เชลซีลุ้นหนัก อาจหมดสิทธิ์ใช้สแตมฟอร์ด บริดจ์ในเกมชี้ชะตา
สถานการณ์ของ เชลซี ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กำลังเข้มข้นไม่แพ้เกมในสนาม หลังทีมภายใต้การคุมทัพของ เลียม โรซีเนียร์ เพิ่งกดแซงชนะ นาโปลี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตนายใหญ่สิงห์บลูส์แบบสุดมัน 3-2 ชัยชนะนัดนี้ไม่ใช่แค่คะแนนธรรมดา แต่ทำให้เชลซีจบอันดับ 6 ในตารางแชมเปี้ยนส์ ลีก รูปแบบใหม่ และการันตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที
ตามกติกาใหม่ของทัวร์นาเมนต์ ทีมที่จบอันดับดีกว่าจะได้สิทธิ์เล่นเลกสองในบ้าน ซึ่งหมายความว่า เชลซีมีโอกาสได้เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ตัดสินเกมสำคัญกับหนึ่งในคู่ต่อกรระดับท็อปอย่าง นิวคาสเซิ่ล หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เก่า แต่ความได้เปรียบนี้อาจหายวับ เพราะ “กฎลับ” ของยูฟ่าที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน
เปิดกฎยูฟ่าที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงในเมืองเดียวกันเตะได้แค่หนึ่งแมตช์
แก่นหลักของปัญหาอยู่ที่กฎของ ยูฟ่า ซึ่งกำหนดไว้ชัดว่า ในหนึ่งเมืองสามารถจัดการแข่งขันในถ้วยยุโรประดับสโมสรได้เพียงหนึ่งเกมต่อคืนเท่านั้น แถมยังมีเงื่อนไขด้านระยะทางว่า ทีมต่างๆ ไม่สามารถลงเล่นใน “สนามเดียวกัน, เมืองเดียวกัน หรือในเมืองที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตร (30 ไมล์)” ในคืนเดียวกันได้ ถือเป็นกฎด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการแฟนบอลที่เข้มงวดสุดๆ
ปัญหาคือ ลอนดอนมีทั้ง อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ต่างจบในอันดับ 1 และ 4 ของตารางตามลำดับ ทำให้ทั้งสองสโมสรจากย่านนอร์ทลอนดอนได้สิทธิ์จัดโปรแกรมในคืนวันอังคารและพุธที่ 17 และ 18 มีนาคมก่อนใคร ส่งผลให้โปรแกรมของเชลซีถูกเบียดตกไปโดยปริยาย
ตารางถ้วยยุโรปชนกัน ลอนดอนระอุเพราะสามทีมใหญ่
เมื่ออาร์เซน่อลและสเปอร์สถูกล็อกคิวเตะเหย้าในเมืองหลวงเอาไว้แล้ว เชลซีจึงต้องหาทางออกอื่น หากยังต้องการรักษาสิทธิ์ความได้เปรียบจากการเล่นเลกสองในบ้าน สถานการณ์นี้ทำให้สโมสรจำเป็นต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากตำรวจนครบาลลอนดอนและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อช่วยพูดคุยโน้มน้าวให้ยูฟ่ายอมผ่อนปรนหรือเปิดช่องให้ยกเว้นกฎ
แม้ในพรีเมียร์ลีก เราจะเห็น เชลซี และ สเปอร์ส ลงเล่นเกมเหย้าในวันเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับเกมในถ้วยยุโรป ยูฟ่าถือ “มาตรฐานความปลอดภัย” เป็นเรื่องใหญ่สุด ทุกอย่างจึงต้องเดินตามคู่มือการแข่งขันอย่างเคร่งครัด
กฎน็อกเอาต์ยูฟ่า เปิดทางแต่ก็มีเงื่อนไขเจ็บๆ
สำหรับรอบน็อกเอาต์ กฎการแข่งขันของยูฟ่าระบุถึงกรณีที่โปรแกรมทับซ้อนกันเอาไว้ชัดเจนว่า หากไม่สามารถเลี่ยงได้ “สมาคมฟุตบอลของประเทศและสโมสรที่เกี่ยวข้องจะต้องระบุและประกาศสนามทางเลือกไว้ล่วงหน้า สำหรับใช้จัดการแข่งขันในสัปดาห์ดังกล่าว และในกรณีเช่นนี้ ทีมที่มีอันดับต่ำกว่าในรอบลีก เฟส จะต้องเป็นฝ่ายไปลงเล่นในสนามทางเลือก”
ด้วยเงื่อนไขนี้ ทำให้เชลซีมีโอกาสต้องย้ายออกไปเตะนอกลอนดอน เพราะรัศมี 30 ไมล์ปิดประตูใช้สนามอื่นในเมืองหลวงแทบทั้งหมด ความได้เปรียบจากเกมเหย้าที่กว่าจะคว้ามาได้ก็ต้องถูกลดทอนลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแทบจะกลายเป็นการลงเล่นใน “สนามกลาง” มากกว่าบ้านของตัวเอง
ทางเลือกเชลซี: สนามกลางหรือสลับเลกในบ้าน
ยูฟ่ายังเปิดช่องทางเลือกอีกข้อให้ทีมที่ได้สิทธิ์เล่นเลกสองในบ้าน สามารถแจ้งฝ่ายจัดแข่งขันเพื่อ “สลับโปรแกรม” ได้ โดยข้อความระบุชัดเจนว่า
“อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นข้อยกเว้นเช่นนี้ ทีมที่ได้สิทธิ์ลงเล่นเลกสองของรอบดังกล่าว อาจเลือกแจ้งต่อฝ่ายบริหารของยูฟ่าก่อนการจับสลาก เพื่อสลับโปรแกรมแข่งขัน โดยลงเล่นเลกแรกในบ้านแทน แทนที่จะต้องไปเล่นเลกสองในสนามทางเลือก”
นั่นหมายความว่า เชลซีอาจเลือกยอมเล่นเลกแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วไปเยือนในเลกสองแทน ซึ่งในเชิงแท็กติกถือเป็นการสละความได้เปรียบสำคัญในเวทีถ้วยยุโรป ที่ส่วนใหญ่แล้วทีมใหญ่ๆ จะอยากได้เลกสองในบ้านเพื่อกดดันคู่แข่งในเกมชี้ชะตา
อีกหนึ่งแนวคิดที่ถูกหยิบมาพูดถึงตามรายงานคือ
“หนึ่งในทางออกของปัญหานี้คือ การให้ เชลซี ยังคงได้เล่นเกมเลกสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ขยับไปแข่งคืนวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวจะกระทบต่อผังรายการถ่ายทอดสด และทับซ้อนกับโปรแกรมของยูโรปา ลีก และคอนเฟอเรนซ์ ลีก ซึ่งบรรดาผู้บริหารระดับสูงมองว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน องค์กรลูกหนังยุโรป ยังคงเปิดช่องสำหรับการประนีประนอม โดยโฆษกของ ยูฟ่า ระบุว่า การหารือเกี่ยวกับการจัดตารางแข่งขันยังคงดำเนินอยู่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ในประเด็นความทับซ้อนของการแข่งขันภายในเมือง สำหรับเกมที่จะมีขึ้นในช่วงต่อไป รวมถึงแมตช์ที่จะแข่งขันกันในเดือนมีนาคม”
มุมมองด้านความปลอดภัย ตำรวจลอนดอนคืออีกปัจจัยสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนคือภาระงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในลอนดอน ไม่ใช่แค่เกมของเชลซีเท่านั้น แต่ยังมีแฟนบอลจากนิวคาสเซิ่ลหรือปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่อาจต้องเดินทางมาด้วย ขณะเดียวกันฝั่งนอร์ทลอนดอนก็มีความเสี่ยงสูง เพราะสเปอร์สมีโอกาสต้องดวลกับทีมดีกรีอย่าง ยูเวนตุส หรือ แอตเลติโก มาดริด ส่วนอาร์เซน่อลก็อาจเจอทีมจากเยอรมนี, อิตาลี หรือกรีซ แฟนบอลจากหลายชาติแห่มาพร้อมกันในสัปดาห์เดียว ทำให้ภาระการรักษาความสงบมากขึ้นหลายเท่า
เมื่อมองจากสายตาผู้บัญชาการตำรวจ ความคิดที่จะจัดสามเกมใหญ่ในเมืองเดียวกันแบบกระจุกตัว ย่อมเป็นเรื่องเสี่ยงที่ไม่จำเป็น หากมีกฎของยูฟ่าที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ พวกเขาย่อมอยากให้ทุกอย่างเดินไปตามกรอบนั้นมากกว่า
บทเรียนสำคัญจากกฎยูฟ่า สำหรับแฟนบอลและสโมสรยุคใหม่
ในยุคที่ฟุตบอลยุโรปเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเป็นลีกเฟส ตารางถ้วยยุโรปยิ่งแน่นขึ้น และเมืองใหญ่ที่มีหลายสโมสรระดับท็อปอย่างลอนดอน มิวนิค มิลาน หรือมาดริด ล้วนต้องเผชิญปัญหาคล้ายกัน กฎเรื่อง “หนึ่งเมืองหนึ่งแมตช์ต่อคืน” และรัศมี 30 ไมล์ ไม่ใช่แค่ข้อบังคับบนกระดาษ แต่ส่งผลจริงต่อแท็กติก การเดินทางของแฟนบอล และบรรยากาศในสนาม
สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ตามเชียร์ทีมโปรดใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดที่ควรจับตา เพราะบางครั้งโปรแกรมที่เปลี่ยนเล็กน้อย หรือการย้ายสนามไปเล่นสนามกลาง อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของทั้งซีซั่น ทั้งในมุมความได้เปรียบในสนามและความกดดันทางจิตวิทยา
เชลซีจะยอมสละความได้เปรียบหรือไม่ แฟนสิงห์ต้องลุ้นต่อ
เมื่อทุกอย่างต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัย การจัดตารางถ่ายทอดสด และกฎเหล็กของยูฟ่า สถานการณ์นี้อาจบีบให้เชลซีต้องเลือก “เสียอย่างใดอย่างหนึ่ง” ระหว่างการได้เตะเลกสองในบ้านหรือการต้องระเห็จไปเล่นเหมือนสนามกลางเพื่อหลบกฎระยะทางและตารางทับซ้อน
ท้ายที่สุด คำถามคือสโมสรจะยอมสละความได้เปรียบที่กว่าจะกอบโกยมาได้จากรอบลีกเฟสหรือไม่ เพียงเพื่อแลกกับการได้เล่นต่อหน้าเสียงเชียร์ของแฟนบอลตัวเองบนแผ่นดินแม่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เรื่องนี้คือดราม่าที่แฟนสิงห์บลูส์ทั่วโลก รวมถึงแฟนบอลชาวไทย ต้องตามเกาะติดกันยาวๆ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของฟุตบอลยุโรป เรื่องลึกหลังฉากกฎการแข่งขัน และประเด็นร้อนในถ้วยยุโรป อย่าลืมติดตามทุกความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

