ดราม่าจุดโทษกลางนัดชิง อาฟคอน 2025
ศึกชิงดำ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ หรือ อาฟคอน 2025 ระหว่าง ทีมชาติเซเนกัล กับ โมร็อกโก กลายเป็นดราม่าระดับทวีป เมื่อช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้เจ้าภาพ โมร็อกโก ได้จุดโทษจากจังหวะที่ เอล ฮัดจิ มาลิค กองหลังเซเนกัล ไปเข้าปะทะใส่ บราฮิม ดิอาซ ดาวยิงตัวความหวังของเจ้าถิ่นในเขตโทษ
ฝั่งเซเนกัลมองว่าจังหวะนี้ “ไม่สมควรเป็นจุดโทษ” แบบชัดเจน ความเดือดพุ่งขึ้นทันที นักเตะหลายคนวิ่งกรูเข้าไปล้อมผู้ตัดสิน เสียงโวยวายดังสนั่น ขณะที่ฝั่งม้านั่งสำรองก็ลุกฮือออกมาประท้วงคำตัดสิน จนกลายเป็นภาพโกลาหลกลางนัดชิงบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของแอฟริกา
Sadio Mané remobilise les siens !
— M6 (@M6) January 18, 2026
Le capitaine sénégalais fait revenir ses coéquipiers sur la pelouse, la tension est maximale avant la suite 🔥
Suivez la finale de la #CAN2025 en direct sur M6 et M6+ : https://t.co/yva3jb9PXw pic.twitter.com/ozyjTZpQso
โค้ชสั่งวอล์คเอาต์ มาเน่ยืนขวางกลางไฟ
ท่ามกลางอารมณ์เดือดจัด ปาเป้ เธียว เฮดโค้ชเซเนกัล ตัดสินใจสั่งลูกทีม “เดินออกจากสนาม” พร้อมเรียกทุกคนกลับเข้าห้องแต่งตัว เพราะไม่พอใจคำตัดสินสุดเคลือบแคลงใจครั้งนี้ นักเตะส่วนใหญ่ทำตามทันที เดินออกจากพื้นหญ้า ปล่อยให้เกมนัดชิงต้องหยุดชะงัก กลายเป็นเหตุการณ์ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง
แต่ในจังหวะที่เหมือนทุกอย่างกำลังจะหลุดกรอบการแข่งขันฟุตบอล ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวเก่งและกัปตันทีมเซเนกัล กลับยืนหยัดคนละมุม เขาคัดค้านแนวคิดการวอล์คเอาต์อย่างชัดเจน ไม่ยอมปล่อยให้ทีมเดินออกจากเกมชิงแชมป์ง่ายๆ มาเน่เรียกเพื่อนร่วมทีมให้หยุด ตั้งสติ แล้วกลับไปเล่นต่อในสนาม เพราะรู้ดีว่าหากเดินออก เกมนี้อาจจบลงพร้อมรอยแผลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชาติ
มาเน่ลุยถึงห้องแต่งตัว ดึงเพื่อนกลับสู่เกม
หลังจากผู้เล่นเซเนกัลส่วนใหญ่เดินเข้าห้องแต่งตัวไปแล้ว มาเน่ไม่ยอมปล่อยเรื่องให้จบในอารมณ์ เขาเดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัว ใช้บทบาทกัปตันเต็มตัว พูดปลุกใจเพื่อนร่วมทีมให้กลับมาสู้ต่อในสนาม พร้อมย้ำว่าต้องเล่นให้จบ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
เขาไม่ได้ยืนคนเดียว เอดูอาร์ด เมนดี้ นายทวารมือหนึ่งของทีมก็เป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่ช่วยโน้มน้าวเพื่อนร่วมทีมให้กลับเข้าสู่เกม สุดท้ายผู้เล่นเซเนกัลตัดสินใจกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังเกมต้องหยุดไปอีกราว 17 นาทีเต็มๆ กลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสนามและทั่วโลกต้องลุ้นว่าดราม่านี้จะจบลงแบบไหน
เมนดี้เซฟโทษ เปลี่ยนแรงกดดันเป็นพลังแชมป์
เมื่อทุกอย่างกลับสู่สนาม โมร็อกโกยังคงได้ยิงจุดโทษตามเดิม ความกดดันทั้งหมดไปกองอยู่ที่ เอดูอาร์ด เมนดี้ นายทวารเซเนกัล และ บราฮิม ดิอาซ ดาวยิงเจ้าภาพที่ยืนประจันหน้าเหนือจุดโทษ
สุดท้าย เมนดี้อ่านทางได้ขาด พุ่งเซฟลูกยิงของดิอาซเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ เปลี่ยนจากจุดเปลี่ยน “อาจถึงขั้นวอล์คเอาต์” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความฮึกเหิมฝั่งเซเนกัลแบบเต็มสูบ เสียงเฮของนักเตะและทีมงานดังลั่น กลายเป็นเชื้อเพลิงทางจิตใจให้ทีมกลับมาคุมอารมณ์และรูปเกมได้อีกครั้ง
เมื่อเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ เซเนกัลยังคงเล่นด้วยความมุ่งมั่นไม่ถอย จนในนาทีที่ 94 ปาเป้ เกย์ สอดขึ้นมาจบสกอร์สำคัญ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายพาเซเนกัลออกนำ 1-0 และกลายเป็นประตูเดียวที่ตัดสินแชมป์ อาฟคอน 2025 ให้กับพวกเขาได้สำเร็จ
เสียงของกัปตันหลังเกม ที่สะท้อนภาวะผู้นำ
สำหรับ ซาดิโอ มาเน่ ทัวร์นาเมนต์นี้เขาเคยประกาศมาก่อนแล้วว่า จะเป็นการเล่น แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ครั้งสุดท้ายในชีวิตค้าแข้งทีมชาติ ยิ่งทำให้ภาพที่เขายืนขึ้นมารับบทผู้นำในวันที่ทีมกำลังเดือดจัดมีความหมายยิ่งกว่าแค่ชัยชนะในสนาม
หลังเกม เจ้าตัวโดนถามตรงๆ ถึงบทบาทสำคัญในการดึงเพื่อนร่วมทีมให้กลับมาลงสนามต่อ และนี่คือคำตอบจากปากกัปตันเซเนกัลที่สะท้อนทุกอย่างชัดเจน โดยคำพูดนี้ขอใช้ตามต้นฉบับแบบเต็มๆ
“ใช่ ผมเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ทีมกลับมาลงเล่น ตอนแรกนักเตะกับโค้ชตัดสินใจเดินออกจากสนาม ผมเองก็ไม่เข้าใจถึงการตัดสินใจแบบนั้นหรอกนะ แต่ผมก็บอกให้ทุกคนกลับมาลงสนามทันทีรวมถึงไปเล่นโดยที่ไม่ต้องสนว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”
บทเรียนจากดราม่านัดชิง ให้แฟนบอลจำไปอีกนาน
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของจุดโทษ หรือคำตัดสินสุดเคลือบแคลงจากผู้ตัดสิน แต่มันสะท้อนให้เห็นหลายมิติของเกมลูกหนัง ทั้งเรื่องอารมณ์ ความกดดัน การตัดสินใจเฉพาะหน้า และ “ภาวะผู้นำ” ในทีมระดับทีมชาติ
กรณีของมาเน่คือภาพตัวอย่างของกัปตันที่เลือก “ปกป้องศักดิ์ศรีด้วยการสู้ในสนาม” มากกว่าปล่อยให้เกมจบลงด้วยการเดินออก แม้จะไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน แต่เขาเลือกตอบโต้ด้วยฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันแทน นี่คือสิ่งที่แฟนบอลทั่วโลก รวมถึงแฟนบอลชาวไทยสามารถหยิบไปคิดต่อได้ ไม่ว่าจะเชียร์ทีมไหนก็ตามว่า ฟุตบอลยังคงเป็นเกมที่ชนะกันด้วยใจ การควบคุมอารมณ์ และการยืนหยัดในเส้นทางการแข่งขันอย่างแท้จริง
ตามรอยดราม่าบอลโลก ต้องไม่พลาดติดตามที่บ้านกีฬา
ดราม่านัดชิงอาฟคอนครั้งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ ซาดิโอ มาเน่ และทีมชาติเซเนกัล ทั้งในฐานะแชมป์ทวีป และตัวอย่างของทีมที่ไม่ปล่อยให้ความไม่พอใจทำลายโอกาสสร้างตำนานของตัวเอง แฟนบอลที่หลงใหลเกมลูกหนัง ดราม่าหน้าประตู และเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จแบบนี้ บอกเลยว่าต้องจับตาข่าวบอลต่อเนื่อง เพราะทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่มีเรื่องให้เล่าเสมอ
ใครอยากตามทุกจังหวะสำคัญของโลกฟุตบอล ข่าวเด็ด ดราม่าระดับทวีป ไปจนถึงวิเคราะห์เกมและอัปเดตสกอร์แบบจุใจ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

