เมนูแจ้งเกิดกลางศึกแดงฟ้าสะเทือนเกาะอังกฤษ
ศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ นัดล่าสุดไม่ใช่แค่เกมลุ้นแต้มของสองทีมร่วมเมืองเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดให้กับ ค็อบบี้ เมนู เด็กปั้นเลือดใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้เป็นนัดแรก และดันไปทำผลงานสุดเฉียบในเกมที่ “ผีแดง” เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดอัด แมนฯ ซิตี้ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ม.ค.
เกมนี้คือการประเดิมคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค อย่างเป็นทางการ และเขาเลือกเสี่ยงส่งเมนูลงไปยืนกลางสนามตั้งแต่นาทีแรกในแมตช์กดดันขั้นสุด แต่สิ่งที่เด็กวัย 20 ปีตอบแทนกลับมาคือฟอร์มการเล่นที่นิ่งเกินอายุ คุมจังหวะเกมได้อย่างกล้าเล่น กล้าเสี่ยง และไม่หลบหน้าศัตรูร่วมเมืองแม้แต่วินาทีเดียว
เด็กแคร์ริงตันที่เกือบต้องระเห็จออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด
หากย้อนไปไม่กี่สัปดาห์ก่อน เกมนี้อาจไม่มีชื่อเมนูบนสนามเลยด้วยซ้ำ เพราะดาวรุ่งรายนี้คือผลผลิตจากอะคาเดมี่แคร์ริงตันที่ถูกมองว่า “เกินจำเป็น” ในแผงกองกลางชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ที่แทบไม่ได้เหลียวแลโอกาสลงสนามให้เขา
เมนูตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะถูกปล่อยออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดด้วยสัญญายืมตัวในเดือนนี้ เพื่อไปเก็บประสบการณ์กับทีมอื่น เนื่องจากเส้นทางก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่นั้นดูมืดมนเต็มที แถมยังถูกมองว่าเป็นเพียง “โปรเจ็กต์อนาคต” มากกว่าจะเป็นตัวเลือกจริงจังในเวลานี้
อโมริมเมินใช้งาน เพราะชนตำแหน่งบรูโน่
ตลอดช่วงที่ผ่านมา กุนซือโปรตุกีสอย่างอโมริมยืนยันกับสื่อเสมอว่า เหตุที่เมนูไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ไม่ใช่เพราะไม่ดีพอ แต่เพราะเล่นในตำแหน่งเดียวกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมคนสำคัญ จึงจำเป็นต้องแย่งพื้นที่กันโดยตรง
คำอธิบายดังกล่าวทำให้แฟนบอลบางส่วนพอทำใจได้ แต่สำหรับคนใกล้ชิดเมนูกลับมองว่านี่คือการกดศักยภาพเด็กเกินเหตุ ถึงขั้นพี่ชายของเจ้าตัวออกมาเรียกร้องในเชิงกดดันให้ อโมริม ปล่อยเมนูไปหาพื้นที่ลงเล่นที่อื่นดีกว่าปล่อยให้แช่อยู่บนม้านั่งสำรองแบบไร้อนาคต
จุดเปลี่ยนเมื่ออโมริมหลุดจากตำแหน่ง เปิดทางคาร์ริคดันขึ้นตัวจริง
สถานการณ์ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่ออโมริมออกโรงวิจารณ์บอร์ดบริหาร และถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันถัดมาทันที เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมนูโดยตรง เพราะการเข้ามาของคาร์ริคเปิดสมุดใหม่ ปิดสมการเดิมที่เคยมองว่าเมนูกับบรูโน่อยู่ด้วยกันไม่ได้
คาร์ริคตัดสินใจมอบโอกาสครั้งใหญ่ด้วยการส่งเมนูลงเป็นตัวจริงเกมแรกของซีซั่นในแมตช์ใหญ่ระดับดาร์บี้ ซึ่งปกติแล้วโค้ชส่วนใหญ่มักเลือกใช้ตัวเก๋าที่มีประสบการณ์ แต่คาร์ริคกลับเชื่อในฝีเท้าของเด็กหนุ่มจากอะคาเดมี่ และผลลัพธ์บนสนามก็พิสูจน์ว่าเขาคิดไม่ผิด
ฟอร์มเหนือวัย ตอกหน้าคนเคยกังขา
ชัยชนะของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้มีแค่สกอร์ที่สวยหรู แต่ฟอร์มของเมนูคือภาพสะท้อนชัดเจนว่า เขาสามารถเล่นร่วมกับบรูโน่ในทีมเดียวกันได้อย่างลงตัว ไม่ได้ยืนทับไลน์กันจนทีมเสียบาลานซ์อย่างที่หลายคนเคยกังขา
เกมนี้ เมนูทำหน้าที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในแดนกลาง คอยเชื่อมเกมระหว่างแนวรับและแนวรุก คุมโซนกลางสนามให้แน่นขึ้น และมีช่วงที่เข้าไปบีบเกมเพรสซิ่งจนคู่แข่งเสียจังหวะอยู่บ่อยครั้ง แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระจากบรูโน่ ทำให้กัปตันทีมมีพื้นที่ในการเล่นเกมรุกและออกบอลสำคัญได้มากขึ้น
