
จาก : ผลบอลสด ลาลิกา ระหว่าง เรอัล โซเซียดาด 2-1 บาร์เซโลน่า วันนี้ 19/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกลา ลีกา สเปน ที่ซาน เซบาสเตียนคืนนี้เรียกได้ว่าเดือดตั้งแต่วินาทีแรก บ้านกีฬาเปิดเช็คสกอร์จากหน้าเว็บแบบ ผลบอลสด แล้วต้องขยี้ตารัวๆ เมื่อจ่าฝูงอย่างบาร์เซโลน่า บุกมาโดน เรอัล โซเซียดาด ไล่อัด 2-1 ทั้งที่รูปเกมส่วนใหญ่บาร์ซาบุกใส่แทบจะฝั่งเดียว แต่ความเฉียบคมและความดุดันหน้าปากประตูดันอยู่ฝั่งเจ้าบ้านเต็มๆ
บาร์ซาของ ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค จัดตัวชุดใหญ่ หวังยึดจ่าฝูงแบบยาวๆ แต่เจอโซเซียดาดของ เปเยกรีโน มาตาราซโซ วางแท็กติกดักสวนกลับแบบเจ็บลึก บีบพื้นที่แดนกลางไม่ให้แดนกลางต่างดาวเล่นง่าย สุดท้ายทีมเยือนต้องกลับกาตาลันแบบมือเปล่า แถมโดนใบเหลือง-ใบแดงกดดันจนหมดเวลา
🕐 ครึ่งแรก: เจ้าบ้านรับแน่น–สวนคมกริบ
เสียงนกหวีดดังขึ้น เกมเปิดแลกโคตรมันตั้งแต่นาทีแรก โซเซียดาดโดนจับล้ำหน้าตั้งแต่เริ่ม แต่ฝั่งบาร์ซาก็ตอบโต้ทันที เปดรี กับ ดานี่ โอลโม่ ได้สับไกให้ อเล็กซ์ เรมีโร่ เซฟโชว์หลายจังหวะ
ช่วงต้นเกมมีดราม่า VAR รัวๆ นาทีที่ 8 เฟร์มิน โลเปซ ยิงตุงตาข่ายแต่โดนริบคืนเพราะล้ำหน้า ตามด้วยจังหวะฝั่งโซเซียดาดที่เหมือนจะได้ประตูเช่นกันแต่ผู้ตัดสินเช็กแล้วไม่ให้ ทั้งสนามเดือดตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แล้วความเยือกเย็นของเจ้าถิ่นก็แสดงออกในนาที 32 โกนซาโล่ เกเดส หลุดทางซ้ายเปิดเข้ากลางให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ซัดจ่อๆ ไม่เหลือ โซเซียดาดขึ้นนำ 1-0 แบบเฉียบขาด หลังจากนั้นบาร์ซาพยายามเร่งเกม โอลโม่ กับ ลามีน ยามาล ได้ลองลุ้นอีกหลายครั้งแต่ยังเจาะกำแพงเรมีโร่ไม่ได้ จบครึ่งแรกเจ้าบ้านนำ 1-0 ท่ามกลางความอึดอัดของแนวรุกทีมเยือน
🔁 ครึ่งหลัง: เปลี่ยนตัวทีเดียวเกมหักมุม
เปิดครึ่งหลัง บาร์ซาเดินหน้าบุกเหมือนโกรธใครมา นาที 47 ดานี่ โอลโม่ กดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งชนเสาอย่างจัง จากนั้นลูกเตะมุมต่อเนื่องแต่ยังไม่เสมอ
นาที 52 มีดราม่าอีกครั้ง เมื่อยามาลเรียกจุดโทษได้ ผู้ตัดสินเช็ก VAR อยู่นานก่อนยืนยันไม่ให้ สตาฟฟ์ทีมเยือนถึงกับโวยลั่นข้างสนาม
