เดือดลั่นแอฟริกา! ซีเอเอฟฟันโค้ชเซเนกัลแบน 5 นัด เซ่นดราม่าวอล์กเอาต์นัดชิงแอฟคอน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

ดราม่าวอล์กเอาต์นัดชิงแอฟคอน จุดเดือดจนโดนลงดาบ

ศึกชิงเจ้าแผ่นดินแอฟริกาอย่าง แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ นัดชิงชนะเลิศระหว่าง เซเนกัล กับ โมร็อกโก ที่ควรจะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งเกียรติยศ กลับระเบิดเป็นดราม่าร้อนระอุเมื่อ เปเป้ เทียว เฮด โค้ชเซเนกัล ตัดสินใจพาลูกทีมเดินออกจากสนามแบบวอล์กเอาต์เพื่อประท้วงผู้ตัดสิน หลังไม่พอใจการให้ลูกจุดโทษแก่เจ้าภาพโมร็อกโกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่สกอร์ยังคงเสมอ 0-0

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกมต้องหยุดชะงักยาวเกือบ 17 นาที สนามแตกเป็นสองฝั่ง เสียงโห่ เสียงลุ้น และแรงกดดันถาโถมเข้าใส่ทั้งผู้ตัดสินและนักเตะ ทุกสายตาทั่วแอฟริกาจับจ้องไปที่ท่าทีของเซเนกัลว่าจะเล่นต่อหรือยอมเดินออกจากเกมนัดชิงไปเลย

สุดท้ายแล้ว ซาดิโอ มาเน่ ดาวยิงตัวความหวังของเซเนกัล ต้องรับบทคนกลาง ช่วยกล่อมเพื่อนร่วมทีมให้กลับลงสนามต่อเพื่อสู้กันให้จบ 120 นาทีในเกม ไม่ใช่จบลงที่ห้องประชุมของคณะกรรมการ ซีเอเอฟ เพียงอย่างเดียว

ซีเอเอฟจัดหนัก! โค้ชเซเนกัลโดนแบน 5 เกม + ปรับเงินร่วม 3.1 ล้านบาท

หลังเหตุการณ์สงบลงในสนาม เรื่องร้อนยังไม่จบในห้องประชุมของสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา เมื่อ ซีเอเอฟ ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ สั่งลงโทษ เปเป้ เทียว ด้วยโทษแบนห้านัดจากการแข่งขันภายใต้การดูแลของซีเอเอฟ พร้อมปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 ล้านบาท)

ในแถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า เทียวถูกมองว่ามีพฤติกรรม “ไม่มีน้ำใจนักกีฬา” และ “ทำให้ภาพลักษณ์การแข่งขันเสียหาย” จากการนำลูกทีมเดินออกจากสนามเพื่อประท้วงการให้จุดโทษแก่ทีมชาติ โมร็อกโก เจ้าภาพของทัวร์นาเมนต์ในจังหวะปัญหาช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง

จุดนี้ทำให้ชื่อของเขาถูกจับตามองทันทีว่า ต่อให้พาเซเนกัลคว้าแชมป์ได้ แต่ก็หนีไม่พ้นบทลงโทษ เพราะการพาทีมวอล์กเอาต์ในนัดชิงถือเป็นการท้าทายอำนาจผู้ตัดสิน และระบบการแข่งขันของซีเอเอฟแบบเต็มใบ

ช็อตหักมุม: เซฟโทษ–ยิงต่อเวลา พาเซเนกัลคว้าแชมป์เหนือดราม่า

แม้ดราม่าจะเดือดแค่ไหน ฟุตบอลก็ยังตัดสินกันในสนาม และเกมนี้ก็มีช็อตหักมุมระดับไฮไลต์ เมื่อ บราฮิม ดิอาซ รับหน้าที่สังหารจุดโทษแบบปาเนนก้า ทว่าลูกชิพเบาไปเข้ามือ เอดูอาร์ เมนดี้ แบบไม่ต้องออกแรงเซฟอลังการอะไร

จากจุดที่เกือบพัง กลับกลายเป็นจุดที่ปลุกขวัญกำลังใจให้ทัพ “สิงโตแห่งเตรังก้า” ลุกขึ้นมาเดินหน้าบุกเต็มกำลัง ก่อนที่ ปาเป้ เกย์ จะสวมบทฮีโร่ กดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาที 94 ส่งให้ เซเนกัล คว้าแชมป์ด้วยสกอร์ 1-0 ในเกมชิงดำเมื่อวันที่ 18 มกราคม กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอลเซเนกัลจดจำทั้งเรื่องแชมป์และดราม่าหนักๆ ในเวลาเดียวกัน

นักเตะก็ไม่รอด! 4 แข้งดังโดนโทษแบนเรียงตัว

ไม่ใช่แค่กุนซือเท่านั้นที่ถูกจัดหนัก นักเตะจากทั้งสองชาติก็ถูกพิจารณาโทษจากบทบาทในเหตุการณ์เดือดครั้งนี้เช่นกัน

ฝั่ง ทีมชาติเซเนกัล

  • อิลิมาน เอ็นดิยาย
  • อิสไมล่า ซาร์

ทั้งคู่โดนสั่งแบนคนละสองเกม ด้วยข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เป็นนักกีฬาต่อผู้ตัดสิน จากช่วงเวลาที่เกมเต็มไปด้วยอารมณ์และการประท้วงอย่างดุเดือด นอกจากนี้ สหพันธ์ฟุตบอลเซเนกัลยังถูกปรับเงินอีก 615,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ซีเอเอฟเอาจริงเอาจังกับการควบคุมพฤติกรรมในสนามอย่างมาก

ฝั่ง ทีมชาติโมร็อกโก

  • อิสมาอิล ไซบารี โดนแบนสามนัด พร้อมปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 ล้านบาท)
  • อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวากัปตันทีม โดนแบนสองนัด โดยหนึ่งในนั้นเป็นโทษแบนแบบคาดโทษมีผลค้าง 12 เดือน หากมีผิดซ้ำจะโดนลงดาบทันที

นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า ซีเอเอฟไม่ได้มองเหตุการณ์นี้เป็นแค่ “อารมณ์ชั่ววูบ” แต่ถือเป็นเคสตัวอย่างว่าการประท้วงเกินเส้นและการปะทะกับผู้ตัดสิน จะนำมาซึ่งโทษที่กระทบทั้งทีมและสมาคมแบบเป็นรูปธรรม

โทษแบนเฉพาะรายการซีเอเอฟ ไม่กระทบภารกิจฟุตบอลโลก 2026

แม้บทลงโทษจะดูโหดใช้ได้ แต่ยังมีข่าวดีสำหรับแฟนบอลเซเนกัลและโมร็อกโก เมื่อมีการยืนยันชัดเจนว่า ทั้งโค้ชและนักเตะที่ถูกแบนจะถูกห้ามลงเล่นแค่ในเกมที่อยู่ภายใต้การจัดการแข่งขันของ ซีเอเอฟ เท่านั้น

หมายความว่า เทียว รวมถึงสี่แข้งที่ถูกลงโทษ ยังสามารถลงช่วยทีมชาติในศึกใหญ่ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก 2026 ได้ตามปกติ ไม่มีผลให้พลาดรอบคัดเลือกหรือรอบสุดท้ายภายใต้การดูแลของฟีฟ่า เพียงแต่ในรายการของทวีปแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นรอบคัดเลือก หรือทัวร์นาเมนต์อื่นๆ ที่ซีเอเอฟจัด จะต้องนับโทษแบนตามจำนวนเกมกําหนดไว้ครบถ้วน

สำหรับทีมงานและสมาคมฟุตบอลเอง นี่คือสัญญาณเตือนว่า แม้จะไม่โดนฟีฟ่าเล่นงานโดยตรง แต่การเสียโค้ชและนักเตะสำคัญในเกมระดับทวีปก็สามารถสะเทือนฟอร์มทีมชาติได้เหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงโปรแกรมทีมชาติที่อัดแน่นต่อเนื่อง

กฎ วินัย และภาพลักษณ์: บทเรียนสำคัญจากดราม่าแอฟคอน

ในวงการลูกหนังระดับชาติ การตัดสินใจของโค้ชและนักเตะไม่ได้สะท้อนแค่สกอร์ในเกม แต่สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศและสมาคมฟุตบอลทั้งระบบ การวอล์กเอาต์ประท้วงผู้ตัดสินแม้จะเป็นการยืนหยัดต่อความรู้สึกไม่เป็นธรรม แต่ในสายตาผู้จัดการแข่งขันและกฎระเบียบ ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจการควบคุมเกมอย่างชัดเจน

องค์กรอย่าง ซีเอเอฟ หรือฟีฟ่า มักใช้คดีลักษณะนี้เป็นตัวอย่างเตือนทุกทีมว่า ความไม่พอใจต่อคำตัดสินต้องแสดงออกผ่านช่องทางทางการ เช่น การยื่นประท้วงหลังเกม หรือการใช้หลักฐานวิดีโอประกอบ ไม่ใช่การปลุกอารมณ์ในสนามจนเกมหยุดชะงักหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ตัดสินและแฟนบอล

ในมุมของแฟนบอล การเข้าใจว่ากฎด้านวินัยมีผลอย่างไรกับทีมรัก เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งคำถามว่า “ทำไมโดนแบนยาวขนาดนี้?” มีคำตอบอยู่ในรายละเอียดของกฎระเบียบมากกว่าความรู้สึกในสนามเพียงอย่างเดียว

เซเนกัล–โมร็อกโก หลังพายุสงบ เส้นทางข้างหน้ายังไม่จบ

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายจบลง เซเนกัลได้แชมป์ แต่มรสุมหลังเกมยังตามมาด้วยโทษแบนและค่าปรับก้อนโต ขณะที่โมร็อกโกก็ต้องรับมือกับการขาดนักเตะสำคัญในเกมระดับทวีปช่วงหนึ่งเหมือนกัน

สำหรับเซเนกัล การไม่มี เทียว คุมทีมข้างสนามในเกมของซีเอเอฟ อาจเป็นบททดสอบว่าทีมสตาฟฟ์และนักเตะจะรับมือสถานการณ์กดดันได้แค่ไหน เมื่อไม่มีผู้นำหลักยืนสั่งการอยู่ริมเส้น ขณะเดียวกัน การเสียสองแข้งตัวรุกอย่าง เอ็นดิยาย และ ซาร์ ในบางเกม ก็ทำให้ต้องเร่งปั้นตัวเลือกใหม่ให้ขึ้นมาแทน

ด้านโมร็อกโก การขาดไซบารีและการมีโทษคาดโทษของฮาคิมี่ ทำให้ทีมต้องจัดสมดุลระหว่างการหมุนเวียนนักเตะและการระวังเรื่องวินัยในสนามมากขึ้น อย่างไรก็ดี ทั้งสองชาติยังมีศักยภาพมากพอที่จะกลับมาเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จในระดับทวีปและระดับโลกต่อไป หากเรียนรู้จากบทเรียนครั้งนี้และจัดการเรื่องอารมณ์ในสนามให้เฉียบคมยิ่งกว่าเดิม

ท้ายที่สุด ดราม่าวอล์กเอาต์นัดชิงแอฟคอนครั้งนี้ เป็นทั้ง “ด้านมืด” และ “ด้านจริง” ของฟุตบอลระดับชาติ ที่สะท้อนให้เห็นว่า เกมลูกหนังไม่ได้มีแค่แท็กติกและประตู แต่ยังมีเรื่องอารมณ์ ศักดิ์ศรี และกฎระเบียบที่ทุกฝ่ายต้องเคารพร่วมกัน

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะดราม่าเดือด ข่าวร้อนแรง และประเด็นลึกในโลกฟุตบอล อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา