เนเธอร์แลนด์สะดุดตั้งแต่นัดแรก ญี่ปุ่นไล่เจ๊าเดือด 2-2 เปิดศึกบอลโลก 2026 สุดมัน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ญี่ปุ่นโชว์หัวใจนักสู้ ไล่ตีเสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2 ในเกมเปิดสนามกลุ่ม F ศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังอัศวินสีส้มขึ้นนำสองครั้งจาก เวอร์จิล ฟาน ไดค์ และคริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ แต่โดน เคโตะ นากามูระ กับ ไดจิ คามาดะ ยิงพาทีมซามูไรบลูแบ่งแต้มสุดดราม่า ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

เกมนี้ถือเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ปลุกไฟ ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างถึงอารมณ์ แม้ครึ่งแรกจะอึดอัดและเต็มไปด้วยจังหวะเชิงแท็กติก แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง เกมระเบิดความมันแบบคนละเรื่อง เนเธอร์แลนด์พยายามใช้คุณภาพเฉพาะตัวบดใส่ ขณะที่ญี่ปุ่นรอจังหวะโต้กลับด้วยความเร็วและวินัยเกมรับอันแข็งแกร่ง

สุดท้ายไม่มีผู้ชนะในสกอร์บอร์ด แต่แฟนบอลคือผู้ชนะตัวจริง เพราะทั้งสองทีมแลกกันแบบเดือดถึงใจ ก่อนจบด้วยผลเสมอ 2-2 ที่ทำให้กลุ่ม F เปิดกว้างทันทีตั้งแต่นัดแรก

ครึ่งแรกอึดอัด ก่อนครึ่งหลังลุกเป็นไฟ

ตลอด 45 นาทีแรก เกมเหมือนการดวลหมากรุกของสองทีมที่มีระบบชัดเจน ญี่ปุ่นเลือกตั้งรับอย่างมีวินัย เน้นบีบพื้นที่และรอจังหวะสวนกลับ ส่วนเนเธอร์แลนด์ครองบอลได้มากกว่า แต่เจาะแนวรับซามูไรบลูได้ไม่ถนัดนัก

แต่หลังพักครึ่ง ทุกอย่างเปลี่ยนทันที ทั้งสองทีมเร่งสปีดเกม กล้าเสี่ยงมากขึ้น และจังหวะเข้าทำเริ่มดุดันกว่าเดิม จนกลายเป็นครึ่งหลังที่มีครบทั้งประตูสวย ความผิดพลาด แท็กติก และดราม่าท้ายเกม

ฟาน ไดค์โขกปลดล็อก แต่อัศวินสีส้มปิดเกมไม่ลง

เนเธอร์แลนด์ได้ประตูนำจากลูกกลางอากาศของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์แบ็กกัปตันทีมที่ยังคงเป็นเสาหลักทั้งเกมรับและเกมขึ้นบอล ความแข็งแกร่งในการเล่นลูกโด่งของเขายังคงเป็นอาวุธที่คู่แข่งรับมือยาก และประตูนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเนเธอร์แลนด์ยังฝากความหวังไว้กับผู้นำแนวรับรายนี้ได้เสมอ

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ยอมถอย เคโตะ นากามูระยิงตีเสมอให้ทีมกลับเข้าสู่เกม ก่อนที่เนเธอร์แลนด์จะขึ้นนำอีกครั้งจากคริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ทำให้เกมเหมือนจะเอนเข้าทางทีมยุโรป แต่สุดท้ายพวกเขาปิดบัญชีไม่สำเร็จ

ซัมเมอร์วิลล์แจ้งเกิดเต็มตัว เกมใหญ่ไม่มีกลัว

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังเกมคือ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปีกวัย 24 ปีที่ได้โอกาสออกสตาร์ตให้เนเธอร์แลนด์ และตอบแทนความไว้วางใจของ โรนัลด์ คูมัน ด้วยประตูสุดเฉียบจากเท้าซ้ายในกรอบเขตโทษ

แม้ปกติเขาจะถนัดเล่นฝั่งซ้ายกับเวสต์แฮม แต่คูมันเลือกจับไปยืนฝั่งขวาเพื่อให้ตัดเข้าใน ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้แนวรับญี่ปุ่นต้องเจองานหนักตลอดเกม การเคลื่อนที่ของเขาสร้างความปั่นป่วนให้ฟูลแบ็กญี่ปุ่นหลายครั้ง และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขาอาจกลายเป็นอาวุธลับของอัศวินสีส้มในทัวร์นาเมนต์นี้

