บ้านผลบอล สรุปหลังเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดือด! ปืนใหญ่ยิงยังไงก็ไม่เข้า ฟอเรสต์รับแน่นยันเจ๊า 0-0 ลุ้นแชมป์สะดุดเล็กๆ แต่ยังนำฝูงอยู่

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด พรีเมียร์ลีก ระหว่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-0 อาร์เซนอล วันนี้ 18/1/69 – บ้านกีฬา

ศึก พรีเมียร์ลีก ที่ซิตี้ กราวด์คืนนี้ บ้านกีฬา ขอบอกเลยว่าโคตรอึดอัด ทั้งสองทีมเปิดเกมกันแบบมีเดิมพันเต็มกระเป๋า เจ้าถิ่น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ต้องการแต้มหนีโซนแดง ส่วน อาร์เซนอล อยากโกยสามคะแนนเพื่อยึดจ่าฝูงต่อยาวๆ แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด น่าจะรู้สึกเหมือนกันว่าเกมนี้ปืนใหญ่ขึงรุกแทบจะตลอด แต่เจาะไม่เข้า สุดท้ายต้องแบ่งแต้ม 0-0 กลับลอนดอนแบบเซ็งๆ

🔥 ครึ่งแรก: ฟอเรสต์ปักบังเกอร์ ปืนใหญ่บอมบ์แต่ไร้กระสุนจริง

เสียงนกหวีดเริ่มเกม ฟอเรสต์เขี่ยบอลก่อน แต่ยังไม่ทันได้เข้าที่ก็โดนจับล้ำหน้าอย่างรวดเร็วจากจังหวะวิ่งหาเหลี่ยมของ Igor Jesus นาทีที่ 4 เป็นอาร์เซนอลที่ได้เตะมุมแรก เปิดกดดันเข้าใส่ทันที เกมรุกฝั่งทีมเยือนเน้นต่อบอลริมเส้นให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี และ นอนี มาดูเอเก้ ลากจี้ใส่แบ็กข้าง

นาที 8 มาร์ติเนลลีได้โขกในกรอบเขตโทษแต่แนวรับฟอเรสต์ช่วยกันบล็อกเอาไว้ได้แบบหวุดหวิด เกมต้องหยุดชั่วคราวในนาที 10 เพราะอาการเจ็บของ วิลเลี่ยม ซาลิบา ก่อนกลับมาลุยต่อ ฟอเรสต์เองก็มีสวน นาที 12 ได้เตะมุมและเป็น นิโกลัส โดมิงเกซ ที่ได้ยิงจ่อๆ แต่ก็โดนบล็อกอีกเช่นกัน

กลางสนามเริ่มเดือด นาที 18-21 มีทั้งฟาวล์ตัดเกมและจังหวะบุกต่อเนื่อง เบน ไวท์ หลุดขึ้นมายิงจ่อแต่บอลเหินข้ามคานน่าเสียดาย ฝั่งฟอเรสต์ถอยลงมาตั้งโซนรับต่ำ ปิดพื้นที่ตรงกลาง ปล่อยให้ปืนใหญ่ครองบอลแต่ไม่เปิดช่องให้เจาะง่ายๆ

ช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์เซนอลได้เตะมุมอีกหลายครั้ง ทั้งจาก มาดูเอเก้ และ วิคตอร์ ยอคเกอร์ส แต่ทุกลูกติดบล็อกหรือหลุดเสา ขณะที่เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากฟรีคิกของ โอลา ไอน่า นาที 39 บอลพุ่งแรงแต่ไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 เกมอึดอัดแต่เข้มข้น แฟนบอลในสนามแทบไม่ได้นั่งพัก

🔥 ครึ่งหลัง: อาร์เตต้ากลับใจกล้าเปลี่ยนรุก แต่ Sels เซฟจนปืนบอดสนิท

ครึ่งหลังเริ่มมาไม่ถึงนาที มิเกล อาร์เตต้า ขยับหมากทันที ส่ง เลอันโดร ทรอสซาร์ ลงมาแทนมาร์ติเนลลี เพื่อเพิ่มความหลากหลายเกมรุก แต่จังหวะแรกๆ กลับเป็นฟอเรสต์ที่ได้เตะมุม นาที 49 ลิปานีซัดแต่โดนเซฟ

เกมเริ่มเทไปฝั่งอาร์เซนอลเต็มตัวตั้งแต่นาที 52 เป็นต้นไป ฟอเรสต์พยายามดึงจังหวะ เล่นช้า รอจังหวะสวน แต่ก็ไม่ค่อยได้หลุด พอมาถึงนาที 57 อาร์เตต้าตัดสินใจเทหมดหน้าตัก เปลี่ยนสามคนรวด ส่ง บูกาโย่ ซากา, กาเบรียล เชซุส และ มิเกล เมรีโน่ ลงมาสร้างความแตกต่าง

ผลชัดทันที นาที 59 ดีแคลน ไรซ์ ได้ยิงจ่อๆ ในเขตโทษแต่ ม็อก ซ็องต์ เซลส์ งัดซูเปอร์เซฟปัดทิ้ง นาที 65 ซากาโหม่งในกรอบอีกครั้งก็ยังไม่ผ่านมือ เซลส์ ปืนใหญ่เดินหน้าบุกเป็นพายุ แต่ฟอเรสต์ยืนโซนแน่นมาก

ช่วงยี่สิบนาทีท้ายเกม เจ้าถิ่นขยับบ้าง ส่ง ดาน เอ็นดอย ลงมาเปลี่ยนจังหวะและช่วยพักบอล ส่วนอาร์เซนอลส่ง เอเบเรชี เอเซ ลงมาขยี้แนวรับต่อ บอลยิ่งกดขึงอยู่หน้ากรอบเขตโทษฟอเรสต์ แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความคม

นาที 90 ฟอเรสต์มาเสียใบเหลืองเมื่อ โอลา ไอน่า ฟาวล์ตัดเกม สะท้อนภาพว่าเจ้าถิ่นเน้นรัดกุมมากกว่าคิดเสี่ยงบุกใส่ ทดเจ็บ 5 นาที อาร์เซนอลยังได้ลุ้นจากลูกโหม่งของ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ที่เติมขึ้นมาเล่นลูกเซตพีซ แต่บอลหลุดกรอบแบบหมดลุ้น สุดท้ายจบเกมด้วยผลเสมอ 0-0 แบบทำอะไรกันไม่ได้จริงๆ

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน

🟢 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู

  • ม็อก เซลส์ 7.1 – เซฟสำคัญหลายครั้ง เป็นกำแพงด่านสุดท้ายช่วยทีมเก็บคลีนชีต

กองหลัง

  • เนโก วิลเลียมส์ 7.8 – เติมเกมรุกทางขวาและช่วยเกมรับได้ยอดเยี่ยม
  • มูร์โญ่ 6.8 – คุมพื้นที่กลางรับ บล็อกลูกยิงสำคัญหลายจังหวะ
  • นิโกล่า มิลเลนโควิช 7.3 – ดักโหม่งลูกครอสของอาร์เซนอลได้ดี
  • โอลา ไอน่า 7.0 – แบ็กซ้ายเล่นแน่นทั้งเกม แต่อารมณ์หลุดจนโดนใบเหลืองท้ายเกม

กองกลางตัวรับ

  • อิบราฮิมา ซ็องกาเร่ 7.2 – ตัดเกมกลางสนาม เหนื่อยที่สุดคนหนึ่งของทีม
  • เอลเลียต แอนเดอร์สัน 8.0 – เชื่อมเกมจากรับสู่รุก ล้วงบอลและออกบอลฉลาด คือหัวใจแดนกลางของฟอเรสต์

ตัวรุกสามคนด้านหลังหน้าเป้า

  • คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย 7.5 – เติมสปีดและความอันตรายทางซ้าย สร้างปัญหาให้แบ็กขวาปืนใหญ่หลายครั้ง
  • มอร์แกน กิบบ์ส-ไวท์ 6.5 – พยายามสร้างสรรค์เกม แต่เจอการประกบหนักจากแดนกลางทีมเยือน
  • นิโกลัส โดมิงเกซ 6.6 – มีโอกาสยิงใกล้ๆ หลายจังหวะแต่ยังไม่เฉียบพอ

