แฟนบอลไทยคนไหนเชียร์ ทีมชาติอังกฤษ บอกเลยว่าทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งนี้ห้ามพลาด เพราะนี่คือการลุย ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 17 ของ “สิงโตคำราม” และเป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน ความหวังจะล้างแค้นชะตากรรม 60 ปีที่รอคอย เริ่มเดือดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มแล้ว บ้านกีฬา ขอพาเจาะลึกทั้งประวัติ สถิติ โมเมนต์ระดับตำนาน ไปจนถึงเส้นทางสู่ ฟุตบอลโลก 2026 แบบอ่านเพลิน เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับสายเชียร์อังกฤษเต็มตัว
เส้นทางสิงโตคำรามสู่ฟุตบอลโลก 2026
ทัวร์นาเมนต์ปี 2026 จะถูกจัดร่วมกันใน 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพสามชาติพร้อมกัน และ สิงโตคำราม ก็ไม่พลาดจองตั๋วลุยเวทีนี้เป็นที่เรียบร้อย
อังกฤษเป็นชาติยุโรปชาติแรกที่การันตีตั๋วรอบสุดท้ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 แถมทำได้แบบหรูหราด้วยการชนะรวด 6 นัดแรกโดยไม่เสียประตูเลย ผ่านกลุ่มที่มี เซอร์เบีย แอลเบเนีย ลัตเวีย และอันดอร์รา แบบแทบไม่ต้องลุ้นยาว ผลงานระดับนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าโครงสร้างทีมทั้งเกมรุกและเกมรับถูกวางมาอย่างเป็นระบบ และเข้าใจแนวทางของกุนซือได้ดีตั้งแต่รอบคัดเลือก
การผ่านเข้ารอบครั้งนี้ยังทำให้อังกฤษต่อยอดสถิติการไปเล่นบอลโลกรอบสุดท้าย 8 สมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา ถือเป็นหนึ่งในชาติที่ยืนระยะบนเวทีใหญ่ได้แข็งแกร่งที่สุดของยุโรป
โปรไฟล์อังกฤษบนเวทีฟุตบอลโลก
ในฐานะสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) อังกฤษถือเป็นยักษ์ใหญ่ที่ “ชื่อชั้น” ไม่เคยหลุดจากหัวตารางของโลก
- สถิติผลงานดีที่สุด: แชมป์โลกปี บอลโลก 1966
- เจ้าภาพและแชมป์: ปี 1966 (สนามเวมบลีย์, ชนะเยอรมนีตะวันตก 4-2)
- ครั้งแรกที่ได้เล่นฟุตบอลโลก: บราซิล 1950
- จำนวนครั้งที่ได้เล่นรอบสุดท้าย: 17 ครั้ง (1950, 1954, 1958, 1962, 1966, 1970, 1982, 1986, 1990, 1998, 2002, 2006, 2010, 2014, 2018, 2022, 2026)
- สถิติรวมในฟุตบอลโลก: ลงเล่น 74 นัด ชนะ 32 เสมอ 22 แพ้ 20 ยิง 104 เสีย 68
ผลงานในรอบลึกๆ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา อังกฤษเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาแล้วหลายครั้ง พร้อมเคยทะลุถึงรอบรองชนะเลิศในปี 1990 และ 2018 แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่แค่ “ทีมขาประจำ” แต่คือหนึ่งในชาติที่มักถูกจับตามองทุกครั้งที่ลงสนาม
โธมัส ทูเคิล กุนซือใหม่สายแท็กติกจัดเต็ม
ตำแหน่งเฮดโค้ชของอังกฤษยุคนี้ตกเป็นของ โธมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมันที่ขึ้นชื่อเรื่องแท็กติกจัดจ้าน และการอ่านเกมละเอียดระดับมดเห็นก็ยังมองตามไม่ทัน
ทูเคิลถูกประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2024 หลังการอำลาตำแหน่งของ แกเร็ธ เซาธ์เกต แต่เริ่มงานเต็มตัวในเดือนมกราคมปีถัดมา จุดน่าสนใจคือเขาเป็นเพียงกุนซือต่างชาติคนที่สามในประวัติศาสตร์ทีมชาติอังกฤษ เส้นทางบนเส้นทางโค้ชเริ่มจากไมนซ์ ตามด้วยโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนจะไปเก็บถ้วยกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เชลซี และบาเยิร์น มิวนิค
สไตล์ของทูเคิลคือการจัดทีมที่ยืดหยุ่น ปรับระบบการเล่นได้หลายหน้า ทั้งหลังสาม หลังสี่ เน้นการเพรสซิ่งเป็นจังหวะ และให้ความสำคัญกับการเตรียมทีมเชิงแท็กติกอย่างละเอียด การได้กุนซือระดับนี้มาคุมทัพ ทำให้ความคาดหวังของแฟนบอลอังกฤษยิ่งพุ่งขึ้นไปอีกหนึ่งระดับว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาติ
โปรแกรมอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026
รอบแบ่งกลุ่มของอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่ามีสีสันพอสมควร เจอทั้งทีมแกร่งจากยุโรป แอฟริกา และโซนคอนคาเคฟ
- 17 มิถุนายน: อังกฤษ พบ โครเอเชีย – Dallas Stadium
- 23 มิถุนายน: อังกฤษ พบ กานา – Boston Stadium
- 27 มิถุนายน: ปานามา พบ อังกฤษ – New York New Jersey Stadium
แต่ละเกมมีสไตล์คู่แข่งที่แตกต่างกันชัดเจน โครเอเชียคือทีมบอลทัวร์นาเมนต์ตัวพ่อ เล่นบอลคุมจังหวะ กานามาพร้อมความดุดันและพละกำลัง ส่วนปานามาเน้นเกมสู้ไม่ถอย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นบททดสอบว่าทูเคิลสามารถทำให้อังกฤษยืดหยุ่นรับมือแต่ละแท็กติกได้ดีแค่ไหน
1966 ตำนานแชมป์โลกครั้งเดียวที่ยังตามหลอกหลอน
ความยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษบนเวทีฟุตบอลโลกแน่นอนว่าคือปี 1966 บนแผ่นดินตัวเอง ภายใต้การคุมทีมของ อัลฟ์ แรมซีย์ ซึ่งพาทีมที่อัดแน่นไปด้วยแข้งระดับตำนานอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, บ็อบบี้ มัวร์ และกอร์ดอน แบงค์ส ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลก
สไตล์การเล่นในยุคนั้นถูกเรียกว่า “wingless wonders” หรือทีมที่เล่นโดยไม่ใช้ปีกแบบดั้งเดิม แต่เน้นการยืนระบบแคบๆ ให้มิดฟิลด์สามคนเชื่อมเกมตรงกลางอย่างแน่นหนา อังกฤษจบอันดับหนึ่งของกลุ่มหลังเสมออุรุกวัย และชนะเม็กซิโกกับฝรั่งเศส จากนั้นผ่านอาร์เจนตินาแบบหืดจับ ก่อนอัดโปรตุเกส 2-1 เข้าชิงกับเยอรมนีตะวันตกที่เวมบลีย์
เกมนัดชิงคือศึก “ดวลหมัด” แบบไปกลับ อังกฤษโดนตีเสมอถึงสองครั้ง ก่อนที่ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ จะกลายเป็นฮีโร่ ทำแฮตทริกแรกในประวัติศาสตร์นัดชิงฟุตบอลโลก และปิดฉากเกมต่อหน้าแฟนบอลกว่า 96,000 คน กลายเป็นภาพจำที่แฟนบอลทั่วโลกยังพูดถึงจนวันนี้
ดราม่ากาตาร์ 2022: ฝันสลายที่ด่านฝรั่งเศส
ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่กาตาร์ในปี 2022 อังกฤษเดินเกมได้สวยตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ถล่มอิหร่าน 6-2 ในนัดเปิดสนาม เสมอสหรัฐอเมริกา จากนั้นอัดเวลส์ 3-0 คว้าแชมป์กลุ่ม B ไปแบบมั่นใจ ก่อนถล่มเซเนกัล 3-0 ในรอบ 16 ทีม ซึ่งเป็นชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ที่ขาดลอยที่สุดของพวกเขาตั้งแต่ปี 2002
ความฝันมาหยุดในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อเจอฝรั่งเศส แชมป์เก่าที่ยังโหดไม่ตก ออเรลียง ชูอาเมนี่ ซัดให้ฝรั่งเศสนำก่อน แฮร์รี่ เคน ตีเสมอจากจุดโทษ แต่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก็โหม่งประตูสำคัญให้เลส์ เบลอส์นำอีกครั้ง ท้ายเกมอังกฤษได้จุดโทษอีกครั้ง ทว่านี่คือจังหวะที่แฟนบอลทั่วโลกช็อก เมื่อเคนยิงข้ามคาน ปล่อยให้ความหวังของอังกฤษดับลงกลางทะเลทรายกาตาร์
จุดเริ่มต้น: เดบิวต์บอลโลกที่บราซิล 1950
หลังกลับเข้าเป็นสมาชิกฟีฟ่าในปี 1946 อังกฤษได้สัมผัสเวทีฟุตบอลโลกครั้งแรกที่บราซิล 1950 พวกเขาเปิดหัวสวยด้วยชัยชนะเหนือชิลี 2-0 แต่กลับสะดุดพลาดแพ้สหรัฐอเมริกาและสเปน 0-1 ทั้งสองนัด จบอันดับสองของกลุ่มและต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่รอบแรก เป็นบทเรียนแรกของชาติที่ยกตัวเองเป็น “ต้นกำเนิดฟุตบอล” ว่าบอลโลกไม่เคยมีเกมง่ายให้ใครทั้งนั้น
ดาวยิงประวัติศาสตร์และตำนานแข้งสิงโตคำราม
เรื่องสถิติส่วนตัวบนเวทีฟุตบอลโลกของอังกฤษ แน่นอนว่าคนแรกที่ต้องพูดถึงคือ แกรี่ ลินิเกอร์ เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของอังกฤษในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยจำนวน 10 ประตู เขายิง 6 ลูกในบอลโลก 1986 รวมถึงแฮตทริกใส่โปแลนด์ จนคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ ก่อนจะยิงเพิ่มอีก 4 ลูกในอิตาลี 1990
อีกคนที่กำลังไล่ล่าสถิติคือ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมยุคปัจจุบันที่ซัดไปแล้ว 8 ประตูในฟุตบอลโลก และเคยคว้าดาวซัลโวในรัสเซีย 2018 หากยังฟิตและได้ไปลุย 2026 เต็มๆ ตัวเลขของเคนมีลุ้นแซงลินิเกอร์ได้ทุกเมื่อ
ฝั่งผู้เล่นที่ลงสนามในฟุตบอลโลกมากที่สุด เป็นของ ปีเตอร์ ชิลตัน นายทวารระดับตำนานที่ครองสถิติ 125 นัดในทีมชาติ และเล่นบอลโลกไปถึง 17 นัด แม้จะเริ่มติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกตอนอายุ 32 ในสเปน 1982 เขายังยืนเฝ้าเสาให้ทีมยาวไปจนถึงเกมชิงอันดับสามในอิตาลี 1990 ตอนอายุ 40 ปีเต็ม
โมเมนต์อมตะของอังกฤษในฟุตบอลโลก
ถ้าพูดถึงโมเมนต์ที่แฟนบอลทั้งโลกจำได้มากที่สุด ช็อตปริศนาบอลข้ามเส้นในนัดชิงปี 1966 คือภาพที่อยู่ในทุกไฮไลต์ “บอลข้ามเส้นหรือยัง”
ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก นาทีที่สกอร์เสมอ 2-2 อลัน บอล หลุดไปทางขวาก่อนครอสเข้ากลางให้ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ บอลลอยมาต่ำและเหมือนจะเลยจุด แต่เฮิร์สต์ปรับตัวได้ทัน ล้มตัวยิงเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานด้านล่างแล้วเด้งลงบนเส้นประตู ภาพช้าทุกเทปในยุคนั้นถกเถียงกันไม่จบว่าข้ามเส้นหรือยัง สุดท้ายผู้ตัดสินก็เป่าให้เป็นประตู
ช่วงท้ายเกม เยอรมนีโหมบุกเพื่อเอาประตูตีเสมอ แต่ก็โดนดาบสุดท้าย มัวร์เก็บบอลในแดนตัวเองแล้ววางยาวให้เฮิร์สต์วิ่งเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบน กลายเป็นแฮตทริกในนัดชิงฟุตบอลโลกคนแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนที่ต่อมา คีลียัน เอ็มบัปเป้ จะตามมาเป็นคนที่สองในนัดชิงที่กาตาร์ 2022
นอกจากปี 1966 อังกฤษยังมีโมเมนต์จำไม่ลืมอีกหลายจังหวะ ทั้งประตูเร็วของ ไบรอัน ร็อบสัน ที่ยิงใส่ฝรั่งเศสในสเปน 1982 เพียง 27 วินาที, ลูกวอลเลย์ตีลังกาของ เดวิด แพลต ที่ยิงใส่เบลเยียมช่วงต่อเวลาพิเศษในอิตาลี 1990 และชัยชนะดวลจุดโทษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของอังกฤษ เหนือโคลอมเบียในรัสเซีย 2018
ชัยชนะขาดลอยที่สุด: 6-1 ใส่ปานามา
ในรัสเซีย 2018 อังกฤษสร้างสถิติชนะขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของชาติ เมื่อถล่มปานามา 6-1 ที่นิจนีนอฟโกรอด หลังเพิ่งเบียดชนะตูนิเซีย 2-1 ในเกมแรก
วันนั้นแผงหลังอย่าง จอห์น สโตนส์ ทำสองประตูจากลูกโหม่ง แฮร์รี่ เคน ซัดสองจุดโทษ ก่อนจะปิดแฮตทริกในครึ่งหลัง ขณะที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก็ฝากลูกยิงไกลสุดสวยไว้หนึ่งเม็ด อังกฤษนำ 5-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก กลายเป็นทีมแรกที่ทำได้ในรอบแบ่งกลุ่มบอลโลกนับตั้งแต่โปแลนด์ยิงเฮติในปี 1974 แม้ช่วงท้ายจะเสียประตูให้ ฟิลิป บาลอย แต่สกอร์ 6-1 ก็ยังเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของอังกฤษบนเวทีนี้จนถึงทุกวันนี้
มุมมองกว้าง: ทำไมอังกฤษยังเป็นทีมขวัญใจแฟนบอลทั่วโลก
แม้จะคว้าแชมป์โลกเพียงครั้งเดียว แต่ชื่อของอังกฤษไม่เคยหลุดจากกลุ่ม “ตัวเต็ง” ทุกยุค ทุกสมัย หนึ่งเพราะพวกเขาคือประเทศต้นกำเนิดกติกาฟุตบอลสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีลีกในประเทศอย่างพรีเมียร์ลีกที่ดึงดูดซูเปอร์สตาร์จากทั่วโลก แฟนบอลจำนวนมากจึงผูกพันกับนักเตะอังกฤษตั้งแต่ในระดับสโมสร
อังกฤษยังเป็นทีมที่รวมสตาร์จากหลายสโมสรใหญ่ไว้ในทีมเดียว ทั้งสายเทคนิค สายพละกำลัง และดาวรุ่งอนาคตไกล เมื่อนำทุกอย่างมารวมกับกุนซือสไตล์จัดจ้านอย่างทูเคิล ฟุตบอลโลก 2026 จึงไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ธรรมดา แต่คือเวทีพิสูจน์ว่าอังกฤษจะยุติ “คำสาปแชมป์โลกครั้งเดียว” ได้หรือไม่
มุมมองแฟนบอลไทย: อังกฤษภายใต้ทูเคิลน่าจับตาแค่ไหน
สำหรับแฟนบอลไทยที่เชียร์อังกฤษมาเป็นสิบๆ ปี บ้านกีฬา เชื่อว่านี่คือหนึ่งในยุคที่น่าจับตามองมากที่สุด ทั้งในแง่โครงสร้างทีมที่แน่นขึ้น แท็กติกที่ยืดหยุ่น และประสบการณ์จากการเข้ารอบลึกในหลายทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา
เส้นทางในรอบแบ่งกลุ่มไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ถึงขั้นโหดสุดๆ ถ้าอังกฤษรักษามาตรฐานจากรอบคัดเลือก โฟกัสทุกเกม และบริหารความกดดันได้ดี พวกเขามีสิทธิ์ไปได้ไกลกว่ารอบ 8 ทีมอย่างแน่นอน ส่วนจะถึงฝันหรือไม่ แฟนบอลต้องลุ้นกันยาวๆ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกลูกหนัง ทั้งข่าวร้อน วิเคราะห์จัดเต็ม และเรื่องเล่ามันส์ๆ จากมุมมองคนดูบอลตัวจริง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

