ภาพรวมศึกมาสเตอร์ส: ทรัมป์คืนฟอร์มเบรกฝืด ล่าโทรฟี่อีกครั้ง
ศึก สนุกเกอร์มาสเตอร์ส รายการ Johnstone’s Paint Masters ที่อเล็กซานดรา พาเลซ ลอนดอน ระอุทันทีเมื่อมือหนึ่งโลกอย่าง จัดด์ ทรัมป์ โชว์คลาสอัด มาร์ก อัลเลน ไปแบบไม่ไว้หน้า 6-2 ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ พร้อมขยับเข้าใกล้การหยุดสถิติไร้แชมป์ยาวนานกว่า 13 เดือนของตัวเอง
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ ทรัมป์ ทะลุเข้าตัดเชือกมาสเตอร์สเป็นครั้งที่ 8 ในอาชีพ และยังมีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์สมัยที่ 3 หลังเคยยกโทรฟี่ใบนี้มาแล้วในปี 2019 และ 2023 สำหรับแฟนๆ ที่ตามผลงานต่อเนื่องจะรู้ดีว่า เจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในนักสอยคิวที่กวาดแชมป์มากที่สุดในรอบทศวรรษ แต่กลับอยู่ในช่วงฝืดแชมป์ นับตั้งแต่คว้าแชมป์รายการใหญ่ล่าสุดอย่าง UK Championship ปี 2024 หากได้โทรฟี่ที่อเล็กซานดรา พาเลซ คราวนี้ จะถือเป็นการประกาศคืนบัลลังก์ของเขาอย่างแท้จริง
ในรอบรองชนะเลิศ จัดด์ ทรัมป์ จะดวลกับ จอห์น ฮิกกินส์ ตำนานชาวสกอตต์ ในแมตช์ใหญ่วันเสาร์ที่อเล็กซานดรา พาเลซ ซึ่งเป็นการรีแมตช์คู่ชิงแชมป์โลกปี 2011 และ 2019 แต่จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เจอกันในมาสเตอร์ส โดยสถิติล่าสุด ทรัมป์ กดชัยชนะใส่ ฮิกกินส์ มาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน และแน่นอนว่าเจ้าตัวหวังจะยืดสถิตินี้ให้ยาวออกไปอีก
เกมเดือดเฟรมต่อเฟรม: จากจุดพลาดเดียว สู่โดนทรัมป์รัวไม่ยั้ง
เปิดฉากเฟรมแรก อัลเลนออกสตาร์ตได้ดีกว่าอย่างชัดเจน แม้จะตามหลัง 0-54 แต่เขารวมสมาธิกวาดเบรก 69 เคลียร์โต๊ะกลับมาปาดหน้าคว้าเฟรมแรกแบบสุดนิ่ง แสดงให้เห็นความเก๋าและความนิ่งในจังหวะเพรสเชอร์ของมือระดับท็อป
เฟรมสอง เกมเริ่มเปลี่ยนโทนกลายเป็นการสู้แบบ “ขลุกขลัก” มีทั้งการวางกัน การเล่นเซฟ และจังหวะพลาดเล็กๆ ทั้งสองฝ่าย แต่ ทรัมป์ อาศัยการคุมจังหวะที่เฉียบกว่า ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ เป็นเฟรมที่อาจไม่ได้สวยงามแต่สำคัญในเชิงความมั่นใจอย่างยิ่ง
เฟรมสามกลายเป็นไฮไลต์ด้านแท็กติกของแมตช์ เพราะลากยาวถึง 48 นาที กลายเป็นเฟรมที่นานที่สุดของทัวร์นาเมนต์ในปีนี้ ทั้งคู่วางสนุ้ก วางกัน แลกหมากบนโต๊ะอย่างดุเดือด โดยเฉพาะช่วงท้ายบนลูกน้ำเงินที่ยืดเยื้อ ก่อนที่ ทรัมป์ จะมากดลูกน้ำเงินทางไกลแบบสุดยอด แล้วตามด้วยชมพูและดำ ปิดเฟรมขึ้นนำ 2-1 อย่างสุดแกร่ง
อัลเลนไม่ยอมง่ายๆ ตอบโต้ด้วยเบรก 76 ในเฟรมสี่ ไล่ตีเสมอ 2-2 ก่อนพักกลางเซสชัน รูปเกม ณ จุดนั้นบอกชัดว่า ทั้งสองคนอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างที่แท้จริงเพิ่งจะมาปรากฏหลังจากนี้
เฟรมห้า คือจุดเปลี่ยนใหญ่ของแมตช์ อัลเลนเดินหน้าเก็บแต้มขึ้นนำ 68 แต้ม เหลือต้องเก็บแดงง่ายๆ อีกเพียงลูกเดียวก็แทบจะปิดเฟรมได้ แต่กลับพลาดลูกแดงตรงๆ แบบที่เจ้าตัวเองยังแทบไม่เชื่อสายตา ทรัมป์ที่รอจังหวะอยู่ไม่พลาด ตบเคลียร์โต๊ะเก็บเบรก 50 พลิกกลับมาปาดเฟรม 3-2 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นฟอร์มการจัดบอลของเขายังไม่นิ่งนัก
จากจุดนั้นโมเมนตัมทั้งหมดเทไปหา ทรัมป์ อย่างชัดเจน เฟรมหก เจ้าตัวกดเบรก 70 นิ่มๆ หนีเป็น 4-2 ก่อนจะเข้าโหมด “โหดต่อเนื่อง” ครองโต๊ะในเฟรมเจ็ดแบบเบ็ดเสร็จ เพิ่มช่องว่างเป็น 5-2
เข้าสู่เฟรมแปด ทรัมป์ยังไม่ปล่อยให้เกมยืดเยื้อ ทำเบรก 68 คุมสถานการณ์ไว้ได้หมด ก่อนจะปิดแมตช์ด้วยการตบแดงลูกสุดท้าย ตอกย้ำสกอร์ขาดลอย 6-2 พร้อมจองตั๋วเข้าสู่รอบตัดเชือกอย่างสง่างาม
เสียงจากปากผู้ชนะ: ทรัมป์ยอมรับฟอร์มไม่ดี แต่ผลลัพธ์สำคัญสุด
หลังจบแมตช์ จัดด์ ทรัมป์ ยอมรับตรงๆ ว่าเกมนี้ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่การเอาตัวรอดในวันที่เล่นไม่เข้าที่ ก็สะท้อนระดับชั้นของนักกีฬาได้เป็นอย่างดี
Trump กล่าวถึงเกมนี้ว่า
นี่อาจเป็นหนึ่งในแมตช์ที่เขาเล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่ในช่วงหลัง แต่ยิ่งทำให้รู้สึกดีที่ยังคว้าชัยได้ เขายกให้การดวลกับ ฮิกกินส์ เป็นเกมในฝัน เพราะเป็นนักสนุกเกอร์คนโปรด และมองว่ารายการมาสเตอร์สอยู่ในระดับเดียวกับแชมป์โลก บรรยากาศในฮอลล์ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม การได้ขึ้นโต๊ะเจอกับ ฮิกกินส์ ในรอบตัดเชือกถือเป็นโอกาสพิเศษที่ต้องใช้สมาธิสูงสุด พร้อมยอมรับว่าตัว ฮิกกินส์ เองยิ่งอายุมากก็ยิ่งได้รับการยกย่อง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาจะเล่นในระดับนี้ได้อีกนานแค่ไหน
สำหรับแฟนกีฬาชาวไทย มุมมองแบบนี้สะท้อนชัดว่า ทรัมป์ ให้ความสำคัญกับรายการนี้เทียบเท่าทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับโลก แปลว่ารอบตัดเชือกที่จะถึงต่อจากนี้ แรงกดดันและความเข้มข้นจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
มุมมองของมาร์ก อัลเลน: ยอมรับลูกแดงเฟรมห้าทำให้เกมหักมุม
ฝั่ง มาร์ก อัลเลน หลังพ่าย 2-6 ก็ออกมายอมรับตรงๆ ว่าจุดตายของตัวเองอยู่ที่เฟรมห้า ซึ่งเป็นจังหวะที่รูปเกมพลิกผันทั้งหมด
Allen กล่าวหลังเกมว่า
เขาชี้ชัดว่าการพลาดลูกแดงในเฟรมห้าคือจังหวะที่เปลี่ยนทุกอย่าง เขาผิดหวังตั้งแต่พักกลางเซสชันแล้วที่สกอร์ยังแค่ 2-2 เพราะตัวเองรู้สึกว่าควรนำ 3-1 มากกว่า จากนั้น ทรัมป์ ทำคลีนเคลียร์สุดเฉียบแซงนำ 3-2 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในเรื่องการวางตำแหน่งบอลยังดูหลุดๆ อยู่ แต่เบรกนั้นทำให้ ทรัมป์ กลับมาตั้งหลักได้ และยิ่งเล่นยิ่งแข็งแกร่งจนคุมเกมได้หมดในช่วงท้าย
คำพูดของอัลเลนตอกย้ำให้เห็นว่า ในระดับท็อปของโลก ความต่างระหว่างการนำ 3-1 กับเสมอ 2-2 สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของทั้งแมตช์ได้ทันที
ทำไมศึกทรัมป์–ฮิกกินส์ รอบตัดเชือกจึงห้ามพลาดสำหรับคอสนุกเกอร์
สำหรับแฟนสนุกเกอร์สายจริงจัง การเจอกันของ จัดด์ ทรัมป์ กับ จอห์น ฮิกกินส์ คือภาพจำของยุคสมัยใหม่ในวงการสอยคิว ฮิกกินส์ คือตำนานที่ผ่านทั้งยุคไม้เก่าและยุคใหม่มาแล้วทุกสมรภูมิ ส่วน ทรัมป์ คือหน้าตาของ “เจนใหม่” ที่ยกระดับเกมบุกให้ดุดัน เร็ว และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
รายการ สนุกเกอร์มาสเตอร์ส เองก็ถือเป็นหนึ่งใน “ทริปเปิลคราวน์” ที่มีเพียงสุดยอดนักสอยคิวเท่านั้นที่ได้สิทธิ์เข้าร่วม ไม่มีมือโนเนม ไม่มีรอบคัดเลือกให้ลองของ ทำให้ทุกเฟรมมีน้ำหนักในเชิงประวัติศาสตร์ เวทีอเล็กซานดรา พาเลซ ก็ถูกยกให้เป็นหนึ่งในฮอลล์ที่บรรยากาศมันส์ที่สุดในโลก สนามแสงไฟจัดเต็ม แฟนแน่นฮอลล์เสียงกระหึ่ม
สำหรับคอสนุกเกอร์ชาวไทย การได้ชมแมตช์ระดับตำนานแบบนี้ คือโอกาสดีในการเรียนรู้แท็กติก การเลือกช็อต และการบริหารสมาธิของผู้เล่นตัวท็อป การดูไม่ใช่แค่ลุ้นว่าใครจะชนะ แต่ยังได้เห็นมาตรฐานของเกมระดับโลกที่เป็นเหมือนตำราเคลื่อนที่บนโต๊ะเขียว
มองเกมข้างโต๊ะสไตล์ บ้านกีฬา
จากรูปเกมทั้งหมด บนกระดาษอาจบอกว่า ทรัมป์ ชนะขาด 6-2 แต่ถ้าดูรายละเอียดจะเห็นว่าแมตช์นี้ถูกตัดสินด้วยจุดเปลี่ยนเพียงไม่กี่ช็อต โดยเฉพาะลูกแดงที่ อัลเลน พลาดในเฟรมห้า ก่อนจะโดน ทรัมป์ เปิดโหมดโหดใส่ยาวจนปิดเกม หาก อัลเลน นำ 3-2 หรือ 3-1 ตั้งแต่พักกลางเซสชัน เกมอาจออกมาอีกแบบหนึ่งเลยก็ได้
อย่างไรก็ตาม นักสอยคิวระดับแถวหน้าต้องรู้จัก “ฆ่าเกม” ให้เป็น และ ทรัมป์ แสดงให้เห็นแล้วว่าแม้วันไหนฟอร์มจัดบอลจะไม่เข้าที่ แต่เมื่อถึงจังหวะสำคัญ เขายังเชื่อใจตัวเองได้เสมอ รอบตัดเชือกกับ ฮิกกินส์ จะเป็นบททดสอบขั้นต่อไปว่า มือหนึ่งโลกคนนี้พร้อมกลับไปยืนบนโพเดียมแชมป์หรือไม่
แฟนกีฬาและคอสอยคิวชาวไทยที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะเด็ดของโลกกีฬา ทั้งข่าวสนุกเกอร์ ฟุตบอล และกีฬาอื่นๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ทุกวันที่ สนุกเกอร์สดบ้านกีฬา

