไม่ทัน นี่คือความต่างของเกมรับที่รัดกุมขึ้นของเชลซีในครึ่งหลัง และเกมรับที่หลวมลงของนาโปลีเมื่อเร่งเปิดหน้าแลก

📊 สถิติการแข่งขัน
แม้ผลจะออกมาว่าเชลซีบุกชนะ แต่รูปเกมในเชิงตัวเลขถือว่าสูสีอย่างยิ่ง ทั้งสองทีมมีอัตราการครองบอลเท่ากันที่ 50% นาโปลียิงทั้งหมด 8 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ขณะที่เชลซีมีโอกาสยิง 6 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทุกจังหวะยิงคือการลุ้นประตูกันจริง ๆ ไม่ใช่ยิงทิ้งยิงขว้าง
ในเรื่องการต่อบอล นาโปลีจ่ายบอลทั้งสิ้น 479 ครั้ง ความแม่นยำ 89% ส่วนเชลซีจ่ายมากกว่าที่ 539 ครั้งและมีความแม่นยำสูงถึง 91% บ่งบอกว่าทีมเยือนครองบอลอย่างมีคุณภาพและค่อย ๆ ต่อเกมขึ้นหน้าด้วยความนิ่ง
ด้านเกมปะทะ นาโปลีทำฟาวล์ 11 ครั้ง เชลซี 12 ครั้ง ใบเหลืองเจ้าบ้าน 2 ใบ ทีมเยือน 1 ใบ แสดงให้เห็นว่าเกมนี้ใส่กันเต็มที่แต่ยังไม่ถึงขั้นเดือดจนหลุดโทน ส่วนลูกตั้งเตะ นาโปลีได้เตะมุม 4 ครั้ง ขณะที่เชลซีได้เพียง 1 ครั้ง สถิตินี้ชี้ว่าจังหวะบุกของนาโปลีมีการจบสกอร์ต่อเนื่อง แต่ความเฉียบคมและความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแนวรับกลับทำให้แต้มหลุดในบ้าน
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 11 ซานโตสโหม่งจ่อ ๆ จากเตะมุม แต่เมเรตเซฟช่วยนาโปลี
- ⚠️ นาที 17 ฮวน เชซุส ทำแฮนด์บอลในเขตโทษโดนใบเหลือง นาโปลีเสียจุดโทษ
- ⚽ นาที 19 เอ็นโซ่ แฟร์นานเดซ สังหารจุดโทษ เชลซีขึ้นนำ 0-1
- ⚽ นาที 33 อันโตนิโอ แวร์การ่า ซัดด้วยซ้ายในกรอบ ตีเสมอให้นาโปลี 1-1
- ⚽ นาที 43 ราสมุส ฮอยลุนด์ รับบอลจากโอลิเซร่าแล้วกดไม่เหลือ นาโปลีแซงนำ 2-1
- 🔁 นาที 46 เชลซีเปลี่ยน โคล พาลเมอร์ ลงสนามแทน เปโดร เนโต้ เพื่อเร่งเกมรุก
- ⚽ นาที 61 เชา เปโดร ซัดไกลนอกกรอบสุดสวย เชลซีตีเสมอ 2-2
- 🟨 นาที 74 เอลิฟ เอลมาส ฟาวล์หนักโดนใบเหลือง
- 🔁 นาที 74 เชลซีส่ง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ลงมาเพิ่มสปีดเกมริมเส้น
- ⚽ นาที 82 เชา เปโดร แปจ่อ ๆ จากการจ่ายของพาลเมอร์ เชลซีพลิกนำ 3-2
- 🔁 นาที 82 นาโปลีส่ง โรเมลู ลูกากู กับ แซม เบอุคมา ลงสนามเพื่อบุกเต็มกำลัง
- 🟨 นาที 88 เวสลีย์ โฟฟานา รับใบเหลืองจากการตัดเกมเร็วของนาโปลี
- ⚽ นาที 94 ลูกากูได้ยิงจ่อ ๆ แต่ซานเชซเซฟอย่างเหลือเชื่อ รักษาสกอร์ 3-2 ให้เชลซี
- ⏱️ นาที 95 ฟาวล์ท้ายเกม นาโปลีบุกกดดันแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ จบเกมทีมเยือนคว้าชัย
⭐ Player of the Match: เชา เปโดร