ผลงานในสนามจึงเหมือนการตอกหน้าแนวคิดเดิมๆ ว่าเมนูเล่นร่วมกับบรูโน่ไม่ได้ พร้อมตบโต๊ะยืนยันว่า หากใช้ให้ถูกวิธี ทั้งสองคนสามารถเป็นคู่กองกลางคนสำคัญของทีมในระยะยาวได้
สถิติเมนูเกมดับซ่าเรือใบ ที่ตัวเลขยืนยันคุณภาพ
จากการตีแผ่ของสื่อสายสถิติอย่าง goals side ตัวเลขของเมนูในเกมนี้ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับกองกลางวัยเพียง 20 ปี
ผ่านบอลทั้งหมด 34 ครั้ง
ผ่านบอลแม่นยำ 91%
ผ่านบอลยาวแม่นยำ 2 จาก 2 ครั้ง
เลี้ยงบอลหนีคู่แข่งสำเร็จ 1 จาก 2 ครั้ง
ชนะการเข้าปะทะ 2 จาก 2 ครั้ง
ดักเก็บบอล 2 ครั้ง
เคลียร์บอล 3 ครั้ง
ชนะการดวลลูกโด่ง 2 จาก 3 ครั้ง
ชนะการดวลบนภาคพื้น 3 จาก 8 ครั้ง
แม้บางตัวเลขจะยังมีพื้นที่ให้พัฒนา โดยเฉพาะการดวลบนพื้นซึ่งยังไม่เด่นเท่าที่ควร แต่ภาพรวมถือว่าสอบผ่านสบายสำหรับเกมใหญ่ระดับนี้ ความนิ่งในการผ่านบอล ความแม่นยำในการออกบอลยาว และการช่วยเกมรับอย่างมีวินัย คือจุดเด่นที่แฟนบอลมองเห็นชัดเจนตั้งแต่นัดแรกที่เขาได้โอกาสจริงๆ
เมนูกับบทบาทกองกลางสมัยใหม่ที่ยืดหยุ่น
ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน กองกลางไม่ได้มีหน้าที่แค่ตัดบอลหรือจ่ายสั้นไปมาเท่านั้น แต่ต้องยืดหยุ่น เล่นได้ทั้งเกมรับ เกมรุก และการขึ้น-ลงเชื่อมพื้นที่ต่างๆ ของสนาม เมนูแสดงให้เห็นเค้าลางของกองกลางสไตล์ใหม่ ที่สามารถถอยต่ำมารับผิดชอบโซนหน้าแนวรับ แล้วค่อยขยับดันขึ้นไปช่วยต่อบอล หรือพาบอลฝ่าแนวเพรสซิ่งของคู่แข่ง
การที่เขาสามารถเล่นเคียงข้างบรูโน่ โดยไม่แย่งบทบาทกันจนทีมเสียสมดุล แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกม และทัศนคติในสนามที่ดีเยี่ยม สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญที่โค้ชทุกคนมองหาในมิดฟิลด์ตัวกลาง และเป็นเหตุผลว่าทำไมฟอร์มของเมนูในเกมนี้จึงถูกพูดถึงอย่างหนัก
บทเรียนสำหรับแฟนผี: ดาวรุ่งคุณภาพต้องใช้เวลาและพื้นที่
สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ตามเชียร์ผีแดงมานาน เคสของเมนูคืออีกหนึ่งตัวอย่างคลาสสิกว่า “ดาวรุ่งดีๆ ต้องการทั้งเวลาและพื้นที่ในการเติบโต” ระบบอะคาเดมี่ของยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สร้างนักเตะชื่อดังมามากมายในอดีต แต่ในยุคฟุตบอลที่ผลการแข่งขันและแรงกดดันสูงขึ้นทุกปี การผลักเด็กขึ้นทีมชุดใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
เมนูเกือบต้องออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวอย่างที่หลายคนเห็นข่าว แต่เพียงแค่มีโค้ชคนหนึ่งกล้าเชื่อ และมอบโอกาสในแมตช์ใหญ่ เขาก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองดีพอจะยืนเคียงข้างสตาร์ดังในทีมได้อย่างไม่เคอะเขิน นี่คือภาพสะท้อนที่แฟนบอลควรเก็บไว้เตือนใจว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่ดาวรุ่งเงียบหาย แปลว่า “ไม่ดีพอ” แต่อาจเป็นเพราะ “ยังไม่ได้โอกาสที่ใช่” เท่านั้น
เส้นทางข้างหน้าของแมนยูภายใต้คาร์ริคและเมนู
จากนี้ไปสิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง คาร์ริคต้องบริหารการใช้งานเมนูให้เหมาะสม ไม่เร่งให้ขึ้นไปแบกรับภาระเกินวัย แต่ก็ไม่ปล่อยให้เปล่งประกายแค่เกมเดียวแล้วหายไป รวมถึงการจัดสมดุลในแดนกลางให้เมนู บรูโน่ และเพื่อนร่วมตำแหน่งคนอื่นๆ เล่นไปด้วยกันได้อย่างลื่นไหล
หากเมนูรักษามาตรฐานแบบนี้เอาไว้ได้ และพัฒนาจุดอ่อนเรื่องการดวลบนพื้นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขามีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นคนสำคัญในแผงมิดฟิลด์ของทีมในระยะยาว พร้อมทั้งเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการปั้นดาวรุ่งจากอะคาเดมี่แคร์ริงตันในยุคใหม่
แฟนผีที่อยากตามทุกมูฟเมนต์ของทีมรัก และสายวิเคราะห์บอลที่อยากเกาะติดทุกฟอร์มของเมนูและแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ อย่าลืมติดตามข่าวบอลมันส์ๆ อัปเดตแบบจัดเต็มได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา ทุกวัน

