ล่าตำนานสถิติบอลโลก เมสซี-โด้-เอ็มบัปเป้ ใครจารึกชื่อบนยอดประวัติศาสตร์

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ผู้นำขบวนล่าตำนานในเวทีฟุตบอลโลก

ทุกครั้งที่ศึก ฟุตบอลโลก กลับมา มันไม่ใช่แค่เรื่อง “ใครจะได้แชมป์” แต่คือเวทีให้สุดยอดนักเตะและกุนซือแย่งกันจารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วย สถิติฟุตบอลโลก ที่มีแค่ไม่กี่คนบนโลกใบนี้จะเอื้อมถึง รอบนี้บรรดาซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คีเลียน เอ็มบัปเป้, แฮร์รี เคน, ลูก้า โมดริช, ติโบต์ กูร์กตัวส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด รวมถึงดาวรุ่งไฟแรงอย่าง ลามีน ยามาล ต่างมีโอกาสไล่ล่าสถิติระดับตำนานกันแบบพร้อมหน้า ขณะที่ฝั่งกุนซือก็มี ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กับบรรดาโค้ชจอมเก๋าที่พร้อมจารึกเลขใหม่เช่นกัน

ด้านล่างนี้คือภาพรวมของสถิติสำคัญที่กำลังถูกไล่ล่า ว่าใครถือครองอยู่ และใครกำลังจ่อแซงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งถัดไป

โค้ชอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

สถิติปัจจุบัน: อ็อตโต้ เรห์ฮาเกล – 71 ปี
ผู้ท้าชิง: เมียร์เชีย ลูเชสคู (80), ดิค อัดโฟคาท (78), ฮูโก้ บรูส (74)

อ็อตโต้ เรห์ฮาเกล หรือ “คิง อ็อตโต้” เคยสร้างมาตรฐานไว้สูงลิบ เมื่อพากรีซลงสนามพบทีมชาติอาร์เจนตินาของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ตอนอายุ 71 ปี หากครั้งนี้ เมียร์เชีย ลูเชสคู ฉายา “The Light” พาโรมาเนียฝ่าด่านเพลย์ออฟของยูฟ่า (เส้นทาง Path C ที่ต้องเจอกับตุรกีในรอบรองฯ) ไปได้ และตีตั๋วเข้าไปอยู่กลุ่ม A ร่วมกับออสเตรเลีย, ปารากวัย และสหรัฐอเมริกา เขาจะมีอายุเกือบ 81 ปี กลายเป็นโค้ชที่แก่ที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลกทันที

ด้าน “The Little General” ดิค อัดโฟคาท ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเขาพาทีมชาติคูราเซาสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก และถ้าได้ยืนคุมทีมสู้กับเยอรมนี, เอกวาดอร์ และโกตดิวัวร์ ในกลุ่ม E เขาจะมีอายุแตะ 79 ปี ส่วนฮูโก้ บรูส กุนซือแอฟริกาใต้ ก็จะมีอายุ 74 ปีในรอบสุดท้าย เรียกได้ว่าโค้ชรุ่นเดอะพร้อมแย่งตำแหน่ง “คุณปู่ข้างสนาม” อย่างสนุก

ดาวยิงรอบน็อกเอาต์อายุมากที่สุด

สถิติปัจจุบัน: เปเป้ – 39 ปี
ผู้ท้าชิง: คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (41), ลูก้า โมดริช (40), เอดิน เชโก้ (40)

เปเป้ เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมเก๋าของโปรตุเกส ครองสถิตินักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงประตูได้ในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกที่ 39 ปี แต่คนที่พร้อมมาท้าชิงมีแต่ชื่อระดับ “พระกาฬ” ทั้งนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มักเรียกเปเป้ว่าเป็น “พี่ชาย” ในห้องแต่งตัว อาจต้องการสถิตินี้มาไว้เรียกเสียงฮาและเพิ่มเกียรติยศให้ตัวเองอีกหนึ่งดอก เขาจะอายุ 41 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ และถ้ายังมีชื่อในทัวร์นาเมนต์พร้อมยิงในรอบน็อกเอาต์ สถิติก็พร้อมถูกเขย่า

ลูก้า โมดริช ที่เพิ่งฉลองอายุ 40 ปีไปไม่นาน ก็อยู่ในกลุ่มล่าประวัติศาสตร์เช่นกัน จุดที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ทั้งโรนัลโด้และโมดริชยังไม่เคยยิงประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเลยแม้แต่ลูกเดียว ถ้าใครคนใดคนหนึ่งปลดล็อกได้ สถิตินี้อาจเปลี่ยนมือ ส่วน เอดิน เชโก้ หากพาบอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่าผ่านเพลย์ออฟสาย A ได้สำเร็จ และไปยิงได้ในรอบน็อกเอาต์ตอนอายุ 40 ปี ก็พร้อมจารึกชื่อเคียงข้าง

กุนซือที่คุมทีมในฟุตบอลโลกมากที่สุด

สถิติปัจจุบัน: เฮลมุท เชิน – 25 นัด
ผู้ท้าชิง: ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ – 19 นัด

เฮลมุท เชิน ฉายา “The Tall Man” ครองสถิตินี้มายาวนานกว่า 50 ปี หลังรับช่วงต่อมาจากอาจารย์อย่าง เซ็ปป์ แฮร์แบร์เกอร์ ตั้งแต่ยุคเยอรมนีตะวันตก ส่วน ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสคนปัจจุบัน กำลังเดินไล่ตามอย่างใจเย็น ถ้า “เดเด้” พาเลส์บลูส์ไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ เขาจะทำสถิติเทียบเท่าเชินที่ 25 นัด และถ้าทะลุถึงรอบรองชนะเลิศหรือไกลกว่านั้น เขาจะขึ้นแท่นกุนซือที่คุมทีมในฟุตบอลโลกมากที่สุดทันที

นอกจากนี้ เดส์ชองส์ยังต้องการชัยชนะอีกเพียงสามนัด เพื่อแซงเฮลมุท เชิน ขึ้นเป็นโค้ชที่เก็บชัยชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เรียกว่าถ้าฝรั่งเศสวิ่งแรงอีกสักหนึ่งทัวร์นาเมนต์ เราอาจได้เห็นชื่อของเดส์ชองส์พุ่งขึ้นไปยึดสองสถิติใหญ่ในคราวเดียว

เจ้าของรางวัล adidas Golden Ball ที่อายุน้อยที่สุด

สถิติปัจจุบัน: โรนัลโด้ (บราซิล) – 21 ปี
ผู้ท้าชิง: ดาวรุ่งหลายราย

โรนัลโด้ “O Fenômeno” เคยคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ หรือ adidas Golden Ball ในฟุตบอลโลก 1998 ตอนอายุเพียง 21 ปี ด้วยลีลาดริบเบิลสุดโหด แอสซิสต์ 3 ลูก และยิงเองอีก 4 ประตู กลายเป็นภาพจำคลาสสิกของแฟนบอลทั่วโลก

ในยุคปัจจุบัน ดาวรุ่งยุคใหม่อย่าง ฟรังโก มาสตันตูโอโน, ลามีน ยามาล, เอสเตวาว และ เดซีเร ดูเอ ต่างถูกจับตามองว่ามีโอกาสก้าวขึ้นมาล้มสถิติโรนัลโด้ หากพาทีมไปไกลและขโมยซีนในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ด้วยฟอร์มร้อนแรง

ผู้เล่นที่เก็บชัยชนะมากที่สุดในฟุตบอลโลก

สถิติปัจจุบัน: มิโรสลาฟ โคลเซ่ – 17 นัด
ผู้ท้าชิง: ลิโอเนล เมสซี – 16 นัด

มิโรสลาฟ โคลเซ่ แย่งสถิตินี้มาจาก กาเฟู หลังเยอรมนีคว้าแชมป์โลกที่บราซิล 2014 จากลูกวอลเลย์ประตูชัยของ มาริโอ เกิทเซ่ ในนัดชิงที่มาราคาน่า ปัจจุบัน ลิโอเนล เมสซี ตามหลังอยู่แค่เกมเดียว และมีโอกาสแซงในรอบแบ่งกลุ่มได้เลย หากอาร์เจนตินาเก็บชัยชนะจากการเจอกับแอลจีเรีย, ออสเตรีย และจอร์แดนได้แบบครบถ้วน

ถ้า “ฟ้าขาว” เดินเครื่องเต็มสูบอย่างที่เคยทำในกาตาร์ สถิตินี้อาจกลับมาครองโดยตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้อีกครั้ง

ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก

สถิติปัจจุบัน: มิโรสลาฟ โคลเซ่ – 16 ประตู
ผู้ท้าชิง: ลิโอเนล เมสซี (13), คีเลียน เอ็มบัปเป้ (12), แฮร์รี เคน (8), เนย์มาร์ (8), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (8)

โคลเซ่เคย “บุกบ้าน” บราซิลไปทำแสบ ด้วยการยิงแซง โรนัลโด้ ในฟุตบอลโลก 2014 นัดที่เยอรมนีถล่มเจ้าภาพไป 7-1 จนขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุด 16 ประตู แต่ตอนนี้สถิติดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน เมสซี ยิงไปแล้ว 13 ประตู ขณะที่เอ็มบัปเป้ตามมาติดๆ ที่ 12 ลูก แถมผลงานสุดโหดคือยิง 11 ประตูจาก 11 นัดหลังสุดในเวทีฟุตบอลโลก

หากเอ็มบัปเป้ปล่อยของแบบเดิม หรือเมสซียังรักษาฟอร์มการจบสกอร์ได้เฉียบคมเหมือนในกาตาร์ เราอาจเห็นการเปลี่ยนมือของราชาประตูบอลโลกในทัวร์นาเมนต์เดียว นอกจากนี้ แฮร์รี เคน, เนย์มาร์ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ต่างยิงไปแล้ว 8 ประตู ก็ยังอยู่ในเกม หากใครสักคน “ระเบิดฟอร์ม” เก็บสกอร์เป็นกอบเป็นกำในทัวร์นาเมนต์เดียว ก็มีลุ้นขึ้นมาเบียดเช่นกัน

ซูเปอร์ซับที่ลงสนามสำรองมากที่สุด

สถิติปัจจุบัน: เดนิลสัน – 11 นัด
ผู้ท้าชิง: มาร์คัส แรชฟอร์ด – 9 นัด

เดนิลสัน ปีกพริ้วทีมชาติบราซิล ถูกจดจำในฐานะ “อาวุธลับ” ที่ถูกส่งลงจากม้านั่งใน 11 จาก 12 เกมที่ลงเล่นในฟุตบอลโลก กลายเป็นสถิติซูเปอร์ซับอันดับหนึ่งที่ยังไม่มีใครโค่น

ฝั่งอังกฤษ มาร์คัส แรชฟอร์ด กำลังไล่จี้อยู่ที่การลงสนามในฐานะตัวสำรอง 9 นัด และจากฟอร์มการเล่นในทีมชาติช่วงหลังที่เจ้าตัวถูกใช้เป็นอาวุธสำรองใน 4 จาก 6 เกมล่าสุด หากถูกส่งลงไปพลิกเกมในฟุตบอลโลกต่อเนื่อง สถิตินี้ก็อาจขยับเข้าใกล้เดนิลสันแบบหายใจรดต้นคอ

นายด่านที่เก็บคลีนชีตมากที่สุด

สถิติปัจจุบัน: ปีเตอร์ ชิลตัน และ ฟาเบียน บาร์กเตซ – 10 คลีนชีต
ผู้ท้าชิง: ติโบต์ กูร์กตัวส์ – 7 คลีนชีต

ปีเตอร์ ชิลตัน ครองสถิติคลีนชีตบอลโลกตั้งแต่ปี 1990 ก่อนที่ฟาเบียน บาร์กเตซ จะขึ้นมาจับมือร่วมเป็นเจ้าของสถิติในปี 2006 ปัจจุบัน ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารร่างโย่งสูง 6 ฟุต 7 นิ้วของเบลเยียม ทำไปแล้ว 7 คลีนชีต และยังมีโอกาสเพิ่มตัวเลขได้ในรอบแบ่งกลุ่ม หากเบลเยียมรับมืออียิปต์, อิหร่าน และนิวซีแลนด์ได้อย่างเหนียวแน่นในกลุ่ม G

กูร์กตัวส์ลงเล่นฟุตบอลโลกไปแล้ว 15 นัด และขยับเข้าใกล้สถิติผู้รักษาประตูที่ลงเล่นมากที่สุดของ ฮูโก้ โยริส ซึ่งทำไว้ 20 นัด หากยังยึดมือหนึ่งทีมชาติและพาเบลเยียมเข้ารอบลึก ๆ ทั้งสถิติคลีนชีตและจำนวนนัดลงเล่นก็พร้อมถูกขยับขึ้นอีกขั้น

ขาประจำฟุตบอลโลก – ผู้เล่นที่ร่วมศึกหลายสมัยที่สุด

สถิติปัจจุบัน (ร่วมกัน): อันโตนิโอ คาร์บาฆาล, อันเดรส กวาร์ดาโด, ราฟา มาร์เกซ, โลธาร์ มัทเธอุส, ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – คนละ 5 สมัย
ผู้ท้าชิง: เมสซี, โรนัลโด้ (ไปต่อจาก 5 สมัยเดิม)

กลุ่ม “มนุษย์บอลโลก 5 สมัย” ตอนนี้มีอยู่หกคน โดยสองรายที่ยังค้าแข้งอยู่คือ เมสซี และโรนัลโด้ หากทั้งคู่ยังมีชื่อไปเล่นฟุตบอลโลกในอเมริกาเหนืออีกครั้ง พวกเขาจะกลายเป็นเจ้าของสถิติเดี่ยวทันทีในฐานะผู้เล่นที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกมากสมัยที่สุด

สำหรับแฟนบอล นี่คือบทพิสูจน์ความยืนยาวระดับเหนือมนุษย์ของสองตำนานร่วมสมัย ที่ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ยืนระยะบนเวทีสูงสุดของโลกได้นานกว่าทุกคนที่เคยมีมา

นักเตะที่เข้าชิงฟุตบอลโลกมากครั้งที่สุด

สถิติปัจจุบัน: กาเฟู – 3 ครั้ง
ผู้ท้าชิง: คีเลียน เอ็มบัปเป้, ลิโอเนล เมสซี – คนละ 2 ครั้ง

กาเฟู ฉายา “The Express Train” เคยพาทีมชาติบราซิลเข้าชิงฟุตบอลโลกถึงสามสมัย (1994, 1998, 2002) โดยปี 1994 เขาลงสนามในฐานะตัวสำรองแทนจอร์จินโญ่ ส่วน เปเล่ แม้จะคว้าแชมป์โลกได้ถึงสามสมัย แต่พลาดลงเล่นนัดชิงปี 1962 ที่ชิลีเพราะอาการบาดเจ็บ

เมสซีเคยนำอาร์เจนตินาเข้าไปเล่นนัดชิงในปี 2014 และ 2022 ขณะที่เอ็มบัปเป้ก็พาฝรั่งเศสเข้าชิงสองครั้งติดในปี 2018 และ 2022 หากใครคนใดคนหนึ่งพาทีมกลับไปชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง จะขึ้นมาเทียบสถิติกาเฟูทันที ที่สำคัญ หากเมสซีได้เข้าชิงอีกหน เขาจะเล่นนัดชิงฟุตบอลโลกห่างกันถึง 12 ปี เทียบชั้นสถิติระยะห่างยาวนานแบบเดียวกับที่เคยพูดถึงเปเล่

เจ้าพ่อแฮตทริกหลายทัวร์นาเมนต์

สถิติปัจจุบัน: กาเบรียล บาติสตูต้า – ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลก 2 สมัย
ผู้ท้าชิง: แฮร์รี เคน, คีเลียน เอ็มบัปเป้, กอนซาโล่ รามอส, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – ทำมาแล้วคนละ 1 แฮตทริก

กาเบรียล บาติสตูต้า หรือ “บาติสตูต้า” คือเจ้าของสถิติแฮตทริกในฟุตบอลโลกถึงสองสมัย ทำให้ชื่อของเขายังถูกพูดถึงทุกครั้งที่มีคนยิงสามลูกในนัดเดียวบนเวทีนี้

ตอนนี้มีสี่คนที่ยิงแฮตทริกในบอลโลกมาแล้วหนึ่งครั้ง และรอวันไล่ล่า ได้แก่ แฮร์รี เคน, คีเลียน เอ็มบัปเป้, กอนซาโล่ รามอส และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หากใครเพิ่มได้อีกหนึ่งครั้งก็จะบีบให้ “บาติกอล” ต้องแบ่งสถิติกับพวกเขาทันที ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ กรณีของเอ็มบัปเป้ หากเขายิงสามประตูตั้งแต่นัดเปิดสนามที่ฝรั่งเศสเจอกับเซเนกัล เขาจะทำสถิติสวย ๆ เพิ่มเติมด้วยการยิงแฮตทริกสองเกมติดในฟุตบอลโลก เทียบเท่าตำนานอย่าง แซนดอร์ ค็อกซิช และ แกร์ด มุลเลอร์

เกร็ดสถิติบอลโลกที่แฟนบอลไม่ควรมองข้าม

สถิติเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขสวย ๆ บนหน้ากระดาษ แต่มันคือภาพจำที่เล่าเรื่องยุคสมัยของฟุตบอลอย่างชัดเจน ช่วงเวลาของเปเล่, มาราโดน่า, ซีดาน, จนถึงยุคของเมสซีและโรนัลโด้ ล้วนถูกยืนยันด้วยทั้งแชมป์และสถิติส่วนตัวที่ยากจะมีใครทำซ้ำได้ง่าย ๆ สำหรับแฟนบอลไทย การติดตามสถิติบอลโลกช่วยให้มองเกมลึกขึ้น เห็นพัฒนาการของนักเตะและกุนซือ และเข้าใจมากขึ้นว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่าง “นักเตะเก่ง” กับ “นักเตะระดับตำนาน”

มุมมอง บ้านกีฬา ต่อศึกแย่งบัลลังก์สถิติโลก

สำหรับ บ้านกีฬา แล้ว ศึกฟุตบอลโลกครั้งต่อไปไม่ใช่แค่การหาว่าใครจะชูถ้วยเท่านั้น แต่คือเวทีพิสูจน์บทสุดท้ายของตำนานอย่างเมสซีและโรนัลโด้ พร้อม ๆ กับการผงาดของคลื่นลูกใหม่อย่างเอ็มบัปเป้และลามีน ยามาล ที่พร้อมจะแทรกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ทุกแอ็กชันไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือโอกาสเขียนสถิติหน้าใหม่ให้โลกต้องจดจำ

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวใหญ่ สถิติเดือด และมุมมองแบบจัดเต็ม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา