ภาพรวมทัวร์นาเมนต์และการรีแบรนด์ชื่อ
สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ประกาศโปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการของศึก อาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 ทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อจากรายการเดิมมาใช้ชื่อใหม่ เพื่อตอกย้ำการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของมหกรรมลูกหนังอาเซียน และยกระดับภาพลักษณ์ให้ใกล้เคียงทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปมากยิ่งขึ้น
การแข่งขันครั้งนี้ถูกวางโปรแกรมฟาดแข้งในช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม 2569 โดยมีการจับสลากแบ่งสายเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้ และล่าสุด เอเอฟเอฟ ได้คลอดโปรแกรมเตะอย่างละเอียดของทุกชาติ ทำให้แฟนบอลสามารถวางแผนเชียร์ได้ล่วงหน้าแบบวันต่อวัน
โปรแกรมช้างศึกในรอบแบ่งกลุ่ม
ด้าน ทีมชาติไทย ถูกวางโปรแกรมให้ลงเล่นรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด แบ่งเป็นเกมเหย้า 2 นัด และเกมเยือน 2 นัด ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ต้องบริหารสภาพร่างกายและการเดินทางอย่างรอบคอบ โดยคิวลงสนามของทัพ ช้างศึก มีดังนี้

- นัดที่ 1 วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 : พบ สปป.ลาว (เยือน)
- นัดที่ 2 วันที่ 1 สิงหาคม 2569 : พบ มาเลเซีย (เหย้า)
- นัดที่ 3 วันที่ 4 สิงหาคม 2569 : พบ ฟิลิปปินส์ (เยือน)
- นัดที่ 4 วันที่ 8 สิงหาคม 2569 : พบ เมียนมา (เหย้า)
เปิดหัวด้วยการบุกลาว ก่อนกลับมาเล่นในบ้านรับมือคู่ปรับสำคัญอย่างมาเลเซีย แล้วออกเยือนฟิลิปปินส์ ต่อด้วยการปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มในถิ่นตัวเองเกมดวลเมียนมา โปรแกรมลักษณะนี้ทำให้เกมเหย้าทั้ง 2 นัดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะน่าจะเป็นจุดชี้ชะตาเส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์ของทัพไทย
สำหรับแฟนบอลที่จับตาเรื่องการลุ้นเข้ารอบ โครงสร้างแบบเหย้า-เยือนในรอบแบ่งกลุ่มจะเปิดโอกาสให้ โปรแกรมทีมชาติไทย มีความยืดหยุ่นด้านแท็กติก สามารถบริหารผลการแข่งขันในแต่ละนัดได้ หากเก็บแต้มจากเกมเยือนได้ดี โอกาสปิดงานในบ้านก็มีสูงมาก
ระบบน็อกเอาต์แบบเหย้า-เยือนยังอยู่ครบ
ในส่วนของรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ยังคงใช้ระบบเหย้า-เยือนตามรูปแบบดั้งเดิมของศึก ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เพื่อให้ทั้งสองทีมได้เปรียบเสียเปรียบใกล้เคียงกัน และสร้างบรรยากาศสุดเดือดทั้งในบ้านและนอกบ้านของแฟนบอล
- รอบรองชนะเลิศ แข่งขันในวันที่ 15-16 สิงหาคม และ 18-19 สิงหาคม 2569
- รอบชิงชนะเลิศ แข่งขันในวันที่ 22 สิงหาคม และ 26 สิงหาคม 2569
ส่วนรายละเอียดเรื่องสนามแข่งขัน เวลาเตะอย่างเป็นทางการ และช่องทางการถ่ายทอดสด ยังต้องรอการยืนยันจากฝ่ายจัดอีกครั้ง แต่เชื่อได้ว่าแฟนบอลไทยจะไม่พลาดชม ด้วยยุคที่การดูบอลผ่านทีวีและออนไลน์เข้าถึงง่ายมากขึ้น กองเชียร์สบายใจได้ว่าทุกนัดสำคัญจะมีช่องทางให้ตามเชียร์แน่นอน
ไทยเจ้าอาเซียน! สถิติแชมป์ที่คู่แข่งต้องเกรงใจ
เมื่อมองย้อนไปตลอดเส้นทาง 15 ครั้งของการจัดศึกชิงแชมป์อาเซียน ทีมชาติไทย คือมหาอำนาจลูกหนังของภูมิภาคแบบเต็มปาก ด้วยผลงานคว้าแชมป์ได้ถึง 7 สมัย มากที่สุดในกลุ่มชาติสมาชิก
ปีที่ไทยเคยเถลิงโทรฟี ได้แก่
- 1996
- 2000
- 2002
- 2014
- 2016
- 2020
- 2022
ตามมาด้วยสิงคโปร์ที่คว้าแชมป์ 4 สมัย เวียดนาม 3 สมัย และมาเลเซีย 1 สมัย เท่ากับว่าไทยยังคงเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ทุกชาติอยากโค่นให้ได้ในรายการนี้ และทุกครั้งที่ลงสนาม ชื่อเสียงและเกียรติยศของฟุตบอลไทยถูกเดิมพันอยู่บนสนามเสมอ
สถิติเหล่านี้ทำให้ทัวร์นาเมนต์ปี 2026 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะหากทัพไทยสามารถไปให้สุดทางอีกครั้ง จะเป็นการขยับสถิติแชมป์ขึ้นไปสู่สมัยที่ 8 ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งแห่งอาเซียนให้ชัดเจนกว่าเดิม
ความหมายของทัวร์นาเมนต์ต่อวงการลูกหนังไทย
ศึก อาเซียน คัพ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่รายการเกียรติยศของภูมิภาค แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันนักเตะไทยรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมารับใช้ชาติ เปิดโอกาสให้แข้งจากไทยลีกและนักเตะที่ค้าแข้งต่างแดนได้พิสูจน์ตัวเองในเกมจริงที่กดดันทั้งด้านผลการแข่งขันและเสียงเชียร์ของแฟนบอล
ทุกครั้งที่ทีมชาติไทยลงเล่นในรายการนี้ จะถูกใช้เป็นตัวชี้ความพร้อมทั้งในมุมแท็กติกของโค้ช เคมีในทีม รวมถึงสภาพจิตใจของนักเตะ ก่อนต่อยอดไปสู่รายการใหญ่ในระดับเอเชีย การมีทัวร์นาเมนต์ที่จัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปีแบบนี้ จึงช่วยสร้างวัฒนธรรมการเชียร์ทีมชาติในหมู่แฟนบอลไทยให้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
เตรียมนับถอยหลังเชียร์ช้างศึกไปด้วยกันกับ บ้านกีฬา
เมื่อโปรแกรมชัดเจน แฟนบอลไทยเตรียมจับปากกาไฮไลต์วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ไว้บนปฏิทิน เพราะจะเป็นแมตช์เปิดหัวที่ทัพไทยบุกเยือนลาว ก่อนเดินหน้าลุยต่ออีก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม เป้าหมายเดียวคือการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์และไล่ล่าถ้วยแชมป์สมัยที่ 8 ให้ได้
ศึกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเกียรติประวัติบนกระดาษ แต่คือศักดิ์ศรีของฟุตบอลไทยในระดับอาเซียน ทุกประตู ทุกจังหวะ ทุกคะแนน มีความหมายกับแฟนบอลทั้งประเทศ ใครที่ไม่อยากพลาดทุกอัปเดตของทัพช้างศึกในทัวร์นาเมนต์นี้ ติดตามข่าว โปรแกรม อัปเดตฟอร์ม และบรรยากาศรอบสนามได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา แหล่งรวมความมันส์ของคอลูกหนังตัวจริง

