⚽ ซาลาห์กับภารกิจที่ยังไม่เสร็จของทีมชาติอียิปต์
ฟุตบอลโลก 2026 ที่อเมริกาเหนือ กำลังจะกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ชี้ชะตาเส้นทางในทีมชาติของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อย่างแท้จริง นี่อาจเป็นเวทีที่นิยาม “บทสรุป” ของเขากับ ทีมชาติอียิปต์ ว่าจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ในฐานะฮีโร่ที่พาทีมสร้างปาฏิหาริย์บนเวทีโลก หรือจะเป็นเพียงตำนานที่ยังค้างคาเครื่องหมายคำถาม
สำหรับแฟนบอลทั้งโลก ซาลาห์คือซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของยุคสมัย สร้างชื่อกับ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก กวาดถ้วยแชมป์และรางวัลส่วนตัวแบบนับไม่ถ้วน เป็นทั้งไอคอนของชาวอียิปต์และหนึ่งในตัวรุกที่อันตรายที่สุดของยุคโมเดิร์น แต่ในมุมของทีมชาติ เขายังมี “ภารกิจค้าง” ที่ยังไม่เคลียร์ให้เด็ดขาด
🏆 ตำนานฟาโรห์ที่ยังไม่เคยชูถ้วยแอฟริกัน เนชันส์ คัพ
แม้ ทีมชาติอียิปต์ จะเป็นยักษ์ใหญ่แห่งทวีปแอฟริกา คว้าแชมป์ทวีปมาแล้วถึง 7 สมัย แต่ตัวซาลาห์เองกลับยังไม่เคยสัมผัสถ้วย แอฟริกัน เนชันส์ คัพ เลยสักครั้ง ทั้งที่เคยพาทีมเข้าใกล้สุดๆ ถึงรอบชิงชนะเลิศมาแล้วสองหน
ครั้งแรกในปี 2017 ที่กาบอง อียิปต์ออกสตาร์ตทัวร์นาเมนต์ได้ยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายพ่ายแคเมอรูน 1-2 ในรอบชิงชนะเลิศ จากนั้นในปี 2021 ก็ต้องน้ำตาตกอีกครั้ง เมื่อไปแพ้ดวลจุดโทษให้กับเซเนกัล ทั้งที่สู้กันจนถึงวินาทีสุดท้าย ก่อนล่าสุดในทัวร์นาเมนต์ที่โมร็อกโก พวกเขาก็ยังเจอเซเนกัลมาขวางทางอีก พ่ายไปในรอบรองชนะเลิศ หยุดเส้นทางไว้เพียงเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพของซาลาห์กับทีมชาติยังถูกพูดถึงในมุม “เกือบ” มากกว่า “ปิดจ็อบสำเร็จ” และยิ่งผลักดันให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีเดิมพันทางความรู้สึกสูงขึ้นไปอีกระดับ
🌍 ฟุตบอลโลก ความค้างคาใจของชาติฟาโรห์
ในสายตาแฟนบอลอียิปต์ ฟุตบอลโลกคือเวทีที่พวกเขารู้สึก “ติดหนี้กัน” มายาวนาน แม้จะยิ่งใหญ่ในทวีปตัวเอง แต่เมื่อขึ้นเวทีระดับโลกกลับยังไม่เคยมีชัยชนะเลยแม้แต่นัดเดียวในรอบสุดท้าย
สามครั้งที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายในปี 1934, 1990 และ 2018 ผลลัพธ์คือ ยังไม่เคยชนะในฟุตบอลโลก ซึ่งกลายเป็นบาดแผลเล็กๆ ที่ฝังอยู่ในใจแฟนบอลรุ่นต่อรุ่น และแน่นอนว่าทุกคนหันไปมองที่ซาลาห์ในฐานะความหวังสูงสุดของยุคนี้
หากเขาสามารถพาอียิปต์ลุยลึกใน ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ต่อให้ไม่ได้แชมป์ก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนภาพจำทั้งหมด จาก “ตำนานที่ยังไม่สมบูรณ์” กลายเป็น “ฮีโร่ที่ปลดล็อกฝันฟุตบอลโลกให้คนทั้งชาติ”
📜 ย้อนรอยผลงานอียิปต์ในฟุตบอลโลก
สถิติของอียิปต์บนเวที ฟุตบอลโลก พูดได้เต็มปากว่าต่ำกว่าศักยภาพ เมื่อเทียบกับความสำเร็จในทวีปแอฟริกา พวกเขาลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายรวม 7 นัด แพ้ถึง 5 และเสมอ 2
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1934 ที่อิตาลี ในยุคที่ใช้ระบบน็อกเอาต์ตั้งแต่รอบแรก อียิปต์ลงเตะนัดเดียวแล้วพ่ายฮังการี 2-4 ตกรอบไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายหน้าไปจากเวทีนี้ยาวนานถึง 56 ปี
การกลับมาอีกครั้งในปี 1990 ที่อิตาลี กลายเป็นความทรงจำแบบ “แพ้เป็นพระ เสมอเป็นเรื่องใหญ่” เพราะอียิปต์โชว์เกมรับที่วินัยสูงมาก เสมอกับเนเธอร์แลนด์ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ก่อนแพ้อังกฤษ 0-1 แบบสูสี ตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เก็บคำว่าภูมิใจกลับบ้านได้เต็มกระเป๋า
ส่วนความทรงจำล่าสุดในปี 2018 ที่รัสเซีย กลับขมขื่นกว่าที่คิด แฟนบอลคาดหวังสูงกับซาลาห์ แต่ทีมกลับแพ้รวดทั้งสามนัดต่ออุรุกวัย รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย ถึงอย่างนั้น ซาลาห์ก็ยังทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยการยิงได้ 2 ประตู เป็นสองลูกเดียวของอียิปต์ในทัวร์นาเมนต์ ทั้งที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บหัวไหล่จากนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่า ฟุตบอลโลกยังไม่เคยยิ้มให้ทีมฟาโรห์อย่างแท้จริง และปี 2026 จึงมีน้ำหนักในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
🧭 เส้นทางคัดเลือกสู่ฟุตบอลโลก 2026: ฟอร์มดุสมศักดิ์ศรี
ในรอบคัดเลือกโซนแอฟริกา อียิปต์โชว์ฟอร์มดุสมกับชื่อชั้น จบอันดับหนึ่งของกลุ่ม A เก็บได้ถึง 26 คะแนน การันตีตั๋ว ฟุตบอลโลก 2026 แบบไม่ต้องลุ้นซ้ำ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังเป็นมหาอำนาจของทวีปอย่างแท้จริง
ผลการจับสลากรอบสุดท้ายส่ง “ฟาโรห์” ลงไปอยู่ในกลุ่ม G ร่วมกับเบลเยียม, อิหร่าน (IR Iran) และนิวซีแลนด์ ชื่อทีมอาจไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ถึงกับโหดสุดโต๊ะ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีทั้งบราซิล ฝรั่งเศส หรืออาร์เจนตินา
นี่คือกลุ่มที่ “พอมีลุ้น” หากวางแท็กติกดี เล่นละเอียด และให้ซาลาห์ออกของในจังหวะที่ใช่ โอกาสเก็บชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลกของชาติฟาโรห์ดูไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
🧠 ประสบการณ์ผสมความหวังในเวิลด์คัพ 2026
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของอียิปต์ชุดนี้คือการมีแกนหลักที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเพียบ นำโดยซาลาห์ที่แบกทั้งความหวังและแรงกดดันมาตลอดสิบกว่าปีในยุโรป ตามมาด้วยแข้งประสบการณ์สูงหลายรายที่เล่นในลีกใหญ่และลีกชั้นนำของทวีป
มิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง มาร์วาน อัตเตีย พูดถึงภารกิจในฟุตบอลโลกครั้งนี้กับ FIFA ว่า
“พวกเราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อเล่นให้ดีที่สุด และทำผลงานให้ได้อย่างที่สะท้อนถึงความทะเยอทะยานของพวกเรา”
นี่คือทัศนคติของทีมที่ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกเพื่อเป็นแค่ “ตัวประกอบ” อีกต่อไป แต่ต้องการเขียนหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนังอียิปต์ให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็น
นอกจากนี้ รูปแบบใหม่ของ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ขยายจำนวนทีมและจำนวนแมตช์ ทำให้หลายชาติรู้สึกว่ามีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์มากขึ้น หากอียิปต์รักษาระบบเกมรับที่แข็งแกร่งแบบปี 1990 แล้วเติมทีเด็ดเกมรุกจากซาลาห์และแนวรุกคนอื่นเข้าไปได้อย่างลงตัว การผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์อาจไม่ใช่แค่ความฝัน
🔥 มองมุมมรดกของซาลาห์ในสายตาแฟนบอล
สำหรับนักเตะระดับตำนาน การถูกจดจำไม่ได้วัดกันแค่จำนวนแชมป์สโมสรรกตู้ แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาทำเพื่อ “ประเทศ” ด้วย และนี่คือจุดที่ทำให้ฟุตบอลโลก 2026 มีความพิเศษต่อซาลาห์
เขาพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรมาแล้ว ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, รวมถึงรางวัลดาวซัลโวและแข้งยอดเยี่ยมมากมาย แต่ในทีมชาติ แฟนบอลยังรอ “ภาพจำใหญ่ๆ” ที่จะเล่าต่อไปได้ไม่รู้จบ เช่น การพาทีมชนะนัดประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลก หรือดึงทีมฝ่าด่านแบ่งกลุ่มไปสู่รอบต่อไป
ในมุมของแฟนบอลไทยเอง การได้เห็นซูเปอร์สตาร์อย่างซาลาห์พยายามวิ่งไล่ความฝันกับทีมชาติอียิปต์ ทำให้เราเข้าใจดีว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ชิงถ้วย แต่เป็นเวทีที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี ชื่อเสียง และความภูมิใจของทั้งประเทศ
ก่อนเข้าสู่ช่วงท้าย ต้องไม่ลืมว่าเรื่องราวของซาลาห์สามารถเป็นแรงบันดาลใจแบบ “ไร้วันหมดอายุ” ให้กับคนดูบอลทั่วโลก นักเตะจากประเทศที่ไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมของยุโรป แต่ใช้ฝีเท้า ความมุ่งมั่น และความสม่ำเสมอ ทะลุขึ้นมาเป็นหนึ่งในแข้งระดับโลก และยังไม่หยุดฝันเรื่องการพาทีมชาติสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของตัวเอง
🚀 จากความค้างคาสู่โอกาสเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่
หาก ทีมชาติอียิปต์ สามารถเก็บชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลก หรือทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ในปี 2026 ได้จริง ความหมายของมันอาจมากกว่าถ้วยแอฟริกัน เนชันส์ คัพ อีกหนึ่งสมัยด้วยซ้ำ เพราะนี่คือเวทีที่ทั้งโลกจับตามอง และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าอียิปต์ไม่ได้เก่งแค่ในทวีปตัวเอง
สำหรับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นี่คือโอกาสเปลี่ยน “เรื่องเล่าที่ขาดตอน” ให้กลายเป็น “นิยายที่จบสวย” ในสีเสื้อชาติ เขาไม่ได้เป็นแค่ดาวยิงระดับตำนานของสโมสร แต่คือชายที่แบกความฝันของคนทั้งประเทศเอาไว้ตลอดเส้นทางในทีมชาติ
ถ้าเขาพาอียิปต์สร้างปาฏิหาริย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าชัยชนะนัดสำคัญ การผ่านรอบแบ่งกลุ่ม หรือการเดินทางไกลเกินกว่าที่ใครคาดคิด เรื่องราวของซาลาห์จะถูกเล่าขานในฐานะคนที่ “ลบคำว่าค้างคา” และเขียนบทใหม่ให้วงการลูกหนังฟาโรห์อย่างเต็มภาคภูมิ
แฟนบอลที่อยากติดตามเรื่องราวร้อนๆ บทวิเคราะห์เข้มข้น และอัปเดตทุกจังหวะของโลกลูกหนังแบบถึงอารมณ์ อย่าลืมติดตามต่อได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

