ศาลฎีกาฟันคดีบัญชีทรัพย์สิน สะเทือนการเมองท้องถิ่นบุรีรัมย์
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองท้องถิ่นทันที หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ นางจุฑามาศ ซารัมย์ พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จากกรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
คดีนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะนางจุฑามาศมีความเชื่อมโยงกับตระกูลการเมืองในพื้นที่บุรีรัมย์ โดยรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่าเป็นน้องสาวของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำให้คำพิพากษาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งท้องถิ่น แต่ยังถูกมองเป็นสัญญาณเข้มข้นของมาตรฐานการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ปมสำคัญ ไม่แสดงเงินฝากและสลากออมสินรวมกว่า 2.8 ล้านบาท
คดีนี้เกิดจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ หลังตรวจพบว่านางจุฑามาศยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก วาระแรก โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินสำคัญ 2 รายการ ได้แก่ เงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2,000,000 บาท
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ได้แสดงไว้กว่า 2.8 ล้านบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นทรัพย์สินที่มีสาระสำคัญ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้
คำชี้แจงเรื่องเงินพี่ชาย ศาลมองว่ายังฟังไม่ขึ้น
ฝ่ายนางจุฑามาศชี้แจงว่า เงินฝากและสลากออมสินดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินของตนเอง แต่เป็นเงินของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชาย ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการและอยู่ในความดูแลของครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาจากรายการเดินบัญชี เส้นทางการเงิน และพฤติการณ์ประกอบแล้วเห็นว่า รายการฝากถอนเงินไม่สัมพันธ์กับที่มาของเงินตามคำกล่าวอ้าง อีกทั้งยังพบว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำรายการฝากถอนด้วยตนเองในบัญชีที่เกี่ยวข้อง เมื่อพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ศาลจึงรับฟังว่าเงินในบัญชีดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา และต้องถูกแสดงในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.
คำพิพากษาให้พ้นตำแหน่ง พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่า นางจุฑามาศจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ จึงให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
นอกจากผลทางการเมืองแล้ว รายงานข่าวยังระบุว่าศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ทำให้คดีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างของผลกระทบหนักจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ครบหรือไม่ตรงความเป็นจริง
ทำไมบัญชีทรัพย์สินจึงเป็นเรื่องใหญ่ของนักการเมือง
การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไม่ใช่แค่ขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นที่มีอำนาจใช้งบประมาณ ดูแลโครงการสาธารณะ และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง
บัญชีทรัพย์สินช่วยให้สังคมตรวจสอบได้ว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ระหว่างดำรงตำแหน่ง และหลังพ้นตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รัฐมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่ หากมีการปกปิด แสดงรายการเท็จ หรือไม่แจ้งทรัพย์สินที่ควรแจ้ง ย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเมืองโดยรวม
บทเรียนสำคัญของนักการเมืองท้องถิ่น
คดีจุฑามาศ ซารัมย์ สะท้อนให้เห็นว่า การเมืองท้องถิ่นไม่ได้อยู่นอกสายตาการตรวจสอบอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งระดับชาติหรือระดับ อบต. หากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
การแจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วนจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะความผิดพลาดหรือการปกปิดเพียงบางรายการ อาจนำไปสู่ผลร้ายแรงถึงขั้นพ้นตำแหน่ง ถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และกระทบเส้นทางการเมืองอย่างถาวร
ปิดฉากตำแหน่งนายก อบต.เมืองแฝก คดีที่สังคมจับตา
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการตรวจสอบนักการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นบัญชีทรัพย์สินที่สังคมให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความไว้วางใจของประชาชน
สำหรับนางจุฑามาศ ซารัมย์ คำสั่งพ้นตำแหน่งและการถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางการเมือง ส่วนในภาพใหญ่ คดีนี้ย้ำชัดว่าอำนาจทางการเมืองต้องมาพร้อมความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

