สมาคมฟุตบอลฯ ขยับโรดแมปช้างศึกยู-23 สู่เวทีเอเชีย
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินเครื่องวางแผนระยะยาวให้ ทีมชาติไทย U23 แบบจริงจัง หลังเรียกประชุมสรุปผลงานที่ผ่านมา พร้อมต่อยอดสู่การเตรียมทีมสำหรับทำศึกฟุตบอลชายในมหกรรม เอเชียน เกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างช่วงเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปที่ทุกชาติในเอเชียจับตามอง และเป็นเวทีสำคัญของแข้งดาวรุ่งไทย
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเก็บรายละเอียดทุกเม็ดจากผลงานในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ที่ผ่านมาของทีมชุดยู-23 ภายใต้การคุมทีมของ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หรือ “โค้ชวัง” พร้อมวางแผนให้ทีมเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่รวมตัวเฉพาะทัวร์นาเมนต์แล้วแยกย้ายเหมือนในอดีต
โครงสร้างการประชุมและผู้มีส่วนสำคัญ
การประชุมสรุปผลงานและวางแผนครั้งนี้ มี ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ประธาน นั่งหัวโต๊ะกำกับทิศทางใหญ่ของทีมชาติ ร่วมด้วย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย U23 ทีมสตาฟโค้ช และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันแบบละเอียด
บรรยากาศการประชุมถือว่าเข้มข้น เน้นลงลึกในเชิงเทคนิค ทั้งเรื่องรูปแบบการเล่น การพัฒนาศักยภาพของนักเตะ การวางตัวผู้เล่นในตำแหน่งสำคัญ รวมถึงการบริหารจัดการโปรแกรมทีมชาติให้สอดคล้องกับปฏิทินของสโมสรต้นสังกัดในไทยลีก และลีกต่างประเทศที่มีแข้งไทยไปค้าแข้งอยู่
สรุปผลงานยุคโค้ชวัง วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน
สาระหลักของการประชุม คือการสรุปผลงานในทุกทัวร์นาเมนต์ที่ทีมชาติไทยชุดยู-23 ลงแข่งขันภายใต้การทำงานของ “โค้ชวัง” ทั้งในระดับอาเซียนและเอเชีย เพื่อนำมาประเมินว่าแนวทางไหนเวิร์ก แนวทางไหนต้องปรับ
ฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ และทีมสตาฟโค้ชช่วยกันวิเคราะห์ภาพรวมของทีม ทั้งเรื่องวินัยเกมรับ การเชื่อมเกมแดนกลาง ไปจนถึงความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย พร้อมกับมองหาจุดที่ยังเป็นรอยโหว่ เช่น การเสียประตูจากลูกเซตพีซ หรือการรับมือจังหวะโต้กลับของคู่แข่งระดับเอเชียที่มีสปีดจัดจ้านกว่า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนซ้อมเน้นเฉพาะด้านต่อไป
ประสานงานสโมสร สเกาท์ดาวรุ่ง และจัดการทรัพยากรนักเตะ
อีกประเด็นสำคัญของการประชุม คือการวางระบบประสานงานกับสโมสรต้นสังกัด เพื่อขอตัวนักเตะเข้ามาร่วมทีมชาติชุดยู-23 ให้ได้ตัวหลักครบที่สุดในทุกช่วงเก็บตัว โดยสมาคมฯ ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับสโมสรทั้งในไทยลีกและต่างแดน เพื่อไม่ให้กระทบต่อโปรแกรมลีกมากเกินไป แต่ยังรักษาคุณภาพของทีมชาติในทัวร์นาเมนต์สำคัญ
ในขณะเดียวกัน ทีมสตาฟโค้ชยังได้รับมอบหมายให้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ในการติดตามฟอร์มการเล่นของนักเตะกลุ่มเดิมที่อยู่ในขุมกำลังหลัก และกลุ่มดาวรุ่งหน้าใหม่ที่เริ่มฉายแววในลีกอาชีพ ผ่านการลงสนามจริงทั้งในลีกและบอลถ้วย เพื่อตัดสินใจเลือกรายชื่อให้เหมาะสมที่สุดสำหรับรูปแบบเกมที่ทีมต้องการ
แผนเก็บตัวและอุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่า เดย์ มีนาคม
หนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบมาหารือ คือการวางแผนเรียกนักเตะเข้ามาเก็บตัวและลงเล่นเกมอุ่นเครื่องในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองของทีมชาติ เพราะสโมสรมีข้อผูกมัดที่จะต้องปล่อยนักเตะให้ทีมชาติอย่างเป็นทางการ
เบื้องต้น สมาคมฯ และทีมงานโค้ชอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนวันเก็บตัว รูปแบบโปรแกรมซ้อม หรือการหาทีมคู่แข่งที่เหมาะสมในการอุ่นเครื่อง เพื่อให้ทีมชาติไทยยู-23 ได้ทดลองแท็กติกใหม่ๆ ทดสอบความเข้าใจเกมของผู้เล่น และเช็กความฟิตก่อนเข้าโค้งสุดท้ายสู่เอเชียน เกมส์
เกมอุ่นเครื่องในระดับนานาชาติช่วงฟีฟ่า เดย์ ยังช่วยให้นักเตะได้เรียนรู้สไตล์การเล่นที่หลากหลายของคู่แข่งจากภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการเตรียมทีมไปเจอทีมระดับท็อปของเอเชียในทัวร์นาเมนต์จริง
เอเชียน เกมส์ 2026 เวทีแจ้งเกิดแข้งไทยในสายตาทวีป
ฟุตบอลชายในมหกรรม เอเชียน เกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา และจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ถือเป็นเวทีที่สำคัญอย่างยิ่งของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดยู-23 เพราะนอกจากจะเป็นรายการที่มียักษ์ใหญ่จากทั่วเอเชียเข้าร่วมครบถ้วน ยังเป็นโอกาสให้แข้งดาวรุ่งไทยได้โชว์ศักยภาพต่อหน้าสเกาท์และสโมสรต่างประเทศ
รูปแบบการแข่งขันระดับนี้มักมีโปรแกรมเตะถี่ ใช้ทั้งความแข็งแกร่งของร่างกาย และความนิ่งของสภาพจิตใจ การเตรียมทีมจึงไม่ใช่แค่เรื่องแท็กติกในสนาม แต่รวมถึงโภชนาการ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการบริหารแรงกดดันของนักเตะวัยหนุ่มที่ต้องเจอกับความคาดหวังของแฟนบอลทั้งประเทศ
สำหรับแฟนบอลไทย การได้เห็นทีมชาติไทยชุดยู-23 ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่แบบนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองเห็นอนาคตของทีมชาติชุดใหญ่ในระยะยาว ว่าจะมีใครก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักต่อจากรุ่นพี่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
มองไกลไปข้างหน้ากับช้างศึกยู-23
การประชุมสรุปผลงานและวางแผนครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเช็กบัญชีว่าทีมทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่เป็นการวางรากฐานให้ทีมเดินหน้าอย่างมีทิศทาง เห็นภาพชัดว่าจากวันนี้ถึงวันเปิดสนามเอเชียน เกมส์ ทีมชาติไทยยู-23 จะต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีก ทั้งในเรื่องบุคลากร แท็กติก แผนอุ่นเครื่อง และการประสานงานทุกฝ่ายให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
หากสมาคมฯ และทีมสตาฟโค้ชสามารถรักษาความต่อเนื่องของแผนงานได้จริง ลดปัญหาดราม่าเรื่องการปล่อยตัวนักเตะ และสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่ดีภายในทีม เชื่อว่าทีมชาติไทยชุดยู-23 จะมีลุ้นสร้างผลงานที่น่าจดจำบนแผ่นดินญี่ปุ่น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับฟุตบอลไทยในระดับเอเชียในระยะยาว
แฟนบอลชาวไทยที่อยากตามลุ้นทุกก้าวของช้างศึกยู-23 และข่าวร้อนจากวงการลูกหนัง อย่าลืมติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ บ้านกีฬา อย่างใกล้ชิด

