
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง เบนฟิก้า 4-2 เรอัล มาดริด วันนี้ 29/1/69 – บ้านกีฬา
ค่ำคืนนี้ที่ลิสบอน แฟนบอลที่กดเช็ก ผลบอลสด กันรัวๆ ต้องขยี้ตาซ้ำ เมื่อเบนฟิก้าของ โชเซ่ มูรินโญ่ เปิดบ้านไล่กระหน่ำมหาอำนาจยุโรปอย่างเรอัล มาดริด 4-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกแบบหักปากกาเซียน บ้านกีฬาเห็นแล้วบอกเลยว่าเกมนี้คือส่วนผสมของแท็กติก ความกดดัน และดราม่าใบแดงครบสูตรฟุตบอลยุโรป
🥇 ครึ่งแรก – มาดริดนำก่อนแต่โดนไล่บี้จนหอบ
เปิดเกมมาเรอัล มาดริดของ อัลบาโร่ อาร์เบโลอา พยายามคุมจังหวะ ใช้โครงสร้างการต่อบอลจากหลังขึ้นหน้าแบบเนียนตา แต่ต้องเจอกับเพรสซิ่งดุของเบนฟิก้าที่ไล่บีบตั้งแต่แดนบน นาทีที่ 3 ออเรเลียง ชูอาเมนี่ โดนใบเหลืองเร็วจากจังหวะเข้าปะทะหนัก แสดงให้เห็นว่ากองกลางราชันเริ่มหัวร้อนตั้งแต่ต้นเกม
แม้เบนฟิกาจะได้เตะมุมต่อเนื่องและกดดันแนวรับมาดริดอยู่พักใหญ่ แต่นาทีที่ 30 ราชันชุดขาวก็โชว์ความเฉียบขาด Kylian Mbappé สอดโหม่งจ่อๆ จากการเปิดของ Raúl Asencio ส่งบอลตุงตาข่ายให้ทีมเยือนนำ 1-0 แบบนิ่งๆ สไตล์ซูเปอร์สตาร์
แต่ความได้เปรียบอยู่ได้ไม่นาน นาทีที่ 36 เจ้าถิ่นตอบโต้คืนทันทีจากจังหวะเปิดบอลเข้าเขตโทษ และเป็น Andreas Schjelderup โฉบโหม่งเสียบเสา ตีเสมอ 1-1 ให้บรรยากาศใน เอสตาดิโอ ดา ลุซ ระเบิดเสียงเฮลั่น
ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมเริ่มดุขึ้นทั้งสองฝั่ง เบนฟิก้าบุกเป็นชุด ยิงติดบล็อกติดเซฟหลายจังหวะ ขณะที่มาดริดมีลุ้นจากลูกกลางอากาศของ Asencio แต่ Anatolii Trubin ยังยืนตำแหน่งเหนียวหนึบ จบครึ่งแรกสกอร์ 1-1 แต่รูปเกมเจ้าบ้านเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ
🥈 ครึ่งหลัง – จุดโทษ พลิกเกม ใบแดงปิดบัญชีราชัน
ครึ่งหลังเกมเดือดตั้งแต่นกหวีดเริ่ม เบนฟิก้ายกระดับเกียร์บุก นาทีที่ 48 เจ้าถิ่นได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ในกรอบเขตโทษของแนวรับมาดริด ก่อนที่ Asencio จะโดนใบเหลืองเพิ่มความกดดันเข้าไปอีก
Vangelis Pavlidis รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ยิงเสียบกลางประตูให้เบนฟิก้าพลิกนำ 2-1 ช่วงทดเวลาครึ่งแรก ก่อนจะมาซ้ำแผลราชันอีกทีต้นครึ่งหลัง นาที 54 Schjelderup ได้บอลทางกรอบเขตโทษซ้าย ล็อกเข้าขวายิงเสียบเสาแบบคมกริบ หนีเป็น 3-1 เจ้าตัวกลายเป็นฝันร้ายของแนวรับมาดริดแบบเต็มตัว
อาร์เบโลอาไม่รอช้า กระหน่ำเปลี่ยนเกมส่ง Eduardo Camavinga และ Rodrygo ลงมาเพิ่มพลังบุก นาที 58 ความพยายามเริ่มเห็นผล เมื่อ Mbappé เก็บบอลจังหวะสองในกรอบเขตโทษซัดจ่อๆ ไม่เหลือ ไล่มา 3-2 ทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง
ช่วงกลางครึ่งหลังมาดริดโหมบุกเต็มสูบ ทั้ง Vinícius Júnior และ Arda Güler ได้ลองส่องแต่ยังไม่ผ่านมือ Trubin ที่ยืนเซฟได้อย่างมั่นใจ ขณะที่แนวรับราชันเริ่มสะสมใบเหลือง ทั้ง Dean Huijsen และ Álvaro Carreras โดนจดชื่อจากการเข้าสกัดช้า
ท้ายเกมดราม่ารัวๆ เริ่มจาก Samuel Dahl ฟูลแบ็กเจ้าถิ่นโดนใบเหลืองนาที 85 แต่ไฮไลต์จริงอยู่ที่ฝั่งมาดริด Asencio โดนใบเหลืองที่สองถูกไล่ออกนาที 90+2 ก่อนที่ Rodrygo จะเดินตามรอยเพื่อน โดนเหลืองที่สองนาที 90+7 ทิ้งให้ราชันเหลือ 9 คนในสนาม
และดราม่าก็ปิดจบในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด นาที 90+8 เบนฟิก้าได้ลูกตั้งเตะ และเป็น Trubin นายด่านเจ้าถิ่นที่ขึ้นมาช่วยเล่นเกมรุก โฉบโหม่งบอลเข้าไปอย่างเหลือเชื่อ ปิดกล่อง 4-2 ให้ทั้งสนามลุกขึ้นยืนปรบมือ เกมนี้ไม่ใช่แค่การล้มยักษ์ แต่คือการส่งสัญญาณว่าเบนฟิก้าพร้อมชนทุกทีมในยุโรป

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔴 เบนฟิก้า
ผู้จัดการทีม: โชเซ่ มูรินโญ่
ผู้รักษาประตู
- Anatolii Trubin (7.8) ยิงประตูปิดท้ายเอง แถมเซฟสำคัญหลายจังหวะ
กองหลัง
- Aleksandar Dedić (6.4)
- Tomás Araújo (7.0)
- Nicolás Otamendi กัปตันทีม (7.2) คุมแนวรับดุดัน
- Samuel Dahl (6.2) ฟูลแบ็กซ้าย เติมเกมรุกแต่โดนใบเหลืองช่วงท้าย
กองกลางตัวรับและเชื่อมเกม
- Leandro Barreiro (6.6) ได้ใบเหลืองต้นเกมแต่ยังวิ่งบี้ไม่หยุด
- Fredrik Aursnes (7.7) ขยันทั้งรุกและรับ เป็นหัวใจแดนกลาง
มิดฟิลด์ตัวรุก
- Georgiy Sudakov (7.0) ขับเคลื่อนเกมระหว่างไลน์
- Gianluca Prestianni (7.1) สร้างความปั่นป่วนริมเส้น
- Andreas Schjelderup (10) พระเอกของค่ำคืน ยิงสองเม็ด เติมเกมรุกตลอด 90 นาที
กองหน้า
- Vangelis Pavlidis (8.2) ยิงจุดโทษสุดนิ่ง และคอยพักบอลให้เพื่อนเล่น
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- Enzo Barrenechea (6.9) ลงมานาที 83 แทน Sudakov ช่วยซ้อนเกมรับ
- João Rêgo (6.5) นาที 87 แทน Prestianni เติมความสดริมเส้น
- António Silva (ไม่มีคะแนนชัดเจน แต่ลงมาช่วงทดเวลา) แทน Schjelderup เสริมเกมรับ
- Franjo Ivanović แทน Pavlidis ช่วงท้ายเกม
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง
- Diogo Ferreira, Daniel Banjaqui, José Neto, Gonçalo Oliveira, Manuel Silva, Diogo Prioste, Bruma, Anísio Cabral
รายชื่อนักเตะบาดเจ็บสำคัญ
- Richard Ríos, Dodi Lukebakio, Alexander Bah, João Veloso
⚪️ เรอัล มาดริด
ผู้จัดการทีม: อัลบาโร่ อาร์เบโลอา
ผู้รักษาประตู
- Thibaut Courtois (6.8) เซฟสวยๆ หลายครั้งแต่ก็ต้องเสียถึงสี่ประตู
กองหลัง
- Dean Huijsen (7.0) โดนเพรสหนักจนมีจังหวะเสียใบเหลือง
- Álvaro Carreras (6.3) แบ็กซ้ายบุกดีแต่มีหลุดตำแหน่งและได้ใบเหลือง
- แนวรับที่เหลือช่วยกันยืนโซน แต่เจอการเข้าทำของเบนฟิก้าทะลุทะลวงตลอดเกม
กองกลาง
- Aurélien Tchouaméni (6.0) รับใบเหลืองเร็ว ทำให้เล่นยาก
- Federico Valverde กัปตัน (7.1) พยายามคุมจังหวะและยิงไกลได้ลุ้น
- Jude Bellingham (6.7) เคลื่อนที่หาพื้นที่ระหว่างไลน์ แต่ถูกเบนฟิก้าปิดช่องพอสมควร
เกมรุกแนวหน้า
- Arda Güler (6.9) มีจังหวะเลี้ยงจี้ แต่ยังขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย
- Raúl Asencio (6.7) แอสซิสต์ให้ประตูขึ้นนำแต่จบที่ใบแดงท้ายเกม
- Vinícius Júnior (7.1) สร้างปัญหาริมเส้นซ้าย ดึงตัวประกบได้ดี
- Kylian Mbappé (8.8) เหมาสองประตู เป็นตัวความหวังที่อันตรายที่สุดของราชัน
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- Eduardo Camavinga (7.1) นาที 55 แทน Tchouaméni ช่วยดันเกมรุกและเก็บบอลตรงกลาง
- Rodrygo (6.5) นาที 55 แทน Franco Mastantuono ลงมาสร้างจังหวะบุกแต่สุดท้ายโดนใบแดง
- David Alaba (6.6) นาที 78 แทน Huijsen เพื่อเติมประสบการณ์หลังบ้าน
- Brahim Díaz (6.2) นาที 79 แทน Güler ช่วยเลี้ยงลุย แต่เจอเพรสดับ
- Jorge Cestero (6.5) นาที 79 แทน Carreras เสริมความแข็งแกร่งฝั่งซ้าย
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง
- Andriy Lunin, Fran González, Dani Carvajal, Fran García, Diego Aguado, Dani Ceballos, Gonzalo García
นักเตะบาดเจ็บที่หายไปจากเกม
- Trent Alexander-Arnold, Antonio Rüdiger, Ferland Mendy, Éder Militão
🔍 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองของบ้านกีฬา เกมนี้คือบทเรียนแท็กติกของมูรินโญ่ในเวอร์ชันเบนฟิก้าเต็มๆ แผน 4-2-3-1 ของเจ้าถิ่นถูกออกแบบมาเพื่อรบกวนการเซ็ตเกมของเรอัล มาดริดโดยเฉพาะ คู่กลาง Barreiro – Aursnes ไล่บีบ Mbappé กับ Bellingham ตั้งแต่ยังไม่พาบอลข้ามเส้นครึ่งสนาม เมื่อแย่งบอลได้ Sudakov จะเปิดสปีดโต้กลับทันที ส่งต่อให้สามตัวรุกด้านหลัง Pavlidis คือ Prestianni, Schjelderup และตัวหน้าเองวิ่งทำช่อง
การขึ้นเกมของเบนฟิก้าใช้การเคลื่อนที่ซ้อนกันตลอดเวลา Schjelderup มักยืนค้างระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังราชัน ทำให้ Huijsen และ Carreras ต้องตัดสินใจตลอดว่าจะออกมาบีบหรือถอยไปตั้งโซน ส่งผลให้เกิดพื้นที่ให้ Pavlidis สอดวิ่ง เล่นชิ่งเข้ากรอบเขตโทษได้บ่อย นอกจากนี้ฟูลแบ็กสองฝั่ง Dedić กับ Dahl เติมสูงเพื่อสร้างสถานการณ์ดันปีกมาดริดลงไปช่วยเกมรับ ทำให้เกมสวนกลับของราชันออกได้ช้ากว่าปกติ
ด้านเรอัล มาดริดยืนระบบ 4-3-3 เน้นการผ่านบอลจากหลังขึ้นหน้าอย่างใจเย็น จุดเด่นอยู่ที่การเชื่อมกลางของ Valverde และ Bellingham ที่คอยหมุนบอลให้ปีกสองฝั่ง แต่ปัญหาใหญ่คือการรับมือเพรสซิ่งที่ดุดัน เมื่อโดนเบนฟิก้าบีบสูง การออกบอลจากแนวรับพลาดบ่อย จนต้องใช้บอลยาวให้ Mbappé วิ่งแข่งกับ Otamendi ซึ่งเจ้าถิ่นอ่านเกมได้ดี
เกมรับของราชันพังลงเมื่อเสียจุดโทษและต้องเร่งเปิดหน้าแลก ทำให้ช่องว่างระหว่างกลางกับหลังถูกลากยาว เบนฟิก้าจึงเล่นงานด้วยการแทงทะลุช่องและยิงไกลได้หลายจังหวะ ความผิดพลาดเชิงวินัยของ Asencio และ Rodrygo ที่ไล่เสียฟาวล์เกินเหตุจนโดนใบแดง ยิ่งซ้ำเติมให้รูปเกมฝั่งมาดริดเสียสมดุล
สรุปง่ายๆ เกมนี้ในเชิง วิเคราะห์บอล คือการที่เบนฟิก้าใช้เพรสซิ่งและความดุดันคุมเกมตั้งแต่ต้น สวนกลับอย่างมีคุณภาพ ขณะที่เรอัล มาดริดแม้จะมีคุณภาพนักเตะระดับโลก แต่แพ้ทั้งเรื่องแท็กติก วินัย และสมาธิในช่วงท้าย

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนชัดว่าไม่ใช่เรื่องฟลุค เบนฟิก้ายิงทั้งหมด 20 ครั้ง ตรงกรอบถึง 11 ครั้ง ส่วนเรอัล มาดริดยิง 14 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 6 ครั้ง แม้ราชันจะครองบอลมากกว่าที่ราว 53% ต่อ 47% และจ่ายบอลเกือบ 600 ครั้งด้วยความแม่นยำระดับ 92% เหนือกว่าเบนฟิก้าที่จ่ายราว 288 ครั้ง ความแม่นยำ 83% แต่การครองบอลส่วนใหญ่ของมาดริดเป็นการเคาะไปมาในโซนปลอดภัย ไม่ได้เปลี่ยนเป็นโอกาสจะแจ้งเท่าฝั่งเจ้าถิ่น
ในแง่เกมปะทะ ทั้งสองทีมฟาวล์ใกล้เคียงกัน เบนฟิก้า 10 ครั้ง มาดริด 12 ครั้ง แต่ราชันมีใบเหลืองถึง 4 ใบ และใบแดง 2 ใบ ขณะที่เบนฟิก้ามีใบเหลืองเพียง 2 ใบ ไม่มีใครโดนไล่ออก ลูกเตะมุมเบนฟิก้าได้มากกว่า 6 ต่อ 5 สะท้อนว่าทีมของมูรินโญ่บุกเข้าไปป้วนเปี้ยนหน้าประตู Courtois ตลอด รวมถึงสถิติล้ำหน้า 1 ต่อ 0 ที่บอกว่าเจ้าถิ่นกล้าเล่นเสี่ยงไลน์หลังเพื่อหาจังหวะจบสกอร์มากกว่า
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- นาที 3 Aurélien Tchouaméni (เรอัล มาดริด) รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์กลางสนาม
- นาที 10 Leandro Barreiro (เบนฟิก้า) โดนใบเหลืองตอบโต้ บอกชัดว่าเกมนี้ไม่มีใครถอย
- นาที 30 ประตู 0-1 Kylian Mbappé โหม่งจ่อๆ จากการเปิดของ Raúl Asencio ให้เรอัล มาดริดขึ้นนำ
- นาที 36 Andreas Schjelderup โหม่งตีเสมอ 1-1 ให้เบนฟิก้า เกมกลับมาสมดุล
- ช่วงท้ายครึ่งแรก เบนฟิก้าบุกต่อเนื่อง ก่อนจะได้จุดโทษจากจังหวะฟาวล์ในเขตโทษของแนวรับมาดริด
- ช่วงทดเวลาครึ่งแรก Raúl Asencio โดนใบเหลืองจากจังหวะประท้วงผู้ตัดสิน
- ประตู 2-1 Vangelis Pavlidis รับหน้าที่ยิงจุดโทษซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด ก่อนพักครึ่ง
- นาที 54 Schjelderup ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ หนีเป็น 3-1 ให้เบนฟิก้า
- นาที 55 เรอัล มาดริดเปลี่ยนตัว ส่ง Eduardo Camavinga และ Rodrygo ลงมาแก้เกม
- นาที 58 Mbappé เก็บบอลจังหวะสองยิงจ่อๆ ไล่มา 3-2 จุดไฟความหวังให้ราชันอีกครั้ง
- นาที 62 Dean Huijsen ได้ใบเหลืองจากจังหวะถ่วงเวลา
- นาที 66 Álvaro Carreras โดนใบเหลืองเพิ่มจากจังหวะเสียฟาวล์ริมเส้น
- นาที 78 ช่วงบุกหนักของมาดริด Arda Güler และ Rodrygo ได้โอกาสยิงแต่ติดเซฟ Trubin ทั้งสองครั้ง
- นาที 85 Samuel Dahl ฟูลแบ็กเบนฟิก้าโดนใบเหลืองจากการสกัดหนัก
- นาที 90+2 Raúl Asencio รับใบเหลืองที่สอง กลายเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนาม เหลือ 10 คน
- นาที 90+7 Rodrygo ก็โดนใบเหลืองที่สองเช่นกัน ทำให้เรอัล มาดริดเหลือแค่ 9 คนในสนาม
- นาที 90+8 ลูกตั้งเตะของเบนฟิก้าถูกเปิดเข้าไปในเขตโทษ และ Trubin นายประตูเจ้าถิ่นขึ้นโหม่งเสียบตาข่าย ปิดเกม 4-2 อย่างดราม่า
🏅 Player of the Match – Andreas Schjelderup
แม้ Trubin จะยิงประตูปิดท้ายแบบระดับตำนาน แต่รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ Andreas Schjelderup แบบไม่มีข้อโต้แย้ง คะแนน 10 เต็มบอกทุกอย่างได้เอง บ้านกีฬาเห็นชัดว่าเจ้าหนูคนนี้เล่นเหมือนเก่งเกินวัย ทั้งการหาพื้นที่ระหว่างไลน์ การรับบอลแล้วหมุนตัวหนีประกบอย่างนิ่มนวล รวมถึงการตัดสินใจจบสกอร์ที่เฉียบคม
สองประตูของเขามาในจังหวะสำคัญ นาทีแรกคือการตีเสมอให้ทีมกลับสู่เกม ส่วนลูกที่สองหนีเป็น 3-1 เปลี่ยนโมเมนตัมทั้งสนามให้เทไปทางเบนฟิก้า นอกจากนี้ยังช่วยเพรสซิ่ง ไล่บีบแนวรับมาดริดจนออกบอลพลาดหลายครั้ง บอกได้คำเดียวว่า Schjelderup คือเพชรเม็ดใหม่ของทวีปยุโรปอย่างแท้จริง

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้เบนฟิก้ากระโดดหนีโซนท้ายตารางยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกได้พอสมควร จากทีมที่ถูกมองว่าเป็นไม้ประดับ กลายเป็นทีมที่ยังมีลุ้นทำอันดับไล่จี้โซนกลางตาราง หากรักษาฟอร์มดุแบบนี้ต่อไป โอกาสแซงขึ้นไปเกาะกลุ่มบนไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
ด้านเรอัล มาดริด ความพ่ายแพ้ทำให้แต้มสะดุดอยู่กลางตาราง ต่อให้ยังตามหลังทีมนำอย่างอาร์เซนอล บาเยิร์น และลิเวอร์พูลไม่มาก แต่การแพ้แบบเสียถึงสี่ประตู แถมโดนใบแดงสองคน จะกระทบทั้งเรื่องความมั่นใจและผลต่างประตูได้เสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราชันชุดขาวจำเป็นต้องรีเซ็ตตัวเองอย่างด่วน หากยังอยากกลับไปลุ้นแชมป์ในระยะยาว
📅 ตารางบอลและโปรแกรมบอลนัดถัดไป
หลังผ่านศึกยุโรปอันดุเดือด เบนฟิก้าจะหันไปโฟกัสศึก Liga Portugal Betclic ตามตารางบอลที่แน่นเอี๊ยด นัดถัดไปต้องออกไปเยือน Tondela วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เวลา 03.30 น. ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านเจอกับ Alverca วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 03.30 น. เกมลีกสองนัดนี้สำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวชี้ว่าพวกเขาจะต่อยอดความมั่นใจจากการชนะเรอัล มาดริดได้แค่ไหน
ทางฝั่งเรอัล มาดริด โปรแกรมในลาลีกาไม่ง่ายเช่นกัน เริ่มจากเปิดซานติอาโก้ เบร์นาเบว รับมือ Rayo Vallecano วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ตามด้วยการบุกเยือนเมสตาย่าเจอ Valencia วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 น. แฟนบอลราชันต้องลุ้นกันว่าใน โปรแกรมบอล ที่แน่นแบบนี้ ทีมรักจะลุกขึ้นตอบแทนความผิดหวังในยุโรปได้หรือไม่
🏠 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของลูกหนังยุโรป ตั้งแต่สกอร์สด ไฮไลต์สุดมัน ไปจนถึงการวิเคราะห์หลังเกมแบบเจาะลึก บ้านกีฬาเตือนเลยว่าห้ามพลาดการเช็ก บ้านผลบอล ผ่านหน้าเว็บของเรา จะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือลีกใหญ่ลีกเล็ก เราพร้อมอัปเดตสกอร์ ข่าว และคอนเทนต์มันๆ ให้แฟนบอลได้อ่านกันแบบจุใจทุกวัน

