นักศึกษาชายวัย 19 ปี สร้างโดรนเองตั้งแต่มัธยม สู่เจ้าของสตาร์ตอัปส่งออกโดรน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

นักศึกษาชายวัย 19 ปี กับเส้นทางซีอีโอที่เริ่มจากความชอบประดิษฐ์

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ไม่น้อย สำหรับ เว่ย ซื่อหยวน นักศึกษาชายชาวจีนวัย 19 ปี ที่ไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยหูหนันเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี ซึ่งพัฒนาโดรนและอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จนได้รับฉายาว่า “ซีอีโอในชุดนักเรียน”

จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้มาจากครอบครัวนักธุรกิจใหญ่โต แต่เกิดจากความสนใจในเครื่องมือ เครื่องจักร และการประดิษฐ์ตั้งแต่วัยเด็ก เว่ยเติบโตมากับครอบครัวธรรมดา พ่อแม่เป็นคนทำงานทั่วไป แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวกลับจุดประกายให้เขาหลงใหลเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ่นยนต์และโดรน ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานสำคัญของเส้นทางผู้ประกอบการตั้งแต่วัยเรียน

เริ่มสร้างบริษัทตั้งแต่มัธยม พร้อมเพื่อนอีก 2 คน

ขณะที่เพื่อนร่วมวัยจำนวนมากทุ่มเทเวลาไปกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เว่ย ซื่อหยวน และเพื่อนอีก 2 คน กลับเลือกใช้เวลานอกห้องเรียนทดลองสร้างธุรกิจของตัวเอง ทั้งสามเริ่มจากการเข้าร่วมการแข่งขัน RoboMaster ซึ่งเป็นการแข่งขันหุ่นยนต์สำหรับนักเรียนในจีน และเคยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับสองในประเภทที่เข้าร่วม

ประสบการณ์จากสนามแข่งขันทำให้พวกเขาเห็นภาพชัดขึ้นว่า ความรู้ด้านหุ่นยนต์ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จริงได้ หลังจากนั้น ทั้งทีมจึงเริ่มพัฒนาโดรนของตัวเองจากศูนย์ ตั้งแต่การออกแบบแนวคิด สร้างต้นแบบ ไปจนถึงวางแผนผลิตจริง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้โดรนเป็นสินค้าเทคโนโลยีที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ฝ่าด่านครอบครัวไม่เห็นด้วย ต้องทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเลี้ยงบริษัท

เส้นทางของเว่ยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อแม่ของเขาเคยไม่เห็นด้วยกับการตั้งบริษัท เพราะกังวลว่าจะกระทบการเรียน แต่เว่ยยังคงเชื่อมั่นในเส้นทางของตัวเอง ถึงขั้นแอบไปจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโดยไม่บอกครอบครัว

เมื่ออายุ 16 ปี และสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขารับงานพาร์ทไทม์ ทั้งงานในร้านอาหารหม้อไฟและงานส่งอาหาร เพื่อนำรายได้มาจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของสำนักงาน ภาพของเด็กวัยเรียนที่ต้องสลับบทบาทระหว่างนักเรียน พนักงานพาร์ทไทม์ และผู้ก่อตั้งบริษัท จึงเป็นอีกมุมที่ทำให้เรื่องราวของเขาถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

โดรนรุ่นแรกออกขาย ก่อนขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

บริษัทของเว่ยและเพื่อนร่วมทีมตั้งเป้าพัฒนาโดรนสำหรับผู้บริโภคในราคาที่จับต้องได้ เมื่อสร้างต้นแบบสำเร็จ จึงว่าจ้างบริษัทภายนอกช่วยผลิตสินค้า ก่อนที่โดรนรุ่นแรกซึ่งมีดีไซน์แบบจีนจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2567

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ โดยมีคุณแม่ของเว่ยเข้ามาช่วยสนับสนุน เพราะมีความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ จากเดิมที่ครอบครัวเคยกังวล กลายเป็นการช่วยผลักดันให้ธุรกิจของลูกชายก้าวออกสู่ตลาดโลก

ไม่นานหลังจากนั้น บริษัทสามารถทำเงินก้อนแรกได้ราว 50,000 หยวน ซึ่งเว่ยนำไปจ่ายเงินเดือนพนักงานทันที เมื่อเขาเรียนจบมัธยมปลาย บริษัทสตาร์ตอัปแห่งนี้มีพนักงานแล้ว 11 คน และบางคนมีอายุมากกว่าเขาหลายปี สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถและวิสัยทัศน์ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยอายุเสมอไป

จากโดรนสู่ AI ต่อยอดบริษัทเทคโนโลยีแห่งที่สอง

นอกจากบริษัทโดรน เว่ยยังเดินหน้าก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีอีกแห่ง โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AI วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของนักสกี และให้คำแนะนำเพื่อช่วยปรับปรุงทักษะ ผลิตภัณฑ์นี้สามารถขายได้หลายพันชิ้นในตลาดต่างประเทศ ก่อนจะเริ่มทำตลาดในประเทศจีน

เรื่องนี้สะท้อนภาพชัดว่า เทคโนโลยีโดรนและ AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การถ่ายภาพ การขนส่ง การเกษตร กีฬา ความปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ คนรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นจึงมีโอกาสสร้างธุรกิจได้เร็วกว่ายุคก่อนมาก

ทำธุรกิจแล้วไม่ลืมแบ่งปัน บริจาคเงินช่วยโรงเรียนเก่า

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเว่ยน่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าของบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ยังรวมถึงทัศนคติเรื่องการแบ่งปัน เมื่อบริษัทเริ่มมีกำไร เขาได้นำเงิน 100,000 หยวน บริจาคให้โรงเรียนเก่า เพื่อสร้างพื้นที่พักผ่อนที่สะดวกสบายให้กับคนงานทำความสะอาด

เว่ยให้เหตุผลว่า คนงานเหล่านี้ทำงานหนัก และควรมีพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสม แนวคิดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการสร้างเทคโนโลยีราคาไม่แพงให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ไม่ใช่ผลิตสินค้าเฉพาะกลุ่มที่มีทุนสูงเท่านั้น

บทเรียนจากซีอีโอวัย 19 ปี ที่คนรุ่นใหม่ใช้เป็นแรงผลักดันได้

เรื่องราวของเว่ย ซื่อหยวน ทำให้เห็นว่า ความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนก้อนใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากความอยากรู้ ความกล้าลงมือทำ และการใช้เวลานอกห้องเรียนให้เกิดประโยชน์ การแข่งขันหุ่นยนต์ งานพาร์ทไทม์ การลองผิดลองถูก และการสร้างต้นแบบ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ทำให้เด็กนักเรียนคนหนึ่งก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีได้

ในยุคที่โดรน AI และสตาร์ตอัปกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวของเด็กอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนว่าโลกธุรกิจยุคใหม่เปิดพื้นที่ให้คนที่มีไอเดียจริง ลงมือจริง และแก้ปัญหาได้จริงมากขึ้น อายุอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่ความรับผิดชอบ วินัย และความกล้าทำต่างหากที่เป็นตัวตัดสินเส้นทางอนาคต

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา