🔥 ดีลใหญ่หลังบอลโลก 2026 ที่กำลังถูกจับตา
กระแสข่าวจากต่างประเทศระบุว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกคาดหมายว่าจะได้รับข้อเสนอให้ขึ้นคุมทีมชาติโปรตุเกส “หลังจบฟุตบอลโลก 2026” ที่จัดร่วมกันในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยจังหวะสำคัญอยู่ที่สัญญาของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ซึ่งจะหมดลงเมื่อทัวร์นาเมนต์ระดับโลกปิดฉาก
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ในตอนนี้ แนวคิดของสมาคมฟุตบอลโปรตุเกส (FPF) คือรอให้วาระของมาร์ติเนซสิ้นสุดก่อน แล้วค่อย “เดินเกมเต็มสูบ” เพื่อดึงกุนซือโปรไฟล์เดือดอย่างมูรินโญ่เข้าสู่ตำแหน่งใหญ่สุดของชาติ นี่จึงไม่ใช่ข่าวลอย ๆ แบบข้ามคืน แต่เป็นข่าวที่โยงกับ “เส้นเวลา” และ “จังหวะสัญญา” อย่างชัดเจน
🦅 มูรินโญ่กับเบนฟิก้า อาจอยู่ไม่ครบสัญญา
รายงานยังชี้ด้วยว่า มูรินโญ่เพิ่งกลับมาคุมเบนฟิก้าเป็นคำรบสองเมื่อเดือนกันยายน หลังตกลงสัญญา 2 ปีกับยักษ์ใหญ่ลีกโปรตุเกส แต่ ESPN อ้างว่า FPF อาจพยายามล่อใจเขาเข้าสู่ตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติ หลังมาร์ติเนซอำลา
พูดตรง ๆ นี่คือสถานการณ์แบบ “คุมสโมสรอยู่ แต่ทีมชาติกำลังเรียกหา” เพราะหากโปรตุเกสตั้งเป้าจะยกระดับไปให้สุดในยุคถัดไป ชื่อของมูรินโญ่คือแม่เหล็กชั้นดี ทั้งคาแรกเตอร์ ความสำเร็จ และความสามารถในการจัดการแรงกดดันในเกมใหญ่
🔁 ถ้ามูรินโญ่ไป ใครจะเสียบเบนฟิก้า
ในรายงานเดียวกัน ยังระบุว่า หากมูรินโญ่ตัดสินใจโบกมือลาเบนฟิก้า คนที่ “ชัดสุด” ว่ามีโอกาสเป็นตัวแทนคือ รูเบน อาโมริม อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งถูกปลด โดยเหตุผลที่ถูกยกขึ้นมาไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่เป็นสายสัมพันธ์กับเบนฟิก้า เพราะเขาเคยอยู่กับสโมสรถึง 9 ปีในช่วงเป็นนักเตะ และยังถูกยกให้เป็นโค้ชที่ได้รับความเคารพในบ้านเกิดจากความสำเร็จที่สปอร์ติ้ง ซีพี
นี่จึงเป็นภาพต่อเนื่องที่น่าสนใจมาก หากมูรินโญ่ย้ายไปทีมชาติ เบนฟิก้าก็อาจ “ไม่สะดุด” เพราะมีชื่อที่พร้อมรับไม้ต่อทันที
🗣️ คำพูดตรงจากมูรินโญ่ ความฝันคือทีมชาติ
ประเด็นนี้ยิ่งชัดขึ้น เพราะมูรินโญ่เคยพูดถึงความต้องการก้าวสู่เส้นทางกุนซือทีมชาติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ตอนเขายังคุมเฟเนร์บาห์เช่ในตุรกี เขาให้สัมภาษณ์กับ Corriere Dello Sport ไว้ว่า
“ผมอยากไปเล่นยูโรหรือฟุตบอลโลก และรวมใจทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวรอบทีม เหมือนที่ผมทำมาแล้วหลายครั้งกับสโมสร”
“ผมอยากทำเพื่อฟุตบอลและความหมายของกีฬานี้ มันจะเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก”
แค่นี้ก็เห็นภาพแล้วว่าเขาไม่ได้ปิดประตูทีมชาติ แต่กำลังรอจังหวะที่ “ใช่ที่สุด” ต่างหาก
🇵🇹 โปรตุเกสคือเป้าหมายแรก ไม่ใช่บราซิล
ต่อมาในเดือนสิงหาคม ตอนมีข่าวพัวพันกับทีมชาติบราซิล มูรินโญ่ย้ำชัดว่า “โปรตุเกสต้องมาก่อน” โดยเขาบอก Sporty Net ว่า
“ชะตาของผมในงานระดับทีมชาติ คือการไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติโปรตุเกส”
“ผมไม่เคยคิดจะคุมทีมชาติบราซิล ประสบการณ์แรกของผมต้องเป็นโปรตุเกส”
“หลังจากนั้นคนต้องเข้าใจว่าผมเป็นมืออาชีพ ผมคุมทีมอื่นได้ แต่ต้องเป็นทีมที่มีบางอย่างเชื่อมโยงกันกับผม”
“บราซิลแน่นอนเพราะความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ อังกฤษเพราะเป็นเหมือนบ้านของผม อิตาลีเพราะผมทำงานที่นั่นหลายปี แต่ประสบการณ์แรกในทีมชาติต้องเป็นโปรตุเกสของผม”
คำพูดนี้ทำให้ข่าว “โปรตุเกสหลังบอลโลก 2026” ยิ่งดูมีน้ำหนัก เพราะมันสอดคล้องกับทิศทางที่เจ้าตัวเคยประกาศไว้เอง
📉 ผลงานเบนฟิก้าขึ้น ๆ ลง ๆ แต่มีเกมมหัศจรรย์ให้พูดถึง
หลังเบนฟิก้าดึงมูรินโญ่กลับมา ผลงานถูกนิยามได้คำเดียวว่า “ผสม” ทีมตกรอบบอลถ้วยภายในประเทศทั้งสองรายการ และตามหลังจ่าฝูง เอฟซี ปอร์โต้ ถึง 7 แต้ม จนมีรายงานว่าเกิดเหตุปะทะอารมณ์ในการซ้อมกับแฟนบอล
อย่างไรก็ตาม มูรินโญ่ก็มีโมเมนต์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตาโต เมื่อเขาพาเบนฟิก้าสร้างปาฏิหาริย์ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วยการชนะเรอัล มาดริด ทีมเก่าของเขา 4-2 ในนัดสุดท้ายของรอบลีกเฟส ส่งผลให้ทีมได้ตั๋วไปเล่นเพลย์ออฟรอบน็อกเอาต์ และไฮไลต์ที่พูดกันทั้งยุโรปคือผู้รักษาประตู อนาโตลี ทรูบิน ยิงประตูสุดดราม่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 8 เพื่อพาทีมผ่านเข้าไป
นี่คือสไตล์มูรินโญ่ชัด ๆ เกมลีกอาจสะดุดได้ แต่เกมใหญ่เขาพร้อม “จุดไฟ” ให้ทีมระเบิดฟอร์มเสมอ
⚪ ข่าวรียูเนียนเรอัล มาดริด และคำตอบแบบมูรินโญ่
อีกด้านหนึ่ง มูรินโญ่ถูกโยงกับการกลับไปเรอัล มาดริด ซึ่งปัจจุบันอัลบาโร่ อาร์เบลัว เป็นคนคุมทีมชุดใหญ่ และมีคำกล่าวอ้างว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรมี “เป้าหมายสูงสุด” อยากกลับมาร่วมงานกับกุนซือโปรตุเกสอีกครั้ง
แต่เจ้าตัวออกมาดับข่าวแบบไม่เหลือพื้นที่ให้ตีความผ่าน Sport TV เมื่อเดือนที่แล้วว่า
“อย่านับผมไปเกี่ยวกับละครน้ำเน่าเลย ละครดี ๆ ก็มีนะ แต่มันยาวมาก พลาดไปตอนสองตอนก็หลงเรื่องแล้ว อย่านับผมเลย เพราะผมไม่ดูละครน้ำเน่า”
ประโยคเดียว เจ็บ ๆ คัน ๆ แต่ชัดเจนตามสไตล์ เดอะ สเปเชียล วัน
🏟️ นัดต่อไปเจอกันแน่ เรอัลปะทะมูรินโญ่ใน UCL และโปรแกรมก่อนหน้า
ถึงจะปฏิเสธข่าวโยงเรอัล แต่มูรินโญ่กับเรอัล มาดริด “ยังต้องเจอกัน” เพราะผลจับสลากยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ พาเบนฟิก้าชนกับยักษ์สเปน โดยนัดแรกจะเตะที่ลิสบอน วันที่ 17 กุมภาพันธ์
แต่ก่อนถึงเกมนั้น เบนฟิก้ายังมีโปรแกรมลีกต้องบุกไปเยือนซานตา คลารา ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญทั้งสภาพทีม โมเมนตัม และแรงกดดันจากแฟนบอลที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
🧠 มุมมองบอลไทยต่อข่าวนี้ ทำไมแฟน ๆ ถึงควรจับตา
สำหรับแฟนบอลไทย ข่าวนี้ไม่ได้มีแค่ความมันส์เรื่องกุนซือดัง แต่ยังสะท้อน “ธรรมชาติของฟุตบอลระดับชาติ” ที่เปลี่ยนได้ด้วยคนคนเดียว ทีมชาติที่มีนักเตะคุณภาพอยู่แล้ว หากได้โค้ชที่วางระบบเก่ง อ่านเกมขาด และรับมือทัวร์นาเมนต์สั้นได้ดี โอกาสไปไกลในทัวร์นาเมนต์ใหญ่จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
และถ้ามองในเชิง ข่าวฟุตบอล กับ ตลาดซื้อขายกุนซือ นี่คือเคสตัวอย่างว่า “สัญญา” กับ “จังหวะหลังทัวร์นาเมนต์” สำคัญแค่ไหน หลายชาติเลือกเปลี่ยนโค้ชหลังยูโรหรือบอลโลก เพราะเป็นจุดรีเซ็ตที่ชัด ทั้งการประเมินผลงาน การวางแผนรุ่นใหม่ และการตั้งเป้าหมายรอบถัดไป
📣 บทสรุปที่แฟนบอลอยากรู้ที่สุด
ตอนนี้ทุกอย่างยังอยู่ในคำว่า “คาดหมาย” แต่เส้นเรื่องมันต่อกันพอดีเกินกว่าจะมองข้าม สัญญามาร์ติเนซหมดหลังฟุตบอลโลก 2026 มูรินโญ่เคยประกาศชัดว่าอยากคุมโปรตุเกสเป็นเป้าหมายแรก แถมสถานการณ์กับเบนฟิก้าก็มีทั้งแรงหนุนและแรงเสียดทาน
ถ้าเกมนี้เกิดขึ้นจริง นี่อาจเป็นหนึ่งในดีลกุนซือทีมชาติที่สะเทือนที่สุดของยุโรป และแฟนบอลทั่วโลก รวมถึงแฟนบอลไทย เตรียมได้เห็นโปรตุเกสในเวอร์ชันที่ “ดุ จัด และเอาเรื่อง” กว่าเดิมแน่นอน
ติดตามข่าวเด่น ข่าวฟุตบอลเข้ม ๆ และความเคลื่อนไหววงการลูกหนังได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

