อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ริยาด มาห์เรซ ประกาศอำลาทีมชาติแอลจีเรียอย่างเป็นทางการ หลังพาทีมพ่าย สวิตเซอร์แลนด์ 0-2 จอดป้ายรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากเส้นทางรับใช้ชาติยาวนานกว่า 12 ปี ด้วยผลงาน 120 นัด 40 ประตู พร้อมสถานะตำนานผู้พาทีมคว้าแชมป์ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2019 ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ริยาด มาห์เรซ กัปตันทีมชาติแอลจีเรีย ตัดสินใจปิดฉากชีวิตในสีเสื้อทัพ “จิ้งจอกทะเลทราย” อย่างเป็นทางการ หลังจบเกมที่ แอลจีเรีย แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-2 ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นี่ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้หนึ่งเกมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่มันคือค่ำคืนที่แฟนบอลแอลจีเรียต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เพราะชายผู้แบกความหวังของชาติไว้บนบ่ามานานกว่า 12 ปี ได้เลือกวางมือจากทีมชาติในวัย 35 ปี พร้อมทิ้งมรดกทางลูกหนังที่ยากจะมีใครลบเลือน
มาห์เรซยืนยันเอง เกมนี้คือบทสุดท้ายกับทีมชาติ
หลังเสียงนกหวีดหมดเวลา มาห์เรซออกมายืนยันการตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยยอมรับว่า แอลจีเรียมีโอกาสผ่านเข้ารอบ แต่ความผิดพลาดในเกมระดับโลกกลายเป็นราคาที่ต้องจ่ายอย่างแสนเจ็บปวด
“เป้าหมายของเราคือการผ่านเข้ารอบ และผมคิดว่านี่เป็นเกมที่เรามีโอกาสทำได้ เราเสียสองประตูจากความผิดพลาด และในระดับนี้ คุณต้องจ่ายราคาแพงสำหรับสิ่งนั้น”
เมื่อถูกถามว่าเกมที่แวนคูเวอร์เป็นฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายของเขาหรือไม่ มาห์เรซตอบแบบชัดถ้อยชัดคำ ปิดประตูทุกความคาดหวังของแฟนบอลทันที
“ไม่ใช่แค่ฟุตบอลโลก แต่เป็นเกมสุดท้ายกับทีมชาติของผมด้วย”
สวิตเซอร์แลนด์ลงโทษเฉียบ แอลจีเรียจบทางที่รอบ 32 ทีม
เกมนี้ สวิตเซอร์แลนด์เล่นอย่างเฉียบคมและเยือกเย็นกว่า โดยได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกมจาก เบรล เอ็มโบโล ก่อนที่ ดาน เอ็นดอย จะมาซัดเพิ่มในครึ่งหลัง ปิดบัญชีชัยชนะ 2-0 และส่งแอลจีเรียตกรอบน็อกเอาต์แบบเจ็บลึก
แอลจีเรียภายใต้การคุมทีมของ วลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช พยายามเปิดเกมสู้ แต่จังหวะสุดท้ายไม่คมพอ เมื่อเจอกับทีมที่ลงโทษทุกความผิดพลาดได้อย่างเลือดเย็น ความฝันใน บอลโลก 2026 จึงจบลงพร้อมการอำลาของกัปตันผู้ยิ่งใหญ่
12 ปี 120 นัด 40 ประตู ตัวเลขของตำนานตัวจริง
มาห์เรซปิดฉากเส้นทางทีมชาติด้วยสถิติลงสนาม 120 นัด ยิงได้ 40 ประตู ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนังแอลจีเรียอย่างแท้จริง
จำนวนการลงสนามของเขามากเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของทีมชาติแอลจีเรีย เป็นรองเพียง อาอีสซ่า มานดี้ ที่ลงเล่น 123 นัด ส่วนผลงานการยิง 40 ประตู ทำให้เขารั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวสูงสุดของประเทศ ตามหลัง อิสลาม สลิมานี่ ที่ทำไว้ 49 ประตู
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติบนหน้ากระดาษ แต่มันสะท้อนถึงความสม่ำเสมอ ความภักดี และบทบาทผู้นำที่มาห์เรซมอบให้ทีมชาติมาตลอดยุคทองของเขา
แชมป์แอฟริกา 2019 คือหมุดหมายทองคำของมาห์เรซ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนามทีมชาติของมาห์เรซ คือการพาแอลจีเรียคว้าแชมป์ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2019 ซึ่งถือเป็นแชมป์ทวีปสมัยแรกของชาติ นับตั้งแต่ปี 1990
หนึ่งในภาพจำที่แฟนบอลไม่มีวันลืม คือฟรีคิกสุดเฉียบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของรอบรองชนะเลิศกับ ไนจีเรีย ประตูนั้นส่งแอลจีเรียเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนเอาชนะ เซเนกัล และขึ้นสู่บัลลังก์เจ้าแอฟริกาอย่างสมศักดิ์ศรี
สำหรับแฟนบอลแอลจีเรีย มาห์เรซไม่ได้เป็นเพียงปีกเท้าซ้ายพรสวรรค์สูง แต่คือผู้นำที่เปลี่ยนเกมสำคัญให้กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ
ฟุตบอลโลก 2026 ทัวร์นาเมนต์สุดท้าย แต่ยังฝากรอยเท้าระดับตำนาน
แม้แอลจีเรียจะหยุดเส้นทางเพียงรอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพที่ดีที่สุดในอาชีพทีมชาติของมาห์เรซ หลังมีส่วนร่วมกับ 3 ประตูจาก 4 นัด
- ยิง 2 ประตูในเกมพบ ออสเตรีย
- ทำ 1 แอสซิสต์ในเกมกับ จอร์แดน
- กลายเป็นนักเตะแอลจีเรียที่มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลก 1 สมัย
นอกจากนี้ เขายังกลายเป็นนักเตะแอฟริกันอายุมากที่สุดอันดับ 2 ที่ได้ลงตัวจริงในเกมฟุตบอลโลกรอบน็อกเอาต์ เป็นรองเพียง อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ของเซเนกัล ยิ่งตอกย้ำว่าจนถึงวันสุดท้าย มาห์เรซยังยืนอยู่ในระดับสูงสุดของเกมลูกหนังโลก
จากเด็กฝรั่งเศสสู่สัญลักษณ์ลูกหนังแอลจีเรีย
แม้เกิดในประเทศฝรั่งเศส แต่มาห์เรซเลือกเดินบนเส้นทางทีมชาติแอลจีเรียตั้งแต่ปี 2013 ก่อนประเดิมสนามก่อนศึกฟุตบอลโลก 2014 และค่อย ๆ สร้างตัวเองจนกลายเป็นแกนหลักของทีม
เขามีส่วนสำคัญในการพาแอลจีเรียผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่ลงสนามให้ทีมชาติเกินหลัก 100 นัด เส้นทางนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรสวรรค์ แต่คือการยืนระยะในสีเสื้อชาติอย่างสง่างาม

มรดกที่มาห์เรซทิ้งไว้ให้แอลจีเรีย
การอำลาของมาห์เรซคือสัญญาณเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของทีมชาติแอลจีเรีย จากนี้ทัพจิ้งจอกทะเลทรายต้องมองหาแกนหลักรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อมาตรฐานที่กัปตันรายนี้สร้างเอาไว้
เขาเคยเป็นทั้งตัวความหวัง ตัวปิดบัญชี และผู้นำในวันที่ทีมต้องการความนิ่งที่สุด การที่แอลจีเรียเสียทั้งโอกาสไปต่อในฟุตบอลโลก และเสียกัปตันระดับตำนานในคืนเดียวกัน จึงเป็นบทสรุปที่หนักหนาสำหรับแฟนบอลทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ชื่อของ ริยาด มาห์เรซ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลแอลจีเรีย ในฐานะหนึ่งในแข้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติ ผู้พาทีมสัมผัสแชมป์ทวีป สร้างสถิติในฟุตบอลโลก และยืนหยัดรับใช้ทีมชาติจนถึงวินาทีสุดท้ายของเส้นทาง
แฟนบอลแอลจีเรียไม่มีวันลืมกัปตันคนนี้
จากคืนแห่งความฝันในแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ 2019 สู่คืนแห่งการอำลาในฟุตบอลโลก 2026 มาห์เรซได้ฝากเรื่องราวครบทุกอารมณ์ไว้กับทีมชาติแอลจีเรีย ทั้งชัยชนะ ความผิดหวัง น้ำตา และเกียรติยศของนักเตะที่ยอมทุ่มทั้งหัวใจเพื่อประเทศ
ติดตาม ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา เพื่อไม่พลาดข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด ข่าวบอลต่างประเทศ บทวิเคราะห์หลังเกม และความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการลูกหนังที่แฟนบอลไทยต้องรู้ก่อนใคร

