ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย Forex เถื่อน
กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมจับตาทันที หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย ซึ่งมีลักษณะเกี่ยวข้องกับการชักชวนประชาชนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจค้นเป้าหมายหลายพื้นที่รวม 24 จุด ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่เกี่ยวข้อง
คดีนี้ถูกขยายผลจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ และระบบรับชำระเงินที่ต้องสงสัย ก่อนพบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มโบรกเกอร์ Forex นอกระบบ กลุ่มผู้แนะนำการลงทุน และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับ-ส่งเงินหรือเพย์เมนต์เกตเวย์

ยึดทรัพย์มหาศาล เงินสด รถหรู ทองคำ นาฬิกา และคริปโต
ผลการตรวจค้นพบทรัพย์สินจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดไว้เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา ทั้งเงินสดกว่า 65 ล้านบาท เงินสกุลต่างประเทศ รถยนต์หรู รถยนต์ทั่วไป รถจักรยานยนต์ ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ เงินแท่ง นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เก็บคริปโต และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
นอกจากนี้ยังมีการอายัดบัญชีธนาคารรวม 77 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา รวมถึงประสานระงับกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินระหว่างการสอบสวน
พบโครงข่าย 3 กลุ่ม โบรกเกอร์เถื่อน-แม่ทีม-เพย์เมนต์
จากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบโครงสร้างของเครือข่ายแบ่งเป็นหลายส่วน โดยมีกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ที่ถูกกล่าวถึง เช่น QRS Global, HFM, GOFX และ Eterwealth ซึ่งถูกตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการให้บริการซื้อขายเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย
อีกส่วนคือกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์หรือ IB ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนประชาชนเข้าสู่ระบบลงทุน โดยมักใช้ภาพลักษณ์ความสำเร็จ รถหรู ไลฟ์สไตล์หรูหรา และพอร์ตลงทุนที่ดูมีกำไรสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะที่อีกส่วนคือกลุ่มช่องทางชำระเงินหรือเพย์เมนต์เกตเวย์ ซึ่งถูกตรวจสอบว่าเป็นทางผ่านของกระแสเงินก่อนถูกยักย้ายหรือแปลงเป็นสินทรัพย์รูปแบบอื่น

เส้นเงิน 28 ล้านโยง ภาวุธ ดีเอสไอย้ำยังไม่ใช่ผู้ต้องหา
หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือการตรวจพบเส้นทางการเงินจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบเพย์เมนต์ไปยังบัญชีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวม 28 ล้านบาท โดยพบการโอนหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 2 ล้านบาท รวม 14 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม DSI ย้ำชัดว่า การพบเส้นทางการเงินยังไม่ได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้กระทำผิด และยังไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้ โดยพนักงานสอบสวนพร้อมเปิดโอกาสให้เข้าชี้แจง พร้อมนำพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม
ดารา ฟ. พบชื่อ ฟิล์ม รัฐภูมิ เชื่อมโยงกลุ่มโบรกเกอร์
ในส่วนของบุคคลในวงการบันเทิง DSI ระบุถึง ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ในลักษณะเคยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนหรือให้คำปรึกษากับบริษัทบางแห่งที่อยู่ในข่ายตรวจสอบ
แต่เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา การกล่าวถึงชื่อในชั้นนี้เป็นเพียงข้อมูลตามแนวทางสอบสวนและการตรวจสอบความเชื่อมโยงเท่านั้น ทุกอย่างยังต้องรอพยานหลักฐาน คำชี้แจง และการพิจารณาอย่างเป็นธรรม

รูปแบบหลอกลงทุน Forex ที่ประชาชนต้องระวัง
คดี Forex เถื่อนมักมีรูปแบบคล้ายกัน คือเริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นชักชวนให้ฝากเงินลงทุน พร้อมโชว์ผลตอบแทนสูงในช่วงแรก บางรายอาจถอนเงินได้จริงเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนจะถูกโน้มน้าวให้เพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น
เมื่อเงินในระบบเริ่มสูงขึ้น ผู้เสียหายมักพบปัญหาถอนเงินไม่ได้ ถูกอ้างเงื่อนไขเพิ่มเติม ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือถูกบังคับให้ซื้อคอร์สและลงทุนซ้ำ จนสุดท้ายไม่สามารถนำเงินต้นและกำไรออกมาได้
สิ่งที่ควรระวังคือคำชวนลงทุนที่รับประกันกำไรสูงเกินจริง อ้างว่ามีระบบเทรดอัตโนมัติ ไม่มีความเสี่ยง หรือบอกว่าเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศจึงน่าเชื่อถือ เพราะในทางปฏิบัติ หากแพลตฟอร์มไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในไทย การติดตามเงินคืนเมื่อเกิดปัญหาอาจทำได้ยากมาก
ผู้เสียหายกว่า 500 ราย คาดความเสียหายอาจแตะหลายพันล้าน
ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับ DSI แล้วมากกว่า 500 ราย และมีการแจ้งความผ่านช่องทางออนไลน์ของตำรวจไซเบอร์อีกหลายสิบคดี โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจริงอาจสูงถึงระดับหลายพันล้านบาท
DSI ขอให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน แชตการสนทนา ข้อมูลบัญชี เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน สัญญา ภาพโฆษณา หรือเอกสารการลงทุน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกผู้เสียหายและพิจารณาการเฉลี่ยทรัพย์คืนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

บทสรุปคดี Forex เถื่อนที่สังคมต้องจับตา
คดีนี้ไม่ใช่แค่คดีหลอกลงทุนธรรมดา แต่สะท้อนให้เห็นเครือข่ายการเงินซับซ้อนที่อาจเชื่อมโยงทั้งโบรกเกอร์นอกระบบ ผู้ชักชวนลงทุน บริษัทรับชำระเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล และบุคคลมีชื่อเสียงหลายวงการ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดคือทุกคนที่ถูกพาดพิงยังต้องได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมาย การพบเส้นทางการเงินหรือความเชื่อมโยงในชั้นสอบสวนยังไม่ใช่คำตัดสินว่าใครผิดหรือถูก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบเชิงลึกที่สังคมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