กองหน้า

  • อีกอร์ เชซุส 6.6 – วิ่งไล่เพรสหนัก ช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อน แต่ไม่มีจังหวะจบคมๆ

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • ดาน เอ็นดอย 6.7 (ลง 76’ แทน อีกอร์ เชซุส) – ช่วยพักบอลและไล่บีบในช่วงท้าย
  • โอมาริ ฮัทชินสัน (ลง 89’ แทน โดมิงเกซ) – ลงมาช่วยเก็บบอลและดึงเวลา

🔴 อาร์เซนอล (4-3-3)

ผู้รักษาประตู

  • ดาวิด รายา 6.6 – แม้ไม่ต้องเซฟหนัก แต่ต้องคอยออกมาช่วยเล่นเท้า เริ่มเกมบิลด์อัพตลอด

กองหลัง

  • เบน ไวท์ 6.7 – เติมเกมรุกดี แต่จังหวะจบสกอร์ช่วงต้นเกมปล่อยโอกาสทองหลุดมือ
  • วิลเลี่ยม ซาลิบา 7.1 – เก็บบอลยาวของฟอเรสต์ได้หมด แทบไม่เสียตำแหน่ง
  • กาเบรียล มากัลเญส 7.2 – ปักหลักคุมหัวใจเกมรับ แข็งแกร่งเล่นบอลกลางอากาศได้เปรียบ
  • ยูร์เรียน ทิมเบอร์ 6.6 – ได้ใบเหลืองตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ยังคุมอารมณ์ได้ดีและมีลุ้นโหม่งช่วงทดเจ็บ

กองกลางสามคน

  • ดีแคลน ไรซ์ 8.0 – อ่านเกมขาด แย่งบอลคืนได้ตลอด และมีโอกาสยิงจ่อๆ ที่เกือบเป็นประตูชัย
  • มาร์ติน ซูบิเมนดิ 6.8 – ช่วยหมุนบอลกลางสนาม ให้จังหวะทีมเดินหน้า
  • มาร์ติน โอเดการ์ด 6.8 – พยายามทะลุช่องและจ่ายบอลคิลเลอร์พาส แต่ถูกประกบติด

สามประสานแดนหน้า

  • กาเบรียล มาร์ติเนลลี 6.8 – มีจังหวะยิงลุ้นในครึ่งแรก แต่ขาดความคม ก่อนถูกถอดออกต้นครึ่งหลัง
  • วิคตอร์ ยอคเกอร์ส 6.0 – โดนเซนเตอร์ฟอเรสต์ประกบแน่น ไม่ค่อยได้มีพื้นที่เล่น
  • นอนี มาดูเอเก้ 6.6 – เลี้ยงกินตัวดี แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาด

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • เลอันโดร ทรอสซาร์ 6.6 (ลง 46’ แทน มาร์ติเนลลี) – พยายามหาพื้นที่ระหว่างไลน์ แต่ยังหาจังหวะยิงเน้นๆ ไม่ได้
  • มิเกล เมรีโน่ 7.0 (ลง 57’ แทน โอเดการ์ด) – เติมมิติกลางสนาม มีโอกาสโหม่งเฉี่ยวเสา
  • บูกาโย่ ซากา 7.2 (ลง 57’ แทน มาดูเอเก้) – ลงมาแล้วเกมรุกฝั่งขวาอันตรายขึ้นชัด แต่ยังเอาชนะเซลส์ไม่ได้
  • กาเบรียล เชซุส 6.1 (ลง 57’ แทน ยอคเกอร์ส) – มีจังหวะยิงจ่อๆ แต่ติดเซฟเช่นกัน
  • เอเบเรชี เอเซ (ลง 79’ แทน ซูบิเมนดิ) – ลงมาเลี้ยงกดดันในครึ่งช่องสุดท้าย แต่ไม่มีจังหวะจบคมๆ

📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

บ้านกีฬา มองภาพรวมแล้ว เกมนี้คือบทเรียนเรื่อง “ความนิ่งในพื้นที่สุดท้าย” ของ อาร์เซนอล อย่างแท้จริง แม้จะครองบอล 60% ต่อ 40% และผ่านบอลมากกว่าชัดเจน แผน 4-3-3 ของอาร์เตต้าทำงานดีในเชิงโครงสร้าง บิลด์อัพจากหลังผ่านเท้าของรายา, ซาลิบา และกาเบรียล ขึ้นมาถึงแดนกลางที่มีไรซ์คอยเชื่อม แต่เมื่อเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย การเคลื่อนที่ของกองหน้าทั้งยอคเกอร์สและเชซุสยังไม่หลอกแนวรับฟอเรสต์มากพอ

ด้านเกมรับ ปืนใหญ่ยังถือว่าแข็งแกร่ง คู่เซนเตอร์คุมพื้นที่ได้ดี ตัดบอลยาวของฟอเรสต์เกือบหมด จุดที่โดนกดดันมีเพียงตอนโดนลูกตั้งเตะและเตะมุมเท่านั้น ซึ่งก็ยังเคลียร์ได้ไม่มีจังหวะหวาดเสียวมากนัก

ฝั่งฟอเรสต์ แผน 4-2-3-1 เน้นรับลึกแล้วสวนเร็ว ใช้ซ็องกาเร่กับแอนเดอร์สันยืนหน้ากองหลังคอยดักบอล แนวรุกอย่างฮัดสัน-โอดอยกับกิบบ์ส-ไวท์รอใช้ความเร็วเล่นจังหวะโต้ แต่เพราะต้องถอยต่ำเกือบตลอด ทำให้กองหน้าตัวเป้าโดดเดี่ยวและแทบไม่มีโอกาสยิงแบบเน้นๆ เลย จุดเด่นของเจ้าถิ่นอยู่ที่ระเบียบเกมรับ ทุกคนวิ่งช่วยกันบล็อกจนจำนวนช็อตเข้ากรอบของปืนใหญ่เหลือแค่ 3 ครั้งทั้งเกม

ถ้าจะใช้คำว่า วิเคราะห์บอล เกมนี้แบบตรงๆ คือ ฟอเรสต์เล่นตามแท็กติก “ไม่แพ้สำคัญกว่าสวยงาม” ส่วนอาร์เซนอลยังขาดไอเดียใหม่ในการเจาะบล็อกต่ำ แม้จะมีตัวเทคนิคดีเต็มสนามแต่จังหวะเข้าทำยังซ้ำเดิมเกินไป

📈 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมยืนยันภาพในสนามอย่างชัดเจน อาร์เซนอลยิงทั้งหมด 9 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ขณะที่ฟอเรสต์ยิงเพียง 4 ครั้งแต่ไม่เข้ากรอบเลย การครองบอลทีมเยือนเหนือกว่าชัด 60% ต่อ 40% ผ่านบอลมากถึง 478 ครั้ง และมีความแม่นยำ 88% ส่วนเจ้าถิ่นผ่านบอล 297 ครั้ง ความแม่นยำอยู่ที่ 79%

จำนวนฟาวล์ก็สะท้อนสไตล์การเล่น ฟอเรสต์ฟาวล์ 8 ครั้ง เน้นตัดเกมจังหวะสำคัญ ขณะที่อาร์เซนอลฟาวล์ถึง 13 ครั้งเพราะต้องรีบแย่งบอลคืนเวลาสูญเสียการครองเกม ทั้งสองทีมโดนใบเหลืองทีมละหนึ่งใบ ไม่มีใบแดงหรือจังหวะรุนแรงเกินเหตุ ลูกล้ำหน้า ฟอเรสต์โดน 1 ครั้ง ส่วนปืนใหญ่ไม่มี ขณะที่เตะมุม อาร์เซนอลได้ถึง 9 ครั้ง เทียบกับเจ้าบ้านที่ได้ 4 ครั้งเท่านั้น แต่ทุกลูกยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้

⏱ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที

  • ⏱ นาทีที่ 1 – อีกอร์ เชซุส หลุดล้ำหน้าตั้งแต่เริ่มเกม
  • ⏱ นาทีที่ 4 – อาร์เซนอลได้เตะมุมแรก กดดันแนวรับฟอเรสต์
  • ⏱ นาทีที่ 8 – มาร์ติเนลลีโหม่งในกรอบ แต่โดนบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 10 – เกมหยุดชั่วคราวจากอาการเจ็บของซาลิบา ก่อนกลับมาเล่นต่อ
  • ⏱ นาทีที่ 12 – ฟอเรสต์ได้เตะมุม โดมิงเกซยิงจ่อแต่ติดบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 14 – โดมิงเกซเจ็บ เกมต้องหยุดอีกครั้ง
  • ⏱ นาทีที่ 16 – อาร์เซนอลได้เตะมุมต่อเนื่อง ขึงเกมรุกหน้ากรอบ
  • ⏱ นาทีที่ 17 – มาร์ติเนลลียิงมุมแคบยังโดนบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 19 – ปืนใหญ่ได้โหม่งในเขตโทษแต่ไม่ผ่านแนวรับ
  • ⏱ นาทีที่ 21 – เบน ไวท์ ได้ยิงจ่อๆ บอลข้ามคาน
  • ⏱ นาทีที่ 25 – ฟอเรสต์ได้เตะมุมอีกครั้ง แต่ยังต่อจังหวะไม่ได้
  • ⏱ นาทีที่ 28 – มาดูเอเก้ยิงจากลูกเตะมุมแต่ติดบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 29 – มาร์ติเนลลียิงเฉี่ยวเสาแบบได้ลุ้น
  • 🟨 นาทีที่ 37 – ทิมเบอร์ เข้าบอลหนักโดนใบเหลือง
  • ⏱ นาทีที่ 39 – โอลา ไอน่า ซัดฟรีคิกไกลบอลหลุดกรอบ
  • ⏱ นาทีที่ 41 – ยอคเกอร์สได้ซัดในกรอบจากลูกเตะมุมแต่ไม่ผ่านบล็อก
  • ⏱ ทดเวลาครึ่งแรก 3 นาที – ไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก 0-0
  • 🔁 นาทีที่ 46 – อาร์เซนอลเปลี่ยน ทรอสซาร์ ลงแทน มาร์ติเนลลี
  • ⏱ นาทีที่ 49 – ฟอเรสต์ได้เตะมุม ลิปานียิงแต่เซลส์เซฟ
  • ⏱ นาทีที่ 55 – ฟอเรสต์ได้เตะมุมอีกครั้ง กิบบ์ส-ไวท์ยิงไกลหลุดเสา
  • 🔁 นาทีที่ 57 – อาร์เซนอลเปลี่ยน 3 คนรวด ส่ง ซากา, เชซุส และเมรีโน่ ลงสนาม
  • ⏱ นาทีที่ 59 – ไรซ์ยิงจ่อๆ แต่เซลส์ซูเปอร์เซฟ
  • ⏱ นาทีที่ 61 – โดมิงเกซลองยิงไกลแต่โดนบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 65 – ซากาโหม่งในเขตโทษ เซลส์ปัดทิ้งอีกครั้ง
  • ⏱ นาทีที่ 70 – เชซุสได้ยิงจ่อแต่ติดมือผู้รักษาประตู
  • ⏱ นาทีที่ 72 – เมรีโน่โหม่งเฉี่ยวเสา น่าเสียดายสุดๆ
  • 🔁 นาทีที่ 76 – ฟอเรสต์ส่ง เอ็นดอย ลงแทน เชซุส
  • 🔁 นาทีที่ 78 – อาร์เซนอลส่ง เอเซ ลงแทน ซูบิเมนดิ
  • ⏱ นาทีที่ 80 – ซาลิบาโหม่งจากเตะมุมแต่ติดบล็อก
  • ⏱ นาทีที่ 87 – กิบบ์ส-ไวท์ยิงไกลหลุดเสา
  • 🟨 นาทีที่ 90 – โอลา ไอน่า โดนใบเหลืองฐานฟาวล์ตัดเกม
  • ⏱ นาทีที่ 92 – ทิมเบอร์โหม่งจากลูกเปิดของซากา บอลหลุดกรอบ
  • ⏱ นาทีที่ 95 – ฟอเรสต์ได้ฟรีคิกแดนตัวเอง เคลียร์บอลรักษาสกอร์ ก่อนจบเกม 0-0

