ภาพรวมจับสลากเพลย์ออฟ UCL ซีซั่นนี้
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เดินทางมาถึงรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ และการจับสลากประกบคู่ครั้งนี้ต้องบอกว่าจัดเต็มความมันส์ทุกโถ เมื่อมีทั้งเกมรีแมตช์ เกมดาร์บี้ และทริปเยือนไกลระดับข้ามทวีปให้ลุ้นกันครบถ้วน แฟนบอลยุโรปเตรียมนอนดึกยาวๆ เพราะทุกคู่มีประเด็นให้ตามเช็กตั้งแต่โม่แข้งเลกแรกวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงเลกสองวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์
ไฮไลต์หนีไม่พ้นการโคจรมาพบกันอีกครั้งของ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แชมป์ยุโรป 15 สมัย กับ เบนฟิก้า ทีมเก๋าจากโปรตุเกสที่ตอนนี้อยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนดังอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือที่เคยสร้างตำนานกับราชันชุดขาวมาแล้ว แถมเพิ่งเจอกันหมาดๆ ในรอบลีกเฟสและเป็นฝ่ายเบนฟิก้าถล่ม 4-2 ทำให้เพลย์ออฟหนนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีความแค้นเข้าไปอีกระดับ
พร้อมกันนั้นยังมีศึกสายเลือดฝรั่งเศสระหว่าง เปแอสเช แชมป์เก่า ที่ต้องชนกับ โมนาโก คู่แข่งร่วมลีกเอิง และทริปโหดของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีก ที่ต้องบินไกลไปเยือน คาราบัก ถึงอาเซอร์ไบจานในเลกแรก ถือเป็นโปรแกรมที่แค่เห็นชื่อก็รู้เลยว่าหายใจไม่ทั่วท้องทุกทีม
รีแมตช์ล้างตา มาดริด vs เบนฟิก้า เกมที่มีมากกว่าคำว่าเข้ารอบ
การจับสลากให้ เบนฟิก้า เปิดบ้านรอรับ เรอัล มาดริด ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่เดือดที่สุดของรอบนี้ ไม่ใช่แค่เพราะชื่อชั้นของทั้งสองสโมสร แต่เต็มไปด้วยดราม่าและความค้างคาใจจากผลการแข่งขันล่าสุดในรอบลีกเฟสที่ เบนฟิก้า ไล่อัด มาดริด 4-2 ในนัดสุดท้ายของกลุ่มเมื่อคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ครั้งนี้มาดริดในฐานะเจ้าของบัลลังก์แชมป์ยุโรป 15 สมัย ถูกบีบให้ต้องลงเล่นด้วยความกดดันสุดขีด แฟนราชันชุดขาวอยากเห็นการ “แก้มือ” ให้สมศักดิ์ศรีสโมสร ขณะที่ฝั่งมูรินโญ่เองก็คงอยากพิสูจน์ว่าการชนะมาดริดไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางหมากที่เหนือชั้นจริงๆ
การเจอกันแบบเหย้า-เยือนในรอบเพลย์ออฟ ทำให้ทุกประตู ทุกจังหวะในบ้านและนอกบ้านส่งผลต่ออนาคตของทั้งสองทีมโดยตรง หากมาดริดพลาดอีกครั้ง เสียงวิจารณ์เรื่อง “ความเก๋าบอลยุโรป” อาจสั่นคลอน ส่วนเบนฟิก้า ถ้าผ่านด่านนี้ได้ ก็จะยืนยันสถานะทีมแกร่งที่ใครก็ประมาทไม่ได้บนเวที UCL
ดาร์บี้เมืองน้ำหอม เปแอสเชชนโมนาโก เดือดตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม
อีกคู่ที่โคตรน่าดูคือการฟาดกันของ เปแอสเช กับ อาแอส โมนาโก ดาร์บี้ทีมเงินหนากับทีมคุณภาพจากลีกเอิง ที่รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี การเจอทีมร่วมลีกในบอลยุโรปมักเต็มไปด้วยเชิงแท็กติกละเอียดอ่อน เพราะต่างฝ่ายต่างรู้จุดแข็งจุดอ่อนของกันและกันแทบทุกมุม
เปแอสเชในฐานะแชมป์เก่า แบกความคาดหวังจากแฟนบอลไว้เต็มบ่า ทุกคนอยากเห็นทีมรักษาเกียรติของ “แชมป์เก่า” บนเวทีทวีป ขณะที่โมนาโกไม่มีอะไรจะเสีย พร้อมเล่นแบบดุดัน เน้นเกมสวนกลับเร็ว กดดันใส่ตั้งแต่นาทีแรก หากเปแอสเชหลุดโฟกัสแม้เพียงเสี้ยววินาที มีโอกาสโดนลงโทษทันที
การเจอกันแบบเหย้า-เยือนในรอบนี้ทำให้ข้อได้เปรียบเล็กๆ น้อยๆ แบบการรู้สนาม รู้บรรยากาศ และรู้สไตล์ผู้ตัดสินในลีกเดียวกัน กลายเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ ที่จะชี้ชะตาว่าใครจะหลุดไปชนทีมใหญ่จากประเทศอื่นในรอบถัดไป
นิวคาสเซิ่ลเยือนไกล คาราบัก ทริปโหดอาเซอร์ไบจาน
ฝั่ง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ชื่อว่าจับสลากเจองานที่ดู “เบากว่า” เมื่อเทียบกับทีมใหญ่รายอื่น เพราะต้องพบกับ คาราบัก สโมสรจากอาเซอร์ไบจาน แต่ความจริงแล้วนี่อาจเป็นด่านหินในแบบที่หลายคนไม่ทันคิด
ประเด็นสำคัญอยู่ที่เลกแรกซึ่งต้องบุกไปเยือนถึงอาเซอร์ไบจาน การเดินทางไกล ข้ามโซนเวลา สภาพอากาศ และบรรยากาศสนามที่ไม่คุ้นเคย ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในบอลยุโรป โดยเฉพาะในรอบน็อกเอาต์ที่ “หนึ่งจังหวะหลุด” อาจทำให้ภาพรวมทั้งสองเลกเปลี่ยนทันที
คาราบักเองเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งแกร่ง รู้วิธีใช้แรงเชียร์และสภาพสนามให้เป็นประโยชน์ ส่วน นิวคาสเซิ่ล ต้องพยายามคุมเกมให้ได้ ไม่หลุดสมาธิ และอย่างน้อยต้องเอาผลการแข่งขันติดมือกลับอังกฤษให้ได้ เพื่อกลับไปปิดจ๊อบในเลกสองที่บ้านตัวเอง
แอตเลติโก และบิ๊กทีมยุโรปจ้องเส้นทางเข้ารอบ
ด้าน แอตเลติโก มาดริด ถูกมองว่าเจองานไม่หนักมากนักเมื่อดวลกับ คลับ บรูช จากเบลเยียม แต่ในบอลถ้วยยุโรป ไม่มีคำว่า “ง่าย” โดยเฉพาะถ้าเกมรุกของตราหมีไม่คมพอ อาจเปิดช่องให้คู่แข่งลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ได้เหมือนกัน
ที่น่าสนใจคือ หากแอตเลติโกผ่านเข้าสู่รอบต่อไป มีโอกาสสูงที่จะต้องดวลกับทีมจากอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ สเปอร์ส ตามเส้นทางประกบคู่ที่วางไว้ ซึ่งหมายความว่านี่ไม่ใช่แค่การผ่านรอบเพลย์ออฟ แต่คือการเตรียมตัวชนของแข็งจากพรีเมียร์ลีกตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ในอีกฟากของสาย ยังมีทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน, เลเวอร์คูเซ่น, ดอร์ทมุนด์, ยูเวนตุส และ โอลิมเปียกอส ที่พร้อมสร้างเรื่องช็อกโลกให้เห็นได้ตลอดเวลา เส้นทางของแต่ละทีมจึงเต็มไปด้วยบิ๊กแมตช์ที่รอระเบิดความมันส์อยู่ข้างหน้า
โปรแกรมแข่งเพลย์ออฟ และรูปแบบเตะเหย้า-เยือน
รูปแบบการแข่งขันรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ยังคงใช้ระบบเหย้า-เยือน 2 นัด ทีมที่มีชื่อขึ้นก่อนจะได้เล่นในบ้านเลกแรก จากนั้นสลับไปเยือนในเลกสอง ซึ่งมีผลต่อแท็กติกโดยตรง หลายทีมมักเลือกเน้นเซฟผลในนัดแรก แล้วไปเร่งเต็มสูบในเกมที่กลับไปเล่นต่อหน้าแฟนตัวเอง
สำหรับรอบนี้ เลกแรกจะแข่งขันวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ ส่วนเลกสองเล่นวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ ก่อนจะมีการจับสลากรอบน็อกเอาต์ถัดไปในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพื่อกำหนดเส้นทางสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างเป็นทางการ แฟนบอลต้องจับตาดูให้ดี เพราะการเปลี่ยนคู่เพียงเล็กน้อย อาจทำให้สมดุลของทั้งสายเปลี่ยนทันที
สรุปผลจับสลาก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ น็อกเอาต์
- โมนาโก (ฝรั่งเศส) – เปแอสเช (ฝรั่งเศส)
- กาลาตาซาราย (ตุรกี) – ยูเวนตุส (อิตาลี)
- เบนฟิก้า (โปรตุเกส) – เรอัล มาดริด (สเปน)
- ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) – อตาลันต้า (อิตาลี)
- คาราบัก (อาเซอร์ไบจาน) – นิวคาสเซิ่ล (อังกฤษ)
- คลับ บรูช (เบลเยียม) – แอต.มาดริด (สเปน)
- โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) – อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)
- โอลิมเปียกอส (กรีซ) – เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี)
ทีมที่มีชื่อนำหน้าจะได้เล่นในบ้านก่อน โดยนัดแรกแข่งวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ และนัดสองแข่งวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์
เส้นทางประกบคู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย
การวางสายของรอบ 16 ทีมสุดท้ายถูกจัดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ทุกทีมพอจะคำนวณเส้นทางกันคร่าวๆ ได้ตั้งแต่ตอนนี้ ว่าถ้าผ่านรอบเพลย์ออฟ จะต้องไปเจอกับยักษ์ใหญ่รายไหนในรอบต่อไป
ผู้ชนะคู่ที่ 1 vs บาร์เซโลน่า (สเปน) หรือ ชลซี (อังกฤษ)
ผู้ชนะคู่ที่ 5 vs เชลซี (อังกฤษ) หรือ บาร์เซโลน่า (สเปน)
ผู้ชนะคู่ที่ 2 vs ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) หรือ สเปอร์ส (อังกฤษ)
ผู้ชนะคู่ที่ 6 vs สเปอร์ส (อังกฤษ) หรือ ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
ผู้ชนะคู่ที่ 3 vs สปอร์ติ้ง ลิสบอน (โปรตุเกส) หรือ แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)
ผู้ชนะคู่ที่ 7 vs แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) หรือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน (โปรตุเกส)
ผู้ชนะคู่ที่ 4 vs อาร์เซน่อล (อังกฤษ) หรือ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
ผู้ชนะคู่ที่ 8 vs บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) หรือ อาร์เซน่อล (อังกฤษ)
พิธีจับสลากอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์
เสน่ห์บอลน็อกเอาต์ UCL ที่แฟนบอลไม่มีวันเบื่อ
สิ่งที่ทำให้รอบน็อกเอาต์ของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถูกพูดถึงทุกปี คือความไม่แน่นอนและการมี “ฮีโร่-ผู้ร้าย” เกิดขึ้นภายใน 90 นาทีเสมอ หลายทีมอาจจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยฟอร์มร้อนแรง แต่พอเข้าสู่เกมเหย้า-เยือนที่มีแรงกดดันสูงขึ้น ทุกอย่างสามารถพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทันที
รายละเอียดเล็กๆ อย่างการจัดตัว การเปลี่ยนแท็กติกครึ่งหลัง หรือแม้กระทั่งสภาพอากาศและแรงเชียร์ในสนาม ล้วนส่งผลกับผลการแข่งขันแบบที่สถิติวิเคราะห์ล่วงหน้าไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่แฟนบอลทั่วโลกยังเลือก “นั่งเฝ้าจอ” เพื่อดูเวทีนี้อย่างจริงจังในทุกซีซั่น เพราะรู้ดีว่าแมตช์ใหญ่ใน UCL ไม่มีคำว่าจบง่ายๆ จนกว่าจะเป่านกหวีดสุดท้าย
มุมมองบ้านกีฬา: เตรียมลุ้นดราม่าจากทุกสายบนเวทียุโรป
จากการจับสลากครั้งนี้จะเห็นได้ชัดว่า ไม่มีทีมไหนเดินสบาย ทุกสโมสรต้องเจอด่านหินในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคู่เดือดในชาติเดียวกันอย่าง เปแอสเช vs โมนาโก การล้างตาของ เรอัล มาดริด กับ เบนฟิก้า หรือทริปเยือนสุดโหดของ นิวคาสเซิ่ล ที่ต้องไปเล่นในสภาพแวดล้อมไม่คุ้นเคยอย่างอาเซอร์ไบจาน
แฟนบอลไทยเตรียมรอชมเกมระดับท็อปที่เต็มไปด้วยแท็กติก ดราม่า และประตูสำคัญที่อาจถูกพูดถึงไปอีกหลายปี ถ้าไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของศึกยุโรปซีซั่นนี้ อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดต ผลการแข่งขัน และประเด็นร้อนจากเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา ตลอดทั้งฤดูกาล

