ภาพรวมยุคใหม่ของ ทีมชาติฝรั่งเศส หลังศึก ฟุตบอลโลก 2026
หลังจบศึก ฟุตบอลโลก 2026 ที่อเมริกาเหนือ วงการลูกหนังเมืองน้ำหอมกำลังจะเปลี่ยนหน้าไปอีกยุค เมื่อดิดิเยร์ เดช็องส์ เตรียมวางมือลงจากตำแหน่งกุนซือ หลังนั่งบัลลังก์คุมทัพตราไก่มายาวนานถึง 14 ปีเต็ม เปิดทางให้กุนซือคนใหม่เข้ามาปั้นโฉม ทีมชาติฝรั่งเศส ยุคต่อไป
ท่ามกลางการเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ฟีฟ่าได้ชี้เป้า 5 ดาวรุ่งเนื้อหอมที่มีโอกาสสูงมากจะถูกดันขึ้นติดธงชุดใหญ่ในปี 2026 ทั้งหมดคือแข้งที่กำลังแจ้งเกิดในระดับสโมสร ฟอร์มจัดจ้านในลีกท็อปของยุโรป และยืนระยะได้ดีในทีมชาติชุดเล็ก
บทความนี้ บ้านกีฬา ขอพาแฟนบอลชาวไทยไปส่องทีละคน ว่า 5 วอนเดอร์คิดเหล่านี้คือใคร จุดเด่นคืออะไร และทำไมชื่อของพวกเขาถึงโผล่มาเป็นตัวเต็งยุคใหม่ของทัพตราไก่
1) อายูบ บูอัดดี้ (Ayyoub Bouaddi) – มิดฟิลด์สมองเพชรแห่งลีลล์
โปรไฟล์และสไตล์การเล่น
อายูบ บูอัดดี้ วัยเพียง 18 ปี กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของลีลล์ สโมสรที่กำลังลุ้นพื้นที่ยุโรปบนหัวตาราง ลีกเอิง ฝรั่งเศส จุดเด่นของเขาคือการผสมผสานระหว่าง “เทคนิค” กับ “มันสมอง” แบบครบเครื่อง เล่นบอลฉลาด อ่านเกมขาด และกล้ารับผิดชอบเกมในพื้นที่สำคัญตั้งแต่อายุน้อย
เกิดที่เมืองแซงลิส ชานกรุงปารีส บูอัดดี้ปักหลักเป็นตัวจริงแบบไร้ข้อกังขาในทีมของ บรูโน่ เชเนซิโอ ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าศักยภาพของเขาสูงเกินวัย และพร้อมถูกดันขึ้นไปยืนในระดับที่ใหญ่กว่านี้
เด็กเนิร์ดตัวจริง – เก่งทั้งในสนามและในห้องเรียน
ไม่ใช่แค่เก่งบอล แต่บูอัดดี้ยังเก่งเรียน ตัวจริง โดยเขาสอบวุฒิแบคคาลอเรอัต (เทียบเท่ามัธยมปลาย) จบก่อนกำหนด 1 ปี ตั้งแต่อายุ 16 และยังได้เกียรตินิยมอีกด้วย ปัจจุบันเจ้าตัวกำลังเรียนปริญญาด้านคณิตศาสตร์แบบออนไลน์ควบคู่ไปกับการเป็นนักเตะอาชีพ
เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ L’Équipe ว่า
“มันเป็นวิธีให้ผมได้พักหัวจากฟุตบอล ไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับมันตลอดเวลา และช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น”
ความเป็น “มิดฟิลด์มันสมอง” แบบนี้คือโปรไฟล์ที่โค้ชชั้นนำชื่นชอบ เพราะแปลว่าเขาสามารถปรับตัวเข้ากับแท็กติกระดับสูงได้รวดเร็ว
เส้นทางกับทีมชาติชุดเล็กและยุโรป
ในสนามยุโรป บูอัดดี้ลงเล่นเกมที่ 20 ในถ้วยยุโรปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์เกินวัย แม้จะเคยโดนใบแดงในเกมพบ ยัง บอยส์ แต่ฟอร์มโดยรวมก็ยังมั่นคง และไม่มีอะไรหยุดการเติบโตของเขาได้
กับทีมชาติฝรั่งเศส U21 เขาติดไปแล้ว 8 นัด และประเดิมสกอร์แรกในเกมถล่มหมู่เกาะแฟโร 6-0 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ชื่อของบูอัดดี้ถูกพูดถึงในฐานะ “ว่าที่ตัวหลักของตราไก่ชุดใหญ่” มาพักใหญ่แล้ว และ ณ ตอนนี้ เส้นทางสู่ทีมชาติชุดใหญ่ดูจะชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา
2) เลนี่ โยโร่ (Leny Yoro) – ปราการหลังอนาคตไกลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ยักษ์อังกฤษลงทุน 60 ล้านยูโรกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 20
เลนี่ โยโร่ คืออีกหนึ่งผลผลิตจากลีลล์ ที่ต่อยอดเส้นทางอาชีพด้วยการย้ายมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลราว 60 ล้านยูโรเมื่อซัมเมอร์ 2024 กำเนิดจากชานกรุงปารีสเช่นกัน และถูกมองว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟสไตล์ใหม่ที่ผสมความแข็งแกร่งกับความนิ่งเยือกเย็นได้อย่างลงตัว
ฤดูกาลแรกในอังกฤษ เขาได้ลงตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก เพียง 12 นัด เพราะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องพักยาวกว่า 4 เดือน แต่กลับมาในซีซันล่าสุด กองหลังร่างสูง 1.90 เมตรรายนี้ได้ลงเล่นครบทั้ง 18 นัดแรกของลีก และออกสตาร์ตไปถึง 11 เกม แสดงให้เห็นว่าร่างกายกลับมาสมบูรณ์และพร้อมไล่ล่าความสำเร็จเต็มตัว
ผู้นำแนวรับตัวจริงในทีมชาติ U21
ในระดับทีมชาติ เลนี่ โยโร่ กลายเป็นเสาหลักของฝรั่งเศส U21 ไปเรียบร้อยแล้ว เชรัลด์ บาติกล์ เฮดโค้ชทีมชุดเล็ก ถึงกับชื่นชมผ่าน L’Équipe ว่า
“He’s an exemplary leader and he embraces that responsibility within the group,”
“เขาเป็นผู้นำที่มีวินัยแบบอย่าง และยอมรับหน้าที่ความรับผิดชอบในทีมอย่างเต็มใจ”
เมื่อมองไปที่แนวรับทีมชาติชุดใหญ่ ที่มีทั้งวิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ และอิบราฮิมา โกนาเต้ การมีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอย่างโยโร่เพิ่มเข้ามา จะยิ่งยกระดับการแข่งขันภายในทีมให้เดือดขึ้นไปอีกขั้น หากเขายืนระยะโชว์ฟอร์มดีในลีกที่แข็งที่สุดลีกหนึ่งของโลกต่อไปได้ กุนซือคนใหม่ของฝรั่งเศสแทบไม่มีเหตุผลอะไรจะมองข้ามชื่อเขา
3) วิลสัน โอโดแบร์ (Wilson Odobert) – ตัวรุกกระชากสปีดของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
จากอะคาเดมี PSG สู่แชมป์ยูโรปาลีก
โอโดแบร์เติบโตมาจากอะคาเดมีของปารีส ก่อนเริ่มต้นอาชีพกับทรัวส์ในปี 2022 จากนั้นย้ายไปแจ้งเกิดในอังกฤษกับเบิร์นลีย์ และล่าสุดกำลังไต่ระดับขึ้นมาเป็นตัวรุกที่แฟนสเปอร์สจับตามองที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
เขามีส่วนสำคัญช่วย “ไก่เดือยทอง” คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนจะต่อยอดฟอร์มร้อนแรงในเวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลถัดมา โดยได้ออกสตาร์ต 4 จาก 6 เกมรอบแบ่งกลุ่ม และยิงประตูแรกในถ้วยใหญ่ยุโรปได้ในเกมต้อนเอฟซี โคเปนเฮเก้น 4-0 เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน
บทบาทในทีมชาติชุดเล็กและจุดขายในสนาม
แม้โอกาสลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก จะยังไม่ได้ต่อเนื่องมากนักหลังย้ายมา แต่โอโดแบร์กลับใช้เวลาทุกนาทีคุ้มค่า พัฒนาตัวเองเคียงข้างบรรดาสตาร์ระดับท็อปของโลกอย่างต่อเนื่อง
ในทีมชาติฝรั่งเศส U21 เขาคือแข้งตัวรุกคนสำคัญ ยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงเล่น 16 นัด จุดเด่นคือสปีดต้นจัด ความแข็งแรง และการจบสกอร์เฉียบคม เกมพบเอสโตเนียเมื่อกลางเดือนตุลาคม เขาซัดคนเดียวสองประตูในชัยชนะ 6-1 แบบขาดลอย
บาติกล์เคยยกย่องลูกทีมรายนี้เอาไว้ว่า
“วิลสันคือผู้นำในสนามด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาเติมพลังให้ทีมทั้งตอนพาบอลไปเอง จังหวะจ่ายบอล และการวิ่งหาพื้นที่”
ด้วยโปรไฟล์ตัวรุกริมเส้นที่ครบเครื่องทั้งสปีดและพลัง โอโดแบร์คืออีกหนึ่งชื่อที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการยกระดับเกมรุกตราไก่ในยุคหลังบอลโลก
4) เอลี จูเนียร์ กรูปี (Eli Junior Kroupi) – ดาวยิงสุดคมจากลอริยองต์สู่บอร์นมัธ
ดาวซัลโวลีกเดอซ์ที่พร้อมท้าทายพรีเมียร์ลีก
เอลี จูเนียร์ กรูปี คือกองหน้าวัย 19 ปีที่ทำผลงานร้อนแรงชนิดต้องหันมามอง เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกเดอซ์ พร้อมตำแหน่งดาวซัลโวด้วยผลงาน 22 ประตูในฤดูกาล 2024-25 ให้กับลอริยองต์ ผลงานดังกล่าวส่งเขาขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในยุโรป
จากฟอร์มสุดจัดนี้ ทำให้บอร์นมัธในอังกฤษไม่รอช้า ปิดดีลคว้าตัวมาร่วมทัพล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้พร้อมขึ้นมาล่าตาข่ายในลีกระดับท็อปของยุโรป
เขายอมรับกับ AFP ว่า
“ผมพร้อมจะทุ่มสุดตัวและลุยให้หนักกว่าเดิม”
ปรับตัวสำเร็จและเริ่มยิงประตูต่อเนื่อง
หลังช่วงปรับตัวกับชีวิตใหม่ในอังกฤษ กรูปีเริ่มกลับมาเป็นเวอร์ชันโหดที่คุ้นเคย ระหว่างเดือนตุลาคมถึงกลางธันวาคม เขาซัดไป 4 ประตูจาก 8 นัดใน พรีเมียร์ลีก รวมถึงประตูตีเสมอในเกมสุดมัน 4-4 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม
ผลงานในทีมชาติ U21 ก็ไม่ธรรมดา ยิงไป 3 ประตูจากเพียง 5 นัด และกำลังกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบของบาติกล์ โค้ชทีมชุดเล็กให้คำจำกัดความสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า
“เขามีคาแรกเตอร์ที่ชัด รู้ว่าตัวเองอยากไปให้ถึงตรงไหน และไม่เคยลังเลในเส้นทางของตัวเอง”
ด้วยสัญชาติญาณดาวยิง และความมั่นใจเกินวัย กรูปีคือกองหน้าที่พร้อมต่อคิวลุ้นเบียดขึ้นไปเป็นอีกหนึ่งอ็อปชันในแดนหน้าของฝรั่งเศสยุคใหม่
5) เซนนี่ มายูลู (Senny Mayulu) – อเนกประสงค์ตัวรุกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ดาวรุ่งที่ “เล่นเหมือนรุ่นใหญ่” ในสายตาหลุยส์ เอ็นริเก้
เซนนี่ มายูลู คือหนึ่งในดาวรุ่งที่แจ้งเกิดแบบก้าวกระโดดกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่และโชว์ให้เห็นว่า “เกมใหญ่ไม่ใช่ปัญหา” หลังยิงประตูปิดกล่องในนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ช่วยให้เปแอสเชถล่มอินเตอร์ 5-0
ไม่เพียงเท่านั้น ในศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2025 ที่ลอสแอนเจลิส เขายังยิงได้อีกในเกมถล่มแอตเลติโก มาดริด 4-0 แสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่เกร็งแม้เจอเวทีระดับโลก
โค้ชอย่างหลุยส์ เอ็นริเก้ ถึงกับเอ่ยปากว่า
“ผมรักเขาในฐานะนักเตะคนหนึ่ง มันเหมือนดูผู้เล่นรุ่นใหญ่ลงเล่น เขาให้สิ่งต่างๆ กับทีมเราเยอะมากจริงๆ” ฟาเบียน รุยซ์ ก็ยืนยันคำพูดนี้เช่นกัน
การเล่นได้หลายตำแหน่งและความพร้อมสู่ทีมชาติชุดใหญ่
จุดเด่นมหาศาลของมายูลูคือ “ความสารพัดประโยชน์” เขาเล่นได้ทั้งฟอลส์ไนน์ มิดฟิลด์ตัวรุก ไปจนถึงบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ในแดนกลาง ตัวเลขในลีกบอกชัด – ยิงไป 2 ประตู จ่ายอีก 2 แอสซิสต์ พร้อมทั้งทำประตูสำคัญในเกมบุกชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ในแชมเปียนส์ลีกเมื่อ 1 ตุลาคม
ฟอร์มดังกล่าวทำให้บาติกล์เรียกเขาตติดฝรั่งเศส U21 เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน และจากแนวโน้มการพัฒนาที่ไม่หยุด คงไม่น่าแปลกใจเลยหากชื่อของมายูลูจะไปโผล่อยู่ในลิสต์ชุดใหญ่ทันทีที่ฝรั่งเศสเปิดยุคหลังฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ
ทำไม 5 คนนี้ถึงสำคัญต่อ “ยุคใหม่” ของตราไก่
สิ่งที่เหมือนกันของบูอัดดี้, โยโร่, โอโดแบร์, กรูปี และมายูลู คือ “การยืนระยะในระดับสูง” ตั้งแต่อายุยังน้อย ทุกคนต่างเล่นให้สโมสรในลีกชั้นนำ ยืนตัวจริงในเกมใหญ่ และรับมือกับความกดดันต่อหน้าแฟนบอลจำนวนมากได้สบาย
ในเชิงแท็กติก ทั้ง 5 รายยังเติมเต็มทุกโซนของสนาม
- แดนกลางได้มิดฟิลด์มันสมองอย่างบูอัดดี้
- แนวรับมีผู้นำเกมรับรุ่นใหม่อย่างโยโร่
- เกมรุกริมเส้นได้สปีดและความดุดันจากโอโดแบร์
- ตำแหน่งศูนย์หน้ามีจอมถล่มตาข่ายอย่างกรูปี
- ส่วนมายูลูคือจิ๊กซอว์อเนกประสงค์ที่โค้ชคนไหนได้ไปก็มีตัวเลือกแท็กติกเพิ่มทันที
เมื่อรวมเข้ากับแกนหลักเดิมอย่างดาวดังที่แฟนบอลรู้จักกันดี การดัน 5 ดาวรุ่งนี้ขึ้นทีมชาติชุดใหญ่จะยิ่งทำให้ฝรั่งเศสมีมิติการเล่นหลายแบบ ยืดหยุ่น และหมุนเวียนนักเตะได้ลึกกว่าที่เคย
ระบบเยาวชนฝรั่งเศส – โรงงานผลิตสตาร์ที่ไม่เคยหยุดเดิน
สิ่งที่ทำให้ชื่อของดาวรุ่งฝรั่งเศสผุดขึ้นมาเรื่อยๆ แบบไม่ขาดสาย คือโครงสร้างฟุตบอลระดับเยาวชนที่วางเอาไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งอะคาเดมีประจำสโมสร ศูนย์ฝึกของสหพันธ์ฟุตบอล และการสร้างเส้นทางชัดเจนตั้งแต่ทีม U17, U19 จนถึง U21
ลีกในประเทศอย่าง ลีกเอิง และลีกเดอซ์ ยังเปิดโอกาสให้แข้งวัยทีนลงเล่นจริง ไม่ใช่แค่เก็บไว้ซ้อมข้างสนาม ทำให้ผู้เล่นอย่างบูอัดดี้หรือกรูปีได้เก็บชั่วโมงบินตั้งแต่ยังไม่ถึง 20 ปี พอย้ายไปเล่นในลีกใหญ่หรือทีมใหญ่ ก็ไม่รู้สึกว่าก้าวกระโดดเกินไป
สำหรับแฟนบอลชาวไทย นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เราจึงเห็นชื่อดาวรุ่งฝรั่งเศสโผล่มาสร้างเรื่องราวใหม่ให้พูดถึงอยู่เสมอ และ 5 คนในลิสต์นี้ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเป็น “หน้าใหม่” ของทัพตราไก่ในปี 2026
มองไปข้างหน้า – แฟนบอลรอวันแจ้งเกิดบนเวทีทีมชาติ
ปี 2026 จะไม่ใช่แค่ปีที่ฝรั่งเศสปิดฉากยุคของเดช็องส์ แต่ยังเป็นปีที่แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นเค้าโครงยุคใหม่ของทัพตราไก่ชัดเจนมากขึ้น กุนซือคนใหม่จะเลือกใช้บริการใครบ้างจากห้าแข้งนี้ อาจขึ้นอยู่กับฟอร์มในสโมสร ร่างกาย และแนวทางฟุตบอลที่เขาต้องการสร้าง
แต่ไม่ว่าจะเป็นใครที่ได้ก้าวขึ้นไปก่อน บูอัดดี้, โยโร่, โอโดแบร์, กรูปี และมายูลู ได้ส่งสัญญาณแล้วว่า “พวกเขาพร้อม” ทั้งในแง่ฝีเท้า คาแรกเตอร์ และประสบการณ์เกมใหญ่
แฟนบอลรอลุ้นไปด้วยกัน ติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ บ้านกีฬา
สำหรับคอลูกหนังชาวไทยที่อยากตามดูว่าดาวรุ่งตราไก่เหล่านี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในปี 2026 และใครจะเป็นคนที่ได้ประเดิมสนามให้ ทีมชาติฝรั่งเศส ก่อนกัน บ้านกีฬา จะคอยอัปเดตทุกก้าวสำคัญจากลีกใหญ่ยุโรป ทั้งข่าวในสนาม ข่าวนอกสนาม และมุมมองเชิงลึกสไตล์นักข่าวกีฬาให้คุณไม่พลาดทุกประเด็นเด็ด
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะการแจ้งเกิดของว่าที่สตาร์ลูกหนังยุคใหม่ อย่าลืมติดตามข่าวบอลมันส์ๆ และบทวิเคราะห์จัดหนักได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

