
จาก : ผลบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง โบโด กลิมท์ 3-1 แมนซิตี้ วันนี้ 21/1/69 – บ้านกีฬา
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ค่ำคืนยุโรปที่นอร์เวย์กลายเป็นสุสานของยักษ์ใหญ่ เมื่อโบโด กลิมท์เปิดบ้านลุยใส่ทีมสำรองผสมดาวดังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วอาศัยเกมสวนกลับเฉียบคมอัดแชมป์เก่ายุโรปไป 3-1 ผลที่แฟนเช็ก ผลบอลสด และแฟนเรือใบเห็นแล้วต้องขยี้ตาซ้ำ เพราะรูปเกมแมนซิตี้ครองบอลเหนือกว่าชัดเจน แต่โดนลงโทษจากความผิดพลาดในแดนหลังและใบแดงของโรดรีจนพังคาถิ่นสแกนดิเนเวีย
⏱ ครึ่งแรก: กลิมท์สวนกลับพิฆาต ยิงสองดอกสลบ
เปิดเกมมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แมนซิตี้พยายามคุมจังหวะตามสไตล์ เปลี่ยนบอลจากหลังขึ้นหน้าด้วยการเซ็ตผ่านเลวิส รีเยินเดอร์ส และโรดรี แต่โบโด กลิมท์ของเฮดโค้ชคเยติล คนุตเซนวางหมากให้เพรสสูงตั้งแต่แดนบน ไม่ปล่อยให้เรือใบทิ่มแทงช่องว่างง่ายๆ
ช่วงต้นเกมซิตี้มีโอกาสจากเออร์ลิง ฮาลันด์ และรายัน แชร์กี ที่ส่องไกลให้ นิกิต้า ไฮคิน ต้องออกแรงเซฟ ทว่าเมื่อผ่านนาที 20 ความเฉียบคมเป็นของเจ้าถิ่น นาที 22 โอเล ดิดริก บลอมเบิร์ก หลุดขึ้นมาทางขวาแล้วครอสเข้าหัว แคสเปอร์ ฮ็อกห์ โขกจ่อๆ เสียบเสาแรกให้โบโด กลิมท์นำ 1-0
ยังไม่ทันหายมึน นาที 24 แนวรับซิตี้ดันไลน์สูงแล้วหลุดตำแหน่งอีกครั้ง บอลถูกแทงทะลุช่องให้ฮ็อกห์หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาเต็มข้อกลางเขตโทษ ส่งบอลตุงตาข่ายเป็น 2-0 แบบเล่นงานไลน์กองหลังเรือใบเละเทะ บ้านกีฬามองว่าช่วงนี้คือจุดเปลี่ยนเม็ดแรกและเม็ดสองที่ทำให้แข้งเยาวชนซิตี้เริ่มเสียขวัญ
หลังจากนั้นทีมเยือนพยายามทวงคืน ฟิล โฟเด้นได้ลองยิงจากนอกกรอบ โรดรีได้โขกจากเตะมุม แต่บอลไม่ตรงกรอบหรือโดนบล็อกหมด ขณะที่เจ้าถิ่นเล่นแบบอดทน รอจังหวะสวนกลับอย่างเดียวจนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 2-0
⏱ ครึ่งหลัง: ใบแดงโรดรีดับหวังเรือใบ แม้แชร์กียิงปลุกแต่ไม่ทัน
เริ่มครึ่งหลังแมนซิตี้ไม่มีทางเลือก ต้องเร่งสปีดเกมบุกทันที รีเยินเดอร์สลองยิงในเขตโทษแต่ยังโดนไฮคินเซฟไว้ได้ ก่อนที่ฮาริส เอฟเยนจะตอบโต้ด้วยการลากตัดเข้าในให้กลิมท์ลุ้นเพิ่ม แต่จานลุยจิ ดอนนารุมมาคว้าไว้
จุดเดือดมาอีกครั้งนาที 58 เมื่อโบโด กลิมท์เปลี่ยนโซนรับเป็นรุกเร็ว บอลถูกไหลให้ เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ ลากเข้าหาช่องแล้วยิงไกลด้วยซ้ายจากนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมสุดสวย กลายเป็น 3-0 ลูกนี้เรียกเสียงเฮทั้งสนามและสะท้อนคุณภาพเท้าซ้ายระดับท็อปของเขา