บ้านกีฬาให้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไม่ต้องคิดเยอะคือ เชา เปโดร กองหน้าชาวบราซิเลียนคะแนน 9.0 เป็นคนยกระดับเกมรุกของเชลซีอย่างแท้จริง ประตูแรกของเขาในนาที 61 คือช็อตเปลี่ยนโมเมนตัม เมื่อเจ้าตัวใช้เทคนิคและความมั่นใจซัดไกลเสียบสามเหลี่ยมแบบนายประตูไม่ทันขยับ ส่วนประตูชัยในนาที 82 ก็แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณเพชฌฆาต จบสกอร์จังหวะเดียวหลังวิ่งทำทางกับพาลเมอร์ได้ลงตัว
นอกจากสองประตูแล้ว เชา เปโดรยังคอยดึงกองหลังนาโปลีออกจากตำแหน่ง ทำให้เพื่อนร่วมทีมอย่างเอ็นโซ่และพาลเมอร์มีพื้นที่เล่นมากขึ้น ถ้าไม่มีเขา เชลซีไม่กลับลอนดอนพร้อมสามแต้มแน่นอน

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะเกมนี้ทำให้เชลซีเก็บเพิ่มเป็น 14 คะแนนจาก 8 นัด ขยับมาอยู่แถวกลางบนของตารางรวมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันดับราว ๆ โซน 12 ที่กำลังลุ้นพื้นที่ผ่านเข้ารอบลึก ๆ ต่อไป ฟอร์มช่วงหลังกำลังมา กราฟทีมชัดเจนว่าดีวันดีคืน
ขณะที่นาโปลีแพ้ในบ้านอีกนัด ทำให้มีเพียง 8 คะแนนจาก 8 เกม รั้งโซนล่างของตารางที่ราวอันดับ 29 ผลต่างประตูได้เสียติดลบพอสมควร ทางกลับเข้ามาลุ้นพื้นที่บนเริ่มยากขึ้นทุกที เกมต่อ ๆ ไปต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะหากสะดุดอีกอาจหลุดจากเส้นทางยุโรปเต็มตัว
📅 ตารางบอล และโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม
มองจาก โปรแกรมบอล ที่รออยู่ นาโปลีไม่มีเวลานั่งเสียใจนาน เพราะต้องกลับไปโฟกัสเซเรีย อา ทันที นัดถัดไปเปิดบ้านรับฟิออเรนตินา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนจะออกไปเยือนเจนัววันที่ 8 กุมภาพันธ์ เกมลีกสองนัดนี้สำคัญมาก ถ้าชนะได้ทั้งคู่จะช่วยกู้ความมั่นใจและดึงโมเมนตัมกลับมาได้พอสมควร
ส่วนเชลซี งานชุกไม่แพ้กัน เริ่มจากบุกเยือนอาร์เซน่อลในศึก EFL Cup วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ต่อด้วยเกมพรีเมียร์ลีกเปิดบ้านดวลเวสต์แฮมในช่วงต้นเดือน โปรแกรมแน่นแบบนี้แฟนสิงห์ต้องภาวนาให้สภาพร่างกายของตัวหลักอย่าง เชา เปโดร, เอ็นโซ่, พาลเมอร์ และ ซานเชซ อยู่ครบ เพราะทุกนัดต่อจากนี้ล้วนมีผลต่อทั้งถ้วยยุโรปและในประเทศ
🏟 ติดตามบ้านผลบอล และความมันส์ลูกหนังได้ที่บ้านกีฬา
ใครที่ตามลุ้นบิลหรือเช็กสกอร์สดคู่นี้ บอกเลยว่าใจไม่แข็งมีวูบ เพราะสกอร์ไหลไปมาจนถึงนาทีสุดท้าย บ้านกีฬาแนะนำว่าถ้าอยากตามทุกช็อตมันส์ของเกมยุโรปแบบนี้ อย่าลืมกดเช็ก บ้านผลบอล กับเราไว้ให้ดี เราจะเก็บทุกประตู ทุกใบเหลือง ทุกจังหวะเปลี่ยนเกมมาสรุปให้ครบเหมือนคุณนั่งดูอยู่ขอบสนาม
บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟข่าวบอลเด็ด ๆ สถิติแน่น ๆ และมุมมองแบบคนดูบอลตัวจริงให้แฟนลูกหนังได้อัปเดตกันทุกวัน ใครไม่อยากพลาดดราม่าลูกหนังแบบนัดนี้ต้องตามเราเอาไว้ให้เหนียวแน่น