ฟลิคเห็นเกมเริ่มตัน จึงจัดหนักส่ง ชูเอา คันเซโล่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาพร้อมกันช่วงนาที 62-63 เกมรุกบาร์ซาโหดขึ้นทันตา และมาได้ผลในนาที 70 ยามาลครอสสุดแม่นให้แรชฟอร์ดโฉบโหม่งจ่อๆ เสียบตาข่าย ตีเสมอ 1-1 คืนความหวังให้ทีมเยือน
แต่ความดีใจอยู่ได้แค่หายใจเดียว นาที 71 โซเซียดาดสวนกลับเร็ว บอลไหลมาถึง คาร์ลอส โซเลร์ แทงให้ เกเดส หลุดมุมแคบซัดเต็มข้อเสียบสามเหลี่ยมสุดคม เจ้าบ้านแซงนำ 2-1 สนามระเบิดกันทั้งเมือง
ท้ายเกมอารมณ์เริ่มเดือด ใบเหลืองปลิวกันรัวๆ ก่อนคาร์ลอส โซเลร์จะโดน VAR อัปเกรดจากฟาวล์หนักเป็นใบแดงนาที 88 ทำให้โซเซียดาดต้องเล่น 10 คนในช่วงทดเจ็บ 9 นาทีเต็ม แต่แนวรับเจ้าถิ่นรวมพลังบล็อกทุกอย่าง แถมมีจังหวะคุนเด้โขกชนคานอีกต่างหาก สุดท้ายเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น โซเซียดาดเปิดบ้านหักปีกบาร์ซา 2-1 แบบสุดดราม่า

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔵 เรอัล โซเซียดาด
ระบบการเล่น 4-4-2 เน้นเกมรับแน่นกลางสนามดุดัน
- ผู้รักษาประตู: อเล็กซ์ เรมีโร่ (8.5) – เซฟสำคัญหลายครั้ง เป็นหนึ่งในฮีโร่ของเกม
- กองหลัง:
- ฆูเลน มาร์ติน (6.6)
- เบญญัต ตูร์เรียนเตส (6.6)
- อีกอร์ ซูเบลดียา (6.7)
- จอน อารัมบูรู (6.3)
- กองกลาง:
- ทาเคฟุสะ คุโบะ (6.7)
- บราอีส เมนเดซ (6.3)
- คาร์ลอส โซเลร์ (7.1) – แอสซิสต์ 1 ใบแดง 1 กลายเป็นพระเอก–ตัวร้ายในคนเดียว
- โกนซาโล่ เกเดส (7.7) – 1 ประตู 1 แอสซิสต์ ตัวป่วนแนวรับบาร์ซาตลอดคืน
- กองหน้า:
- มิเกล โอยาร์ซาบัล (7.5) – ยิงเปิดสกอร์ให้ทีม
- เซร์คิโอ โกเมซ (6.6)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า (6.6) ลงแทน บราอีส เมนเดซ นาที 58
- จอน กอร์ร็อกซาเตกี (6.8) ลงแทน ตูร์เรียนเตส นาที 58
- ไอเอน มูนญอซ (6.6) ลงแทน เซร์คิโอ โกเมซ นาที 69
- อันเดร์ บาร์เรเนตเชีย (6.3) ลงแทน ทาเคฟุสะ คุโบะ นาที 69
- ดูเย่ ชาเลต้า-คาร์ (6.7) ลงแทน จอน อารัมบูรู นาที 82
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: อูไน มาร์เรโร, อาริตซ์ เอลุสตอนโด, จ็อบ โอเชียง, มีเกล โกติ, ปาโบล มาริน, ลูก้า ซูซิช, จอน คาร์ริกาบูรู
นักเตะโดดเด่นฝั่งเจ้าถิ่น แน่นอนว่าคือ เกเดส, โอยาร์ซาบัล และเรมีโร่ ที่ช่วยกันปิดเกมอย่างสมบูรณ์แบบ
🔴 บาร์เซโลน่า
ระบบ 4-3-3 เดินเกมรุกจัดเต็มแต่ขาดความเฉียบคมจังหวะสุดท้าย
- ผู้รักษาประตู: โจน การ์เซีย (6.6) – เสียสองเม็ดแต่มีจังหวะเซฟสำคัญเหมือนกัน
- กองหลัง:
- อเลฮานโดร บัลเด้ (6.3)
- เอริค การ์เซีย (6.7) – ได้ใบเหลืองปลายเกม
- เปา กูบาร์ซี่ (7.1) – อ่านเกมดีสุดในแนวรับบาร์ซา
- ฌูลส์ คุนเด้ (6.2) – มีจังหวะโขกชนคาน
- กองกลาง:
- เฟรงกี้ เดอ ยอง (กัปตัน) (7.0) – คุมจังหวะกลางสนาม
- ดานี่ โอลโม่ (6.8) – ยิงชนเสา 1 ครั้ง
- เปดรี (7.7) – ขับเคลื่อนเกมรุกตลอดเวลา
- กองหน้า:
- ลามีน ยามาล (9.2) – ตัวเก่งที่สุดของบาร์ซา สร้างโอกาสไม่หยุด
- เฟร์ราน ตอร์เรส (6.5)
- เฟร์มิน โลเปซ (6.8) – มีประตูถูก VAR ยึดตั้งแต่ต้นเกม
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ชูเอา คันเซโล่ (6.8) ลงแทน บัลเด้ นาที 62
- โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (6.2) ลงแทน เฟร์ราน ตอร์เรส นาที 62
- มาร์คัส แรชฟอร์ด (7.3) ลงแทน ดานี่ โอลโม่ นาที 63 – โขกประตูตีเสมอ 1-1
- เกราร์ด มาร์ติน (6.8) ลงแทน กูบาร์ซี่ นาที 85
- รูนี บาร์ดก์ยี่ (6.5) ลงแทน คุนเด้ นาที 85
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: วอยเชียค เชชนี่, มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น, โรนัลด์ อเราโฆ, มาร์ก แบรนัล, มาร์ก กาซาโด
นักเตะบาร์ซาที่โดดเด่นคือ ยามาล, เปดรี และแรชฟอร์ด ที่เปลี่ยนเกมหลังลงมา
ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษแบนที่พลาดเกมนี้
- เรอัล โซเซียดาด: ออร์รี สไตน์น์ ออสการ์สสัน (เช็กความฟิต), ยังเกล เอร์เรร่า (เช็กความฟิต), อาร์เซน ซาคาร์ยาน (เจ็บ)
- บาร์เซโลน่า: อันเดรียส คริสเตนเซ่น, กาบี, ราฟินญ่า (ทั้งหมดเจ็บ)
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้ามองในเชิงแท็กติกแบบสาย วิเคราะห์บอล เกมนี้ถือว่าน่าสนใจมาก โซเซียดาดยืนระบบ 4-4-2 แบบคลาสสิก เน้นบีบพื้นที่กลางสนาม ใช้คู่กลาง เมนเดซ–โซเลร์ ไล่บี้ไม่ให้เดอ ยอง และเปดรี หันหน้าเล่นบอลง่ายๆ ปีกสองฝั่งอย่างคุโบะกับเกเดส มีหน้าที่ทั้งช่วยซ้อนแบ็กและสวนกลับเร็วเมื่อได้บอล
จุดเด่นของเจ้าบ้านคือการเปลี่ยนโหมดรับเป็นรุกในสองจังหวะ เกเดสใช้สปีดฉีกแนวรับบาร์ซา ขณะที่โอยาร์ซาบัลเล่นเป็นหน้าต่ำเชื่อมบอลระหว่างกลางกับหน้า จังหวะประตูทั้งสองลูกชัดเจนว่าเป็นผลมาจากการวิ่งสอดและการจ่ายตัดไลน์กองหลังที่ซ้อมกันมาอย่างดี
