
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ ระหว่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก 1-5 เชลซี วันนี้ 11/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่เดอะ วัลเลย์ กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอลฝั่งทีมเยือนยิ้มแก้มปริ เมื่อเชลซีของกุนซือเลียม โรเซนเยอร์ ยกพลบุกถล่มชาร์ลตัน แอธเลติก 5-1 แบบไม่ไว้หน้าเจ้าถิ่น เกมนี้ว่ากันตาม ผลบอลสด แล้วคือการโชว์คลาสต่างระดับอย่างชัดเจน ทั้งการครองบอล การเข้าทำ และจังหวะปิดบัญชีที่คมกริบของแนวรุกสิงห์บลูส์
บ้านกีฬาเห็นตรงกันว่านี่ไม่ใช่แค่การผ่านเข้ารอบธรรมดา แต่เป็นเกมที่ปลดล็อกความมั่นใจให้ขุนพลสิงห์บลูส์ทั้งทีม โดยเฉพาะตัวหลักและดาวรุ่งที่ผลัดกันแจ้งเกิดเต็มสนาม
🕐 ครึ่งแรก – เชลซีคุมเกม ก่อนฮาตูซัดนำทดเจ็บ
เปิดฉากมาไม่กี่นาที ชาร์ลตันพยายามใช้เสียงเชียร์ในบ้านกดดันไล่บีบสูง หวังฉวยโอกาสจากเกมรับเชลซีที่ยังจัดตัวผสมดาวรุ่ง แต่แนวรุกเจ้าถิ่นอย่าง ไทรีส แคมป์เบลล์ กับ ไมลส์ ลีเบิร์น ยังหาจังหวะจบแบบจะแจ้งไม่ได้ มีเพียงลูกเตะมุมและลูกโหม่งของลอยด์ โจนส์ที่ทำให้แนวรับทีมเยือนต้องระวัง
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เชลซีเริ่มตั้งลำได้ จอร์เรล ฮาตู กับ โจช อเชียมปง เติมสูงจากแบ็ก ทำเกมด้านข้างร่วมกับ เจมี กิตเทนส์ และ อเลฮันโดร การ์นาโช่ ส่วนตรงกลางปล่อยให้ มอยเสส ไกเซโด้ กับ อันเดรย์ ซานโตส คุมจังหวะ เกมรุกทีมเยือนบดอยู่ฝั่งชาร์ลตันแทบฝ่ายเดียว แต่ยังเจาะไม่เข้าจากจังหวะยิงไกลของอเชียมปงและบูโอนาน็อตเต้ที่ติดเซฟ วิลล์ แมนเนียน
นาที 31 เจ้าถิ่นเสียเปรียบเมื่อ เกร็ก โดเฮอร์ตี้ โดนใบเหลืองจากจังหวะเสียบใส่กิตเทนส์ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงแดนกลางถอยลึกลงไปอีก เชลซียิ่งเดินหน้ากดดัน ก่อนจะมาได้ประตูสำคัญช่วงทดเจ็บนาที 45+4 เมื่อ มาร์ก กูอิอู หลุดไปทางขวาแล้วไหลเข้ากลางให้ จอร์เรล ฮาตู เติมขึ้นมากดด้วยซ้ายในเขตโทษ บอลพุ่งเสียบเสาแบบแมนเนียนหมดสิทธิ์ เซตสกอร์ให้ทีมเยือนนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก
🕑 ครึ่งหลัง – เจ้าบ้านตีไข่แตกแต่โดนสิงห์ยิงยับ
ครึ่งหลังเชลซียังไม่ผ่อนเครื่อง เดินหน้าบุกต่อเนื่องและมาได้ประตูหนี 2-0 ในนาที 50 จากลูกเตะมุมที่ ฟากุนโด บูโอนาน็อตเต้ เปิดโค้งไปเสาแรกให้ โทซิน อดาราบิโอยอ โฉบโหม่งเต็มๆ ตุงตาข่าย เป็นประตูที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังลูกกลางอากาศของกองหลังร่างยักษ์รายนี้อย่างแท้จริง
