ภาพรวมดราม่าเผารูปปั้นไอคอนลูกหนัง
เกาะมาเดรา บ้านเกิดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อมีคลิปไวรัลในโซเชียลโผล่ภาพชายสภาพซอมซ่อบุกหน้า CR7 Museum ที่เมืองฟุงชาล ใช้ของเหลวไวไฟราดใส่รูปปั้นบรอนซ์สูงราว 11 ฟุต ก่อนจุดไฟเผาให้ลุกโชนท่ามกลางความมืด เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และกลายเป็นประเด็นร้อนที่สื่อยุโรปและแฟนบอลทั่วโลกจับตามองทันที
รูปปั้นนี้ไม่ใช่แค่โลหะก้อนหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์แทนตัวโรนัลโด้ ตำนานลูกหนังทีมชาติโปรตุเกส ที่สร้างชื่อให้กับเกาะเล็กๆ แห่งนี้จนกลายเป็นจุดหมายของแฟนบอลจากทั่วโลก การถูกเผาต่อหน้าโรงแรมและพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ชื่อเขา จึงถูกมองว่าเป็นการท้าทายแบบจงใจต่อทั้งเจ้าของชื่อและคนทั้งเกาะ
มือเพลิงถ่ายคลิปเผารูปปั้นแล้วเต้นโชว์หน้ากล้อง
จากภาพในคลิป มือเพลิงรายนี้เดินเข้ามาหา รูปปั้นโรนัลโด้ อย่างใจเย็น ก่อนเทของเหลวที่คาดว่าเป็นสารไวไฟใส่เต็มตัวรูปปั้น แล้วจุดไฟให้ลุกพรึ่บ เงาไฟสะท้อนกับโลหะจนดูสะเทือนใจสำหรับคนที่ผูกพันกับแข้งโปรตุเกสรายนี้
จุดที่ยิ่งทำให้คลิปถูกแชร์กระหน่ำคือพฤติกรรมต่อเนื่องของคนก่อเหตุ หลังไฟลุกลามไปทั่วรูปปั้น เขาถอยออกมาพอให้กล้องเก็บเฟรมเต็มตัว แล้วเริ่มเต้นแบบบ้าคลั่งไปพร้อมกับเสียงเพลงแร็ปที่เปิดดังสนั่น ก่อนปิดท้ายด้วยท่าทางยั่วยุ ทั้งการชี้นิ้วกลางและการโชว์ท่าทางอนาจารใส่รูปปั้นที่กำลังถูกเพลิงเผา ภาพทั้งหมดถูกบันทึกอย่างตั้งใจเหมือนเป็น “โชว์” มากกว่าจะเป็นการก่อเหตุแบบลับๆ
แคปชันสุดหลอนในไอจี จุดไฟโกรธแฟนบอลทั่วโลก
หลังจากก่อเหตุ ชายคนดังกล่าวได้โพสต์คลิปลงอินสตาแกรมโดยใช้บัญชีที่ระบุว่าตัวเองเป็น “freestyler และคนท้องถิ่น” พร้อมเขียนแคปชันสั้นๆ แต่ชวนขนลุกว่า
“นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายจากพระเจ้า”
แคปชันนี้ทำให้แฟนบอลจำนวนมากมองว่าเขาไม่ได้แค่ต้องการสร้างกระแส แต่ยังพยายามอ้างศาสนาหรือความเชื่อบางอย่างมาเป็นข้ออ้างในการทำลายทรัพย์สินและไม่ให้เกียรติตำนานลูกหนังระดับโลก กระแสคอมเมนต์ใต้โพสต์เต็มไปด้วยคำตำหนิจากแฟนคลับ โรนัลโด้ ทั้งในยุโรป เอเชีย รวมถึงชาวโปรตุเกสที่มองว่านี่คือการทำลายชื่อเสียงของเกาะตัวเอง
แม้ในคลิปจะเห็นว่าเปลวไฟมอดลงอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่ารูปปั้นได้รับความเสียหายถาวรแค่ไหน ต้องรอการประเมินอย่างละเอียดจากทีมงานพิพิธภัณฑ์
ตำรวจมาเดราลงพื้นที่ ล่าตัวมือเพลิงที่เคยก่อเรื่องมาก่อน
ฝั่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งเฉย ตำรวจ PSP ในเมืองฟุงชาลยืนยันกับสื่อท้องถิ่นว่า ขณะนี้ “รู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว” และระบุว่าชายคนนี้ “เป็นที่รู้จักดีในพื้นที่จากเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันมาก่อน” แต่ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
โฆษกของพิพิธภัณฑ์ CR7 ยืนยันสั้นๆ ว่าเรื่องทั้งหมดอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ขอออกความเห็นเพิ่มเติม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางทีมงานต้องการหลีกเลี่ยงการปั่นกระแสให้หนักไปกว่านี้ในช่วงที่คดีอยู่ระหว่างการสืบสวน
สำหรับรูปปั้นบรอนซ์ชิ้นนี้ เคยถูกย้ายตำแหน่งมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2016 หลังถูกแฟนบอลที่เทใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ เขียนชื่อและเบอร์เสื้อของเมสซี่ลงบนตัวรูปปั้น กลายเป็นดราม่าระดับชาติมาแล้วครั้งหนึ่ง
ประวัติฉาวของรูปปั้น CR7 ก่อนหน้าครั้งนี้
รูปปั้นบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ในฟุงชาลยังถือว่า “เบา” เมื่อเทียบกับประวัติรูปปั้นโรนัลโด้ในที่อื่นๆ แฟนบอลยังจำได้ดีถึงรูปปั้นครึ่งตัวที่สนามบินมาเดรา ที่เคยกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกเพราะหน้าตาแทบไม่เหมือนเจ้าของตัวจริง จนถูกล้อเป็นมีมไม่รู้จบ ก่อนจะมีการเปลี่ยนชิ้นงานในภายหลัง
ในปี 2016 ตอนที่รูปปั้นหน้า CR7 Museum ถูกพ่นสีและเขียนชื่อเมสซี่ลงไป ปรากฏว่าคนที่ออกมาเดือดแทนไม่ใช่โรนัลโด้ แต่เป็นพี่สาวสายโหดอย่าง คาเทีย อเวย์โร่ ที่ซัดแฟนบอลกลุ่มนั้นแบบไม่ไว้หน้า โดยเธอเคยให้ความเห็นเอาไว้ว่า
“ตัวการกระทำมันเองก็เป็นเรื่องน่าอับอายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าอับอายยิ่งกว่าคือความอิจฉาที่รายล้อมตัวเขาอยู่ และความโกรธเกรี้ยวที่บางคนซึ่งไร้ความรักและอัดอั้นแสดงออกในที่สาธารณะอย่างน่ารังเกียจ จนทำให้ฉันในฐานะคนโปรตุเกสรู้สึกทั้งอายและเสียใจ” เธอกล่าว
“คนที่ทำเรื่องนี้และทำสิ่งแย่ๆ กับเขาควรจะรู้ไว้ว่าเกาะของเราถูกโหวตให้เป็น ‘เกาะท่องเที่ยวชั้นนำของโลก’ ไม่ใช่แค่เพราะท้องทะเลที่สวยงาม อาหารเลิศรส หรือการต้อนรับอันอบอุ่นของชาวมาเดราเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่ถือกำเนิดจากเกาะนี้และไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง”
“น่าเศร้าที่เกาะอันสวยงามของฉันยังมีพวกป่าเถื่อนที่อัดอั้นอยู่ พวกเขาน่าจะไปอยู่ซีเรียกับผู้คนที่ไม่รู้จักเคารพกันและกัน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร”
แม้คำพูดของเธอจะรุนแรงจนถูกวิจารณ์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าครอบครัวโรนัลโด้จริงจังกับภาพลักษณ์และเกียรติของเขามากแค่ไหน และนั่นทำให้หลายคนจับตาว่า คราวนี้ครอบครัว CR7 จะออกมาพูดอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
มุมมองกว้างขึ้น โรนัลโด้ รูปปั้น และความหมายต่อเกาะมาเดรา
ในมุมมองของคนวงการฟุตบอล รูปปั้นนักเตะระดับตำนานมักเป็นมากกว่าแค่แลนด์มาร์กให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป มันคือสัญลักษณ์ของ “มรดกในสนาม” ที่ส่งต่อความภูมิใจให้คนท้องถิ่น เด็กที่โตบนเกาะมาเดราเห็นชื่อโรนัลโด้ทุกวัน จึงรู้สึกได้ว่าคนที่มาจากที่เดียวกับเขา สามารถก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ได้จริง
ทุกวันนี้แม้โรนัลโด้จะย้ายไปเล่นในลีกซาอุ แต่การท่องเที่ยวของเกาะมาเดรายังผูกโยงกับชื่อของเขา ตั้งแต่สนามบินที่เคยใช้ชื่อเขา พิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลึก ไปจนถึงทัวร์ตามรอย CR7 การทำลายรูปปั้นไม่ต่างอะไรจากการทำลายหน้าเกาะให้เสียหาย ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และความรู้สึกของคนท้องถิ่นเอง
ในยุคที่คอนเทนต์ไวรัลสามารถถูกสร้างได้ด้วยการทำอะไรสุดโต่งแล้วอัปลงโซเชียล รูปปั้นของนักเตะดังจึงกลายเป็นเป้าโจมตีง่ายๆ เพราะจับต้องได้ เห็นผลชัด และสร้างเสียงแตกในโลกออนไลน์ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามใหญ่ตามมาว่า เส้นแบ่งระหว่าง “การแสดงออก” กับ “การไม่เคารพผู้อื่น” อยู่ตรงไหนกันแน่
สถานการณ์ต่อจากนี้ แฟนบอลต้องจับตาอะไรบ้าง
ฝั่งโรนัลโด้ยังไม่มีปฏิกิริยาโดยตรงต่อเหตุการณ์นี้ ขณะที่เจ้าตัวกำลังลุยซีซั่นใหม่ในลีกซาอุ แต่ชื่อของเขายังคงผูกพันกับเกาะมาเดราอย่างเหนียวแน่น บ้านเกิดยังคงใช้ภาพของเขาเป็นหน้าต่างบานใหญ่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กที่อยากก้าวตามรอยไอดอลของตัวเอง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ
- ความเสียหายของรูปปั้นจะมากน้อยแค่ไหน และต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่หรือไม่
- ตำรวจจะสามารถจับกุมมือเพลิงรายนี้ได้เร็วแค่ไหน และจะมีบทลงโทษอย่างไร
- ครอบครัวของโรนัลโด้ โดยเฉพาะพี่สาวที่ขึ้นชื่อว่า “สายจัดเต็ม” จะออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ หากพวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ล้ำเส้นเกินกว่าจะปล่อยผ่าน
ไม่ว่าบทสรุปของคดีนี้จะออกมาแบบไหน หนึ่งเรื่องที่แน่นอนคือ ภาพลักษณ์ของโรนัลโด้ในสายตาแฟนบอลยังไม่ได้สั่นคลอน เขายังเป็นไอคอนที่ทำให้เกาะเล็กๆ กลางมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างมาเดรา ถูกพูดถึงในฐานะบ้านของหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล และเรื่องนี้ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความรักของ แฟนบอล ที่มีต่อเขายังเหนียวแน่น แม้จะมีคนบางกลุ่มพยายามสร้างกระแสในทางตรงกันข้ามก็ตาม
แฟนบอลที่อยากตามทุกดราม่าและทุกจังหวะของโลกฟุตบอล อย่าลืมติดตาม ข่าวบอลวันนี้ และความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