ฝั่งบาร์ซาในระบบ 4-3-3 เน้นครองบอลจากกลางสนาม เดอ ยอง ยืนเป็นตัวคุมจังหวะ ปล่อยให้เปดรีกับโอลโม่หาพื้นที่ระหว่างไลน์รับของโซเซียดาด แล้วใช้ยามาลฉีกออกขวาเล่นหนึ่งต่อหนึ่ง จุดแข็งคือการสร้างโอกาสได้เยอะ ยิงไปถึง 23 ครั้ง แต่จุดอ่อนคือความคมและการป้องกันสวนกลับ เมื่อฟูลแบ็กดันสูงพร้อมกัน แนวรับที่เหลือแค่คู่เซ็นเตอร์มักโดนเจาะด้านข้างตลอด
หลังฟลิคส่งเลวานดอฟสกี้–แรชฟอร์ด–คันเซโล่ลงมา เกมบุกบาร์ซาดุดันขึ้นทันตา แต่พื้นที่ด้านหลังก็เปิดมากขึ้น โซเซียดาดอ่านเกมขาด ปล่อยให้บาร์ซาบุกแล้วรอสวน ซึ่งจังหวะประตู 2-1 ก็เกิดจากช่องโหว่แบบเดียวกัน
โดยรวมแล้ว นี่คือเกมที่แท็กติกของมาตาราซโซเล่นงานบาร์ซาได้อยู่หมัด แม้จะโดนยิงเยอะกว่า แต่การปิดพื้นที่อันตรายและเลือกจังหวะสวนกลับที่ใช่ ทำให้เจ้าบ้านได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ

📈 สถิติการแข่งขันที่สะท้อนรูปเกม
หากมองตัวเลขสถิติจะเห็นภาพชัดเจนว่า บาร์เซโลน่าครองบอลและสร้างโอกาสได้เหนือกว่าอย่างมหาศาล ทีมเยือนยิงทั้งหมด 23 ครั้ง เข้ากรอบ 9 ครั้ง ขณะที่โซเซียดาดมีโอกาสยิงเพียง 5 ครั้ง เข้ากรอบ 4 แต่เปลี่ยนเป็นสองประตูเต็มๆ ทำให้ประสิทธิภาพการจบสกอร์ของเจ้าบ้านสูงกว่ามาก
ในแง่การจ่ายบอล บาร์ซาออกบอล 572 ครั้ง ความแม่นยำสูงถึง 90% เล่นแบบทีมใหญ่ครองเกม ขณะที่โซเซียดาดจ่ายเพียง 215 ครั้ง ความแม่นยำ 65% แต่ใช้ทุกจังหวะอย่างคุ้มค่า เกมฟาวล์ฝั่งเจ้าบ้านเยอะกว่าเล็กน้อยที่ 11 ครั้ง พร้อมใบเหลือง 3 และใบแดง 1 ส่วนบาร์ซาทำฟาวล์ 8 ครั้ง ได้ใบเหลือง 3 ไม่มีใบแดง ลูกล้ำหน้าโซเซียดาด 4 บาร์ซา 3 เตะมุมเป็นทีมเยือนเหนือกว่าที่ 8-6 ตัวเลขทั้งหมดสะท้อนสูตร “บุกเยอะไม่ได้แปลว่าจะชนะ” ชัดๆ สำหรับต่างดาวในค่ำคืนนี้
⏱️ เหตุการณ์สำคัญตลอด 90 นาที
- ⏱️ 2′ เปดรีได้โอกาสโหม่ง–ซ้ำจ่อๆ แต่เรมีโร่เซฟสองจังหวะช่วยโซเซียดาดรอดเสียประตูเร็ว
- ⏱️ 4′ ดานี่ โอลโม่ ตะบันไกลให้เรมีโร่พุ่งปัดอีกครั้ง
- ⏱️ 8′ ⚽ ประตูของเฟร์มิน โลเปซ ฝั่งบาร์ซาถูก VAR ริบคืนเพราะล้ำหน้า
- ⏱️ 9′ ⚽ โซเซียดาดเหมือนจะได้ประตูบ้าง แต่ VAR ยืนยันว่าไม่มีสกอร์
- ⏱️ 11′ ลามีน ยามาล เรียกฟาวล์ทางขวา เพิ่มแรงกดดันใส่แนวรับเจ้าบ้าน
- ⏱️ 24′ ยามาลพลิกยิงมุมแคบ บอลเฉี่ยวเสาออกแบบได้ลุ้นทั้งสนาม
- ⏱️ 25′ เกเดสหลุดไปยิง แต่ โจน การ์เซีย ยังป้องกันเอาไว้
- ⏱️ 32′ ⚽ GOAL! มิเกล โอยาร์ซาบัล แปจ่อๆ จากการเปิดของเกเดส โซเซียดาดนำ 1-0