แต่ชาร์ลตันก็ไม่ยอมง่ายๆ นาที 57 จากจังหวะเตะมุมฝั่งซ้าย บอลชุลมุนในเขตโทษก่อนมาเข้าเท้า ไมลส์ ลีเบิร์น แปจ่อๆ ไม่เหลือ เจ้าบ้านไล่มา 1-2 จุดไฟแฟนบอลเจ้าถิ่นให้กลับมามีหวังชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างด้านคุณภาพก็ฉายชัด นาที 62 เชลซีสวนหมัดทันควัน เมื่อ มาร์ก กูอิอู หลุดเข้าไปทางซ้ายก่อนแต่งบอลเข้าขวาแล้วอัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบนสุดสวย ขยับสกอร์หนีเป็น 3-1 จากนั้นโรเซนเยอร์ส่ง เอสเตวัง, เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ และ เลียม เดลาป ลงมาปั่นเกมรุกยิ่งทำให้การต่อบอลไหลลื่นกว่าเดิม
ช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นเริ่มยุบและเว้นช่องว่างให้โดนลงโทษเพิ่ม นาที 90+1 เอ็นโซ่ แทงทะลุช่องให้ เปโดร เนโต้ หลุดเดี่ยวไปซัดด้วยขวาผ่านตัวแมนเนียน กลายเป็นประตู 4-1 และในนาที 90+4 เชลซีได้จุดโทษเมื่อเอสเตวังโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อน เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ปิดกล่อง 5-1 ให้แฟนสิงห์ได้เฮกันลั่นตามรายงานจากหน้าเว็บแนว บ้านผลบอล

⚽ รายชื่อนักเตะตัวจริง การเปลี่ยนตัว และแข้งเด่น
🟥 ชาร์ลตัน แอธเลติก (3-1-4-2)
ผู้รักษาประตู
- 25 วิลล์ แมนเนียน (6.4)
กองหลังสามคน
- 36 คายน์ กัฟฟ์ (6.0)
- 5 ลอยด์ โจนส์ (5.3)
- 28 เจมส์ บรี (7.1)
มิดฟิลด์รับ
- 6 คอเนอร์ โคเวนทรี (6.2)
มิดฟิลด์ตัวรุกและวิงแบ็ก
- 17 อีธาน เบลล์ (6.2) – วิงแบ็กซ้าย
- 10 (กัปตัน) เกร็ก โดเฮอร์ตี้ (6.2) – มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์
- 14 ซอนนี แครีย์ (6.1) – เพลย์เมกเกอร์
- 7 ไทรีส แคมป์เบลล์ (6.7) – วิงแบ็กขวา
กองหน้า
- 23 ชาร์ลี เคลแมน (5.9)
- 11 ไมลส์ ลีเบิร์น (7.1) – ผู้ทำประตูให้ทีม
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- 3 มาคอลีย์ กิลเลสพีย์ (6.2) แทน เคลแมน นาที 66
- 18 คาโรย์ แอนเดอร์สัน (6.4) แทน โคเวนทรี นาที 66
- 26 โจ แรนคิน-คอสเตลโล (6.3) แทน โดเฮอร์ตี้ นาที 67
- 22 ไอแซก โอลาโอเฟ (6.5) แทน เบลล์ นาที 74
- 41 ฮาร์วีย์ คนิบบ์ส (6.3) แทน แคมป์เบลล์ นาที 82
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
- 21 แอชลีย์ เมย์นาร์ด-บรูเออร์ (GK)
- 8 ลุค เบอร์รี
- 30 โรเบิร์ต แอพเตอร์
- 37 อิบราฮิม ฟุลลาห์
ผู้เล่นเด่นของชาร์ลตัน
ไมลส์ ลีเบิร์น ใช้พละกำลังและการหาช่องในเขตโทษได้ดี แม้โอกาสน้อยแต่ยังพังประตูตีไข่แตก ขณะที่เจมส์ บรี ช่วยทั้งเกมรับและเกมรุกทางขวา ถือเป็นจุดสว่างของเจ้าถิ่นในคืนที่ทีมเสียถึงห้าลูก
🟦 เชลซี (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- 12 ลูคัส ยอร์เกนเซน (6.7)
กองหลังสี่คน
- 34 โจช อเชียมปง (7.0) – แบ็กขวา
- 4 โทซิน อดาราบิโอยอ (8.4) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
- 5 เบอนัวต์ บาดิอาชิล (6.7) – เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
- 21 จอร์เรล ฮาตู (7.4) – แบ็กซ้าย, ผู้ยิงประตูแรก
คู่กลาง
- 25 (กัปตัน) มอยเสส ไกเซโด้ (7.2)
- 17 อันเดรย์ ซานโตส (7.3)
สามตัวรุกด้านหลังศูนย์หน้า
- 11 เจมี กิตเทนส์ (6.9) – ปีกขวา
- 40 ฟากุนโด บูโอนาน็อตเต้ (7.6) – เพลย์เมกเกอร์
- 49 อเลฮันโดร การ์นาโช่ (6.5) – ปีกซ้าย
กองหน้าตัวเป้า
- 38 มาร์ก กูอิอู (7.3) – ยิงหนึ่ง จ่ายหนึ่ง
ตัวสำรองที่ถูกใช้งาน
- 41 เอสเตวัง (7.4) แทน กิตเทนส์ นาที 66
- 8 เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ (8.2) แทน บูโอนาน็อตเต้ นาที 69
- 9 เลียม เดลาป (6.1) แทน กูอิอู นาที 69
- 29 เวสลีย์ โฟฟานা (6.7) แทน ฮาตู นาที 85
- 7 เปโดร เนโต้ (7.6) แทน การ์นาโช่ นาที 85
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม
- 1 โรเบิร์ต ซานเชซ (GK)
- 23 เทรวอห์ ชาโลบาห์
- 14 ดาริโอ เอสซูโก
- 20 เชา เปโดร
ตัวเด่นของเชลซี
โทซิน อดาราบิโอยอ คุมเกมรับได้แน่นแถมเติมขึ้นไปโขกประตู 2-0 ส่วนเอ็นโซ่ลงมาเปลี่ยนจังหวะเกมทันที มีทั้งแอสซิสต์และยิงจุดโทษปิดเกม ขณะที่กูอิอู, ฮาตู และเนโต้ ล้วนมีชื่อบนสกอร์บอร์ดครบ
🔍 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เชิงแท็กติก ชาร์ลตันเลือกยืนระบบ 3-1-4-2 เน้นการยืนบล็อกต่ำ รอปิดพื้นที่ตรงกลางแล้วสวนกลับด้วยสปีดของแคมป์เบลล์และลีเบิร์น จุดแข็งคือเกมกลางอากาศจากคู่เซ็นเตอร์และหัวหอก แต่ปัญหาคือเมื่อโดนเชลซีถ่ายบอลเร็วจากซ้ายไปขวา ระบบป้องกันที่ใช้คนคุมโซนน้อยเกินไปในครึ่งสนามตัวเอง ทำให้วิงแบ็กทั้งสองฝั่งต้องวิ่งขึ้นลงหนัก จนช่องว่างหลังไลน์แบ็กสามเปิดให้ตัวรุกสิงห์บลูส์เล่นงาน
ฝั่งเชลซีในระบบ 4-2-3-1 ใช้การครองบอลเป็นอาวุธหลัก ไกเซโด้กับซานโตสคุมแดนกลางอย่างแน่นหนา ขยับสลับกันลงต่ำช่วยเซ็นเตอร์รับบอลแรกก่อนแทงขึ้นหน้าให้บูโอนาน็อตเต้หมุนตัวจ่ายออกปีกหรือชิ่งกับกูอิอู การเติมเกมของอเชียมปงและฮาตูทำให้รูปแบบการเข้าทำหลากหลาย ทั้งครอสจากด้านข้าง การเจาะช่องในฮาล์ฟส페ซ รวมถึงจังหวะยิงไกลนอกกรอบ จึงไม่น่าแปลกที่สถิติยิง 24 ครั้ง เข้ากรอบ 12 จะสะท้อนประสิทธิภาพเกมรุกที่แทบจะ “เดินเกมใส่” เจ้าถิ่นตลอด 90 นาที
เกมรับสิงห์บลูส์ก็ทำงานได้ยอดเยี่ยม อดาราบิโอยออ่านจังหวะบอลยาวของชาร์ลตันได้ดี ดักโหม่งเคลียร์แทบทุกลูก บาดิอาชิลช่วยซ้อนและบล็อกจังหวะยิงสำคัญ ส่วนฟูลแบ็กทั้งสองคนมีวินัยในการลงมาปิดเสาไกล ไม่ปล่อยให้คู่แข่งครอสฟรีบ่อยนัก นอกจากลูกตั้งเตะที่เสียประตูให้ลีเบิร์นแล้ว เชลซีแทบไม่ปล่อยให้ชาร์ลตันมีโอกาสลุ้นแบบเน้นๆ อีกเลย ถือเป็นเกมที่คำว่า วิเคราะห์บอล เรื่องแท็กติกต้องยกให้เชลซีเหนือกว่าชัดเจนทั้งแผนและการปรับในระหว่างเกม

📊 สถิติการแข่งขันแบบเจาะลึก
ภาพรวมตัวเลขบ่งบอกความเหนือกว่าของเชลซีแบบไม่ต้องเถียงกัน ทีมเยือนครองบอลถึงประมาณ 74% เทียบกับเจ้าถิ่นเพียง 26% เท่านั้น จำนวนการยิงทั้งหมด ชาร์ลตันได้ลุ้นแค่ 6 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ขณะที่เชลซีกระหน่ำยิงถึง 24 หน เข้ากรอบ 12 ลูก เป็นการบุกที่แทบจะสาดลูกยิงเข้าใส่ไม่หยุด ในแง่เกมรับ ชาร์ลตันต้องตัดฟาวล์ถึง 6 ครั้ง ส่วนเชลซีทำฟาวล์เพียง 4 ครั้ง ใบเหลืองแบ่งกันฝ่ายละ 1 แต่เชลซีได้ลูกเตะมุมมากกว่าอย่างชัดเจน 6 ต่อ 3 แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนบุกกดดันจนแนวรับเจ้าบ้านต้องเคลียร์ออกหลังตลอด แม้ตัวเลขล้ำหน้าชาร์ลตัน 0 เชลซี 1 จะดูใกล้เคียงกัน แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมเยือนเลือกจ่ายบอลทะลุช่องแบบเน้นจังหวะและมุมวิ่งมากกว่าการแทงยาวเสี่ยงล้ำหน้า
📝 เหตุการณ์สำคัญในเกม
- ⚠️ 5′ เบอนัวต์ บาดิอาชิล ฟาวล์ใส่ไมลส์ ลีเบิร์น รับใบเหลืองใบแรกของเกม
- ⚠️ 31′ เกร็ก โดเฮอร์ตี้ เข้าหนักใส่เจมี กิตเทนส์ โดนใบเหลือง ฝั่งชาร์ลตันเสียสมดุลแดนกลางทันที
- ⚽ 45+4′ ประตู 0-1 จอร์เรล ฮาตู เติมจากแบ็กซ้ายเข้าไปกดด้วยซ้ายในเขตโทษ หลังรับบอลจากมาร์ก กูอิอู ให้เชลซีขึ้นนำก่อนพักครึ่ง
- ⚽ 50′ ประตู 0-2 ฟากุนโด บูโอนาน็อตเต้ เปิดเตะมุมให้โทซิน อดาราบิโอยอ โขกเต็มหัวไม่เหลือ
- ⚽ 57′ ประตู 1-2 ชาร์ลตันตีไข่แตกจากลูกเตะมุมชุลมุน บอลเด้งมาเข้าเท้าไมลส์ ลีเบิร์น แปจ่อๆ เข้าไป
- 🔁 66′ เชลซีส่งเอสเตวังลงแทนกิตเทนส์ เปลี่ยนมิติการเลี้ยงกินตัวทางฝั่งขวา
- 🔁 66′ ชาร์ลตันส่งกิลเลสพีย์และแอนเดอร์สันลงแทนเคลแมนกับโคเวนทรี หวังเติมความสดแดนกลาง
- 🔁 67′ ชาร์ลตันถอดโดเฮอร์ตี้ ใส่โจ แรนคิน-คอสเตลโล ปรับเกมเพรสซิ่ง
- ⚽ 62′ ประตู 1-3 มาร์ก กูอิอู รับบอลทางซ้าย ก่อนหาจังหวะอัดด้วยซ้ายเสียบมุมบนสุดคม
- 🔁 69′ เชลซีเปลี่ยนสองคนรวด ส่งเอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ และเลียม เดลาป ลงแทนบูโอนาน็อตเต้กับกูอิอู
- 🔁 74′ ชาร์ลตันส่งไอแซก โอลาโอเฟ ลงแทนเบลล์ เติมความเร็วเกมรุก
- 🔁 82′ ฮาร์วีย์ คนิบบ์ส ลงมาแทนแคมป์เบลล์ เป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนใหม่
- 🔁 85′ เชลซีส่งเวสลีย์ โฟฟานากับเปโดร เนโต้ ลงมาแทนฮาตูและการ์นาโช่
- ⚽ 90+1′ ประตู 1-4 เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ แทงทะลุช่องให้เปโดร เนโต้ หลุดเดี่ยวไปซัดผ่านแมนเนียนอย่างนิ่ง
- 🧤 90+3′ แมนเนียนทำฟาวล์เอสเตวังในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เชลซีได้จุดโทษ
- ⚽ 90+4′ ประตู 1-5 เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ รับหน้าที่ยิงจุดโทษ ส่งบอลเสียบตาข่ายไม่พลาด ปิดบัญชีชัยชนะ 5-1 ให้เชลซี
🌟 Player of the Match – โทซิน อดาราบิโอยอ
บ้านกีฬายกให้ โทซิน อดาราบิโอยอ คือแมนออฟเดอะแมตช์แบบไร้ข้อโต้แย้ง เกรดคะแนนระดับ 8.4 มาจากทั้งเกมรับและเกมรุกครบเครื่อง ด้านเกมรับ เขาอ่านจังหวะบอลยาวของชาร์ลตันได้อย่างยอดเยี่ยม ดักโหม่งเคลียร์อันตรายหลายครั้ง แท็กเกิลสะอาดไม่ฟาวล์ง่าย ช่วยลดภาระของบาดิอาชิลให้เบาลงไปเยอะ ผสมกับรูปร่างสูงใหญ่ที่คุมพื้นที่เขตโทษได้สบาย
ในเกมรุก โทซินใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงเล่นงานแนวรับเจ้าถิ่นตลอด ลูกโหม่งขึ้นนำ 2-0 จากเตะมุมคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เชลซีเล่นง่ายขึ้นทันตาเห็น หลังจากนั้นเขายังเกือบโขกได้เพิ่มอีกหลายครั้ง ทำให้ค่ำคืนนี้ชื่อของโทซินถูกพูดถึงไม่แพ้ตัวรุกสิงห์บลูส์เลยทีเดียว
📈 สถานการณ์ในถ้วยเอฟเอ คัพ และภาพรวมลีก
แม้เป็นฟุตบอลถ้วย แต่ชัยชนะ 5-1 นัดนี้ส่งผลทางจิตวิทยาอย่างแรงต่อทั้งสองฝ่าย เชลซีการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของเอฟเอ คัพ ด้วยฟอร์มที่บ่งบอกว่าขุมกำลังผสมระหว่างตัวหลักกับดาวรุ่งเริ่มลงตัวมากขึ้น ทำให้แฟนบอลมองไปไกลถึงการลุ้นเส้นทางสู่เวมบลีย์ได้อย่างมีความหวัง ขณะเดียวกันผลงานนี้จะช่วยเติมความมั่นใจให้ก่อนกลับไปลุยเวทีพรีเมียร์ลีก ซึ่งภาพใน ตารางบอล ตอนนี้ เชลซียังต้องเร่งเก็บแต้มเพื่อต่อสู้พื้นที่ยุโรป การชนะยับเยินแบบนี้ช่วยเพิ่มโมเมนตัมได้ดี
ส่วนชาร์ลตัน แม้จะตกรอบเอฟเอ คัพ แต่ก็ต้องรีบลืมความพ่ายแพ้แล้วหันกลับไปโฟกัสในแชมเปียนชิพ การเสีย 5 ประตูต่อหน้ากองเชียร์ตัวเองสะท้อนให้เห็นจุดอ่อนเกมรับที่ต้องเร่งแก้ไข หากไม่อยากให้ผลงานในลีกสะดุดซ้ำสอง
📅 ตารางบอล และโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม
ในมุมของแฟนบอลที่ตามเช็ก โปรแกรมบอล ต่อเนื่อง บ้านกีฬารวบรวมแมตช์สำคัญหลังจากนี้ไว้คร่าวๆ ดังนี้
ชาร์ลตันต้องกลับไปลุยแชมเปียนชิพ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันที่ 17 มกราคม ก่อนจะมีคิวดวลเดือดกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในบ้านอีกครั้งวันที่ 21 มกราคม เกมสองนัดนี้สำคัญต่อการลุ้นหนีโซนล่างของตาราง พลาดไม่ได้แม้แต่แต้มเดียว
ด้านเชลซี โปรแกรมเข้มไม่แพ้กัน เริ่มจากเกมใหญ่ในศึกคาราบาว คัพ ที่ต้องเปิดบ้านรับอาร์เซน่อลในวันที่ 15 มกราคม จากนั้นอีกไม่กี่วันถัดไปจะกลับมาลุยพรีเมียร์ลีก เปิดรังชนเบรนท์ฟอร์ดวันที่ 17 มกราคม ซึ่งทั้งสองเกมจะเป็นบททดสอบชั้นดีว่าฟอร์มร้อนแรงจากเอฟเอ คัพ จะต่อยอดสู่ผลงานในลีกได้มากน้อยแค่ไหน
🏟 ติดตามทุกมุมมอง บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ ดูสถิติ จังหวะสำคัญ และเก็บทุกเม็ดความมันของเกมลูกหนังแบบเจาะลึก อย่าลืมติดตามอัปเดตสไตล์ บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา เราจะเกาะติดทุกสนาม ตั้งแต่พรีเมียร์ลีก, แชมเปียนชิพ, เอฟเอ คัพ ไปจนถึงลีกดังทั่วโลก พร้อมบทวิเคราะห์ก่อนเกม หลังเกม และมุมมองเชิงแท็กติกแบบจัดเต็มให้แฟนบอลได้อัปเดตกันทุกวัน

