⚽ ฝันใหญ่ของกิมิเนซกับฟุตบอลโลก 2026 บนแผ่นดินเม็กซิโก
ในสายตาของ ซานติอาโก้ กิมิเนซ ฟุตบอลโลกบนแผ่นดินตัวเองไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ แต่คือ “ภารกิจชีวิต” หัวหอกเลือดเม็กซิกันของ เอซี มิลาน เชื่อเต็มร้อยว่า ทีมชาติเม็กซิโก มีศักยภาพพอจะ “หักปากกาเซียน” ทะยานถึงตำแหน่งแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 ได้จริง แม้หลายคนจะมองว่าเป็นความฝันไกลเกินเอื้อม
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เวิลด์คัพธรรมดา ทัวร์นาเมนต์ปี 2026 จะกลับมาฟาดแข้งบนแผ่นดินอเมริกาเหนือ โดยเม็กซิโกเป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วม มีโอกาสเล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองในสนามระดับตำนานอย่าง สนามอัซเตก้า ซึ่งเคยจารึกชื่อเปเล่และมาราโดน่าไว้แล้ว กิมิเนซมองว่านี่คือเวทีที่รุ่นของเขาต้องสร้างตำนานบทใหม่ให้ได้
เขายอมรับว่า หลังพลาดฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ความรู้สึกค้างคาในใจยังไม่หาย และยิ่งผลักดันให้เขาอยาก “กลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม” ในฟุตบอลโลกครั้งต่อไปที่บ้านเกิด
🧠 เชื่อก่อนจึงจะชนะ: ทัศนคติของกิมิเนซต่อการล่าแชมป์โลก
กิมิเนซพูดชัดว่าทุกอย่างเริ่มจาก “ความเชื่อ” ก่อน และเขาไม่กลัวจะถูกมองว่าเพ้อฝัน
เขาให้สัมภาษณ์กับ ESPN ว่า
“ผมบอกไว้เสมอว่าผมเป็นคนที่ฝันใหญ่ ผมอยากคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติเม็กซิโก”
สำหรับกิมิเนซ การเชื่อว่าเม็กซิโกจะเป็นแชมป์โลก ไม่ใช่การมองโลกสวย แต่คือจุดเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้ เขามองว่าความฝันไม่ต้องเสียเงิน แต่การทำให้มันเป็นจริงต้องใช้ความศรัทธาร่วมกันทั้งทีมและทั้งประเทศ
เขาพูดต่อว่า
“การเชื่อไม่ต้องเสียอะไร เช่นเดียวกับการฝัน แต่ตอนนี้เราต้องลงมือทำให้เป็นจริง และส่งต่อความเชื่อนั้นไปให้ทุกคนที่เดินมาร่วมทาง เพราะเมื่อคนเม็กซิกัน 130 ล้านคนเชื่อไปในทางเดียวกัน เราจะแข็งแกร่งอย่างมหาศาล”
นี่คือมุมมองของนักเตะที่ไม่ได้แค่เตะบอลไปวัน ๆ แต่เห็นฟุตบอลโลกครั้งหน้าเป็นเส้นทางสร้างประวัติศาสตร์ให้ เอล ตรี และประเทศของเขาเอง
🤝 คู่หูในฝันกับ ราอูล ฆิเมเนซ: อาวุธหนักแนวรุกเม็กซิโก
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการจับคู่ล่าตาข่ายกับ ราอูล ฆิเมเนซ ดาวยิงประสบการณ์สูงที่ค้าแข้งอยู่ในอังกฤษ กิมิเนซเชื่อว่าหากทั้งคู่ได้ลงสนามพร้อมกันต่อเนื่อง จะกลายเป็นแนวรุกที่คู่แข่งต้องขยาด
เขาย้ำถึงศักยภาพของทั้งคู่ว่า
“ผมคิดว่าเราคือกองหน้าสองคนที่ทำผลงานได้ดีในยุโรป และผมเชื่อว่าเราคู่กันได้ดีมาก เรารู้ใจกันดี และทุกครั้งที่ได้ลงเล่นพร้อมกัน เรามักโชว์ฟอร์มได้ในระดับสูงเสมอ”
นอกจากแท็กติกและสไตล์การเล่นที่เข้ากัน กิมิเนซยังพูดถึงสายสัมพันธ์นอกสนามกับฆิเมเนซว่า
“เขาเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยม การได้ใช้เวลาร่วมกันในทีมชาติทำให้เราสนิทกันมากขึ้น เราคุยกันในวอตส์แอปป์อยู่เรื่อย ๆ และเอาตรง ๆ เลยนะ ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าเวลาคู่แข่งเห็นเราสองคนอยู่ในสนามพร้อมกัน บางอย่างมันเปลี่ยนไป แนวรับฝั่งตรงข้ามจะตอบสนองไม่เหมือนเดิม”
สำหรับโค้ชของเม็กซิโก การมีสองกองหน้าที่เล่นในยุโรปและรู้ใจกันทั้งในและนอกสนาม ถือเป็นของล้ำค่าที่สามารถต่อยอดเป็น “อาวุธลับ” ในเวิลด์คัพได้ไม่ยาก หากระบบทีมสนับสนุนทั้งคู่ได้อย่างเหมาะสม
🔥 แผลจากการหลุดโผกาตาร์ 2022 ที่กลายเป็นไฟในใจ
สิ่งที่หลายคนอาจลืมคือ กิมิเนซเคยอกหักจากฟุตบอลโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาถูกตัดชื่อจากทีมชุดกาตาร์ 2022 ภายใต้การคุมทีมของ เฆราร์โด้ มาร์ติโน่ ทั้งที่ใกล้จะหลุดด่านสุดท้ายเข้าไปติดทีมเต็มที
เขาย้อนเล่าถึงความรู้สึกนั้นว่า
“ประสบการณ์ครั้งนั้นเหมือนมีหนามปักอยู่ในใจ ผมฝันจะเล่นฟุตบอลโลกมาตั้งแต่เด็ก การเข้าใกล้ขนาดนั้นแต่สุดท้ายไม่ได้ไป มันยิ่งทำให้ความอยากในตัวผมรุนแรงกว่าเดิม”
ความผิดหวังครั้งนั้นไม่เพียงทิ้งรอยแผล แต่กลายเป็นเชื้อไฟให้เขาเร่งพัฒนาตัวเองในสโมสร เผื่อว่าจะไม่มีใครกล้าละเลยชื่อของเขาในฟุตบอลโลกครั้งหน้าอีก
เขายังยอมรับว่าความคิดเรื่องฟุตบอลโลกวนเวียนในหัวจนบางคืนแทบไม่ได้นอน
“บางคืนคุณเอาแต่คิด ๆ ๆ แล้วก็นอนไม่หลับ เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับผมบ่อยมากเวลาเผลอคิดถึงฟุตบอลโลก ผมแทบเห็นภาพตัวเองยืนอยู่ในเกมเปิดสนาม ท่ามกลางผู้คนมากมายที่อัซเตก้า ภาพนั้นทำให้ผมนอนไม่หลับ เพราะผมแค่อยากให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า สำหรับกิมิเนซ ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่แค่ความฝันของประเทศ แต่เป็นความฝันส่วนตัวที่เขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น
🧩 ภารกิจต่อไปของทีมชาติเม็กซิโก: อุ่นเครื่องและเคาะโครงทีม
ในมุมของทีมชาติ ช่วงนี้เม็กซิโกกำลังเริ่มวางรากฐานใหม่ พวกเขาเพิ่งเฉือนชนะปานามา 1-0 ในเกมกระชับมิตรที่ใช้ผู้เล่นจากลีก MX ล้วน ๆ เกมนั้นไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือเวทีให้แข้งในประเทศพิสูจน์ตัวเอง ว่าคู่ควรติดธงลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่หรือไม่
โปรแกรมต่อเนื่องคือการเจอกับโบลิเวีย ในทัวร์อุ่นเครื่องที่เฮดโค้ช ฆาเบียร์ อากีร์เร ขอจัดขึ้นเพื่อ “ลองของ” ทั้งในมุมแท็กติกและบุคลากร เขาต้องการดูว่าใครพร้อมขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ใครเป็นอะไหล่คุณภาพ และใครต้องเก็บประสบการณ์เพิ่ม
การเลือกอุ่นเครื่องกับคู่แข่งจากโซนอเมริกาใต้และอเมริกากลาง ก็เพื่อให้ทีมคุ้นเคยกับสไตล์การเล่นที่หลากหลาย ทั้งเกมหนัก เกมเร็ว และเกมแท็กติกจัดจ้าน ซึ่งล้วนมีโอกาสเจอในฟุตบอลโลก
🌍 มุมยาว ๆ ของฟุตบอลโลก 2026 ที่แฟนบอลควรรู้
ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นครั้งแรกที่มี 48 ทีมเข้าร่วม ทำให้รูปแบบการแข่งขันเปลี่ยนไป ทีมที่เคยคิดแค่ทะลุรอบ 16 ทีมสุดท้าย อาจต้องยกระดับเป้าหมายใหม่ เพราะโอกาสในการสร้างเซอร์ไพรส์เปิดกว้างกว่าเดิม
สำหรับแฟนบอลไทยที่ตามเชียร์เม็กซิโกมาตลอด จะได้เห็นชาติรักลงเตะในฐานะเจ้าภาพร่วมบนสนามประวัติศาสตร์อย่างอัซเตก้า และอีกหลายเมืองใหญ่ แรงกดดันยิ่งสูง แต่แรงส่งจากคนทั้งประเทศก็สูงตามไปด้วยเช่นกัน
ที่ผ่านมา เม็กซิโกขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศในสนาม การเชียร์ที่ดุดันจัดเต็ม และทีมที่เล่นด้วยแพสชันตลอด 90 นาที หากรุ่นของกิมิเนซสามารถผสม “หัว” (แท็กติกและความนิ่ง) เข้ากับ “หัวใจ” (ความทุ่มเทและความฝัน) ได้อย่างลงตัว ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเลยที่พวกเขาจะไปได้ไกลกว่าที่เคยทำมาในประวัติศาสตร์เวิลด์คัพของชาติ
🎯 มุมมองบ้านกีฬา: ถ้าความฝันชัด ระบบทีมดี เม็กซิโกมีสิทธิ์ไปไกล
จากมุมมองของ บ้านกีฬา สิ่งที่เห็นชัดจากคำให้สัมภาษณ์ของกิมิเนซคือ “ความชัดเจนในเป้าหมาย” เขาไม่ได้พูดแค่จะไปเล่นฟุตบอลโลก แต่พูดถึงการเป็นแชมป์โลกแบบไม่หลบสายตาใคร นั่นคือทัศนคติของผู้นำในห้องแต่งตัว
แต่ในโลกความจริง ความฝันจะไปถึงเส้นชัยได้ ต้องมีอีกหลายชิ้นส่วนประกอบกัน ทั้งการจัดการทีมของสตาฟฟ์โค้ช การดึงฟอร์มแข้งหลักในยุโรปให้เล่นเข้าขากับตัวหลักจากลีก MX การสร้างคู่พาร์ตเนอร์ที่ลงตัวอย่างเขากับราอูล ฆิเมเนซ และการจัดการแรงกดดันจากการเป็นเจ้าภาพ
ถ้าเม็กซิโกวางโครงทีมชัด ปรับสมดุลเกมรุก–รับได้ และรักษาสภาพจิตใจในช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์ เชื่อได้เลยว่า เอล ตรี ชุดนี้จะไม่ใช่แค่ทีมสร้างสีสัน แต่เป็นหนึ่งในทีมที่ใครก็ไม่อยากเจอในรอบน็อกเอาต์
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะข่าวบอลมันส์ ๆ จากทุกมุมโลก รวมถึงอัปเดตเส้นทางของเม็กซิโกและกิมิเนซในเวิลด์คัพครั้งหน้า อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวจัดเต็มได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