🌟 Player of the Match: เอลเลียต แอนเดอร์สัน – หัวใจกลางป่า

รางวัล Man of the Match ไปอยู่ในมือของ เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ตัวขยันของฟอเรสต์ที่ได้คะแนน 8.0 จากฟอร์มการเล่นที่ครบเครื่องทั้งรับและรุก ตลอด 90 นาทีเขาวิ่งไม่มีหมด คอยซ้อนเพื่อนตัดบอลกลางสนาม แถมยังกล้าพาบอลทะลุไลน์เพรสของอาร์เซนอลหลายครั้ง

บทบาทของแอนเดอร์สันคือจุดแตกต่าง เขาช่วยลดภาระให้ซ็องกาเร่ในเกมรับ และเป็นคนออกบอลจังหวะแรกให้แนวรุกได้หายใจ สถิติการแย่งบอลคืนและการเคลื่อนที่ปิดช่องทำให้ปืนใหญ่ไม่สามารถทะลวงเข้าไปเล่นระหว่างไลน์ได้อย่างถนัด สมควรอย่างยิ่งที่ได้รับคำชื่นชมจากทั้งกองเชียร์และสื่อหลังเกม

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ผลเสมอเกมนี้ทำให้ อาร์เซนอล พลาดโอกาสหนีห่างคู่แข่งแบบเต็มตัว แต่ยังยึดจ่าฝูงด้วยแต้มรวม 50 คะแนนจาก 22 นัด ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า อยู่ในระยะที่ยังเปิดเกมจิตวิทยากันได้ต่อเนื่อง ช่วงโค้งกลางซีซั่นจึงยังไม่มีใครการันตีอะไรทั้งนั้น

ด้านฟอเรสต์ แต้มเดียวที่ซิตี้ กราวด์ถือว่าสำคัญมาก ทำให้พวกเขาขยับไปที่ 22 คะแนนจาก 22 นัด อยู่โซนล่างของตาราง แต่ยังเหนือ เวสต์แฮม, เบรนท์ฟอร์ด และวูล์ฟส์ ที่กำลังดิ้นหนีตกชั้นเช่นกัน หากรักษาฟอร์มเกมในบ้านแบบนี้ได้ โอกาสอยู่รอดในลีกสูงสุดก็ยังเปิดกว้าง

📅 ตารางคะแนนและโปรแกรมบอล นัดถัดไป

เมื่อมองไปข้างหน้าในมุม โปรแกรมบอล ฟอเรสต์ต้องเจองานชุก ทั้งศึกยุโรปและในประเทศ พวกเขาจะออกไปเยือน บราก้า ในยูฟ่า ยูโรปา ลีก วันที่ 23 มกราคม ก่อนกลับมาเปิดบ้านรับมือเบรนท์ฟอร์ดในลีกวันที่ 25 มกราคม ซึ่งเป็นเกมสำคัญโดยตรงในการลุ้นหนีตกชั้น

ฝั่งอาร์เซนอล โฟกัสยังแน่นทั้งในลีกและบอลถ้วย ปืนใหญ่ต้องบุกไปเยือน อินเตอร์ มิลาน ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก วันที่ 21 มกราคม แล้วต่อด้วยบิ๊กแมตช์เปิดเอมิเรตส์รับมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 25 มกราคม หากเก็บชัยในสองเกมใหญ่ได้ โมเมนตัมลุ้นแชมป์และความมั่นใจในยุโรปจะกลับมาพุ่งทันที ตารางแน่นขนาดนี้ แฟนบอลอย่าลืมเช็ก ตารางบอล กันให้ดี เพราะทุกแต้มต่อจากนี้มีค่าเหลือเกิน

📺 เช็ก บ้านผลบอล ครบทุกแมตช์ได้ที่ บ้านกีฬา

ใครที่อยากตามทุกจังหวะของลีกผู้ดี ตั้งแต่สกอร์สด นาทีต่อนาที ไปจนถึงบทวิเคราะห์จัดหนัก บ้านกีฬา พร้อมเสิร์ฟให้เต็มอิ่มทั้งผลแข่งแบบเรียลไทม์ สรุปหลังเกม และมุมมองเชิงลึกสไตล์นักข่าวสายเดือด แฟนบอลสามารถอัปเดต บ้านผลบอล คู่เด็ดได้ตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับสายเช็กสถิติ สายแฟนคลับ และสายลงทุนที่ต้องการข้อมูลแน่นๆ ก่อนตัดสินใจทุกบิล

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา