⚽ สงครามค่าเหนื่อยแข้งผู้ดี – เคนยังไล่ไม่ทันโทนีย์
ตลาดค่าเหนื่อยของ นักเตะอังกฤษ ยุคใหม่เดือดกว่าในสนามเสียอีก และจากการตีแผ่ข้อมูลล่าสุดของเว็บไซต์เชิงสถิติด้านสัญญาและการเงินลูกหนังอย่าง Capology ทำให้แฟนบอลต้องขยี้ตาดูอีกรอบ เมื่อชื่อของ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ และดาวยิงของ บาเยิร์น มิวนิค ยังไม่ใช่แข้งผู้ดีที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดอย่างที่หลายคนคิด
ข้อมูลชุดล่าสุดเผยให้เห็นชัดว่า บรรดาซูเปอร์สตาร์สายเลือดอังกฤษกำลังกวาดรายได้ระดับมหาศาลจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปและตะวันออกกลาง และทำให้การจัดอันดับค่าแรงกลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิดราม่านอกสนามที่แฟนบอลให้ความสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขัน
💸 ดีลโทนีย์สู่ซาอุฯ เปลี่ยนสมดุลค่าเหนื่อยแข้งอังกฤษ
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การย้ายทีมของ ไอแวน โทนีย์ อดีตกองหน้าตัวเก่งของเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งตัดสินใจออกจากพรีเมียร์ลีกไปหากินใน ซาอุดิ อาระเบีย เมื่อปี 2024 ด้วยการเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปีกับสโมสร อัล อาห์ลี
ดีลนี้ไม่ใช่แค่ย้ายลีก แต่คือการเปลี่ยนชั้นฐานรายได้ของเจ้าตัวแบบก้าวกระโดด เพราะ Capology ระบุว่า โทนีย์รับค่าเหนื่อยสูงถึงสัปดาห์ละ 425,000 ปอนด์ (ราว 17.8 ล้านบาท) ทำให้เขาก้าวขึ้นมายืนหนึ่งในฐานะนักเตะสัญชาติอังกฤษที่รับทรัพย์ต่อสัปดาห์สูงที่สุดในโลกฟุตบอล ณ เวลานี้ และกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “ข้อเสนอจากตะวันออกกลาง” ที่ยากจะปฏิเสธสำหรับแข้งระดับท็อป
🏆 เคนจ่อบัลลังก์แต่ยังไม่แซง – ท็อป 4 เล่นต่างแดนทั้งหมด
ฝั่งของ เคน แม้จะถูกมองว่าเป็นแข้งอังกฤษตัวท็อปทั้งในแง่ฝีเท้าและสถานะสตาร์ระดับโลก แต่ค่าเหนื่อยจากต้นสังกัดใน บุนเดสลีกา ยังทำได้เพียงรั้งอันดับสองเท่านั้น โดยหัวหอกทีมชาติอังกฤษรับอยู่ที่ 416,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ราว 17.4 ล้านบาท) กับการเป็นสตาร์เบอร์หนึ่งของเสือใต้
ที่น่าสนใจคือ จากการจัดอันดับท็อป 4 นักเตะเลือดผู้ดีที่รับค่าแรงสูงสุด ทุกคนล้วนค้าแข้งนอกพรีเมียร์ลีกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โทนีย์ ในซาอุฯ, เคน ในเยอรมนี, จู๊ด เบลลิ่งแฮม จอมทัพอนาคตไกลในสีเสื้อ เรอัล มาดริด หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ย้ายไปเริ่มบทใหม่กับบาร์เซโลน่า สะท้อนว่าแข้งอังกฤษยุคนี้กล้าข้ามคอมฟอร์ตโซน ออกไปไล่ล่าทั้งความสำเร็จและค่าเหนื่อยในลีกต่างแดนมากขึ้นเรื่อยๆ
🧱 เกฮีดีลเขย่าตลาด – กองหลังทีมชาติอังกฤษขึ้นหิ้งรับทรัพย์
อีกหนึ่งชื่อที่ทำให้แฟนบอลต้องหันมามองคือ มาร์ค เกฮี อดีตปราการหลังคริสตัล พาเลซ ที่เพิ่งย้ายไปสวมเสื้อ แมนฯ ซิตี้ และรับค่าเหนื่อยระดับ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ราว 12.6 ล้านบาท) ตัวเลขนี้ส่งให้เจ้าตัวทะยานขึ้นไปอยู่ในกลุ่มท็อปของทีมเรือใบสีฟ้าได้ทันที
ดีลของเกฮีสะท้อนเทรนด์สำคัญในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ว่า ไม่ได้มีแค่กองหน้าหรือเพลย์เมคเกอร์เท่านั้นที่แตะค่าเหนื่อยระดับมหาศาล แต่กองหลังระดับทีมชาติที่ผลงานคงเส้นคงวา ก็สามารถยกระดับมูลค่าตัวเองจนสโมสรยักษ์ใหญ่พร้อมทุ่มค่าแรงระดับหัวแถวของทีมได้เช่นกัน
📊 อังกฤษครองตลาด – สตาร์พรีเมียร์ลีกกระจายตัวตามยักษ์ใหญ่ยุโรป
หากมองภาพกว้างจะเห็นว่า แข้งอังกฤษจำนวนมากยังคงเป็นแกนหลักของทีมใหญ่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เดแคลน ไรซ์ และ บูคาโย่ ซาก้า ที่นำทัพ อาร์เซน่อล, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ รีซ เจมส์ ในฐานะแบ็กขวาระดับท็อปของโลก หรือ ฟิล โฟเด้น และ จอห์น สโตนส์ ที่เป็นเสาหลักของแมนฯ ซิตี้
สำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตาม พรีเมียร์ลีก เป็นหลัก การเห็นรายชื่อเหล่านี้ทยอยติดอันดับค่าแรงสูงสุดของแข้งผู้ดีจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะแทบทุกคนคือหน้าเดิมๆ ที่โผล่มาตามหน้าจอทุกสัปดาห์ และถูกพูดถึงในโลกโซเชียลอยู่ตลอดเวลา
📋 15 นักเตะอังกฤษที่รับค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์สูงที่สุด
อ้างอิงข้อมูลจาก Capology นี่คือรายชื่อ 15 แข้งสัญชาติอังกฤษที่รับทรัพย์ต่อสัปดาห์มากที่สุดในโลกฟุตบอลเวลานี้
- ไอแวน โทนีย์ (อัล อาห์ลี) 425,000 ปอนด์
- แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น) 416,000 ปอนด์
- จู๊ด เบลลิ่งแฮม (เรอัล มาดริด) 347,000 ปอนด์
- มาร์คัส แรชฟอร์ด (บาร์เซโลน่า) 325,000 ปอนด์
- มาร์ค เกฮี (แมนฯ ซิตี้) 300,000 ปอนด์
- บูคาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล) 300,000 ปอนด์
- เจดอน ซานโช่ (แอสตัน วิลล่า) 300,000 ปอนด์
- เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (เรอัล มาดริด) 278,000 ปอนด์
- รีซ เจมส์ (เชลซี) 250,000 ปอนด์
- จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้) 250,000 ปอนด์
- เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซน่อล) 240,000 ปอนด์
- ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้) 225,000 ปอนด์
- แจ็ค กรีลิช (เอฟเวอร์ตัน) 225,000 ปอนด์
- แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 190,000 ปอนด์
- เอเบเรชี่ เอเซ่ (อาร์เซน่อล) 180,000 ปอนด์
จากลิสต์นี้จะเห็นชัดว่า “เงิน” ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยดึงดูดและรั้งตัวสตาร์อังกฤษเอาไว้กับสโมสร ไม่ว่าพวกเขาจะเล่นในอังกฤษ, สเปน, เยอรมนี หรือซาอุฯ ก็ตาม
📚 ค่าเหนื่อยไม่ใช่แค่ตัวเลข – แต่คือพลังอำนาจในโลกฟุตบอลยุคใหม่
ในมุมของโลกฟุตบอลสมัยใหม่ ค่าเหนื่อยไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือการสะท้อน “มูลค่าทางกีฬาและการตลาด” ของนักเตะคนนั้นๆ สโมสรจึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างการมอบสัญญาก้อนโต กับการรักษาสมดุลการเงินตามกฎต่างๆ เช่น FFP เพราะหากจ่ายเกินตัว อาจส่งผลเสียในระยะยาว
สำหรับแฟนบอล การได้เห็นแข้งอังกฤษหลายคนไต่ระดับขึ้นมาอยู่หัวตารางค่าเหนื่อย ย่อมยืนยันถึงคุณภาพของนักเตะผู้ดีว่าพร้อมแบกภาระทั้งในสโมสรและทีมชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นอีกมุมให้พูดคุยถกเถียงกันสนุกๆ ว่าใคร “คุ้มค่า” หรือ “โอเวอร์เพย์” มากกว่ากันในสายตาคนดู
🎯 มองเกมนอกสนามไปกับ บ้านกีฬา
ศึกในสนามว่าดุเดือดแล้ว ศึกค่าเหนื่อยนอกสนามของแข้งผู้ดีก็ไม่แพ้กัน และลิสต์ล่าสุดจาก Capology ครั้งนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า โลกฟุตบอลกำลังเดินหน้าไปไกลกว่าคำว่า “แค่เกมกีฬา” เพราะทุกตัวเลขบนสัญญาล้วนมีผลต่อทิศทางของทีมในอนาคต
แฟนบอลชาวไทยที่อยากติดตามทั้งเกมในสนามและสงครามค่าเหนื่อยนอกสนามของเหล่าซูเปอร์สตาร์อังกฤษ รวมถึงข่าวร้อนแรงจากลีกดังรอบโลก อย่าลืมตามเช็กทุกมุมมองลูกหนังมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา อัปเดตให้แบบจัดเต็ม ทั้งข่าวลึก ข่าวด่วน และเรื่องราวที่คนรักฟุตบอลไม่ควรพลาดในทุกวันของคุณ