- ⏱️ 37′ 🟨 ใบเหลืองแรกของเกมเป็นของ เบญญัต ตูร์เรียนเตส จากจังหวะตัดเกมกลางสนาม
- ⏱️ 47′ โอลโม่ยิงไกลชนเสาอย่างน่าเสียดาย บาร์ซาเกือบตีเสมอ
- ⏱️ 52′ VAR เช็กจุดโทษให้บาร์เซโลน่า แต่ผู้ตัดสินตัดสินใจไม่ให้ แฟนทีมเยือนโห่สนั่น
- ⏱️ 58′ 🔁 โซเซียดาดเปลี่ยนคู่กลาง โอดริโอโซล่า และกอร์ร็อกซาเตกี ลงมาเพิ่มพลังเกมรับ
- ⏱️ 62′ 🔁 บาร์ซาส่งเลวานดอฟสกี้กับคันเซโล่ลงสนาม พลิกระบบเล่นรุกจัดเต็ม
- ⏱️ 63′ 🔁 มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงแทนโอลโม่ เติมความเร็วแนวรุก
- ⏱️ 70′ ⚽ GOAL! ยามาลเปิดโค้งให้แรชฟอร์ดโหม่งตุงตาข่าย บาร์เซโลน่าตีเสมอ 1-1
- ⏱️ 71′ ⚽ GOAL! โซเซียดาดสวนกลับเร็ว โซเลร์แทงให้เกเดสซัดมุมแคบเสียบสามเหลี่ยม ขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง
- ⏱️ 69′-82′ 🔁 โซเซียดาดทยอยส่งมูนญอซ, บาร์เรเนตเชีย และชาเลต้า-คาร์ ลงมาช่วยปิดเกม
- ⏱️ 76′ 🟨 เอริค การ์เซีย โดนใบเหลืองจากจังหวะดึงคู่แข่ง
- ⏱️ 78′ 🟨 อีกอร์ ซูเบลดียา รับใบเหลืองเพิ่มให้เจ้าถิ่น
- ⏱️ 83′ 🟨 เลวานดอฟสกี้ เข้าเสียบหนักโดนใบเหลืองตามคาด
- ⏱️ 85′ 🟨 เฟร์มิน โลเปซ รับใบเหลืองจากการโวยผู้ตัดสิน และมีจังหวะคุนเด้โหม่งชนคานแบบสุดเสียดาย
- ⏱️ 88′ 🟥 ดราม่าจุดเดือดเมื่อ VAR เรียกเช็กจังหวะโซเลร์ ทำฟาวล์หนัก สุดท้ายโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ปล่อยเพื่อนเล่น 10 คนช่วงทดเจ็บ
- ⏱️ 90+2′ บาร์ซาได้เตะมุมต่อเนื่องแต่เจาะไม่เข้า
- ⏱️ 90+6′ ยามาลลองยิงไกลอีกครั้งแต่บอลเหินข้ามคาน
- ⏱️ 90+7′ บาร์ดก์ยี่ซัดไกลแต่เรมีโร่ยังเซฟไว้ได้
- ⏱️ 90+9′ เลวานดอฟสกี้ได้จังหวะยิงจ่อแต่โดนแนวรับบล็อกก่อนหมดเวลา
⭐ Player of the Match – ลามีน ยามาล
แม้บาร์เซโลน่าจะแพ้ แต่รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ Sofascore ตกเป็นของ ลามีน ยามาล ด้วยเรตติ้งสูงถึง 9.2 บ้านกีฬาเห็นด้วยเต็มๆ เพราะเจ้าหนูวัยทีนรายนี้คือคนเดียวที่ทำให้แนวรับโซเซียดาดต้องระส่ำอยู่ตลอด 90 นาที เลี้ยงกินตัวสำเร็จหลายหน สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมมากที่สุดในสนาม และทำแอสซิสต์ให้แรชฟอร์ดโหม่งตีเสมอ 1-1 แบบสุดสวย
แม้จะไม่มีประตูเป็นของตัวเอง แต่หากไม่มียามาล เกมรุกบาร์เซโลน่าจะดูจืดกว่านี้เยอะ และนี่คือสัญญาณชัดเจนว่าดาวรุ่งรายนี้กำลังกลายเป็นหัวใจใหม่ของแนวรุกต่างดาวอย่างแท้จริง

🧮 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา
ชัยชนะนัดนี้มีความหมายมหาศาลสำหรับเรอัล โซเซียดาด พวกเขาทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 8 ของตาราง มี 24 คะแนนจาก 20 นัด ทิ้งห่างโซนท้ายตารางแบบสบายๆ และยังพอมีลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปหากรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อเนื่อง
ส่วนบาร์เซโลน่ายังคงยึดจ่าฝูงด้วย 49 คะแนนจาก 20 นัด ชนะ 16 เสมอ 1 แพ้ 3 แต่ความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้ช่องว่างกับเรอัล มาดริด ที่ตามหลังอยู่เพียงแต้มเดียว (48 คะแนน) ยังน่าหวาดเสียวเหมือนเดิม ผิดพลาดอีกนิดอาจโดนแซงทันที ขณะที่กลุ่มล่างอย่าง เซลต้า, บาเลนเซีย, อลาเบส ยังดิ้นหนีโซนตกชั้นแบบหายใจรดต้นคอ ทุกคะแนนต่อจากนี้สำคัญสุดๆ สำหรับทุกทีมในตารางลา ลีกา ซีซันนี้
📅 ตารางบอลลาลีกานัดถัดไปและโปรแกรมใหญ่
มองไปข้างหน้าในมุม โปรแกรมบอล ลาลีกานัดถัดไป เรอัล โซเซียดาดยังมีงานชุก รอเปิดบ้านรับเซลต้าในเกมสำคัญต่อเนื่อง ก่อนจะมีศึกบาส์กดาร์บี้เดือดกับแอธเลติก คลับ ที่ซาน มาเมส ซึ่งจะเป็นบททดสอบความเหนียวแน่นของแนวรับเจ้าถิ่นอีกครั้ง
ด้านบาร์เซโลน่าต้องรีบล้างแผลแพ้ด่วนๆ เพราะนัดต่อไปในลีกจะเปิดคัมป์ นู รับการมาเยือนของเรอัล โอเบียโด้ เกมที่แฟนบอลคาดหวังให้ทีมกลับมาคว้าชัยแบบสวยๆ เพื่อยืนยันสถานะจ่าฝูง และเสริมความมั่นใจก่อนลงเล่นฟุตบอลยุโรปที่รออยู่
ตารางบอลลาลีกาช่วงปลายเดือนนี้เรียกได้ว่าดุเดือดแทบทุกคู่ แฟนบอลต้องเตรียมเปิดจอรอชมกันให้ดี เพราะทุกแต้มกำลังเขย่าทั้งหัวตารางและโซนตกชั้นแบบไม่มีใครยอมใคร
🏠 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
สำหรับคอลูกหนังที่อยากเกาะติดทุกสกอร์แบบเรียลไทม์ เช็กฟอร์มทีมรักแบบละเอียด และตามทุกข่าวร้อนจากสเปน ยุโรป และทั่วโลก อย่าลืมแวะเช็กผลแบบสไตล์ บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา ที่เดียวจบทั้งสรุปหลังเกม เจาะแท็กติก จัดเต็มสถิติ และมุมมองดุดันแบบสายบอลตัวจริง
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวเด่น ผลแข่งเดือด และเรื่องราวนอกสนามสุดมันส์ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ บ้านกีฬา