คูมันถอยเร็วเกินไป ญี่ปุ่นลงโทษแบบเจ็บแสบ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเนเธอร์แลนด์นำ 2-1 เมื่อคูมันเลือกปรับเกมให้รัดกุมมากขึ้น ทั้งการเปลี่ยนตัวและเพิ่มแนวรับเพื่อประคองสกอร์ แต่ปัญหาคือเวลายังเหลือมากถึงราว 26 นาที การถอยไปรับลึกเปิดพื้นที่ให้ญี่ปุ่นเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง

สุดท้ายญี่ปุ่นฉวยโอกาสจากลูกเตะมุมช่วงท้ายเกม ไดจิ คามาดะ แข้งจากคริสตัล พาเลซ มีส่วนสำคัญกับประตูตีเสมอในนาที 88 ทำให้ญี่ปุ่นคว้า 1 แต้มล้ำค่า และทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องกลับไปทบทวนบทเรียนใหญ่ทันที

“There was also a problem with pressure on the flanks. So if you look at the game, both goals, well, we didn’t defend well.”

แปลไทย: “มันมีปัญหาเรื่องการเพรสซิ่งบริเวณริมเส้นด้วย ถ้ามองจากเกมนี้ ทั้งสองประตูที่เสีย เราป้องกันได้ไม่ดี” คูมันกล่าวหลังเกม

ฟูลแบ็กญี่ปุ่นเติมเกมดุ สร้างแผลให้เนเธอร์แลนด์ทั้งสองฝั่ง

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ญี่ปุ่นดูอันตรายคือการเติมเกมของฟูลแบ็กและวิงแบ็ก พวกเขาไม่ได้ขึ้นมาแบบระวังตัวมากเกินไป แต่เติมสูงเพื่อสร้างจำนวนผู้เล่นในพื้นที่สุดท้าย โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับที่เปิดบอลเร็วและกดดันแนวรับเนเธอร์แลนด์อย่างหนัก

ปีกของญี่ปุ่นยังชอบตัดเข้าใน ทำให้เกิดแนวรุกซ้อนหลายชั้นในกรอบเขตโทษ เนเธอร์แลนด์จึงต้องรับมือทั้งบอลด้านข้างและการวิ่งสอดตรงกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประตูของนากามูระเกิดขึ้น และทำให้ญี่ปุ่นมีลุ้นกลับมาได้ตลอดเกม

สถานการณ์กลุ่ม F เปิดกว้าง ใครพลาดอีกอาจเหนื่อยหนัก

ผลเสมอนัดนี้ทำให้กลุ่ม F ยังเดือดแบบไม่มีใครได้เปรียบชัดเจน เนเธอร์แลนด์พลาดโอกาสเก็บ 3 แต้มในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของตัวเอง ขณะที่ญี่ปุ่นได้แต้มสำคัญที่เพิ่มความมั่นใจอย่างมากก่อนเดินหน้าลุยนัดต่อไป

โปรแกรมถัดไป เนเธอร์แลนด์จะอยู่ในรัฐเท็กซัสต่อเพื่อพบกับสวีเดนที่ฮูสตัน ส่วนญี่ปุ่นมีคิวพบตูนิเซียที่เอสตาดิโอ มอนเตร์เรย์ ในกัวดาลูเป เกมต่อไปของทั้งสองทีมจึงมีความหมายสูง เพราะผลการแข่งขันอาจชี้ทิศทางการเข้ารอบของกลุ่มนี้ได้ทันที

บ้านกีฬามองเกมนี้อย่างไร

เกมนี้บอกชัดว่าเนเธอร์แลนด์ยังมีคุณภาพสูง แต่การบริหารเกมหลังขึ้นนำยังเป็นคำถามใหญ่ ส่วนญี่ปุ่นพิสูจน์อีกครั้งว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมรองบ่อนธรรมดา แต่เป็นทีมที่มีระบบ ความเร็ว และหัวใจนักสู้ครบเครื่อง แฟนบอลที่ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 และบทวิเคราะห์บอลต่างประเทศแบบเข้มข้น สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ที่ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา