⚽ ภาพรวมศึก UCL 2025/26 หลังปิดฉากรอบลีกเฟส
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อโปรแกรมนัดสุดท้ายของรอบ ลีก เฟส ทั้ง 18 คู่ เตะจบลงเมื่อคืนวันพุธที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้ได้บทสรุปชัดเจนว่า ใครการันตีตั๋วรอบ รอบ 16 ทีมสุดท้าย แบบอัตโนมัติ ใครต้องไปลุ้นเหนื่อยต่อในรอบเพลย์ออฟ และใครที่ต้องบอกลายุโรปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ไฮไลต์ใหญ่หนีไม่พ้นการที่ 5 ยักษ์ใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทะยานติดท็อป 8 แบบพร้อมหน้า ขณะที่รองแชมป์เก่าอย่าง นาโปลี กลับสะดุดร่วงหล่นไปอยู่ในโซนตกรอบชนิดช็อกทั้งอิตาลี นี่คือภาพรวมที่สะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลยุโรปยุคใหม่แข่งกันดุเดือดทุกคะแนนจริงๆ
🏆 8 ทีมแถวหน้า การันตีลุยรอบ 16 ทีมทันที
อันดับ 1-8 หลังจบรอบลีกเฟส ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่ รอบ 16 ทีมสุดท้าย แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องลงเล่นรอบเพลย์ออฟ โดยมีรายชื่อดังนี้
- อาร์เซน่อล
- บาเยิร์น มิวนิค
- ลิเวอร์พูล
- ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
- บาร์เซโลน่า
- เชลซี
- สปอร์ติง ลิสบอน
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมเหล่านี้คือกลุ่ม “ตัวเต็ง” ของถ้วยใหญ่ยุโรปปีนี้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ 5 สโมสรจากอังกฤษอย่าง อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์ความสม่ำเสมอตลอดทั้งรอบลีกเฟส เก็บแต้มสำคัญได้ครบทุกจังหวะ ทำให้ไม่ต้องเสียแรงไปลุ้นในรอบเพลย์ออฟให้เสี่ยงโดนเขี่ยตกรอบก่อนเวลาอันควร
การได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบไม่ต้องเตะเพิ่ม ยังเป็นข้อได้เปรียบในแง่ความสดของนักเตะ การวางแผนโรเตชันในลีก การจัดโปรแกรมซ้อม รวมถึงการเลี่ยงความเสี่ยงจากเกมน็อกเอาต์แบบเหย้า-เยือนในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงโปรแกรมถี่สำหรับบรรดาทีมลุ้นแชมป์ทั้งในประเทศและยุโรป
🔥 อันดับ 9–24 เตรียมเดือดเพลย์ออฟเหย้า-เยือน
ทีมอันดับ 9–24 ยังไม่ตกรถไฟขบวนใหญ่ แต่ต้องไปห้ำหั่นกันในรอบเพลย์ออฟ เพื่อคัดหาอีก 8 ทีมขึ้นมาสมทบในรอบ 16 ทีมสุดท้าย รายชื่อมีดังนี้
- เรอัล มาดริด
- อินเตอร์ มิลาน
- ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
- ยูเวนตุส
- แอตเลติโก มาดริด
- อตาลันต้า
- ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
- โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
- โอลิมเปียกอส
- คลับ บรูช
- กาลาตาซาราย
- อาแอส โมนาโก
- คาราบัก
- โบโด กลิมท์
- เบนฟิก้า
ทีมเหล่านี้จะต้องลงเล่นรอบเพลย์ออฟแบบ เหย้า-เยือน เพื่อชิงตั๋วอีก 8 ใบ โดยทีมอันดับ 9–16 จะถูกวางเป็น “ทีมวาง” ในการจับสลากประกบคู่ เจอกับทีมอันดับ 17–24 ซึ่งเป็น “ทีมรองบ่อน” ตามระบบ
โปรแกรมเพลย์ออฟถูกวางคิวดังนี้
- นัดแรก แข่งขันวันที่ 17 และ 18 กุมภาพันธ์
- นัดสอง แข่งขันวันที่ 24 และ 25 กุมภาพันธ์
กลุ่มนี้คือโซนที่สะเด่าและลุ้นมันส์ที่สุด เพราะเต็มไปด้วยบิ๊กทีมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ยูเวนตุส, แอตเลติโก มาดริด หรือแม้แต่ทีมฟอร์มแรงอย่าง เลเวอร์คูเซ่น และ ดอร์ทมุนด์ ทุกทีมต่างมีศักยภาพพอจะไปไกลถึงแชมป์ แต่ถ้าพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจจบเส้นทางตั้งแต่เพลย์ออฟได้เลย
❌ โซน 25–36 จบทุกเส้นทาง นาโปลีหล่นอย่างเซอร์ไพรส์
ทีมอันดับ 25–36 คือกลุ่มที่ไม่ได้ไปต่อในทุกรายการยุโรป หมายความว่าฤดูกาลนี้ของพวกเขาในเวทียุโรปปิดฉากลงทันที รายชื่อมีดังนี้
- โอลิมปิก มาร์กเซย
- ปาฟอส
- อูนิยง แซงต์-ชิลลัวส์
- พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
- แอธเลติก บิลเบา
- นาโปลี
- โคเปนเฮเก้น
- อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
- ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต
- สลาเวีย ปราก
- บียาร์เรอัล
- ไครัต อัลมาตี
จุดที่ช็อกแฟนบอลมากที่สุดคือการที่ นาโปลี ร่วงลงมาอยู่อันดับ 30 ทั้งที่เพิ่งเป็นหนึ่งในทีมแกร่งของอิตาลีในช่วงไม่กี่ปีหลัง รวมถึงทีมอย่าง พีเอสวี, อาแจ็กซ์, แฟร้งค์เฟิร์ต, บียาร์เรอัล ซึ่งล้วนเคยฝากผลงานเด่นในเวทียุโรป มาในซีซั่นนี้ต้องยอมรับชะตากรรม “ตกรอบแบบไม่เหลือถ้วยตกทอด” เพราะรูปแบบใหม่ของ UCL ไม่มีการหล่นไปเล่น ยูโรปา ลีก หรือคอนเฟอเรนซ์ ลีก อีกต่อไป
สำหรับสโมสรเหล่านี้ ต่อจากนี้โฟกัสจะกลับไปอยู่ที่เวทีในประเทศเต็มตัว ทั้งลุ้นตั๋วกลับมาเล่นยุโรปปีหน้า หรือแก้ตัวในเส้นทางลุ้นแชมป์ลีกและบอลถ้วยภายในประเทศแทน
🗓 โรดแมตช์สู่รอบชิง ปุสกัส อารีนา บูดาเปสต์
จากนี้เส้นทางของถ้วยใหญ่ยุโรปจะเดินหน้าต่อไปตามโปรแกรมสำคัญดังนี้
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
- จับสลากประกบคู่วันที่ 27 กุมภาพันธ์
- นัดแรก เตะวันที่ 10 และ 11 มีนาคม
- นัดสอง เตะวันที่ 17 และ 18 มีนาคม
รอบก่อนรองชนะเลิศ
- ทีมที่จบอันดับ 1–4 ในรอบลีกเฟส จะได้สิทธิ์เล่นเลกสองในบ้าน
- หากทีมวางถูกเขี่ยตกรอบ ทีมที่ล้มพวกเขาได้จะรับสถานะ “ทีมวาง” ต่อ
- เลกแรก แข่งขันวันที่ 7–8 เมษายน
- เลกสอง แข่งขันวันที่ 14–15 เมษายน
รอบรองชนะเลิศ
- ทีมวางอันดับ 1 และ 2 จะได้สิทธิ์เล่นเลกสองในบ้าน หากผ่านเข้ามาถึงรอบตัดเชือก
- หากทีมวางตกรอบ สถานะทีมวางจะถูกส่งต่อให้ทีมที่เอาชนะพวกเขามา
- เลกแรก แข่งขันวันที่ 28 และ 29 เมษายน
- เลกสอง แข่งขันวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคม
รอบชิงชนะเลิศ
ศึกตัดสินแชมป์ยุโรปฤดูกาล 2025/26 จะฟาดแข้งในวันที่ 30 พฤษภาคม ที่สนาม ปุสกัส อารีนา กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี โดยผู้ชนะจากรอบรองชนะเลิศสายที่ 1 จะถูกระบุให้เป็นทีม “เจ้าบ้าน” ในทางเอกสารการแข่งขัน
📚 UCL โฉมใหม่กับความมันส์ที่ยาวขึ้นทั้งฤดูกาล
รูปแบบ ลีก เฟส ของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคใหม่ ทำให้ทุกแต้มในตารางรวมมีความหมาย ทุกทีมต้องเจอกับคู่แข่งหลากหลายสไตล์มากขึ้น แทนที่จะวนเตะกับกลุ่มเล็กๆ แบบรอบแบ่งกลุ่มเดิม นั่นทำให้ช่วงต้นฤดูกาลจนถึงต้นปี เป็นช่วงที่แฟนบอลได้ลุ้นกันแทบทุกสัปดาห์ว่าใครจะไต่ขึ้นท็อป 8 ใครจะหล่นไปเพลย์ออฟ และใครเสี่ยงร่วงหลุดท็อป 24
สำหรับแฟนบอลชาวไทย การติดตามฟอร์มทีมใหญ่จากอังกฤษ สเปน อิตาลี เยอรมนี และทีมม้ามืดจากลีกเล็กๆ กลายเป็นเรื่องสนุกกว่าเดิม เพราะแค่สะดุดผิดเกมเดียวอันดับสามารถเปลี่ยนทันที ทำให้โค้งสุดท้ายของรอบลีกเฟสอย่างที่เพิ่งจบไป กลายเป็นเกม “ชี้เป็นชี้ตาย” แทบทุกคู่
🎯 มองต่อจากนี้ แฟนบอลเตรียมลุ้นยาวกับ บ้านกีฬา
จากนี้ไป ความเข้มข้นของ UCL จะยิ่งเดือดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่รอบเพลย์ออฟจนถึงนัดชิงที่บูดาเปสต์ ไม่ว่าจะเป็น 5 ยักษ์จากอังกฤษที่พร้อมไล่ล่าความยิ่งใหญ่ในยุโรป ทีมแกร่งจากสเปนและอิตาลีที่หวังกลับมาทวงบัลลังก์ หรือม้ามืดจากลีกเล็กที่พร้อมหักปากกาเซียน ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่เวทีนี้ตลอดครึ่งหลังของฤดูกาล
แฟนบอลชาวไทยที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของถ้วยใหญ่ยุโรป ตามเกาะติดทุกข่าว ทุกสถิติ ทุกมุมมองเข้มข้นได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา เราจะพาไปเจาะลึกทุกคู่เด็ด พร้อมเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย สไตล์นักข่าวบอลสายฮาร์ดคอร์แต่ชัดทุกประเด็น