อย่างไรก็ตามเรือใบยังไม่ยอมแพ้ นาที 60 รายัน แชร์กี รับบอลหน้าเขตโทษแล้วบรรจงปั่นไซด์โค้งเสียบมุมล่างซ้ายสุดสวย ตีไข่แตกเป็น 3-1 จุดประกายความหวังให้ทีมเยือนเล็กๆ
แต่ทุกอย่างพังทลายภายในสองนาทีถัดมา โรดรีซึ่งโดนใบเหลืองไปแล้ว ไปตัดฟาวล์รุนแรงซ้ำอีกครั้ง นาที 61 รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง นาที 62 แมนซิตี้เหลือ 10 คน บ้านกีฬามองว่าหลังจังหวะนี้เกมจบแทบจะทันที เพราะโบโด กลิมท์กลับมาคุมพื้นที่ได้หมด ขณะที่ซิตี้เหลือแค่ฮาลันด์ยืนค้ำแต่ไม่ได้บอลอย่างที่ควรจะเป็น
ท้ายเกมโบโด กลิมท์เน้นรัดกุม เปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งปิดช่องสวนกลับของซิตี้ ส่วนเรือใบมีลุ้นจากลูกโหม่งของโอเรลลีย์และจังหวะยิงของฮาลันด์ แต่ไม่ผ่านไฮคินและแนวรับเจ้าถิ่น จบ 90 นาที ทีมจากนอร์เวย์สร้างหนึ่งในผลช็อกประจำซีซั่นด้วยการตบแมนซิตี้ 3-1

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🟡 โบโด กลิมท์ (4-4-2)
ผู้รักษาประตู
- นิกิต้า ไฮคิน 7.6
กองหลัง
- ฟิลิป อเล็กซานเดอร์ บเยิร์คาน 6.8
- เยปเปอ กุนเดอร์เซน 6.9
- โอลา ลีนนัส บเยิร์ทุฟท์ (กัปตัน) 6.7
- ฟิลิป เชอวโวลด์ 6.4
กองกลาง
- ฮาริส เอฟเยน 7.0
- แพทริก แบร์ก 7.2
- ซิกูร์ด เฟท 6.6
- เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ 8.8
กองหน้า
- โอเล ดิดริก บลอมเบิร์ก 7.5
- แคสเปอร์ ฮ็อกห์ 8.7
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อันเดรียส เฮล์เมอร์เซน 6.4 แทน ฮ็อกห์ นาที 75
- ซอนเดร ออุคเลนด์ 6.6 แทน บลอมเบิร์ก นาที 75
- อุลริก ซอลท์เนส 6.6 แทน เอฟเยน นาที 76
- อิซัก ดืบวิวิก แม่ตต้า 6.6 แทน เฟท นาที 82
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
- ยูเลียน เฟย์ ลุนด์, อีซัค ชยอง, วิลลาดส์ นีลเซน, ไฮตัม อาลีซามี, อันเดอร์ส คลืงเนอ, แม็กนุส ริสเนส, ฮินดริน ชูลี
นักเตะโดดเด่น
- เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ วิ่งไม่มีหมด สร้างสรรค์เกมรุกและปิดจ็อบด้วยประตูสุดสวย
- แคสเปอร์ ฮ็อกห์ ศูนย์หน้าตัวจบสกอร์จมูกไว กดคนเดียวสองเม็ดตั้งแต่ช่วงต้นเกม
- นิกิต้า ไฮคิน เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้งโดยเฉพาะลูกยิงของฮาลันด์และแชร์กี
🔵 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3)
ผู้รักษาประตู
- จานลุยจิ ดอนนารุมมา 6.6
กองหลัง
- รามี อับเดล นูรี 6.5
- อับดุลลาห์ คูซานอฟ 6.2
- แมทธิว อัลเลย์น 5.9
- นาธาน โอเรลลีย์ 6.4
กองกลาง
- ริโก้ ลูอิส 6.6
- ธวน รีเยินเดอร์ส 6.0
- โรดรี (กัปตัน) 5.9 ถูกไล่ออกนาที 62
กองหน้า
- ฟิล โฟเด้น 7.1
- เออร์ลิง ฮาลันด์ 6.2
- รายัน แชร์กี 8.1
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- โอมาร์ มาร์มูช 6.5 แทน โฟเด้น นาที 70
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
- เจมส์ ทราฟฟอร์ด, มาร์คัส เบ็ตตินัลลี, นาธาน อาเก้, สตีเฟน มฟูนิ, เคียน โนเบิล, เฌเรมี โดกู, ดิวไวน์ มูคาซา, ชาร์ลี เกรย์, ไทโรน แซมบา
แข้งขาดหายจากอาการบาดเจ็บและโทษแบน
- มาเตอุส นูเนส, แบร์นาร์โด ซิลวา (แบน), มาเตโอ โควาชิช, ซาวินโญ, ยอชโก กวาร์ดิโอล, จอห์น สโตนส์, ออสการ์ บ็อบบ์, นิโก กอนซาเลซ, รูเบน ดิอาส ทำให้ซิตี้ต้องใช้โครงสร้างทีมสำรองหลายจุดอย่างชัดเจน
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
บ้านกีฬามองว่าเกมนี้คือคลาสสิคของทีมรองที่วางแท็กติกได้คมกว่าในรายละเอียด โบโด กลิมท์ยืนระบบ 4-4-2 ที่ยืดหยุ่น กลายร่างเป็น 4-2-4 เวลาเพรสสูง ปล่อยให้สองกองหน้าฮ็อกห์กับบลอมเบิร์กวิ่งกดดันคู่เซ็นเตอร์และรีเยินเดอร์สตั้งแต่ต้นทาง เมื่อเก็บบอลได้ก็ตัดสินใจเล่นบอลยาวฉีกไปด้านข้างทันที ทำให้แบ็กของซิตี้ต้องวิ่งหันหลังอยู่ตลอด
ในเกมรับ เจ้าถิ่นไม่เน้นบีบกลางสนามมาก แต่ยอมถอยลงมาแพ็กแน่นหน้ากรอบเขตโทษ ใช้แบร์กกับเฟทคุมโซนหน้าเซ็นเตอร์ ลดพื้นที่ให้ฮาลันด์หันตัวไม่สะดวก นอกจากนี้การซ้อนของเอฟเยนกับฮาวเก้ริมเส้นยังช่วยบล็อกช่องจ่ายบอลทแยงให้แชร์กีเล่นยากขึ้น
ฝั่งแมนซิตี้ในเชิง วิเคราะห์บอล แผน 4-3-3 ที่เป๊ป กวาร์ดิโอลาใช้ดูสวยบนกระดาษ แต่ในสนามกลับขาดสมดุลย์ รีเยินเดอร์สกับลูอิสขยับขึ้นสูงคอยเชื่อมกับสามประสานแดนหน้า ทิ้งโรดรีไว้เป็นโฮลดิ้งคนเดียว พอโดนสวนกลับแต่ละครั้งก็โดนตัดผ่านกลางสนามอย่างง่ายดาย คู่เซ็นเตอร์กับฟูลแบ็กจึงต้องดันขึ้นแล้วรีบถอย ทำให้เกิดช่องว่างด้านหลังกว้างมาก ลูก 1-0 และ 2-0 ที่ฮ็อกห์ทำได้จึงมาจากการจู่โจมพื้นที่ตรงนี้เต็มๆ
หลังโดนนำ ซิตี้ยังยึดปรัชญาเดิมคือครองบอลให้แน่นแล้วหาจังหวะยิงจากหน้ากรอบ ซึ่งจังหวะของแชร์กีในนาที 60 แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีคุณภาพในการยิงไกลระดับท็อป ทว่าการที่โรดรีพลาดโดนแดง ทำให้เกมรับพังกว่าเดิม ต้องถอยตัวริมเส้นมาช่วยตรงกลาง ผลคือขาดแรงดันเวลาเติมสูง และเปิดโอกาสให้โบโด กลิมท์ดึงสปีดเกมจนหมดเวลาอย่างที่ต้องการ

📊 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ถ้าเปิดหน้าจอเช็กสถิติจะเห็นภาพชัด แมนซิตี้ครองบอลถึง 65% ส่งบอลมากถึง 625 ครั้ง ความแม่นยำสูงลิ่ว 94% ขณะที่โบโด กลิมท์มีเพียง 35% และส่งบอล 340 ครั้ง แต่เจ้าถิ่นกลับยิงตรงกรอบ 5 จาก 8 ครั้ง เท่ากับซิตี้ที่ยิงตรงกรอบ 5 จาก 15 ครั้ง แปลว่าทุกครั้งที่กลิมท์หลุดขึ้นมาถึงพื้นที่สุดท้ายคือจังหวะลุ้นประตูแทบทั้งหมด
ฟาวล์ของเจ้าบ้านมี 6 ครั้ง น้อยกว่าซิตี้ที่ทำถึง 9 ครั้ง และที่สำคัญคือใบเหลือง 2 ใบรวมเป็นแดงของโรดรีซึ่งเปลี่ยนสมดุลเกมทันที แม้ลูกเตะมุมซิตี้จะเหนือกว่าถึง 9 ต่อ 2 แสดงถึงการบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่การป้องกันลูกครอสของไฮคินและแนวรับกลิมท์ก็ทำได้เหนียวแน่นไร้ข้อผิดพลาดร้ายแรง
🕒 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 22 โบโด กลิมท์นำ 1-0 แคสเปอร์ ฮ็อกห์ โหม่งจากครอสของโอเล ดิดริก บลอมเบิร์ก
- ⚽ นาที 24 เจ้าถิ่นหนี 2-0 ฮ็อกห์หลุดเดี่ยวกดเต็มข้อกลางกรอบเขตโทษไม่เหลือ
- ⚽ นาที 58 ฮาวเก้ได้บอลหน้าเขตโทษทางซ้ายก่อนซัดไกลโค้งเสียบสามเหลี่ยมเป็น 3-0 สุดสวย
- ⚽ นาที 60 แมนซิตี้ตีไข่แตก 3-1 รายัน แชร์กีรับบอลหน้าเขตโทษแล้วปั่นโค้งเสียบมุมล่าง
- 🟨 นาที 61 โรดรีทำฟาวล์หนักกลางสนาม รับใบเหลืองแรก
- 🟥 นาที 62 โรดรีฟาวล์ซ้ำ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง ซิตี้เหลือ 10 คน
- 🔁 นาที 70 แมนซิตี้ส่งโอมาร์ มาร์มูช ลงแทนฟิล โฟเด้น เพิ่มมิติในแดนหน้า
- 🔁 นาที 75 โบโด กลิมท์เปลี่ยนคู่หน้า ส่งอันเดรียส เฮล์เมอร์เซน และซอนเดร ออุคเลนด์ ลงมาแทนฮ็อกห์กับบลอมเบิร์ก เพื่อเติมความสดและเซฟสกอร์
- 🔁 นาที 76 โบโด กลิมท์ส่งอุลริก ซอลท์เนส ลงแทนเอฟเยน ช่วยแพ็กเกมรับริมเส้น
- 🔁 นาที 82 เจ้าบ้านส่งอิซัก ดืบวิวิก แม่ตต้า ลงแทนเฟท ปิดเกมแดนกลาง
- 🟨 นาที 90+3 รายัน แชร์กี โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
🌟 Player of the Match: Jens Petter Hauge
ฮีโร่ของค่ำคืนนี้ต้องยกให้ เยนส์ เพตเตอร์ ฮาวเก้ ปีกซ้ายของโบโด กลิมท์ ที่ได้คะแนนสูงถึง 8.8 จากการมีส่วนร่วมแทบทุกจังหวะสำคัญ เกมนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงคนทำประตู 3-0 สุดสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเริ่มต้นการสวนกลับหลายครั้ง ลากบอลกินตัวผู้เล่นซิตี้ได้ต่อเนื่อง ทำให้แบ็กขวาอย่างนูรีต้องรับภาระหนักตลอด 90 นาที
ฮาวเก้แสดงให้เห็นถึงการอ่านจังหวะเกมที่ยอดเยี่ยม รู้ว่าจะเก็บบอลช้าเพื่อรอเพื่อนขึ้นหรือจะเร่งสปีดเข้าไปดวลหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อทีมต้องเล่นเกมรับลึก เขาก็วิ่งไล่บีบจนคู่แข่งจ่ายบอลพลาด บ้านกีฬาขอฟันธงว่านี่คือแมตช์ระดับพอร์ตโฟลิโอที่ทำให้ชื่อของเขากลับมาอยู่ในเรดาร์ทีมใหญ่ยุโรปแบบเต็มตัวอีกครั้ง

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ชัยชนะนัดนี้มีความหมายมหาศาลต่อโบโด กลิมท์ เพราะจาก ตารางบอล ลีกใหญ่ยุโรปแบบลีกเดียว 36 ทีม พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 27 ลงเล่น 7 นัด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 3 ยิงได้ 12 เสีย 14 ผลต่าง -2 เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม แม้ยังอยู่โซนครึ่งล่างของตาราง แต่ผลชนะทีมเต็งแชมป์อย่างแมนซิตี้ทำให้โอกาสลุ้นพื้นที่รอบน็อกเอาต์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากเก็บคะแนนในโปรแกรมที่เหลือได้ต่อเนื่อง
ด้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดโอกาสไล่จี้หัวตาราง ปัจจุบันรั้งอันดับ 7 แข่ง 7 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิง 13 เสีย 9 ผลต่าง +4 มี 13 คะแนน จากที่เคยยึดตัวเต็งห้าอันดับแรก ตอนนี้ถูกคู่แข่งอย่างอาร์เซนอล เรอัล มาดริด บาเยิร์น และสเปอร์สทิ้งห่างมากขึ้น ความพ่ายแพ้เกมนี้จึงทำให้พวกเขาต้องกลับไปเคลียร์ปัญหาโรเตชันและสมาธิในเกมรับอย่างจริงจัง
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไปของทั้งสองทีม
ในมุมคนรอติดตาม โปรแกรมบอล ต่อไป โบโด กลิมท์ยังมีศึกในประเทศและยุโรปรออยู่เพียบ เริ่มจากเกมถ้วย NM Cup ที่ต้องบุกไปเยือนโมลด์ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 01.00 น. ก่อนจะกลับมาลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้งด้วยการออกไปเยือนแอตเลติโก มาดริด วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. ซึ่งจะเป็นบททดสอบยากไม่แพ้การดวลแมนซิตี้เลย
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีภารกิจหนักรออยู่เช่นกัน เริ่มจากพรีเมียร์ลีกที่ต้องเปิดบ้านรับวูล์ฟส์ วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 22.00 น. เกมนี้จำเป็นต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้ ก่อนจะลงเตะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในบ้านพบกาลาตาซาราย วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 03.00 น. หากพลาดอีกโอกาสลุ้นพื้นที่หัวตารางจะยิ่งยากขึ้นไปอีก
📣 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ไม่ว่าจะสกอร์สดจากยุโรป บอลถ้วยนอร์เวย์ หรือศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บ้านกีฬาพร้อมอัปเดตสกอร์แบบใกล้ชิดสไตล์สื่อบอลตัวจริง เช็กสรุปแมตช์แบบละเอียดสไตล์ บ้านผลบอล ได้ทุกวัน วิเคราะห์เกมใหญ่ เกมเล็ก และเกาะติดเรื่องราวรอบสนามให้ครบจบในที่เดียวที่ บ้านกีฬา

